ข้ามไปยังเนื้อหา
Gadgetsบทวิเคราะห์

ราคามือถือแพงขึ้นเพราะหน่วยความจำขาดแคลน IDC ชี้ตลาดจีนหด 15.4% แกดเจ็ตอื่นขึ้นราคาตาม

ราคามือถือทั่วโลกขึ้นแล้วราว 20% ในปี 2026 จากหน่วยความจำแพง IDC รายงาน 14 ต.ค. ว่าตลาดจีนไตรมาส 3 หด 15.4% ผู้ผลิตขึ้นราคาและปรับสเปก แกดเจ็ตอื่นก็ขึ้นราคาตาม

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
บอร์ด Raspberry Pi 5 ระยะใกล้ เห็นชิปหน่วยความจำสีดำวางข้างโปรเซสเซอร์ และตัวเลือกความจุ 1G 2G 4G 8G พิมพ์บนบอร์ด
ภาพ: Raspberry Pi

สรุปประเด็นสำคัญ

  • IDC รายงานเมื่อ 14 ตุลาคม 2026 ว่ายอดส่งสมาร์ตโฟนในจีนไตรมาส 3/2026 ลดลง 15.4% เหลือราว 57.9 ล้านเครื่อง เพราะต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่พุ่งขึ้นบังคับให้ผู้ผลิตขึ้นราคาและปรับสเปก
  • Counterpoint Research ประเมินเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 ว่าตลาดสมาร์ตโฟนโลกไตรมาส 3 หดตัว 20% ต่ำสุดของไตรมาส 3 นับตั้งแต่ปี 2012 และราคามือถือขายปลีกทั่วโลกขึ้นมาแล้ว 20% ในปี 2026
  • Counterpoint คาดว่าภายในสิ้นปี 2026 ราคามือถือรุ่นที่ขายอยู่จะขึ้นเฉลี่ย 20% และรุ่นเปิดตัวใหม่แพงขึ้นได้ถึง 30% เมื่อเทียบปีต่อปี
  • Raspberry Pi ขึ้นราคาบอร์ดรุ่น 2GB อีก 12.50 ดอลลาร์ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 เป็น 67.50 ดอลลาร์ (Raspberry Pi 4) และ 77.50 ดอลลาร์ (Raspberry Pi 5) ส่วน TrendForce ระบุว่า CPU, DRAM และ SSD คิดเป็นราว 68% ของต้นทุนชิ้นส่วนโน้ตบุ๊กราคา 900 ดอลลาร์
  • บทวิเคราะห์ของเรา: ราคามือถือและแกดเจ็ตไม่น่าจะลดลงเร็ว IDC คาดว่าแรงกดดันจะลากไปเกือบตลอดปี 2027 ผู้ซื้อควรเทียบสเปกหน่วยความจำของรุ่นใหม่กับรุ่นเดิม ไม่ใช่ดูแค่ราคา

ราคามือถือทั่วโลกขึ้นมาแล้วราว 20% ในปี 2026 ตามการประเมินของ Counterpoint Research และล่าสุด IDC รายงานเมื่อ 14 ตุลาคม 2026 ว่ายอดส่งสมาร์ตโฟนในจีนไตรมาส 3 ลดลง 15.4% เพราะต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นบังคับให้ผู้ผลิตขึ้นราคาและปรับสเปก ภาวะเดียวกันกำลังลามไปถึงแกดเจ็ตอื่นที่ใช้ชิปหน่วยความจำ ตั้งแต่บอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กไปจนถึงโน้ตบุ๊ก

บทวิเคราะห์นี้รวมตัวเลขจากผู้จัดทำโดยตรงที่ออกมาในสองสัปดาห์ล่าสุด ได้แก่ IDC, Counterpoint Research, TrendForce และประกาศขึ้นราคาของ Raspberry Pi เพื่ออธิบายว่าหน่วยความจำแพงส่งผลต่อราคามือถือ รุ่นที่เปิดตัว และอุปกรณ์อื่นอย่างไร ข้อสังเกตท้ายบทเป็นมุมมองของเรา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าใด

ทำไมราคามือถือขึ้น: หน่วยความจำถูกดึงไปทำเซิร์ฟเวอร์ AI

ต้นทางของราคามือถือที่สูงขึ้นอยู่ที่โรงงานหน่วยความจำ TrendForce รายงานเมื่อ 30 กันยายน 2026 ว่าผู้ผลิตยังย้ายกำลังผลิตไปทำหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ เพราะความต้องการและอัตรากำไรจากงาน AI สูงกว่า DRAM สำหรับมือถือจึงยังตึงตัวและราคายังเป็นขาขึ้น แม้อัตราการขึ้นในไตรมาส 4 จะช้าลงเพราะราคาขึ้นไปมากแล้วในไตรมาสก่อน ๆ TrendForce ยังระบุว่าต้นทุนที่สูงขึ้นและสต็อกชิ้นส่วนราคาถูกที่ใกล้หมดกำลังกดการผลิตสมาร์ตโฟน และแบรนด์มือถือส่วนใหญ่ใช้หน่วยความจำ eMMC/UFS จากสต็อกเดิมผลิตในไตรมาส 4

Counterpoint อธิบายต่อว่าราคา DRAM และ NAND ที่ขึ้นไม่หยุดทำให้ต้นทุนชิ้นส่วน (BOM) ของมือถือพุ่งขึ้นและของขาดตลาด ผู้ผลิตจึงส่งต่อต้นทุนให้ผู้บริโภค ราคามือถือขายปลีกทั่วโลกปี 2026 ขึ้นมาแล้ว 20% และราคาขายเฉลี่ยของตลาดสูงขึ้นอีก ฝั่งต้นน้ำก็ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิประบุเมื่อ 14 ตุลาคม 2026 ว่ากำลังผลิตเครื่องจักรตามแผนสำหรับปี 2027–2028 จะไม่พอความต้องการ (อ่านบทวิเคราะห์ ASML) พื้นฐานเรื่องวงจรราคาหน่วยความจำอ่านได้ในบทวิเคราะห์ Memory Supercycle

IDC: ตลาดมือถือจีนไตรมาส 3 หด 15.4%

ตัวเลขใหม่ล่าสุดมาจากจีน ตลาดสมาร์ตโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลก IDC รายงานว่ายอดส่งไตรมาส 3/2026 ลดลง 15.4% จากปีก่อน เหลือราว 57.9 ล้านเครื่อง และลดลงเร็วกว่าครึ่งแรกของปี ตัวเลขเบื้องต้นของ 6 แบรนด์แรกเป็นดังนี้

แบรนด์ ส่วนแบ่งไตรมาส 3/2026 ส่วนแบ่งไตรมาส 3/2025 ยอดส่งเทียบปีก่อน
Huawei 21.1% 15.2% +17.3%
Apple 17.8% 15.8% -4.3%
OPPO (รวม OnePlus และ realme) 15.5% 15.9% -17.6%
vivo (รวม iQOO) 15.3% 17.2% -24.9%
Xiaomi 13.8% 14.7% -20.4%
Honor 13.0% 14.4% -24.2%
อื่น ๆ 3.5% 6.8% -56.0%
ตารางของ IDC ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนจีนไตรมาส 3/2026 Huawei 21.1% Apple 17.8% OPPO 15.5% vivo 15.3% Xiaomi 13.8% Honor 13.0% ตลาดรวมลดลง 15.4% จากปีก่อน
ตารางส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนจีนไตรมาส 3/2026 ของ 6 แบรนด์แรกในประกาศของ IDC ตลาดรวมลดลง 15.4% ภาพ: IDC (ภาพหน้าจอ)

IDC ระบุสาเหตุไว้สามข้อ ข้อแรกคือราคาหน่วยความจำที่ขึ้นแรงดันราคามือถือให้สูงขึ้น ผู้ผลิตต้องปรับสเปกฮาร์ดแวร์ และความต้องการของผู้บริโภคอ่อนลง โดยเฉพาะแบรนด์ Android และแบรนด์รายเล็ก ข้อสองคือผู้บริโภคใช้เครื่องเดิมนานขึ้นเมื่อเจอราคาที่สูงขึ้น ข้อสามคือผลของแต่ละแบรนด์ต่างกันมาก Huawei เป็นแบรนด์ใหญ่รายเดียวที่โตสองหลัก จากสินค้าหลายรูปแบบและการปรับราคาอย่างมีวินัย ส่วน Apple ยอดส่งลดลงเล็กน้อยเพราะปีนี้ไม่มีรุ่นพื้นฐานในกลุ่มรุ่นใหม่

Arthur Guo ผู้จัดการฝ่ายวิจัยของ IDC China กล่าวว่าต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งขึ้นทำให้เกิดรูปแบบ "ราคาพุ่ง ยอดขายลด" และการคุมราคาแต่ละระดับรุ่นกับแรงดึงดูดของแบรนด์จะเป็นตัวตัดสินว่าใครผ่านช่วงที่ผู้บริโภคยืดเวลาเปลี่ยนเครื่องไปได้ IDC คาดว่าต้นทุนชิ้นส่วนจะยังสูงในอีกหลายไตรมาส ราคามือถือเฉลี่ยจะขยับขึ้นต่อ ตลาดจีนไม่น่าจะฟื้นในไตรมาส 4/2026 แม้มีรุ่นใหม่เปิดตัวจำนวนมาก และแรงกดดันจะลากไปเกือบตลอดปี 2027

ตลาดโลกหด 20% และผู้ซื้อเริ่มรอโปรโมชัน

ภาพระดับโลกไปในทางเดียวกัน Counterpoint ประเมินเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 ว่ายอดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกไตรมาส 3 ลดลง 20% ต่ำที่สุดของไตรมาส 3 นับตั้งแต่ปี 2012 Samsung ยังนำด้วยส่วนแบ่ง 23% และ Apple ได้ 22% (อ่านข่าวตลาดสมาร์ตโฟนไตรมาส 3) Counterpoint ชี้ว่าช่องว่างระหว่างรุ่นพรีเมียมกับรุ่นราคาประหยัดกว้างขึ้น ความต้องการรุ่นพรีเมียมยังทรงตัว ขณะที่ราคามือถือที่สูงขึ้นกดดันผู้ซื้อกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคา ผู้บริโภคใช้เครื่องเดิมนานกว่าที่คาด และหันไปพิจารณาเครื่องปรับสภาพ (refurbished) มากขึ้น

ผลสำรวจผู้ที่จะซื้อมือถือในอีก 6 เดือนกว่า 5,000 คนในอินเดีย จีน สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ที่ Counterpoint เผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 พบว่า 63% สังเกตเห็นว่าราคามือถือสูงขึ้น สูงสุดในจีน 81% รองลงมาคือเยอรมนี 70% และอินเดีย 66% ครึ่งหนึ่งวางแผนซื้อช่วงเทศกาลลดราคา และเมื่อราคาเกินงบ 44% ยอมจ่ายเพิ่ม 37% เลื่อนการซื้อ และ 35% มองหารุ่นอื่นในงบเดิม

อินโฟกราฟิกผลสำรวจผู้ซื้อสมาร์ตโฟนปี 2026 ของ Counterpoint: 6 ใน 10 รู้ว่าราคาขึ้น จีน 81% เยอรมนี 70% อินเดีย 66% สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร 50% ครึ่งหนึ่งรอซื้อช่วงเทศกาล เมื่อราคาเกินงบ 44% ยอมจ่ายเพิ่ม 37% เลื่อนซื้อ 35% หารุ่นอื่น
อินโฟกราฟิกผลสำรวจของ Counterpoint ผู้ที่จะซื้อสมาร์ตโฟน 6 ใน 10 รู้ว่าราคาขึ้น ครึ่งหนึ่งรอซื้อช่วงเทศกาล และเมื่อราคาเกินงบ 44% ยอมจ่ายเพิ่ม 37% เลื่อนซื้อ ภาพ: Counterpoint Research

Tarun Pathak ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint ระบุว่าต้นทุนหน่วยความจำทำให้ผู้ผลิตแทบไม่เหลือช่องให้รับภาระเอง และคาดว่าภายในสิ้นปี 2026 ราคามือถือรุ่นที่ขายอยู่จะขึ้นเฉลี่ยราว 20% ทั่วโลก ส่วนรุ่นเปิดตัวใหม่อาจแพงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบปีต่อปี

ไม่ใช่แค่ราคามือถือ: บอร์ด Raspberry Pi และโน้ตบุ๊กก็โดน

แกดเจ็ตที่ใช้หน่วยความจำเป็นสัดส่วนใหญ่ของต้นทุนได้รับผลชัดเจน Raspberry Pi ผู้ผลิตบอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีทั้งลูกค้ารายบุคคลและลูกค้าธุรกิจ ประกาศเมื่อ 1 ตุลาคม 2026 ว่าขึ้นราคาบอร์ดรุ่นหน่วยความจำ 2GB อีก 12.50 ดอลลาร์ เป็น 67.50 ดอลลาร์สำหรับ Raspberry Pi 4 และ 77.50 ดอลลาร์สำหรับ Raspberry Pi 5 หลังจากรอบขึ้นราคาเมื่อเมษายนที่บริษัทยังตรึงราคารุ่น 1GB และ 2GB ไว้ได้ ส่วนรุ่น 1GB และ Compute Module รุ่น 2GB ยังคงราคาเดิม

Eben Upton ผู้เขียนประกาศของ Raspberry Pi ระบุว่าต้นทุนหน่วยความจำขึ้นแรงมากตลอดสองปีที่ผ่านมาและยังขึ้นต่อ จึงแนะนำให้ลูกค้าเลือกรุ่นที่ตรงกับงาน ไม่จ่ายเงินซื้อ RAM เกินความจำเป็น และระบุว่าบริษัทจะลดราคากลับเมื่อราคาหน่วยความจำลดลงในที่สุด

ฝั่งโน้ตบุ๊ก TrendForce รายงานเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ว่าโน้ตบุ๊กรุ่นกลางที่ตั้งราคาขาย 900 ดอลลาร์ มีต้นทุน CPU, DRAM และ SSD รวมกันราว 68% ของต้นทุนชิ้นส่วนทั้งหมดในไตรมาส 3/2026 แบรนด์จึงต้องเลือกระหว่างขึ้นราคาแล้วเสี่ยงยอดขาย รับต้นทุนเองจนกำไรลด หรือลดสเปก เช่นความจุหน่วยความจำ TrendForce คาดว่ายอดส่งโน้ตบุ๊กปี 2027 จะลดลงในระดับเลขหลักเดียวช่วงต้น และอาจลดลงถึงระดับเลขหลักเดียวช่วงปลาย ถ้าแบรนด์ส่งต่อต้นทุนทั้งหมดให้ผู้บริโภค (อ่านข่าวตลาดพีซีไตรมาส 3)

ภาพสรุปตัวเลข: ยอดส่งสมาร์ตโฟนในจีนไตรมาส 3/2026 57.9 ล้านเครื่อง ลดลง 15.4% ราคามือถือขายปลีกทั่วโลกปี 2026 ขึ้น 20% รุ่นเปิดตัวใหม่แพงขึ้นสูงสุด 30% และ Raspberry Pi 5 รุ่น 2GB ราคา 77.50 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.50 ดอลลาร์
ภาพสรุปตัวเลขผลของหน่วยความจำแพงต่อราคามือถือและแกดเจ็ต ตลาดจีนหด 15.4% ราคาขายปลีกทั่วโลกขึ้น 20% รุ่นใหม่อาจแพงขึ้นถึง 30% และ Raspberry Pi รุ่น 2GB ขึ้น 12.50 ดอลลาร์ ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: IDC, Counterpoint Research, Raspberry Pi)

ผู้ผลิตรับมือราคามือถือและต้นทุนอย่างไร

ข้อมูลจากหลายแหล่งในช่วงนี้ชี้ว่าผู้ผลิตแกดเจ็ตใช้วิธีรับมือต่างกัน และผู้ซื้อจะเห็นผลในรูปแบบที่ต่างกันด้วย

วิธีรับมือ หลักฐานล่าสุด แหล่ง
ขึ้นราคา ราคาขายปลีกทั่วโลกปี 2026 ขึ้นแล้ว 20% รุ่นใหม่อาจแพงขึ้นถึง 30% Counterpoint
ปรับสเปกฮาร์ดแวร์ ผู้ผลิตในจีนปรับการตั้งค่าฮาร์ดแวร์เพื่อคุมต้นทุน IDC
ลดจำนวนรุ่น Apple ไม่มีรุ่นพื้นฐานในกลุ่มรุ่นใหม่ปีนี้ ผู้ผลิตหลายรายปรับพอร์ตสินค้า IDC, Counterpoint
ขึ้นราคาเฉพาะบางรุ่น Raspberry Pi ขึ้นราคารุ่น 2GB แต่คงราคารุ่น 1GB Raspberry Pi
รับต้นทุนเองบางส่วน แบรนด์โน้ตบุ๊กอาจรับต้นทุนเองแลกกับกำไรที่ลดลง TrendForce

ในมุมของเรา การลดสเปกเป็นรูปแบบที่ผู้ซื้อสังเกตยากที่สุด เพราะราคาป้ายอาจไม่เปลี่ยนมาก แต่ความจุ RAM หรือพื้นที่เก็บข้อมูลของรุ่นเริ่มต้นอาจลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้นตามรุ่นก่อน การดูราคามือถืออย่างเดียวจึงไม่พอ ต้องเทียบตารางสเปกของรุ่นใหม่กับรุ่นเดิมทุกครั้ง

ผลต่อผู้ซื้อและองค์กรไทย

ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวเลขระดับโลกและของจีน ไม่ใช่ราคาขายในไทย แต่ผู้ผลิตรายเดียวกันขายสินค้าในไทย ข้อสังเกตของเราสำหรับผู้อ่านไทยมีดังนี้

  • อย่าตั้งความหวังว่าราคามือถือจะลดเร็ว ทั้ง IDC และ Counterpoint คาดว่าราคาเฉลี่ยยังเป็นขาขึ้น และ IDC มองว่าแรงกดดันจะลากไปเกือบตลอดปี 2027
  • องค์กรที่จัดซื้อมือถือหรือแท็บเล็ตให้พนักงาน ควรตั้งงบปี 2027 จากราคาปัจจุบันและเผื่อส่วนเพิ่ม พิจารณายืดรอบเปลี่ยนเครื่องที่ยังได้รับอัปเดตความปลอดภัย และกำหนดสเปก RAM กับความจุตามงานจริง
  • โครงการ IoT หรือระบบหน้างานที่ใช้บอร์ดขนาดเล็ก ควรเลือกความจุหน่วยความจำให้ตรงงานตามที่ Raspberry Pi แนะนำ และซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ผู้ผลิตรับรอง เพราะผู้ผลิตเตือนว่ามีผู้ขายนอกระบบตั้งราคาเกินจริง
  • เทียบสเปกก่อนเทียบราคา เมื่อรุ่นใหม่เปิดตัวช่วงปลายปี ให้ดูว่าความจุ RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนอย่างไร
  • ติดตามสัญญาณกลับตัว ประกาศลดราคากลับของผู้ผลิตอย่าง Raspberry Pi และตัวเลขราคาสัญญาหน่วยความจำรายไตรมาสของ TrendForce เป็นสัญญาณแรก ๆ ที่จะบอกว่าต้นทุนเริ่มลดลง

ติดตามข่าวสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์อัจฉริยะได้ที่หมวดแกดเจ็ต

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมราคามือถือแพงขึ้นในปี 2026?

ราคามือถือแพงขึ้นเพราะราคา DRAM และ NAND พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ผู้ผลิตหน่วยความจำย้ายกำลังผลิตไปทำสินค้าสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ความต้องการสูงและกำไรดีกว่า หน่วยความจำสำหรับมือถือจึงตึงตัว Counterpoint ระบุว่าผู้ผลิตส่งต่อต้นทุนให้ผู้บริโภคจนราคามือถือขายปลีกทั่วโลกขึ้นมาแล้ว 20% ในปี 2026

ราคามือถือรุ่นใหม่ช่วงปลายปี 2026 จะแพงขึ้นเท่าไร?

Counterpoint Research คาดว่าภายในสิ้นปี 2026 ราคามือถือรุ่นที่ขายอยู่จะขึ้นเฉลี่ยราว 20% ทั่วโลก และรุ่นเปิดตัวใหม่อาจแพงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยระดับโลกจากรายงานของ Counterpoint ราคาจริงในไทยแต่ละรุ่นต้องดูจากประกาศของผู้ผลิตและผู้จำหน่าย

ราคามือถือจะกลับมาลดลงเมื่อไร?

ยังไม่มีผู้ผลิตหรือบริษัทวิจัยรายใดให้วันที่ชัดเจน IDC คาดว่าต้นทุนชิ้นส่วนจะยังสูงในอีกหลายไตรมาส ราคามือถือเฉลี่ยจะขยับขึ้นต่อ และแรงกดดันต่อตลาดจีนจะลากไปเกือบตลอดปี 2027 ส่วน Raspberry Pi ระบุว่าราคาหน่วยความจำจะลดลงในที่สุด และบริษัทจะลดราคากลับเมื่อถึงเวลานั้น

นอกจากราคามือถือ แกดเจ็ตอะไรขึ้นราคาเพราะหน่วยความจำบ้าง?

ตัวอย่างล่าสุดคือ Raspberry Pi ที่ขึ้นราคาบอร์ด Raspberry Pi 4 และ Raspberry Pi 5 รุ่น 2GB อีก 12.50 ดอลลาร์ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 เพราะต้นทุนหน่วยความจำ และ TrendForce เตือนว่าโน้ตบุ๊กปี 2027 อาจแพงขึ้นหรือลดสเปก เพราะ CPU, DRAM และ SSD คิดเป็นราว 68% ของต้นทุนชิ้นส่วน เช่นเดียวกับราคามือถือ

แหล่งอ้างอิง

  1. Rising Component Costs Push Smartphone Prices Higher: China Shipments Down 15.4% in Q3 as Huawei Bucks the Trend — IDC
  2. Global Smartphone Shipments Hit a New Low with 20% YoY Decline, Lowest in 14 Years as Continued Memory Constraints Tighten Supply — Counterpoint Research
  3. SURVEY: Global Smartphone Buyers Feel Price Pressure; 6 in 10 Are Aware of Price Hikes, 50% Await Deals — Counterpoint Research
  4. Price increases for 2GB Raspberry Pi 4 and Raspberry Pi 5 — Raspberry Pi
  5. Rising Costs Threaten Notebook Demand in 2027, Raising Risks of Shipment Declines and Price Increases, Says TrendForce — TrendForce
  6. AI Server Demand Sustains Memory Contract Price Increases in 4Q26, While Consumer-Side Pressure Persists, Says TrendForce — TrendForce

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Android24
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ