IEA ชี้ไทยจะพึ่งก๊าซนำเข้าทั้งทางท่อและ LNG ราว 60% ภายในปี 2030
IEA เผยแพร่ ASEAN Energy Security Review 5 ต.ค. 2026 ชี้ไทยจะพึ่งก๊าซนำเข้าราว 60% ภายในปี 2030 และรับ LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซราว 40% ของที่อาเซียนนำเข้าทางนั้น
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- IEA เผยแพร่ ASEAN Energy Security Review เมื่อ 5 ตุลาคม 2026 และนำผลไปเสนอที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนที่มะนิลาวันที่ 7 ตุลาคม
- สัดส่วนการพึ่งก๊าซนำเข้าของไทยคาดว่าจะสูงถึงราว 60% ภายในปี 2030 เทียบกับเวียดนามราว 40% และฟิลิปปินส์ราว 80%
- ปี 2025 LNG ราว 20% ที่อาเซียนนำเข้า (7.7 พันล้านลูกบาศก์เมตร) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยไทยรับราว 40% ของปริมาณนี้ และ 8 เดือนแรกของปี 2026 LNG ผ่านช่องแคบลดลงราว 65%
- ความต้องการไฟฟ้าในอาเซียนคาดว่าจะโตเฉลี่ยราว 5.4% ต่อปี ระหว่างปี 2026–2030 จากการใช้เครื่องปรับอากาศ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรม
- IEA แนะให้กระจายแหล่งและเส้นทางนำเข้า ใช้ทรัพยากรในประเทศ และเร่งการใช้ไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงคู่กับประสิทธิภาพพลังงาน รวมถึงตั้งกลไกฉุกเฉินด้านก๊าซร่วมกันภายใต้ APSA
ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยแพร่รายงาน ASEAN Energy Security Review เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 ระบุว่าไทยจะพึ่งก๊าซนำเข้าราว 60% ภายในปี 2030 และเป็นประเทศที่รับ LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากเป็นอันดับสองของอาเซียน IEA นำผลรายงานไปเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนที่มะนิลาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
รายงานความยาว 131 หน้านี้จัดทำร่วมกับศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE) สำนักเลขาธิการอาเซียน และประเทศสมาชิก หน่วยงานไทยที่ร่วมให้ข้อมูลได้แก่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และ ปตท.

ความต้องการพลังงานโตเร็ว ขณะที่การผลิตในภูมิภาคลดลง
IEA ระบุว่าความต้องการพลังงานต่อคนในอาเซียนเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ในสิบปี ขณะที่การผลิตน้ำมันดิบในภูมิภาคลดลง 40% จากจุดสูงสุดในทศวรรษ 1990 และการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 30% นับจากปี 2015 ช่วงปี 2026–2030 ความต้องการไฟฟ้าคาดว่าจะโตเฉลี่ยราว 5.4% ต่อปี จากเครื่องปรับอากาศ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรม ความต้องการถ่านหินจะโตราว 4.4% ต่อปี เร็วที่สุดในโลก การใช้ก๊าซจะเพิ่มกว่า 3% ต่อปี และการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิจะเพิ่มราว 5% ระหว่างปี 2025–2031
Fatih Birol ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวว่าความมั่นคงทางพลังงานต้องอยู่ในทุกการตัดสินใจของระบบ ตั้งแต่คลังสำรองน้ำมัน โครงสร้างพื้นฐานก๊าซ จนถึงโครงข่ายไฟฟ้า และการทำงานร่วมกันจะช่วยให้ประเทศอาเซียนใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ดีขึ้นเมื่อเกิดวิกฤต
ไทยเป็นผู้นำเข้า LNG สุทธิรายใหญ่ที่สุดของอาเซียน
ในภาพรวมอาเซียนยังส่งออกก๊าซสุทธิราว 30 พันล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2025 แต่ตัวเลขนี้มาจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา และบรูไน ส่วนไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และเวียดนามเป็นผู้นำเข้าสุทธิ และจะเป็นต่อไปจนถึงปี 2030 ในกราฟของ IEA ไทยมีการนำเข้าสุทธิสูงที่สุดในภูมิภาค ทั้งก๊าซทางท่อและ LNG
ไทยใช้ก๊าซเกือบ 25% ของการใช้ก๊าซทั้งภูมิภาค และก๊าซเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ามากกว่า 60% ของไทย IEA คาดว่าสัดส่วนการพึ่งก๊าซนำเข้าของไทยจะสูงถึงราว 60% ภายในปี 2030 เทียบกับเวียดนามราว 40% ฟิลิปปินส์ราว 80% และสิงคโปร์ที่พึ่งการนำเข้าทั้งหมด

ช่องแคบฮอร์มุซและแหล่ง LNG ที่กระจุกตัว
ปี 2025 อาเซียนนำเข้า LNG รวม 39 พันล้านลูกบาศก์เมตร โดย 27 พันล้านมาจากนอกภูมิภาค ออสเตรเลียและกาตาร์เป็นผู้ส่งรายใหญ่ที่สุด รวมกันราว 65% ของ LNG ที่มาจากนอกภูมิภาค LNG ราว 20% ที่อาเซียนนำเข้า หรือ 7.7 พันล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยสิงคโปร์รับราว 55% และไทยรับราว 40% ของปริมาณนี้

IEA ระบุว่าวิกฤตตะวันออกกลางที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ทำให้ LNG ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 ลดลงราว 65% จากปีก่อน โดยแทบไม่มีการส่งออก LNG จากกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในเดือนเมษายน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าประเทศที่พึ่ง LNG นำเข้าต้องเตรียมรับแรงกระแทกจากตลาดโลกและเส้นทางเดินเรือ
ข้อเสนอของ IEA
IEA เสนอสามแนวทางหลัก ได้แก่ กระจายแหล่งและเส้นทางนำเข้าพลังงาน ใช้ทรัพยากรในประเทศที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และเร่งการใช้ไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ในด้านความร่วมมือ IEA เสนอให้ทำให้ความตกลงความมั่นคงด้านปิโตรเลียมของอาเซียน (APSA) ใช้งานได้จริง ตั้งกลไกฉุกเฉินด้านก๊าซร่วมกัน ซ้อมรับมือวิกฤตเป็นประจำ และใช้โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) แบ่งปันกำลังผลิตสำรองข้ามประเทศ
ในวันเดียวกัน IEA และศูนย์พลังงานอาเซียนเผยแพร่บทสรุปเชิงนโยบายร่วมเรื่องการส่งเสริมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งช่วยให้ระบบไฟฟ้ายืดหยุ่นขึ้นและรับพลังงานหมุนเวียนได้มากขึ้น
ผลต่อองค์กรไทย
- โรงงานและดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟมาก เมื่อก๊าซผลิตไฟฟ้ามากกว่า 60% ของไทยและการพึ่งก๊าซนำเข้าจะสูงขึ้น ค่าไฟจะผูกกับราคา LNG โลกมากขึ้น ควรประเมินสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว โซลาร์รูฟท็อป และระบบกักเก็บพลังงาน
- ฝ่ายวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปี 2026 เป็นตัวอย่างว่าพลังงานขาดแคลนเกิดจากเหตุไกลบ้านได้ ควรรวมราคาพลังงานและไฟฟ้าดับไว้ในแผนรับมือความเสี่ยง
- ผู้ลงทุนด้านพลังงานสะอาดและแบตเตอรี่ ข้อเสนอของ IEA เรื่องการใช้ไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิง ประสิทธิภาพพลังงาน และ BESS ชี้ทิศทางนโยบายที่ภาครัฐอาเซียนอาจผลักดันต่อ ดูข่าวพลังงานเพิ่มเติมได้ที่หมวดพลังงานและโซลาร์เซลล์
คำถามที่พบบ่อย
ASEAN Energy Security Review ของ IEA คืออะไร?
เป็นรายงานของทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่ทำร่วมกับศูนย์พลังงานอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน และประเทศสมาชิก ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำมัน ก๊าซ LNG ถ่านหิน ไฟฟ้า และแร่สำคัญของอาเซียน เผยแพร่เมื่อ 5 ตุลาคม 2026 พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบาย
ไทยพึ่งก๊าซ LNG นำเข้ามากแค่ไหน?
IEA ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งในสี่ประเทศอาเซียนที่นำเข้าก๊าซสุทธิในปี 2025 และคาดว่าสัดส่วนการพึ่งก๊าซนำเข้าของไทยจะสูงถึงราว 60% ภายในปี 2030 ก๊าซยังเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ามากกว่า 60% ของไทย ทำให้ราคา LNG โลกกระทบค่าไฟโดยตรง
ช่องแคบฮอร์มุซเกี่ยวกับไทยอย่างไร?
ปี 2025 LNG ราว 20% ที่อาเซียนนำเข้า หรือ 7.7 พันล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยสิงคโปร์รับราว 55% และไทยรับราว 40% ของปริมาณนี้ IEA ระบุว่าช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 LNG ที่ผ่านช่องแคบลดลงราว 65% จากวิกฤตตะวันออกกลาง
IEA แนะนำให้อาเซียนรับมืออย่างไร?
IEA แนะสามแนวทางหลัก คือกระจายแหล่งและเส้นทางนำเข้าพลังงาน ใช้ทรัพยากรในประเทศที่คุ้มค่า และเร่งการใช้ไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงคู่กับประสิทธิภาพพลังงาน พร้อมเสนอให้ตั้งกลไกฉุกเฉินด้านก๊าซและ LNG ร่วมกันภายใต้ความตกลง APSA และซ้อมรับมือวิกฤตเป็นประจำ
แหล่งอ้างอิง
- Electrification and diversification can help address Southeast Asia’s growing energy security challenges — International Energy Agency
- ASEAN Energy Security Review: Strengthening energy systems for a growing region — International Energy Agency
- Accelerating Battery Energy Storage System for VRE Integration (IEA–ACE joint policy brief) — ASEAN Centre for Energy
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ