FTA ไทย-EU ใกล้ได้ข้อสรุป หลังเจรจารอบ 10 ที่ภูเก็ต เหลือเปิดตลาด ตั้งเป้าจบในปี 2026
กรมเจรจาการค้าฯ เผยเจรจา FTA ไทย-EU รอบ 10 ที่ภูเก็ต 28 ก.ย.–6 ต.ค. 2026 ได้ข้อสรุปข้อบทเกือบทั้งหมด เหลือเปิดตลาดและประเด็นนโยบาย ตั้งเป้าจบภายในปี 2026
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- การเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 10 จัดที่จังหวัดภูเก็ตระหว่าง 28 กันยายน–6 ตุลาคม 2026 และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศแถลงผลเมื่อ 7 ตุลาคม 2026
- ข้อบท (Text) ได้ข้อสรุปอย่างมีนัยสำคัญ เช่น SPS พลังงานและวัตถุดิบ และกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า เหลือการเปิดตลาดและประเด็นเชิงนโยบาย โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าสรุปผลภายในปี 2026
- ปี 2025 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย การค้ารวม 45,033.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 26,449.08 ล้านดอลลาร์ (+9.27%) และได้ดุลการค้า 7,864.69 ล้านดอลลาร์
- EU และไทยประกาศรื้อฟื้นการเจรจาเมื่อมีนาคม 2023 หลังเริ่มครั้งแรกปี 2013 และหยุดไปในปี 2014 รอบแรกของการเจรจารอบใหม่จัดที่บรัสเซลส์ 18–22 กันยายน 2023
การเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 10 ที่จังหวัดภูเก็ตระหว่าง 28 กันยายนถึง 6 ตุลาคม 2026 ทำให้ข้อบทของความตกลงได้ข้อสรุปอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียงการเปิดตลาดและประเด็นเชิงนโยบาย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศแถลงเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ว่าการเจรจาเข้าสู่ช่วงสุดท้าย และทั้งสองฝ่ายยังตั้งเป้าสรุปผลภายในปี 2026
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่ารัฐบาลทั้งสองฝ่ายให้คำแนะนำทีมเจรจาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้รอบนี้คืบหน้ามากที่สุด และย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่ปิดการเจรจาให้ได้ แต่ต้องได้ความตกลงที่สมดุลและเป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม
FTA ไทย-EU รอบที่ 10 ได้ข้อสรุปอะไรบ้าง
ตามแถลงการณ์ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ความคืบหน้าแบ่งเป็นสองส่วน
| ส่วนของการเจรจา | สถานะหลังรอบที่ 10 |
|---|---|
| ข้อบท (Text) เช่น สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) บทบัญญัติเบื้องต้น พลังงานและวัตถุดิบ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า | ได้ข้อสรุปอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมทุกบท |
| การเปิดตลาดสินค้า บริการและการลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ | คืบหน้าดี หารือบนพื้นฐานการแลกเปลี่ยนข้อเสนอ |
| ประเด็นเชิงนโยบายและสินค้าหรือสาขาที่อ่อนไหว | ยังต้องเจรจาต่อในช่วงสุดท้าย |
นางศุภจีกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายพยายามทำความเข้าใจข้อเรียกร้องในสินค้า สาขาบริการ และการลงทุนที่แต่ละฝ่ายให้ความสำคัญ ควบคู่กับการดูแลสินค้าและสาขาธุรกิจที่อ่อนไหวของแต่ละฝ่าย และเนื่องจาก FTA ไทย-EU เกี่ยวข้องกับกฎหมายของหลายกระทรวง ท่าทีของไทยจึงต้องกำหนดร่วมกันหลายหน่วยงาน โดยพิจารณาความพร้อมและผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ

EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุว่าปี 2025 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ตัวเลขสำคัญมีดังนี้
| รายการ (ปี 2025) | มูลค่า (ล้านดอลลาร์สหรัฐ) | เทียบปี 2024 |
|---|---|---|
| การค้ารวมไทย-EU | 45,033.47 | +3.44% |
| ไทยส่งออกไป EU | 26,449.08 | +9.27% |
| ไทยนำเข้าจาก EU | 18,584.39 | −3.86% |
| ไทยได้ดุลการค้า | 7,864.69 | — |
สินค้าส่งออกหลักของไทยไป EU ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าหลักคือเครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องมือวิทยาศาสตร์การแพทย์

ฝั่ง EU ใช้สถิติของตนเองซึ่งคิดเป็นยูโร คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าการค้าสินค้าระหว่างกันปี 2025 มีมูลค่า 44,300 ล้านยูโร โดย EU นำเข้าจากไทย 29,900 ล้านยูโร และไทยเป็นหนึ่งในปลายทางการลงทุนสำคัญของยุโรปในอาเซียน ด้วยมูลค่าการลงทุนโดยตรงสะสม 24,100 ล้านยูโรในปี 2024
เส้นทาง 13 ปีของ FTA ไทย-EU
FTA ไทย-EU เริ่มเจรจาครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2013 แต่หยุดไปในปี 2014 ตามข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรป ทั้งสองฝ่ายประกาศรื้อฟื้นการเจรจาในเดือนมีนาคม 2023 รอบแรกของการเจรจารอบใหม่จัดที่บรัสเซลส์ 18–22 กันยายน 2023 รอบที่สองที่กรุงเทพฯ 22–26 มกราคม 2024 และหลังจากนั้นสลับกันเป็นเจ้าภาพ จนถึงรอบที่ 10 ที่ภูเก็ต
EU วางเป้าหมายให้ความตกลงนี้ครอบคลุมการเปิดตลาดสินค้า บริการ การลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ขั้นตอน SPS ที่รวดเร็ว การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญารวมถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การลดอุปสรรคการค้าดิจิทัล และการค้าพลังงานและวัตถุดิบ พร้อมบทการค้ากับการพัฒนาที่ยั่งยืน (TSD) ที่บังคับใช้ได้ ครอบคลุมสิทธิแรงงาน สิ่งแวดล้อม และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
EU เป็นตลาดที่ไทยได้ดุลการค้า และสินค้าส่งออกรายการแรกที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุคือคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ การลดภาษีและกติกาถิ่นกำเนิดสินค้าใน FTA ไทย-EU จึงมีผลโดยตรงกับห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ที่ตั้งฐานในไทย อีกด้านหนึ่ง ความตกลงนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องภาษีศุลกากร แต่รวมการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การค้าดิจิทัล และมาตรฐานด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเปลี่ยนกติกาการแข่งขันในประเทศด้วย ช่วงเดียวกันนี้ไทยยังเดินหน้าความตกลงการค้ากับประเทศอื่น เช่น ไทย–UAE สรุปผลเจรจา CEPA
สิ่งที่องค์กรควรทำ
- ผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ ยาง และอัญมณี ควรเริ่มตรวจสัดส่วนวัตถุดิบและแหล่งที่มาของชิ้นส่วน เพื่อเตรียมรับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งเป็นบทที่ได้ข้อสรุปแล้วในรอบนี้
- บริษัทที่ขายให้หน่วยงานรัฐ รวมถึงผู้ให้บริการไอทีและระบบงานภาครัฐ ควรติดตามบทการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ เพราะอาจเปิดให้ผู้เสนอราคาจาก EU เข้าร่วมแข่งขันได้มากขึ้น ขึ้นกับผลการเจรจาเปิดตลาด
- ผู้นำเข้าเครื่องจักร ยา และเคมีภัณฑ์จาก EU ควรประเมินว่าการลดภาษีภายใต้ FTA ไทย-EU จะช่วยลดต้นทุนการลงทุนหรือสินค้าคงคลังได้แค่ไหน เมื่อกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยแพร่ผลการเปิดตลาด
- เตรียมเอกสาร ESG และแรงงาน บท TSD ที่ EU ต้องการให้บังคับใช้ได้ ทำให้ลูกค้ายุโรปน่าจะถามข้อมูลด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ฝ่ายความยั่งยืนควรเตรียมข้อมูลไว้ก่อน
- ติดตามการรับฟังความเห็น การเจรจาช่วงสุดท้ายเกี่ยวกับสินค้าและสาขาที่อ่อนไหว องค์กรที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ดูข่าวการค้าและเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่หมวดเศรษฐกิจ
คำถามที่พบบ่อย
FTA ไทย-EU จะสรุปผลเมื่อไร?
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ว่าไทยและ EU ยังมุ่งเป้าสรุปผลการเจรจา FTA ไทย-EU ให้ได้ภายในปี 2026 หลังการเจรจารอบที่ 10 ที่ภูเก็ตทำให้ข้อบทได้ข้อสรุปอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเรื่องการเปิดตลาดและประเด็นเชิงนโยบายที่ต้องเจรจาต่อ
การเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 10 คืบหน้าอะไรบ้าง?
การเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 10 จัดที่ภูเก็ตระหว่าง 28 กันยายน–6 ตุลาคม 2026 ข้อบทหลายบทได้ข้อสรุปอย่างมีนัยสำคัญ เช่น สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) บทบัญญัติเบื้องต้น พลังงานและวัตถุดิบ และกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ส่วนการเปิดตลาดสินค้า บริการ การลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐมีความคืบหน้าจากการแลกเปลี่ยนข้อเสนอ
EU สำคัญต่อการค้าของไทยแค่ไหน?
ข้อมูลของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุว่าปี 2025 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น การค้ารวม 45,033.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกไป EU 26,449.08 ล้านดอลลาร์ นำเข้า 18,584.39 ล้านดอลลาร์ และได้ดุลการค้า 7,864.69 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขชุดนี้เผยแพร่พร้อมผลการเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 10
FTA ไทย-EU ครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง?
ตามเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการยุโรป FTA ไทย-EU ครอบคลุมการเปิดตลาดสินค้า บริการ การลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ มาตรการ SPS ทรัพย์สินทางปัญญารวมถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การค้าดิจิทัล พลังงานและวัตถุดิบ และบทการค้ากับการพัฒนาที่ยั่งยืนที่บังคับใช้ได้
แหล่งอ้างอิง
- FTA ไทย-EU เข้าใกล้เส้นชัย เร่งเดินหน้าเจรจาเปิดตลาด มุ่งสรุปผลภายในปีนี้ — กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
- EU-Thailand agreement — European Commission
- EU trade relations with Thailand — European Commission
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ