ข้ามไปยังเนื้อหา
Finance & Banking

ธปท.–HKMA ทดสอบซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดนแบบ Tokenisation ชำระราคาเสร็จในราว 40 วินาที

ธปท. HKMA และ HKEX เผยผลทดสอบซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดนด้วยเงินฝากโทเคน ชำระราคาแบบส่งมอบพร้อมชำระเงินในราว 40 วินาที จากเดิม 2–5 วันทำการ ยังเป็นการทดสอบ

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ปกรายงาน Cross-Border DvP in the Age of Tokenisation: Interoperability for Carbon Credit Transactions ของ HKMA ธนาคารแห่งประเทศไทย และ HKEX เรื่องการซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดน
ภาพ: HKMA, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ HKEX (ภาพหน้าจอรายงาน)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 ว่าร่วมกับ HKMA และ HKEX เผยแพร่รายงานทดสอบแนวคิดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศแบบ Tokenisation ภายใต้โครงการสานและโครงการ Ensemble
  • รายงานระบุว่าการชำระราคาข้ามแดนแบบเดิมใช้เวลา 2–5 วันทำการ ขณะที่ระบบทดสอบใช้เวลาราว 40 วินาที โดยการโอนเงินฝากโทเคนเฉลี่ยราว 20 วินาที และธุรกรรมส่งมอบพร้อมชำระเงินเฉลี่ยราว 30 วินาที
  • ทีมงานทดสอบรวม 19 ครั้ง แบ่งเป็นการโอนเงินฝากโทเคนข้ามแดน 14 กรณี และการซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบ DvP 5 กรณี โดยผู้ซื้ออยู่ในไทยและผู้ขายอยู่ในฮ่องกง
  • กรณีสภาพคล่องไม่พอหรือยอดเงินไม่พอ บางธุรกรรมใช้เวลานานขึ้นเป็นราว 13–20 นาที และทั้งหมดเป็นสภาพแวดล้อมทดสอบที่ไม่มีเงินจริง
  • ระบบเชื่อมสองเครือข่ายด้วย Interoperability Layer ที่ส่งข้อความตามมาตรฐาน ISO 20022 ผ่าน API โดยไม่ต้องใช้บัญชีแยกประเภทร่วมกัน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 ว่าร่วมกับธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) เผยแพร่ผลทดสอบการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศด้วยเงินดิจิทัลในรูปโทเคน ระบบทดสอบชำระราคาข้ามแดนเสร็จในราว 40 วินาที เทียบกับ 2–5 วันทำการของวิธีเดิม

การทดสอบนี้เชื่อมโครงการ "สาน" (Project SAN) ของ ธปท. เข้ากับโครงการ "Ensemble" ของ HKMA ทั้งหมดทำในสภาพแวดล้อมทดสอบที่ไม่มีเงินจริง จึงยังไม่ใช่บริการที่ธนาคารหรือบริษัทใช้ได้ แต่ให้ภาพว่าธนาคารกลางในภูมิภาคกำลังวางทางเชื่อมระบบการเงินแบบโทเคนข้ามประเทศอย่างไร

ภาพหน้าจอข่าวของธนาคารแห่งประเทศไทย 12 ตุลาคม 2569 เรื่องผลการทดสอบภายใต้โครงการสานของ ธปท. และโครงการ Ensemble ของธนาคารกลางฮ่องกง
หน้าข่าวของ ธปท. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เรื่องผลการทดสอบภายใต้โครงการสานและโครงการ Ensemble ภาพ: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ภาพหน้าจอ)

การทดสอบซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดนทำอะไรบ้าง

รายงาน "Cross-Border DvP in the Age of Tokenisation" ระบุว่าเป็นการทดสอบแนวคิดนานราวหนึ่งปี ใช้เงินฝากในรูปโทเคน (tokenised deposits) และเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ที่ประสานผ่านแพลตฟอร์มของธนาคารกลางสองแห่ง เพื่อให้การส่งมอบคาร์บอนเครดิตกับการชำระเงินเกิดขึ้นพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า Delivery-versus-Payment (DvP)

สถานการณ์ทดสอบคือผู้ขายคาร์บอนเครดิตอยู่ในฮ่องกง ผู้ซื้ออยู่ในไทย ผู้ซื้อสั่งจ่ายผ่านธนาคารตัวแทนบนเครือข่ายของ ธปท. ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งเข้าถึงระบบของทั้งสองฝั่งแปลงค่าเงิน แล้วเงินไปเข้าธนาคารตัวแทนของตลาดซื้อขายบนเครือข่ายของ HKMA เมื่อเงื่อนไขครบทั้งสองฝั่ง กรรมสิทธิ์คาร์บอนเครดิตจะโอนไปเป็นของผู้ซื้อโดยอัตโนมัติ จากนั้นตลาดซื้อขายจึงโอนเงินต่อให้ผู้ขายหลังหักค่าธรรมเนียม

ผู้ร่วมทดสอบแต่ละรายมีบทบาทดังนี้

ผู้ร่วมทดสอบ บทบาทในการทดสอบ
ธปท. ให้โครงสร้างพื้นฐานของโครงการสาน ฝั่งผู้ซื้อในไทย
HKMA ให้โครงสร้างพื้นฐานของโครงการ Ensemble เป็นสภาพแวดล้อมชำระราคา
HKEX ร่วมกับ InnoBlock ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต Core Climate (InnoBlock ทำหน้าที่แทน Core Climate ในการทดสอบ)
Northern Trust ทะเบียนคาร์บอนเครดิต (registry)
Towngas ผู้ออกคาร์บอนเครดิตในกรณีทดสอบการออกครั้งแรก
แผนภาพขั้นตอนซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดนแบบ DvP: ผู้ขายในฮ่องกงออกโทเคนคาร์บอนเครดิต ผู้ซื้อในไทยจ่ายเงินฝากโทเคนผ่านเครือข่าย BOT SAN และ HKMA Ensemble ประสานด้วย Interoperability Layer
แผนภาพขั้นตอนซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดนแบบ DvP ในรายงาน: ผู้ขายในฮ่องกง ผู้ซื้อในไทย เงินฝากโทเคนวิ่งผ่านเครือข่ายสานของ ธปท. และเครือข่าย Ensemble ของ HKMA ภาพ: HKMA, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ HKEX (ภาพจากรายงาน)

ผลทดสอบ: จาก 2–5 วันทำการ เหลือราว 40 วินาที

ทีมงานทดสอบรวม 19 ครั้ง แบ่งเป็นการโอนเงินฝากโทเคนข้ามแดนพร้อมแลกเปลี่ยนเงินตรา 14 กรณี และการซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบ DvP 5 กรณี ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่สำเร็จและกรณีผิดพลาด เช่น รหัสธนาคาร (BIC) หรือรหัสกระเป๋าผิด สภาพคล่องไม่พอ และส่งคำสั่งเกินเวลาตัดรอบ

ตัวชี้วัด ผลตามรายงาน
การชำระราคาข้ามแดนแบบเดิม 2–5 วันทำการ
เวลาที่ใช้ด้วยระบบทดสอบ (สรุปของรายงาน) ราว 40 วินาที
โอนเงินฝากโทเคนข้ามแดน (เฉลี่ย) ราว 20 วินาที
ซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบ DvP (เฉลี่ย) ราว 30 วินาที
กรณีสภาพคล่องหรือยอดเงินไม่พอ และบางกรณีของแพลตฟอร์มสินทรัพย์ ราว 13–20 นาที

นอกจากนี้ยังทดสอบกรณีครบวงจรอีกหนึ่งกรณี ตั้งแต่ Towngas ออกคาร์บอนเครดิตผ่านทะเบียนของ Northern Trust ไปจนถึงผู้ซื้อในไทยรับโอน ซึ่งรายงานระบุว่าการเปลี่ยนผู้ถือในทะเบียนสะท้อนผลได้ถูกต้องตามที่คาด

การทดสอบใช้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ที่ตกลงกันก่อน ผู้ร่วมต้องวางเงินไว้ล่วงหน้า (prefunding) ธุรกรรมที่เงินไม่พอถูกปฏิเสธทันทีแทนการเข้าคิว และตัดรอบชำระราคาเวลา 17.00 น. ตามเวลาฮ่องกง หรือ 16.00 น. ตามเวลาไทย

หน้า Project at a Glance ในรายงาน: ทดสอบ 19 ครั้ง โอนเงินฝากโทเคน 14 กรณี DvP คาร์บอนเครดิต 5 กรณี และชำระราคาราว 40 วินาที เทียบกับ 2–5 วันทำการ
หน้าสรุปผลในรายงาน แสดงการทดสอบ 19 ครั้ง และเวลาชำระราคาราว 40 วินาที เทียบกับ 2–5 วันทำการ ภาพ: HKMA, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ HKEX (ภาพหน้าจอรายงาน)

เชื่อมสองระบบโดยไม่ต้องใช้บัญชีแยกประเภทร่วมกัน

หัวใจของการทดสอบคือ Interoperability Layer ซึ่งไม่ได้เก็บยอดเงินหรือเป็นระบบชำระราคาเอง แต่ทำหน้าที่ประสานสถานะธุรกรรมระหว่างระบบของแต่ละประเทศ เงินของแต่ละฝั่งจะถูกกันไว้ (escrow) ในระบบในประเทศก่อน เมื่อยืนยันว่าเงื่อนไขครบทั้งสองฝั่งจึงปล่อยพร้อมกัน ถ้าไม่ครบก็ยกเลิกทั้งสองขา จึงไม่มีธุรกรรมที่เสร็จเพียงครึ่งเดียว

ชั้นเชื่อมต่อนี้มีสองส่วน คือ Open Connector สำหรับประสานงานระหว่างธนาคารกลาง และ Adaptor ที่แปลงข้อความเข้าระบบในประเทศ เช่น ระบบ RTGS ทั้งสองส่วนเป็น RESTful API และใช้ข้อความตามมาตรฐาน ISO 20022 เช่น pacs.008 สำหรับคำสั่งจ่าย และ pacs.002 สำหรับรายงานสถานะ การชำระราคาทุกรายการอ้างอิงเงินของธนาคารกลาง ผ่าน CBDC หรือระบบ RTGS

รายงานยังระบุจุดที่ต้องปรับ ได้แก่ ข้อความปฏิเสธธุรกรรมที่บอกเพียงว่าถูกปฏิเสธโดยไม่ระบุเหตุผล บางกรณีมีคำสั่งปฏิเสธและคำสั่งย้อนรายการออกมาพร้อมกัน และควรศึกษาแบบกันวงเงินไว้ในบัญชีต้นทาง (earmarking) แทนการโอนเข้ากระเป๋าพักเงิน

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

การซื้อขายคาร์บอนเครดิตส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมข้ามประเทศ เพราะโครงการและผู้ซื้อมักอยู่คนละประเทศ รายงานอ้างข้อมูลของ MSCI ว่าตลาดคาร์บอนเครดิตแบบสมัครใจทั่วโลกมีมูลค่าราว 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และมีแนวโน้มโตอย่างน้อย 3 เท่าภายในปี 2030 ปัญหาเดิมคือชำระเงินช้า ต้นทุนแลกเปลี่ยนเงินตราไม่แน่นอน และต้องกระทบยอดด้วยมือระหว่างตลาด ทะเบียน และธนาคาร

ผลทดสอบชี้ว่าธนาคารกลางเชื่อมระบบโทเคนของแต่ละประเทศได้ด้วยชั้นเชื่อมต่อมาตรฐาน โดยแต่ละประเทศยังคุมโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย และกติกาของตัวเอง ต่างจากแนวทางที่ต้องใช้บัญชีแยกประเภทกลางร่วมกัน ธปท. และ HKMA ร่วมมือด้านฟินเทคมาตั้งแต่ลงนามบันทึกความเข้าใจเมื่อปี 2019 และเคยทำโครงการ Inthanon-LionRock และ mBridge มาก่อน รายงานระบุว่าทั้งสองธนาคารกลางจะนำผลไปใช้กับโครงการ CBDC และ Tokenisation ในประเทศ และอาจขยายแบบจำลองนี้ไปยังประเทศอื่นต่อไป

ผลต่อองค์กรไทย

  • ธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงิน ควรเตรียมระบบให้รองรับข้อความ ISO 20022 และการเชื่อมต่อผ่าน API เพราะเป็นแกนของแบบจำลองที่ธนาคารกลางทดสอบ ทั้งการโอนข้ามแดนและการชำระราคาสินทรัพย์ในรูปโทเคน
  • บริษัทที่ซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อเป้าหมาย Net Zero ยังใช้ระบบนี้ไม่ได้ ระหว่างนี้ควรประเมินต้นทุนแลกเปลี่ยนเงินตราและระยะเวลาชำระเงิน 2–5 วันทำการในสัญญาซื้อคาร์บอนเครดิตต่างประเทศ
  • ทีมไอทีและทีมความเสี่ยงของสถาบันการเงิน นำบทเรียนของรายงานไปใช้ได้ทันที เช่น การออกแบบข้อความปฏิเสธที่บอกเหตุผล การป้องกันคำสั่งซ้ำซ้อน และการทดสอบกรณีสภาพคล่องไม่พอซึ่งทำให้ธุรกรรมช้าลงเป็นหลายนาที
  • ผู้บริหารด้านการเงินองค์กร ติดตามความคืบหน้าของโครงการสานและการใช้เงินฝากในรูปโทเคน ซึ่งรายงานระบุว่าช่วยให้ผู้ซื้อจ่ายและผู้ขายรับเป็นสกุลเงินของตัวเองได้ แม้ต้นทุนแลกเปลี่ยนเงินตรายังรวมอยู่ในราคา

ติดตามข่าวธนาคาร ฟินเทค และกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับได้ที่หมวดการเงิน

คำถามที่พบบ่อย

ธปท. ทดสอบซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดนกับใคร?

ธนาคารแห่งประเทศไทยทดสอบร่วมกับธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) โดยเชื่อมโครงการสานของ ธปท. กับโครงการ Ensemble ของ HKMA ส่วนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตมี InnoBlock ทำหน้าที่ตลาดซื้อขาย Northern Trust เป็นทะเบียนคาร์บอนเครดิต และ Towngas เป็นผู้ออกคาร์บอนเครดิต

ซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดนแบบ Tokenisation เร็วขึ้นแค่ไหน?

รายงานของ HKMA ธปท. และ HKEX ระบุว่าการชำระราคาข้ามแดนแบบเดิมใช้เวลา 2–5 วันทำการ ส่วนระบบทดสอบใช้เวลาราว 40 วินาที ในสภาวะปกติอยู่ที่ 20–40 วินาที แต่กรณีสภาพคล่องไม่พอหรือยอดเงินไม่พอ บางธุรกรรมใช้เวลาราว 13–20 นาที

บริษัทไทยซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านระบบนี้ได้แล้วหรือยัง?

ยังไม่ได้ ผลที่เผยแพร่เป็นการทดสอบแนวคิด (proof of concept) ในสภาพแวดล้อมทดสอบที่ไม่มีเงินจริง รายงานระบุว่าโครงการสานของ ธปท. ยังอยู่ในขั้นทดสอบและไม่ได้ใช้กับธุรกรรมที่มีมูลค่าจริง ธปท. และ HKMA จะนำผลไปใช้กับโครงการเงินดิจิทัลและ Tokenisation ในประเทศของตน

โครงการสานของ ธปท. คืออะไร?

โครงการสาน (Project SAN) เป็นโครงการภายในของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เริ่มเมื่อมิถุนายน 2024 เพื่อสร้างและทดสอบต้นแบบระบบนิเวศ Tokenisation ประกอบด้วยระบบชำระราคาสำหรับสถาบันการเงิน บัญชีแยกประเภทที่รองรับ EVM สำหรับเงินและสินทรัพย์ในรูปโทเคน และกลไกเชื่อมต่อกับระบบอื่น

แหล่งอ้างอิง

  1. ผลการทดสอบภายใต้โครงการสานของ ธปท. และโครงการ Ensemble ของธนาคารกลางฮ่องกง — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  2. Cross-Border DvP in the Age of Tokenisation: Interoperability for Carbon Credit Transactions — Hong Kong Monetary Authority, Bank of Thailand และ HKEX

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
ธนาคารแห่งประเทศไทย15HKEX2
ประเทศและสถานที่
ฮ่องกง16
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ