SCB EIC ประเมินน้ำท่วม ก.ย.–ต.ค. 2026 ฉุด GDP ไทยราว 0.1 จุด ห่วงรายได้และสภาพคล่อง SMEs
SCB EIC ประเมินน้ำท่วมปลาย ก.ย.–ต้น ต.ค. 2026 ทำให้ GDP ไทยปีนี้ลดลง 0.05–0.1 จุดในกรณีฐาน กระทบ 1.48 ล้านครัวเรือน แต่ความเสี่ยงคือรายได้และสภาพคล่องของ SMEs
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- SCB EIC เผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ประเมินว่าน้ำท่วมรอบนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2026 ขยายตัวลดลง 0.05–0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ในกรณีฐาน
- ถ้าฝนระลอกใหม่ทำให้ท่วมนานขึ้นนอกเขตกรุงเทพฯ ผลกระทบเพิ่มเป็น 0.1–0.2 จุด และเป็น 0.15–0.25 จุด หากน้ำท่วมเข้าพื้นที่เมืองภายในคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ
- น้ำท่วมกระทบครัวเรือนสะสมกว่า 1.48 ล้านครัวเรือน (ราว 6% ของครัวเรือนทั้งหมด) และแรงงานกว่า 1.69 ล้านคน โดยสมุทรปราการและกรุงเทพฯ หนักที่สุด
- ผลกระทบยังน้อยกว่ามหาอุทกภัยปี 2011 ซึ่งกระทบเศรษฐกิจไทยถึง 3.5–4 จุด แต่ SCB EIC เตือนว่าครัวเรือนและ SMEs ที่สภาพคล่องจำกัดจะฟื้นตัวช้า
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ว่าน้ำท่วมช่วงปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม 2026 จะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวลดลงราว 0.05–0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ในกรณีฐาน แต่ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าตัวเลข GDP คือรายได้และสภาพคล่องของแรงงาน ครัวเรือน และ SMEs ที่อาจฟื้นช้า
ช่วงที่ผ่านมากรุงเทพฯ เจอฝนตกหนักแบบกระจุกตัว (Rain Bomb) สะสม 250–300 มม. จนน้ำท่วมขังหลายวัน ขณะที่หลายจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออกยังมีน้ำสูง SCB EIC มองว่าในกรณีฐานสถานการณ์จะทยอยคลี่คลาย และความเสี่ยงที่น้ำจะท่วมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญภายในคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ ยังมีจำกัด เพราะปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลผ่านกรุงเทพฯ ต่ำกว่ามหาอุทกภัยปี 2011 มากและเริ่มลดลงแล้ว ฝั่งรัฐบาลเร่งวางแผนระบายน้ำข้ามจังหวัดและจ่ายเงินเยียวยาไปพร้อมกัน
น้ำท่วมรอบนี้กระทบกว่า 1.48 ล้านครัวเรือน
SCB EIC ใช้ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยช่วง 16 กันยายนถึง 7 ตุลาคม 2026 พบว่าน้ำท่วมกระทบครัวเรือนสะสมกว่า 1.48 ล้านครัวเรือน หรือราว 6% ของครัวเรือนทั้งประเทศ และยังมีกว่า 1.1 ล้านครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะประเมิน พื้นที่ที่หนักที่สุดกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น สมุทรปราการและปทุมธานี รวมถึงจังหวัดฐานการผลิตทั้งเกษตรและอุตสาหกรรม ได้แก่ นครนายก ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และอยุธยา
ด้านแรงงาน SCB EIC คาดว่ามีคนทำงานได้รับผลกระทบมากกว่า 1.69 ล้านคน ทั้งจากการเดินทางไม่ได้ กิจการหยุดชั่วคราว และชั่วโมงทำงานที่หายไป จังหวัดที่หนักที่สุดคือสมุทรปราการราว 445,000 คน และกรุงเทพฯ ราว 420,000 คน ซึ่ง SCB EIC ระบุว่าคิดเป็นราว 2% ของคนทำงานทั้งหมดในประเทศ
กลุ่มที่เปราะบางที่สุดคือแรงงานภาคบริการและแรงงานนอกระบบที่มีรายได้เป็นรายวัน เพราะรายได้หายทันทีในวันที่ไปทำงานไม่ได้ ขณะที่ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าซ่อมแซมทรัพย์สินกลับเพิ่มขึ้นพร้อมกัน SCB EIC สรุปว่าความเสียหายจากน้ำท่วมจึงไม่ได้ขึ้นกับระดับน้ำอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าคนต้องหยุดหารายได้นานแค่ไหน
SCB EIC ประเมินผลต่อ GDP ไว้ 3 กรณี
| กรณี | ผลต่อเศรษฐกิจไทยปี 2026 |
|---|---|
| กรณีฐาน: น้ำทยอยคลี่คลาย | ลดลง 0.05–0.10 จุดเปอร์เซ็นต์ |
| ฝนระลอกใหม่และน้ำเหนือแรงกว่าคาด ท่วมนานขึ้นนอกเขตกรุงเทพฯ | ลดลง 0.10–0.20 จุดเปอร์เซ็นต์ |
| ท่วมนานขึ้นและน้ำเข้าพื้นที่เมืองภายในคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ | ลดลง 0.15–0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ |
| เทียบกับมหาอุทกภัยปี 2011 | ลดลง 3.5–4 จุดเปอร์เซ็นต์ |
ผลกระทบหลักในกรณีฐานมาจากรายได้ครัวเรือนที่ลดลง การทำงานและการเดินทางที่สะดุด และการหยุดดำเนินงานชั่วคราวของโรงงานและธุรกิจบริการบางส่วน ส่วนที่ช่วยชดเชยได้บ้างคือการซื้อสินค้าจำเป็นเพื่อรับมือน้ำท่วมและการใช้จ่ายซ่อมแซมความเสียหาย

ตัวเลขนี้ต่างจากปี 2011 มาก เพราะครั้งนั้นน้ำท่วมเข้านิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งและภาคการผลิตเป็นวงกว้างนานกว่า 5 เดือน เพื่อให้เห็นขนาด ธนาคารโลกเพิ่งปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2026 ขึ้นเป็น 2.0% เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 (อ่านข่าวธนาคารโลก) ผลกระทบ 0.1 จุดจึงไม่ถึงกับพลิกภาพรวม แต่ SCB EIC ย้ำว่าจุดอ่อนอยู่ที่ครัวเรือนและ SMEs ซึ่งมีสภาพคล่องจำกัดและรับภาระรายจ่ายเพิ่มได้ไม่มาก
น้ำท่วมกระทบธุรกิจผ่าน 3 ช่องทาง
SCB EIC แบ่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเป็น 3 ช่องทาง
- กำลังซื้อที่ลดลง ระหว่างที่น้ำยังไม่ลด ธุรกิจค้าปลีก สินค้าคงทน ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ถูกกระทบมากที่สุด เพราะคนเดินทางลำบากและชะลอการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
- โลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานสะดุด อินโฟกราฟิกของ SCB EIC ระบุว่าคลังสินค้าทางอากาศหนาแน่นจากสินค้าค้างสะสม การขนส่งทางบกล่าช้าเพราะน้ำท่วมขังหลายเส้นทาง และ ICD ลาดกระบังปิดให้บริการชั่วคราว โรงงานบางแห่งจึงต้องหยุดสายการผลิตหรือขาดวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์
- ทรัพย์สินเสียหายโดยตรง ทั้งอาคาร เครื่องจักร สินค้าคงคลัง พื้นที่เกษตร และที่อยู่อาศัย ซึ่งเพิ่มต้นทุนซ่อมแซมและกลับมาเปิดดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงินสำรองน้อย

หลังน้ำลด SCB EIC มองว่าความเสี่ยงจะย้ายจากความเสียหายทางกายภาพไปเป็นความสามารถในการฟื้นรายได้และสภาพคล่อง ธุรกิจบางกลุ่มจะได้อานิสงส์ เช่น สินค้าจำเป็น วัสดุป้องกันน้ำท่วม เครื่องใช้ในบ้าน และความต้องการซื้อทดแทนหรือซ่อมแซมของที่เสียหาย (Pent-up demand) รวมถึงการลงทุนด้านระบบป้องกันและระบายน้ำ แต่การฟื้นตัวจะไม่พร้อมกัน ขึ้นกับว่าแต่ละกลุ่มเข้าถึงเงินทุนได้แค่ไหน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
ตัวเลข GDP ที่หายไปราว 0.1 จุดอาจดูเล็ก แต่บทวิเคราะห์นี้ชี้ว่าความเสียหายกระจายไม่เท่ากัน คนที่ถูกกระทบหนักคือแรงงานรายวัน ครัวเรือนในพื้นที่ท่วม และผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่มีเงินสำรอง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ฟื้นช้าที่สุดเมื่อรายได้ขาดหายไปหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ SCB EIC ยังวางกรณีที่น้ำเข้าพื้นที่เมืองในคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ ไว้เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้ผลกระทบเพิ่มเป็น 0.15–0.25 จุด องค์กรจึงควรติดตามระดับน้ำเหนือและปริมาณฝนต่อไปในช่วงที่เหลือของฤดูฝน

สิ่งที่องค์กรควรทำ
SCB EIC เสนอให้การฟื้นธุรกิจไปไกลกว่าการซ่อมแซม สู่การสร้าง Flood Resilience ซึ่งในระดับองค์กรหมายถึงการกระจายห่วงโซ่อุปทาน การติดตั้ง Flood Barrier แผนการทำงานจากบ้าน และแผนรับมือภัยพิบัติ แนวทางที่ทำได้ทันทีมีดังนี้
- ตรวจสภาพคล่องของคู่ค้า SMEs ซัพพลายเออร์และลูกค้ารายเล็กในพื้นที่น้ำท่วมอาจส่งของหรือชำระเงินล่าช้า ฝ่ายการเงินควรทบทวนลูกหนี้และเครดิตเทอมของคู่ค้าในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ
- วางเส้นทางขนส่งและสต็อกสำรอง เมื่อ ICD ลาดกระบังปิดชั่วคราวและคลังสินค้าทางอากาศแออัด ควรกำหนดเส้นทางและท่าขนส่งทางเลือก และเผื่อเวลาส่งมอบสำหรับคำสั่งซื้อช่วงปลายปี
- ทดสอบแผนต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และระบบไอที สำนักงานหรือห้องเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรมีข้อมูลสำรองนอกสถานที่ตามกฎ Backup 3-2-1 และพร้อมให้พนักงานทำงานจากที่อื่นได้ทันที
- ดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบ แรงงานกว่า 1.69 ล้านคนถูกกระทบ ฝ่ายบุคคลควรสำรวจพนักงานและผู้รับเหมารายวันที่ได้รับผลกระทบ และพิจารณาความยืดหยุ่นด้านเวลาทำงานหรือเงินช่วยเหลือ
- ทบทวนประกันและแผนลงทุนป้องกันน้ำท่วม ใช้บทเรียนรอบนี้ประเมินความคุ้มครองของประกันทรัพย์สินและการหยุดชะงักของธุรกิจ และงบลงทุนด้านระบบป้องกันน้ำสำหรับปีงบประมาณถัดไป ติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่หมวดเศรษฐกิจ
คำถามที่พบบ่อย
น้ำท่วมปี 2026 กระทบ GDP ไทยเท่าไร?
SCB EIC ประเมินเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ว่าน้ำท่วมช่วงปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม 2026 จะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวลดลง 0.05–0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ในกรณีฐาน และอาจเพิ่มเป็น 0.15–0.25 จุด หากน้ำท่วมเข้าพื้นที่เมืองภายในคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ
น้ำท่วมรอบนี้กระทบครัวเรือนและแรงงานกี่คน?
SCB EIC อ้างข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยช่วง 16 กันยายน–7 ตุลาคม 2026 ว่าน้ำท่วมกระทบครัวเรือนสะสมกว่า 1.48 ล้านครัวเรือน หรือราว 6% ของครัวเรือนทั้งหมด และประเมินว่ามีแรงงานได้รับผลกระทบมากกว่า 1.69 ล้านคน
น้ำท่วมปี 2026 ต่างจากมหาอุทกภัยปี 2011 อย่างไร?
มหาอุทกภัยปี 2011 ท่วมนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งและภาคการผลิตเป็นวงกว้างนานกว่า 5 เดือน กระทบเศรษฐกิจไทย 3.5–4 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนน้ำท่วมรอบนี้ SCB EIC ประเมินว่าน้ำเหนือที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ ต่ำกว่าปี 2011 มาก ผลต่อ GDP จึงอยู่ราว 0.05–0.1 จุดในกรณีฐาน
ธุรกิจกลุ่มไหนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด?
SCB EIC ระบุว่าระหว่างที่น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ค้าปลีก สินค้าคงทน ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ จะถูกกระทบด้านกำลังซื้อมากที่สุด ขณะที่โรงงานบางส่วนเจอปัญหาวัตถุดิบและการขนส่งล่าช้า ส่วนธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงินสำรองน้อยเสี่ยงฟื้นตัวช้าที่สุด
แหล่งอ้างอิง
- SCB EIC ประเมินน้ำท่วม ก.ย. – ต.ค. 2026 ฉุดเศรษฐกิจไทยราว 0.1 pp. แต่ความเสี่ยงคือการฟื้นตัวของรายได้และสภาพคล่องของแรงงาน ครัวเรือน และ SMEs — SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์
- Flash: SCB EIC ประเมินน้ำท่วม ก.ย. – ต.ค. 2026 (PDF) — SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์
- East Asia and Pacific Sees Steady Growth Amid Global Uncertainty — World Bank
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ