กรมสรรพากรเนเธอร์แลนด์เลิกแผนย้ายไป Microsoft 365 หันใช้เซิร์ฟเวอร์ของตัวเองและโอเพนซอร์ส
รัฐบาลเนเธอร์แลนด์แจ้งสภาว่ากรมสรรพากรจะไม่ย้ายระบบสำนักงานไป Microsoft 365 แต่จะใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ตนควบคุมร่วมกับโอเพนซอร์ส เริ่มจากอีเมลในปี 2027
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- หนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎรเนเธอร์แลนด์ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2026 ระบุว่า Belastingdienst, ศุลกากร และหน่วยงานสวัสดิการ Toeslagen เลือกระบบ on-premises ร่วมกับโอเพนซอร์ส แทน Microsoft 365
- ระบบ อีเมลและปฏิทิน จะย้ายขึ้นเซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงานเองใน ปี 2027 ส่วนพื้นที่เก็บไฟล์และเครื่องมือทำงานร่วมกันจะใช้โอเพนซอร์สจากยุโรปช่วง 2027–2028
- เดือน ตุลาคม 2025 หน่วยงานเคยเลือก Microsoft 365 เพราะมองว่าเป็นทางเดียวที่ทำได้จริง ก่อนพักโครงการเมื่อ 9 กรกฎาคม 2026 หลังคณะที่ปรึกษาด้านไอทีของรัฐ (AcICT) ชี้ว่าแนวทางเดิมไม่ได้ผล
- ทางเลือกใหม่เป็นไปได้เพราะ Belastingdienst เพิ่มความจุดาต้าเซ็นเตอร์ ได้สำเร็จ และจะใช้ไลเซนส์ที่มีอยู่ให้มากที่สุดเพื่อลดการลงทุนเพิ่ม
รัฐบาลเนเธอร์แลนด์แจ้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 ว่ากรมสรรพากร (Belastingdienst) ศุลกากร และหน่วยงานสวัสดิการ Toeslagen จะไม่ย้ายระบบงานสำนักงานไป Microsoft 365 ตามแผนเดิม แต่เลือกระบบ on-premises ที่รันบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองร่วมกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส โดยเริ่มจากอีเมลและปฏิทินในปี 2027
หนังสือฉบับนี้ลงนามโดย E. Eerenberg รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ส่งถึงคณะกรรมาธิการการคลังของสภา ในหัวข้อความพร้อมรับอนาคตของ Belastingdienst (Toekomstbestendigheid Belastingdienst) ก่อนการประชุมกรรมาธิการวันที่ 7 ตุลาคม
แผนใหม่แทน Microsoft 365
หนังสือระบุว่าหลังทบทวนการตัดสินใจเมื่อปี 2025 ที่จะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานทั้งหมดไปใช้ Microsoft 365 (M365) ทั้งสามหน่วยงานเลือก "ระบบ on-premises ร่วมกับโอเพนซอร์ส" ซึ่งหมายถึงซอฟต์แวร์ที่รันบนเซิร์ฟเวอร์ของ Belastingdienst เองหรือเซิร์ฟเวอร์ที่ Belastingdienst ควบคุม รัฐบาลให้เหตุผลว่าทางเลือกนี้ทำได้ในตอนนี้ ส่วนหนึ่งเพราะ Belastingdienst เพิ่มความจุดาต้าเซ็นเตอร์ได้สำเร็จ
ลำดับงานที่วางไว้มีดังนี้
| ช่วงเวลา | งาน |
|---|---|
| ปี 2027 | สร้างระบบอีเมลและปฏิทินแบบ on-premises |
| ปลายปี 2027 – 2028 | ใช้โซลูชันโอเพนซอร์สจากยุโรปสำหรับพื้นที่เก็บไฟล์ส่วนตัวและการทำงานร่วมกัน |
| หนังสือสถานะฉบับถัดไป | รายงานทางแก้เรื่องระบบจัดการเอกสารและจดหมายเหตุ |
Belastingdienst จะพยายามใช้ไลเซนส์ที่มีอยู่แล้วให้มากที่สุดเพื่อลดการลงทุนเพิ่ม และนำคำแนะนำของคณะที่ปรึกษาด้านการตรวจสอบโครงการไอทีของรัฐ (Adviescollege ICT-Toetsing หรือ AcICT) มาใช้ในการออกแบบโครงการ ซึ่งแนะนำว่าไม่ควรตั้งต้นจากโซลูชันเดียวของผู้ขายรายเดียว แต่ควรหาทางเลือกแยกตามฟังก์ชัน

จากเลือก Microsoft 365 สู่การพักโครงการ
เรื่องนี้กลับลำภายในหนึ่งปี หนังสือของรัฐบาลลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ระบุว่าในเดือนตุลาคม 2025 รัฐมนตรีคนก่อนแจ้งสภาว่าจะย้ายระบบงานสำนักงานไป Microsoft 365 เพราะในสถานการณ์ตอนนั้นเป็นทางเดียวที่ทำได้จริง
ต่อมาในหนังสือเรื่อง digital autonomy ของ Belastingdienst ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2026 รัฐบาลแจ้งว่าจะทบทวนการตัดสินใจนั้น หนังสือเดือนกรกฎาคมอธิบายเหตุผลว่าภายในหนึ่งปี ความจุดาต้าเซ็นเตอร์และสินค้าในตลาดอาจเปลี่ยนไป ทางเลือกที่เคยคิดว่าทำไม่ได้อาจทำได้แล้ว และย้ำว่าเป้าหมายระยะยาวคือระบบที่พึ่งตนเองและมีอธิปไตยทางดิจิทัลมากขึ้น

วันที่ 9 กรกฎาคม 2026 รัฐบาลจึงพักโครงการ Microsoft 365 ของทั้งสามหน่วยงานไว้ก่อน พร้อมส่งคำแนะนำฉบับสุดท้ายของ AcICT ที่ได้รับเมื่อ 29 มิถุนายนให้สภา ข้อสรุปหลักของ AcICT คือแนวทางเดิมจะไม่ได้สภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม และโครงการไม่สามารถนำไปสู่ระบบที่ปลอดภัยและใช้ได้ระยะยาว จึงแนะนำให้เปลี่ยนวิธีพัฒนาอย่างสิ้นเชิง
หนังสือฉบับเดียวกันยังแนบผลตรวจของหน่วยตรวจสอบภายในของรัฐ (Auditdienst Rijk หรือ ADR) เรื่องระบบสำรองข้อมูลที่ออกแบบไว้สำหรับกรณีใช้คลาวด์ ซึ่งรัฐบาลเรียกว่าเป็นส่วนสำคัญของแผนออก (exit strategy) หากต้องย้ายออกจากคลาวด์อย่างกะทันหัน
สิ่งที่ต้องแลกและเรื่องอื่นในหนังสือ
รัฐบาลยอมรับว่าการทบทวนครั้งนี้ทำให้กำหนดเวลาเปลี่ยนระบบเลื่อนออกไป และเครื่องมือบางส่วนสำหรับจัดระเบียบเอกสารและข้อมูลที่อยู่ในแพ็กเกจ Microsoft 365 ไม่มีให้ใช้แบบ on-premises Belastingdienst กำลังประเมินว่าต้องทำอะไรเพื่อแก้ปัญหานี้
หนังสือยังกล่าวถึงความสนใจเรื่อง digital autonomy ที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในโครงการอื่นด้วย ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ที่ Belastingdienst รับโฮสติ้งจากผู้ขายมาดูแลเอง ทำให้ระบบคืนภาษี VAT-refund เลื่อนไปเปิดเดือนเมษายน 2027 และระบบ VAT ในประเทศเลื่อนจาก 1 กรกฎาคม 2027 ไปเป็นไตรมาส 3 ปี 2027

ภาระงานไอทีของหน่วยงานก็เป็นข้อจำกัดสำคัญ หนังสือระบุว่าขณะนี้กำลังพัฒนาระบบประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์ใช้กับการปรับปรุงระบบเก่าที่จำเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ใช้กับกฎหมายและภาระผูกพันภายนอก และเหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์สำหรับงานพัฒนาเชิงกลยุทธ์ เป้าหมายคือลดงานปรับปรุงระบบเก่าเหลือไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มงานเชิงกลยุทธ์เป็นอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
Belastingdienst เป็นหน่วยงานรัฐขนาดใหญ่ที่เคยสรุปว่า Microsoft 365 เป็นทางเดียวที่ทำได้ แต่เปลี่ยนใจภายในหนึ่งปีหลังมีเรื่อง digital autonomy คำแนะนำของ AcICT และความจุดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้นเข้ามาประกอบ กรณีนี้แสดงว่าการตัดสินใจเรื่องชุดซอฟต์แวร์สำนักงานไม่ได้ขึ้นกับฟีเจอร์และราคาอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าใครควบคุมข้อมูลและระบบ และองค์กรจะออกจากผู้ขายได้หรือไม่ถ้าจำเป็น
ขณะเดียวกันหนังสือก็แสดงต้นทุนของการกลับลำอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเวลาที่เสียไปและฟีเจอร์จัดการเอกสารที่หายไป การกลับมาดูแลระบบเองจึงไม่ใช่ทางที่ไม่มีค่าใช้จ่าย
สิ่งที่องค์กรควรทำ
- ประเมินแยกเป็นรายฟังก์ชัน อีเมล ปฏิทิน พื้นที่เก็บไฟล์ และเครื่องมือทำงานร่วมกันมีความเสี่ยงและทางเลือกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องย้ายทั้งชุดไปผู้ขายรายเดียว
- เขียนแผนออกตั้งแต่วันแรก รวมถึงระบบสำรองข้อมูลที่ไม่พึ่งคลาวด์เดียว แบบเดียวกับที่ ADR ตรวจให้ Belastingdienst
- ถ้าจะดูแลอีเมลเอง ต้องเตรียมทีมและมาตรฐานความปลอดภัยให้พร้อม เช่นการตั้ง SPF, DKIM และ DMARC และการแพตช์เซิร์ฟเวอร์อย่างสม่ำเสมอ
- ตรวจว่าฟีเจอร์ใดผูกกับแพ็กเกจ เช่นการจัดการเอกสาร การเก็บรักษาข้อมูล และการค้นหาเพื่อการตรวจสอบ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแพลตฟอร์ม
ติดตามข่าวแอปพลิเคชันองค์กรอื่นได้ที่หมวดแอปพลิเคชันองค์กร
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมกรมสรรพากรเนเธอร์แลนด์จึงไม่ย้ายไป Microsoft 365?
รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ระบุว่าหลังทบทวนการเลือก Microsoft 365 ในปี 2025 ใหม่ Belastingdienst เลือกระบบ on-premises ร่วมกับโอเพนซอร์สแทน เพราะเพิ่มความจุดาต้าเซ็นเตอร์ได้แล้ว และสอดคล้องกับคำแนะนำของ AcICT ที่ให้หาทางเลือกแยกตามฟังก์ชัน ไม่พึ่งผู้ขายรายเดียว ท่ามกลางความสนใจเรื่อง digital autonomy
Belastingdienst จะใช้อะไรแทน Microsoft 365?
ปี 2027 Belastingdienst จะย้ายอีเมลและปฏิทินขึ้นเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองหรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตนควบคุม จากนั้นช่วงปี 2027–2028 จะใช้โซลูชันโอเพนซอร์สจากยุโรปสำหรับพื้นที่เก็บไฟล์ส่วนตัวและการทำงานร่วมกัน หนังสือไม่ได้ระบุชื่อซอฟต์แวร์ที่จะใช้
การเลิกใช้ Microsoft 365 มีผลเสียอะไรบ้าง?
หนังสือของรัฐบาลยอมรับว่าการทบทวนการเลือก Microsoft 365 ทำให้กำหนดเวลาเปลี่ยนระบบเลื่อนออกไป และเครื่องมือจัดการเอกสารและจดหมายเหตุบางส่วนที่อยู่ในแพ็กเกจ Microsoft 365 ไม่มีแบบ on-premises Belastingdienst กำลังหาทางแก้และจะรายงานสภาในหนังสือสถานะฉบับถัดไป
องค์กรไทยควรเรียนรู้อะไรจากกรณีนี้?
บทเรียนสำคัญคืออย่าผูกทุกฟังก์ชันไว้กับผู้ขายรายเดียว ควรมีแผนออก (exit strategy) และระบบสำรองข้อมูลที่ไม่พึ่งคลาวด์เดียว และประเมินแยกเป็นรายฟังก์ชัน เช่น อีเมล ไฟล์ และงานร่วมกัน ก่อนตัดสินใจย้ายทั้งองค์กร
แหล่งอ้างอิง
- Toekomstbestendigheid Belastingdienst (Brief regering, 5 oktober 2026) — Tweede Kamer der Staten-Generaal
- Bestuurlijke reactie op AcICT-advies over het programma Modernisering kantoorautomatisering uitrol M365 binnen de Belastingdienst — Tweede Kamer der Staten-Generaal
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ