ไทย–UAE สรุปผลเจรจา CEPA สำเร็จ คาดลงนามได้ในไตรมาสแรกปี 2570
ไทยและ UAE สรุปผลการเจรจาความตกลง CEPA ได้เมื่อ 7 ต.ค. 2569 รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศ UAE เข้าพบนายกฯ อนุทิน 8 ต.ค. และคาดว่าจะลงนามได้ในไตรมาสแรกปี 2570
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สรุปผลการเจรจา CEPA ได้เมื่อ 7 ตุลาคม 2569 และคาดว่าจะ ลงนามได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570
- 8 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นำ ดร.ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รมว.การค้าต่างประเทศ UAE เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ทำเนียบรัฐบาล
- ฝั่ง UAE ระบุว่าการค้าที่ไม่ใช่น้ำมันระหว่างสองประเทศปี 2568 (2025) อยู่ที่ 12,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 75%
- สาขาที่ CEPA ให้ความสำคัญตามที่ฝั่ง UAE ระบุมี 6 สาขา รวมถึง การค้าดิจิทัล โลจิสติกส์ ความมั่นคงทางอาหาร และพลังงานหมุนเวียน ขณะที่ UAE ลงนาม CEPA กับคู่ค้ามาแล้ว 38 ฉบับ
ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) ได้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 และวันรุ่งขึ้น ดร.ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศ UAE เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยรัฐบาลไทยคาดว่าจะลงนามความตกลงได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าความตกลงนี้จะเพิ่มช่องทางส่งออกสินค้าและบริการไทยสู่ตลาด UAE และต่อยอดไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ The National รายงานว่าการเจรจาเริ่มขึ้นในปี 2566 (2023)
ไทยและ UAE คุยอะไรกันที่ทำเนียบรัฐบาล 8 ตุลาคม
การพบหารือเกิดขึ้นเวลา 13.30 น. ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้นำรัฐมนตรี UAE เข้าพบเพื่อรายงานความสำเร็จของการเจรจา

ประเด็นที่แต่ละฝ่ายกล่าวไว้ตามที่รัฐบาลไทยเผยแพร่มีดังนี้
- นายกรัฐมนตรี สนับสนุนความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และพร้อมสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนใน UAE มากขึ้น
- รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศ UAE ยืนยันว่า UAE จะเป็นหุ้นส่วนสำคัญของไทยในการเสริมความมั่นคงทางพลังงาน และจะขยายการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต
- ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยพร้อมผลักดัน CEPA ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเชื่อว่าไทยจะเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและเขตการค้าเสรี (FTA) กับประเทศอื่นได้สำเร็จเช่นกัน
CEPA ไทย–UAE ครอบคลุมอะไรในมุมของฝั่ง UAE
The National สื่อของ UAE รายงานการสรุปผลการเจรจาที่กรุงเทพฯ โดยอ้างกระทรวงการค้าต่างประเทศของ UAE ว่าสาขาที่ความตกลงให้ความสำคัญได้แก่ การผลิตขั้นสูง โลจิสติกส์ ความมั่นคงทางอาหาร การค้าดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน และโลหะมีค่า ส่วนสินค้าที่ UAE ส่งมาไทยรวมถึงทองคำ อะลูมิเนียม และสินค้าอุตสาหกรรม
ดร.ธานี ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่มีพลวัตและหลากหลายที่สุดในภูมิภาค และความตกลงนี้จะเปิดช่องทางใหม่ให้บริษัท นักลงทุน และผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ขยายเข้าสู่ตลาดที่เติบโตสูง เขากล่าวด้วยว่าการลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มการเข้าถึงตลาด และกระตุ้นการลงทุน จะช่วยเป้าหมายเศรษฐกิจระยะยาวของ UAE

ขั้นต่อไป ทั้งสองประเทศต้องทำขั้นตอนทางกฎหมายและเทคนิคที่จำเป็นให้เสร็จก่อนลงนามและนำความตกลงไปใช้ แหล่งข่าวทางการที่เราตรวจสอบ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ยังไม่ได้ระบุสัดส่วนการลดภาษีหรือรายการสินค้าภายใต้ CEPA ฉบับนี้
ตัวเลขการค้าไทย–UAE ก่อนมี CEPA
กระทรวงการค้าต่างประเทศของ UAE ระบุว่าการค้าที่ไม่ใช่น้ำมันระหว่างสองประเทศโตเร็วต่อเนื่อง
| ช่วงเวลา | มูลค่าการค้าที่ไม่ใช่น้ำมัน | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|
| ปี 2568 (2025) ทั้งปี | 12,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | เพิ่มขึ้นกว่า 65% จากปีก่อน |
| ครึ่งแรกปี 2569 (2026) | 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | เพิ่มขึ้นกว่า 75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน |

The National ระบุว่าโครงการ CEPA เป็นเสาหลักของวาระการค้าต่างประเทศของ UAE ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มการค้าต่างประเทศที่ไม่ใช่น้ำมันเป็น 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 และ UAE ลงนาม CEPA กับคู่ค้ามาแล้ว 38 ฉบับ
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
CEPA กับ UAE เป็นอีกหนึ่งการเจรจาการค้าที่รัฐบาลไทยเดินหน้าในช่วงเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายกรัฐมนตรีเพิ่งแจ้งคณะรัฐมนตรีว่าได้รับจดหมายจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อยากเห็นการลงนามข้อตกลงภาษีไทย–สหรัฐฯ ในเร็ววัน รัฐบาลไทยระบุว่า CEPA ฉบับนี้เปิดทางให้สินค้าและบริการไทยขยายเข้าสู่ตะวันออกกลาง ขณะที่รัฐมนตรี UAE ระบุว่าจะขยายการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต และตัวเลขของฝั่ง UAE ชี้ว่าการค้าสองฝ่ายโตกว่า 65% ตั้งแต่ก่อนมีความตกลง
ผลต่อองค์กรไทย
- ผู้ส่งออกสินค้า ยังไม่มีอัตราภาษีใหม่ใช้ได้จนกว่าจะลงนามและความตกลงมีผล ควรติดตามตัวบทและตารางลดภาษีเมื่อมีการเผยแพร่ ก่อนวางแผนราคาและกฎถิ่นกำเนิดสินค้า
- บริษัทซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัล การค้าดิจิทัลอยู่ในรายการสาขาที่ UAE ให้ความสำคัญ ควรติดตามว่าตัวบทมีข้อผูกพันเรื่องข้อมูลและบริการข้ามพรมแดนอย่างไร
- ธุรกิจพลังงาน อาหาร และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เป็นสาขาที่นายกรัฐมนตรีหยิบยกขึ้นหารือกับฝั่ง UAE ควรติดตามโครงการความร่วมมือและการลงทุนที่จะตามมาหลังลงนาม
- ผู้บริหารที่วางแผนลงทุนในตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีระบุว่าพร้อมสนับสนุนเอกชนไทยที่จะไปลงทุนใน UAE เพิ่มขึ้น
ติดตามข่าวรัฐบาลและการต่างประเทศได้ที่หมวดการเมือง
คำถามที่พบบ่อย
CEPA ไทย–UAE คืออะไร?
CEPA ไทย–UAE คือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement) ระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสองประเทศสรุปผลการเจรจาได้เมื่อ 7 ตุลาคม 2569 มีเป้าหมายลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มการเข้าถึงตลาด และส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน
CEPA ไทย–UAE จะมีผลบังคับใช้เมื่อไร?
ยังไม่มีผลบังคับใช้ รัฐบาลไทยระบุว่าคาดว่าจะลงนามความตกลง CEPA ได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 และฝั่ง UAE ระบุว่าทั้งสองประเทศต้องทำขั้นตอนทางกฎหมายและเทคนิคให้เสร็จก่อนลงนามและนำไปใช้
การค้าระหว่างไทยกับ UAE มีมูลค่าเท่าไร?
กระทรวงการค้าต่างประเทศของ UAE ระบุว่าการค้าที่ไม่ใช่น้ำมันระหว่างสองประเทศในปี 2568 (2025) อยู่ที่ 12,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 65% และครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
CEPA ไทย–UAE เกี่ยวกับธุรกิจดิจิทัลหรือไม่?
ฝั่ง UAE ระบุว่าการค้าดิจิทัลเป็นหนึ่งในสาขาที่ CEPA ให้ความสำคัญ ร่วมกับการผลิตขั้นสูง โลจิสติกส์ ความมั่นคงทางอาหาร พลังงานหมุนเวียน และโลหะมีค่า แต่ยังไม่มีการเผยแพร่ตัวบทที่บอกว่าข้อผูกพันด้านดิจิทัลมีอะไรบ้าง
แหล่งอ้างอิง
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ