ข้ามไปยังเนื้อหา
Energy

Wood Mackenzie ชี้แบตเตอรี่ 4 ชั่วโมงถูกกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซแบบ peaking ครบทั้ง 43 ตลาด

รายงาน LCOE ของ Wood Mackenzie 8 ต.ค. 2026 พบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน 4 ชั่วโมงถูกกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซ OCGT ครบ 43 ตลาด ขณะที่โซลาร์ถูกที่สุดใน 43 จาก 48 ตลาด

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
หน้าประกาศของ Wood Mackenzie วันที่ 8 ตุลาคม 2026 หัวข้อแบตเตอรี่ 4 ชั่วโมงมีต้นทุนต่ำกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซแบบ peaking ทั่วโลก
ภาพ: Wood Mackenzie (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Wood Mackenzie เผยแพร่รายงานต้นทุนไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดอายุ (LCOE) เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 พบแบตเตอรี่ 4 ชั่วโมงถูกกว่าโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซแบบวงจรเปิด (OCGT) ในทั้ง 43 ตลาด ที่ประเมินสองเทคโนโลยี
  • โซลาร์แบบ single-axis tracker เป็นโรงไฟฟ้าสร้างใหม่ที่ต้นทุนต่ำที่สุดใน 43 จาก 48 ตลาด ส่วนอีก 5 ตลาดเป็นพลังงานลมบนบก
  • ต้นทุนแบตเตอรี่ของจีนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียแปซิฟิกส่วนที่เหลือ (134 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh) มากกว่า 55% และคาดว่าค่าเฉลี่ยนี้จะลดลงเหลือ 92 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh ภายในปี 2036
  • Wood Mackenzie ระบุว่าการขาดแคลนกังหันก๊าซและความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงดันต้นทุนโรงไฟฟ้า peaking ขึ้น ขณะที่การผลิตแบตเตอรี่ที่ขยายตัวกดต้นทุนแบตเตอรี่ลง

Wood Mackenzie บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านพลังงาน เผยแพร่รายงานต้นทุนไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดอายุโครงการ (Levelized Cost of Electricity หรือ LCOE) ฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 พบว่าระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน 4 ชั่วโมงมีต้นทุนต่ำกว่าโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซแบบวงจรเปิด (OCGT) ในทั้ง 43 ตลาดที่ประเมินสองเทคโนโลยีนี้

รายงานครอบคลุมยุโรป อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลางกับแอฟริกา ข้อสรุปหลักคือการผลิตไฟฟ้าช่วงความต้องการสูงสุด (peaking) ซึ่งเคยเป็นงานของโรงไฟฟ้าก๊าซ กำลังเปลี่ยนมือไปสู่แบตเตอรี่ด้วยเหตุผลด้านต้นทุนล้วน ๆ

Wood Mackenzie พบอะไรในรายงาน LCOE ปี 2026

LCOE คือต้นทุนรวมตลอดอายุโรงไฟฟ้าหารด้วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ ใช้เทียบเทคโนโลยีที่ต่างกันบนฐานเดียวกัน ตัวเลขสำคัญจากรายงานมีดังนี้

ประเด็น ผลการศึกษา
แบตเตอรี่ 4 ชั่วโมง เทียบ OCGT แบตเตอรี่ถูกกว่าใน 43 จาก 43 ตลาดที่ประเมินทั้งสองเทคโนโลยี
โรงไฟฟ้าสร้างใหม่ที่ถูกที่สุด โซลาร์ single-axis tracker ใน 43 จาก 48 ตลาด ลมบนบกในอีก 5 ตลาด
แบตเตอรี่ในตะวันออกกลางและแอฟริกา 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh ในปี 2026 คาดว่าลดลง 33% เหลือ 80 ดอลลาร์ภายในปี 2035
แบตเตอรี่ในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) ค่าเฉลี่ย 134 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh คาดว่าเหลือ 92 ดอลลาร์ภายในปี 2036
โซลาร์ในซาอุดีอาระเบียและ UAE คาดว่าต่ำกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh ภายในปี 2033
ภาพสรุปรายงาน LCOE ของ Wood Mackenzie: แบตเตอรี่ 4 ชั่วโมงถูกกว่า OCGT ใน 43 จาก 43 ตลาด โซลาร์ single-axis tracker ถูกที่สุดใน 43 จาก 48 ตลาด ต้นทุนแบตเตอรี่ของจีนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียแปซิฟิกมากกว่า 55% และราคาเซลล์แบตเตอรี่ในยุโรปดีดกลับราว 10%
ตัวเลขหลักจากรายงาน LCOE ของ Wood Mackenzie ที่เผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Wood Mackenzie)

"การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐศาสตร์ครั้งนี้ชัดเจนและกำลังขยายตัว" Ahmed Jameel Abdullah นักวิเคราะห์หลักของ Wood Mackenzie กล่าว โดยอธิบายว่าการขาดแคลนกังหันก๊าซและความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงดันต้นทุนโรงไฟฟ้า peaking ขึ้น ขณะที่การผลิตแบตเตอรี่ที่ขยายตัวกดต้นทุนแบตเตอรี่ลงต่อเนื่อง

เอเชียแปซิฟิก: จีนเป็นตัวกำหนดราคาแบตเตอรี่

ในเอเชียแปซิฟิก โซลาร์ขนาดใหญ่ยังเป็นแหล่งไฟฟ้าที่แข่งขันได้ดีที่สุด แต่ต้นทุนต่างกันมาก ปี 2026 ต้นทุนโซลาร์ในตลาดที่แพงที่สุดสูงกว่าตลาดที่ถูกที่สุดเกิน 200% และช่องว่างนี้คาดว่าจะกว้างขึ้นเป็น 250% ภายในปี 2030 ส่วนพลังงานลมบนบกเริ่มแข่งขันได้ และ Wood Mackenzie คาดว่ากังหันลมจากผู้ผลิตจีนที่ขยายตลาดและกังหันรุ่นกำลังผลิตสูงขึ้น จะทำให้ช่องว่างต้นทุนกับถ่านหินในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แคบลงมาก

ด้านแบตเตอรี่ระดับโครงข่าย จีนมีต้นทุนต่ำที่สุดในโลก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียแปซิฟิกส่วนที่เหลือมากกว่า 55% เพราะห่วงโซ่อุปทานในประเทศครบวงจรและผลิตในปริมาณมาก Wood Mackenzie คาดว่าสินค้าจากจีนจะดึงค่าเฉลี่ยของภูมิภาคลง แต่ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์จะยังแพงกว่าจากภาษีนำเข้า ค่าติดตั้งที่สูง และนโยบายส่งเสริมการผลิตในประเทศ

ข้อความส่วนเอเชียแปซิฟิกในประกาศของ Wood Mackenzie เรื่องต้นทุนโซลาร์ ลม และแบตเตอรี่ระดับโครงข่าย
ส่วนเอเชียแปซิฟิกในประกาศของ Wood Mackenzie ระบุต้นทุนแบตเตอรี่ของจีนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคมากกว่า 55% ภาพ: Wood Mackenzie (ภาพหน้าจอ)

ต้นทุนแบตเตอรี่ไม่ได้ลดลงทุกปี

รายงานไม่ได้บอกว่าแบตเตอรี่ถูกลงเป็นเส้นตรง ในยุโรป ราคาแบตเตอรี่แบบติดตั้งพร้อมใช้ (turnkey) เพิ่มขึ้นราว 2% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เพราะราคาเซลล์แบตเตอรี่ดีดกลับราว 10% จากจุดต่ำสุดปี 2025 ตามความต้องการที่แข็งแรงขึ้นและราคาลิเทียมที่สูงขึ้น Wood Mackenzie คาดว่าเงินลงทุนจะลดลง 12% ภายในปี 2031 ก่อนชะลอลง เมื่อราคาลิเทียมอาจเพิ่มขึ้นราวเท่าตัวในปี 2029 หลังภาวะล้นตลาดหมดไป

กราฟแท่ง LCOE ปัจจุบันเทียบค่าคาดการณ์ของ Wood Mackenzie: แบตเตอรี่ 4 ชั่วโมงในเอเชียแปซิฟิกไม่รวมจีน 134 เป็น 92 ดอลลาร์ต่อ MWh ภายในปี 2036 ตะวันออกกลางและแอฟริกา 120 เป็น 80 ภายในปี 2035 ลมบนบกละตินอเมริกา 73 เป็น 58 ภายในปี 2030 และโซลาร์ตะวันออกกลางและแอฟริกา 37 เป็น 24 ภายในปี 2035
LCOE ปัจจุบันเทียบค่าคาดการณ์ของ Wood Mackenzie สำหรับแบตเตอรี่ ลม และโซลาร์ ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Wood Mackenzie)

ในอเมริกาเหนือ รายงานระบุว่าการลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซกำลังเข้าสู่ช่วงขาดแคลนอุปทานไปจนถึงปลายทศวรรษ 2030 จากความต้องการไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้ต้นทุนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนยังสูง

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ระบบไฟฟ้าทั่วโลกเคยพึ่งโรงไฟฟ้าก๊าซเพื่อรับช่วงพีคและรักษาเสถียรภาพเมื่อมีโซลาร์และลมมากขึ้น ผลการศึกษาของ Wood Mackenzie ชี้ว่าเหตุผลด้านต้นทุนของการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซ peaking ใหม่กำลังหายไป Abdullah ระบุว่าแบตเตอรี่ที่ถูกลงรวมกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนคุณภาพสูงกำลังปิดทางเศรษฐศาสตร์ของโรงไฟฟ้าก๊าซ peaking ใหม่ ตั้งแต่ละตินอเมริกาถึงเอเชียแปซิฟิก

สำหรับไทย ประเด็นนี้เกี่ยวกับความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงโดยตรง IEA ประเมินใน ASEAN Energy Security Review ว่าไทยจะพึ่งก๊าซนำเข้าทั้งทางท่อและ LNG ราว 60% ภายในปี 2030 ซึ่งเรารายงานไว้ในข่าว IEA ชี้ไทยจะพึ่งก๊าซนำเข้า ทุกเมกะวัตต์ของช่วงพีคที่แบตเตอรี่รับแทนได้ จึงลดความเสี่ยงจากราคา LNG ที่ผันผวน

ผลต่อองค์กรไทย

  • ทบทวนการเลือกระบบไฟฟ้าสำรอง อาคาร โรงงาน และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้เครื่องปั่นไฟดีเซลรับช่วงพีคหรือไฟดับ ควรให้ผู้ออกแบบเทียบต้นทุนตลอดอายุของแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) กับเครื่องปั่นไฟ รวมค่าเชื้อเพลิงที่ผันผวน ไม่ดูแค่ราคาซื้อ
  • จับคู่โซลาร์รูฟท็อปกับแบตเตอรี่ ผลการศึกษาชี้ว่าโซลาร์เป็นแหล่งไฟถูกที่สุดเกือบทุกตลาด องค์กรที่ติดโซลาร์แล้วควรประเมินว่าแบตเตอรี่ช่วยเลื่อนไฟจากกลางวันไปใช้ช่วงค่าไฟแพงหรือช่วงพีคขององค์กรได้คุ้มเพียงใด
  • อย่าคาดว่าราคาแบตเตอรี่จะลดทุกปี ราคาเซลล์ที่ดีดกลับในยุโรปและราคาลิเทียมที่อาจขึ้นในปี 2029 หมายความว่าช่วงเวลาสั่งซื้อมีผลต่อต้นทุน ฝ่ายจัดซื้อควรกำหนดราคาในสัญญาให้ชัด และดูเงื่อนไขรับประกันความจุของแบตเตอรี่
  • ดูแหล่งผลิตและภาษีนำเข้า Wood Mackenzie ระบุว่าตลาดที่มีภาษีนำเข้าหรือค่าติดตั้งสูงจะจ่ายแพงกว่า องค์กรควรเทียบราคาจากหลายผู้ผลิตและขอเอกสารมาตรฐานความปลอดภัยของระบบ ดูข่าวพลังงานเพิ่มเติมได้ที่หมวดพลังงานและโซลาร์เซลล์

คำถามที่พบบ่อย

รายงานของ Wood Mackenzie บอกอะไรเรื่องแบตเตอรี่กับโรงไฟฟ้าก๊าซ?

รายงาน LCOE ที่ Wood Mackenzie เผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ระบุว่าระบบแบตเตอรี่ 4 ชั่วโมงมีต้นทุนต่ำกว่าโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซแบบวงจรเปิด (OCGT) ในทั้ง 43 ตลาดที่ประเมินทั้งสองเทคโนโลยี โดยมีสาเหตุจากการขาดแคลนกังหันก๊าซ ราคาเชื้อเพลิงผันผวน และการผลิตแบตเตอรี่ที่ขยายตัว

โรงไฟฟ้า peaking คืออะไร?

โรงไฟฟ้า peaking คือโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเฉพาะช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุด มักเป็นกังหันก๊าซแบบวงจรเปิด (OCGT) ที่เริ่มเดินเครื่องได้เร็ว แต่ต้นทุนต่อหน่วยสูงเพราะเดินเครื่องไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน งานแบบนี้จึงเป็นงานที่แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานเข้ามาแข่งได้โดยตรง และเป็นคู่เทียบในรายงานของ Wood Mackenzie

ต้นทุนแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานในเอเชียแปซิฟิกเป็นอย่างไร?

Wood Mackenzie ระบุว่าจีนมีต้นทุนแบตเตอรี่ระดับโครงข่ายต่ำที่สุดในโลก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียแปซิฟิกส่วนที่เหลือซึ่งอยู่ที่ 134 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh มากกว่า 55% และคาดว่าสินค้าจากจีนจะดึงค่าเฉลี่ยนี้ลงเหลือ 92 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh ภายในปี 2036

ผลการศึกษาของ Wood Mackenzie เกี่ยวกับองค์กรไทยอย่างไร?

องค์กรไทยที่วางแผนโซลาร์รูฟท็อปหรือระบบไฟฟ้าสำรองควรนำแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานมาเทียบต้นทุนกับเครื่องปั่นไฟและการซื้อไฟช่วงพีค เพราะผลการศึกษาชี้ว่าต้นทุนแบตเตอรี่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ไทยพึ่งก๊าซนำเข้ามากขึ้นและราคาเชื้อเพลิงผันผวน

แหล่งอ้างอิง

  1. Four-hour battery storage now beats gas peaking on cost globally — Wood Mackenzie
  2. ASEAN Energy Security Review — International Energy Agency (IEA)
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ