โรคหัวใจในผู้ชายไทย: ตายจากหัวใจขาดเลือดเกือบ 2 เท่าของผู้หญิง รู้สัญญาณเตือนและโทร 1669
ผู้ชายไทยตายจากโรคหัวใจขาดเลือด 44.3 ต่อแสนคนในปี 2024 เกือบ 2 เท่าของผู้หญิง และรู้ตัวว่าความดันสูงน้อยกว่า สรุปสัญญาณหัวใจวาย อัมพาต โทร 1669 และการคัดกรอง
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 9 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2567 ของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าปี 2024 ผู้ชายไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด 14,018 คน (44.3 ต่อประชากร 100,000 คน) เทียบกับผู้หญิง 7,645 คน (22.9) และจากโรคหลอดเลือดสมอง 22,817 คน (72.1) เทียบกับ 15,881 คน (47.6)
- WHO ประมาณว่าปี 2019 ผู้ชายไทยอายุ 30–79 ปีที่มีความดันโลหิตสูงได้รับการวินิจฉัยเพียง 47% ได้รับการรักษา 37% และคุมความดันได้ 22% ต่ำกว่าผู้หญิงทุกขั้น ทั้งที่ความชุกเท่ากันที่ 29%
- กรมควบคุมโรครณรงค์วันหัวใจโลก 29 กันยายน 2026 ภายใต้แนวคิด Don't Miss a Beat และย้ำสัญญาณหัวใจวาย คือเจ็บหรืออึดอัดกลางหน้าอก ปวดร้าวไปแขน ไหล่ซ้าย ข้อศอก กราม หรือหลัง
- สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองใช้หลัก B.E.F.A.S.T. เมื่อมีอาการให้โทร 1669 และนำผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
- กรมควบคุมโรคแนะนำให้ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ตรวจสุขภาพประจำปีหรือคัดกรองความดันโลหิตสูงที่สถานบริการใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ความดันตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทถือเป็นโรคความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจและหลอดเลือดคร่าชีวิตผู้ชายไทยมากกว่าผู้หญิงชัดเจน สถิติสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าปี 2024 อัตราตายจากโรคหัวใจขาดเลือดของผู้ชายอยู่ที่ 44.3 ต่อประชากร 100,000 คน เกือบ 2 เท่าของผู้หญิง (22.9) ส่วนโรคหลอดเลือดสมองอยู่ที่ 72.1 เทียบกับ 47.6 และองค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณว่าผู้ชายไทยที่มีความดันโลหิตสูงได้รับการวินิจฉัยแล้วเพียง 47%
ตัวเลขชุดนี้ควรอ่านคู่กับการรณรงค์วันหัวใจโลก 29 กันยายน 2026 ของกรมควบคุมโรค ซึ่งใช้แนวคิด "Don't Miss a Beat" ของสมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation) และก่อนวันหลอดเลือดสมองโลก 29 ตุลาคม กรมควบคุมโรคอ้างข้อมูลระบบ HDC ของกระทรวงสาธารณสุขว่าปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2024–กันยายน 2025) มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 40,362 คน ตัวเลขนี้มาจากคนละระบบข้อมูลกับสถิติการตายในบทความนี้จึงไม่เท่ากัน บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล
ผู้ชายไทยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองมากกว่าผู้หญิงแค่ไหน
ตาราง 2.3.2 ในหนังสือสถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2567 ของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน แยกจำนวนผู้เสียชีวิตตามสาเหตุและเพศไว้ดังนี้ อัตราเป็นต่อประชากร 100,000 คน และยังไม่ได้ปรับโครงสร้างอายุ
| สาเหตุการตาย ปี 2024 | ผู้ชาย | ผู้หญิง |
|---|---|---|
| โรคระบบไหลเวียนโลหิตทั้งหมด | 49,486 คน (156.3) | 34,926 คน (104.7) |
| โรคหลอดเลือดสมอง | 22,817 คน (72.1) | 15,881 คน (47.6) |
| โรคหัวใจขาดเลือด | 14,018 คน (44.3) | 7,645 คน (22.9) |
| โรคความดันโลหิตสูง | 4,084 คน (12.9) | 4,498 คน (13.5) |
ภาพรวมทั้งประเทศ ปี 2024 โรคหลอดเลือดสมองคร่าชีวิตคนไทย 38,698 คน มากกว่าโรคหัวใจขาดเลือดที่ 21,663 คนราว 1.8 เท่า ในทั้งสองโรค ผู้ชายมีอัตราตายสูงกว่าผู้หญิง ข้อมูลประมาณการของ WHO สำหรับปี 2019 ชี้ไปทางเดียวกัน คือผู้ชายไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 59,800 คน ผู้หญิง 55,000 คน และโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อของผู้ชายอยู่ที่ 17% เทียบกับผู้หญิง 11%

โรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองเกิดจากอะไร
WHO อธิบายว่าหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดแบบเฉียบพลัน จากการอุดตันที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจหรือสมองไม่ได้ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือไขมันสะสมที่ผนังด้านในของหลอดเลือด ส่วนโรคหลอดเลือดสมองยังเกิดจากหลอดเลือดในสมองแตกหรือลิ่มเลือดได้ด้วย ปัญหาคือโรคของหลอดเลือดมักไม่มีอาการ หัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองจึงอาจเป็นสัญญาณแรกที่ผู้ป่วยรู้ตัว
ในระดับโลก WHO ประมาณว่าปี 2022 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 19.8 ล้านคน หรือราว 32% ของการตายทั้งหมด และ 85% ของกลุ่มนี้มาจากหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง กรมควบคุมโรคสรุปปัจจัยเสี่ยงไว้ในการรณรงค์ปี 2026 ว่ามาจากหลายด้านร่วมกัน ได้แก่ อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ มลพิษทางอากาศ บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การไม่ออกกำลังกาย การดื่มสุรา ความเครียด ประวัติครอบครัว และอายุ

ความดันโลหิตสูง ต้นทางของโรคหัวใจที่ผู้ชายรู้ตัวน้อยกว่า
ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง กรมควบคุมโรคอ้างการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 6 (ปี 2019–2020) ว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปเป็นโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 25.4 หรือราว 14 ล้านคน เพิ่มจากร้อยละ 24.7 หรือราว 13 ล้านคนในปี 2014 แต่ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ณ 6 พฤษภาคม 2025 พบผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนรักษาเพียง 7.4 ล้านคน และ 3.5 ล้านคนในกลุ่มนี้ยังคุมความดันไม่ได้
ช่องว่างนี้กว้างกว่าในผู้ชาย โปรไฟล์ความดันโลหิตสูงของไทยที่ WHO จัดทำจากข้อมูลปี 2019 ระบุว่าคนไทยอายุ 30–79 ปีเป็นความดันโลหิตสูง 29% เท่ากันทั้งชายและหญิง แต่ผู้ชายที่เป็นโรคได้รับการวินิจฉัย 47% ได้รับการรักษา 37% และคุมความดันได้ 22% เทียบกับผู้หญิง 59%, 51% และ 30% WHO ยังประเมินว่าการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดของผู้ชายไทย 46% เป็นผลจากความดันตัวบน (systolic) ที่สูง
WHO ระบุว่าถ้าไทยจะคุมความดันให้ได้ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย ต้องรักษาให้ได้ผลเพิ่มอีก 3.1 ล้านคน และหากทำได้ตามฉากทัศน์ที่ WHO เรียกว่า progress จะป้องกันการตายได้ 234,000 รายภายในปี 2040

ค่าความดันเท่าไรจึงเรียกว่าสูง
กรมควบคุมโรคใช้เกณฑ์ต่อไปนี้ในการรณรงค์วันความดันโลหิตสูงโลกเมื่อ 16 พฤษภาคม 2025 หน่วยเป็นมิลลิเมตรปรอท
| ระดับความดัน | ความหมายตามกรมควบคุมโรค | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 120/80 | เหมาะสม | วัดต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ |
| ตั้งแต่ 130/80 | เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง | เริ่มปรับพฤติกรรม |
| ตั้งแต่ 140/90 | โรคความดันโลหิตสูง | พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษา |
| ตั้งแต่ 180/110 | ความดันโลหิตสูงอันตราย | รีบพบแพทย์โดยด่วน |
โรคความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการ กรมควบคุมโรคเตือนว่าถ้าคุมไม่ได้ในระยะยาวจะนำไปสู่อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจขาดเลือด และไตวายเรื้อรัง ผู้ที่กินยาอยู่ไม่ควรหยุดยาเอง
สัญญาณเตือนหัวใจวายจากโรคหัวใจขาดเลือด และสิ่งที่ต้องทำทันที
กรมควบคุมโรคเตือนในวันหัวใจโลกปี 2026 ว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดบางครั้งไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า แต่แสดงอาการครั้งแรกตอนเกิดภาวะวิกฤต อาการที่ต้องจำมีดังนี้
- เจ็บหรืออึดอัดบริเวณกลางหน้าอก
- ปวดร้าวไปที่แขน ไหล่ซ้าย ข้อศอก กราม หรือหลัง
- อาจหายใจลำบาก คลื่นไส้ หน้ามืด เหงื่อแตก หรือหน้าซีดร่วมด้วย
WHO ระบุเพิ่มว่าผู้หญิงมีแนวโน้มมากกว่าผู้ชายที่จะมีอาการหายใจไม่อิ่ม คลื่นไส้ อาเจียน และปวดหลังหรือกราม จึงไม่ควรรอให้เจ็บหน้าอกชัดเจนก่อน เมื่อสงสัยหัวใจวาย ให้โทร 1669 ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุเป็นหมายเลขสำหรับการเจ็บป่วยฉุกเฉิน
สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง B.E.F.A.S.T.
กรมควบคุมโรคให้ใช้หลัก B.E.F.A.S.T. สังเกตอาการด้วยตนเอง ได้แก่ B (Balance) เสียการทรงตัว วิงเวียน เดินเซ, E (Eye) มองไม่เห็นหรือเห็นภาพซ้อน, F (Face) ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยวเฉียบพลัน, A (Arms) แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก, S (Speech) พูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้ และ T (Time) โทร 1669 นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที ถ้าไปช้าอาจเสียชีวิตหรือกลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต

WHO ระบุอาการอื่นที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลเช่นกัน ได้แก่ สับสน พูดหรือเข้าใจคำพูดลำบาก ปวดศีรษะรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ และเป็นลมหรือหมดสติ กรมควบคุมโรคอ้างข้อมูลระบบ HDC ปี พ.ศ. 2567 ว่ามีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสะสม 363,688 คน และการทำกายภาพบำบัดในช่วง 3–6 เดือนแรกมีความจำเป็นต่อการฟื้นตัว

ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจที่ผู้ชายปรับได้
โปรไฟล์ของ WHO แสดงว่าปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจบางตัวของผู้ชายไทยสูงกว่าผู้หญิงมาก ค่าเป็นแบบปรับมาตรฐานอายุ ยกเว้นปริมาณเกลือ
| ปัจจัยเสี่ยง (ปีข้อมูล) | ผู้ชาย | ผู้หญิง |
|---|---|---|
| ใช้ยาสูบ อายุ 15 ปีขึ้นไป (2019) | 42% | 3% |
| แอลกอฮอล์ต่อหัว อายุ 15 ปีขึ้นไป (2019) | 13 ลิตร | 3 ลิตร |
| เกลือเฉลี่ย อายุ 25 ปีขึ้นไป (2019) | 11 กรัม/วัน | 10 กรัม/วัน |
| ขาดกิจกรรมทางกาย อายุ 18 ปีขึ้นไป (2016) | 22% | 27% |
| ภาวะอ้วน อายุ 18 ปีขึ้นไป (2016) | 7% | 13% |
เพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง กรมควบคุมโรคแนะนำให้คนทั่วไปกินโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัม ออกกำลังกายระดับปานกลางสะสมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์หรือ 30 นาทีต่อวัน คุมดัชนีมวลกายที่ 18.5–22.9 งดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนอนหลับให้เพียงพอ กรมควบคุมโรคอ้าง WHO ว่าหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองป้องกันได้ถึง 80% ด้วยการจัดการปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้
ตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจอะไร เมื่อไร และใช้สิทธิอะไรได้
| รายการ | อายุและความถี่ | ที่มา |
|---|---|---|
| ตรวจสุขภาพประจำปีหรือคัดกรองความดันโลหิตสูง | 35 ปีขึ้นไป ไม่เสียค่าใช้จ่าย | กรมควบคุมโรค (พ.ค. 2025) |
| น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร | 35 ปีขึ้นไป ปีละ 1 ครั้ง | รายการตรวจสุขภาพผู้ประกันตน |
| ไขมัน Total cholesterol และ HDL | 20–34 ปีทุก 5 ปี และ 35 ปีขึ้นไปปีละครั้ง | รายการตรวจสุขภาพผู้ประกันตน |
| การทำงานของไต (Creatinine, eGFR) | 35 ปีขึ้นไป ปีละ 1 ครั้ง | รายการตรวจสุขภาพผู้ประกันตน |
กรมควบคุมโรคระบุว่าการคัดกรองความดันโลหิตสูงทำได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพียงแสดงบัตรประชาชน ส่วนรายการตรวจสุขภาพประจำปีของผู้ประกันตนที่ สปสช. สรุปไว้ระบุว่ารายการน้ำตาลและไขมันตรงกับชุดสิทธิของ สปสช. ใช้ได้ทั้งผู้ประกันตนคนไทยและผู้มีสิทธิบัตรทอง กรมควบคุมโรคยังแนะนำให้ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง และติดตามความดัน ไขมัน และน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ
เมื่อไรควรพบแพทย์
- โทร 1669 ทันที เมื่อมีอาการหัวใจวาย หรือมีอาการตามหลัก B.E.F.A.S.T.
- พบแพทย์โดยด่วน เมื่อวัดความดันได้ตั้งแต่ 180/110 มม.ปรอท ตามเกณฑ์ของกรมควบคุมโรค
- นัดพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย เมื่อความดันตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอท หรือผลตรวจน้ำตาลและไขมันผิดปกติ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรพบแพทย์และกินยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดยาเอง ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล
- โรคหัวใจและหลอดเลือดกระทบผู้ชายวัยทำงานโดยตรง WHO ประมาณว่าโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อของผู้ชายไทยอยู่ที่ 17% เทียบกับผู้หญิง 11%
- ผู้ประกันตนมีสิทธิตรวจน้ำตาล ไขมัน และการทำงานของไตตามรายการตรวจสุขภาพประจำปี ฝ่ายบุคคลช่วยได้ด้วยการแจ้งสิทธิและจัดเวลาให้พนักงานไปตรวจ
- ฝึกพนักงานให้รู้อาการหัวใจวายจากโรคหัวใจขาดเลือดและหลัก B.E.F.A.S.T. และติดหมายเลข 1669 ในจุดที่เห็นง่าย เพราะกรมควบคุมโรคย้ำว่าโรคหลอดเลือดสมองต้องถึงโรงพยาบาลภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที
- โรงอาหารและร้านค้าในสถานที่ทำงานลดโซเดียมได้ โดยใช้เกณฑ์ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวันของกรมควบคุมโรคเป็นแนวทาง ผลตรวจสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรไม่ควรขอดูผลรายบุคคล
สิ่งที่ควรทำ
- ผู้ชายอายุ 35 ปีขึ้นไปวัดความดันอย่างน้อยปีละครั้งและจำตัวเลขของตัวเอง ใช้สิทธิคัดกรองฟรีที่สถานบริการใกล้บ้าน
- ถ้าความดันตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอท นัดพบแพทย์ ถ้ากินยาอยู่แล้วอย่าหยุดยาเอง
- ลดเค็มให้โซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และลดหรืองดแอลกอฮอล์
- จำอาการหัวใจวายและหลัก B.E.F.A.S.T. บันทึกเบอร์ 1669 ไว้ในโทรศัพท์ของตัวเองและคนในบ้าน
- ฝ่ายบุคคลใช้รายการตรวจสุขภาพประจำปีของผู้ประกันตนให้เต็มสิทธิ อ่านเรื่องสุขภาพผู้ชายเพิ่มเติมได้ที่หมวดสุขภาพผู้ชาย
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ชายเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิงจริงไหม?
ในแง่การเสียชีวิตใช่ สถิติสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าปี 2024 ผู้ชายไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด 44.3 ต่อประชากร 100,000 คน เทียบกับผู้หญิง 22.9 และจากโรคหลอดเลือดสมอง 72.1 เทียบกับ 47.6 ส่วน WHO ประมาณว่าผู้ชายที่มีความดันโลหิตสูงได้รับการวินิจฉัยและคุมความดันได้น้อยกว่าผู้หญิง
อาการหัวใจวายเป็นอย่างไร ควรทำอะไรเป็นอย่างแรก?
กรมควบคุมโรคระบุว่าอาการหัวใจวายคือเจ็บหรืออึดอัดบริเวณกลางหน้าอก ปวดร้าวไปที่แขน ไหล่ซ้าย ข้อศอก กราม หรือหลัง อาจหายใจลำบาก คลื่นไส้ หน้ามืด เหงื่อแตก หรือหน้าซีดร่วมด้วย เมื่อสงสัยให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที เพราะโรคหัวใจและหลอดเลือดอาจแสดงอาการครั้งแรกตอนเกิดภาวะวิกฤต
B.E.F.A.S.T. สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองคืออะไร?
เป็นหลักสังเกตอาการที่กรมควบคุมโรคเผยแพร่ B คือเสียการทรงตัว E คือมองไม่เห็นหรือเห็นภาพซ้อน F คือหน้าเบี้ยว A คือแขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก S คือพูดไม่ชัด และ T คือเวลา ให้โทร 1669 และนำผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที
ความดันเท่าไรถือว่าเป็นความดันโลหิตสูง?
กรมควบคุมโรคระบุว่าความดันที่เหมาะสมควรต่ำกว่า 120/80 มม.ปรอท ตั้งแต่ 130/80 ถือว่าเสี่ยงและควรเริ่มปรับพฤติกรรม ตั้งแต่ 140/90 ถือเป็นโรคความดันโลหิตสูงและควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย ส่วนตั้งแต่ 180/110 ถือว่าอันตราย ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน ความดันที่คุมไม่ได้นำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดและอัมพาต
ผู้ชายควรตรวจความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือดตอนอายุเท่าไร?
กรมควบคุมโรคแนะนำให้ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไปตรวจสุขภาพประจำปีหรือคัดกรองความดันโลหิตสูงที่สถานบริการใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนรายการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตนให้ตรวจน้ำตาลในเลือดปีละครั้งตั้งแต่อายุ 35 ปี และตรวจไขมันทุก 5 ปีช่วงอายุ 20–34 ปี แล้วปีละครั้งตั้งแต่ 35 ปี ตัวเลขเหล่านี้ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ
แหล่งอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค รณรงค์วันหัวใจโลก ปี 2569 ทุกจังหวะหัวใจ ใส่ใจดูแล หมั่นตรวจสุขภาพ ป้องกันโรคหัวใจ — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2567 (Public Health Statistics A.D. 2024) — กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
- Hypertension profile: Thailand (Hypertension profiles, 2023) — World Health Organization
- กรมควบคุมโรค รณรงค์วันหลอดเลือดสมองโลก 2568 ร่วมสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการสังเกตสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง และเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- กรมควบคุมโรค รณรงค์วันความดันโลหิตสูงโลก ปี 2568 เน้นย้ำให้ประชาชนวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- Cardiovascular diseases (CVDs) (Fact sheet) — World Health Organization
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กระทรวงสาธารณสุข10WHO11กรมควบคุมโรค6
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ