โรคไข้ดิน 2569 อีสานล่างป่วย 570 ราย เสียชีวิต 45 สคร.9 เตือนช่วงฝนและน้ำท่วมขัง
โรคไข้ดิน 2569 เขตสุขภาพที่ 9 ป่วย 570 ราย เสียชีวิต 45 ราย บุรีรัมย์มากสุด สคร.9 เตือนช่วงฝนและน้ำท่วมขัง แนะ 4 วิธีป้องกัน มีไข้ 2 วันหลังสัมผัสดินให้พบแพทย์
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- สคร.9 นครราชสีมา กรมควบคุมโรค เตือนเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 ให้ระวังโรคไข้ดิน (เมลิออยโดสิส) ช่วงฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง และดินโคลนเปียกชื้น
- ข้อมูลระบบ DDS ของกรมควบคุมโรค 1 ม.ค.–17 ต.ค. 2569 พบผู้ป่วยในเขตสุขภาพที่ 9 538 ราย เสียชีวิต 40 ราย และข่าวสดรายงาน 22 ต.ค. ว่ายอดถึงวันนั้นเป็น 570 ราย เสียชีวิต 45 ราย
- บุรีรัมย์มีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาคือสุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ ผู้ป่วยมากที่สุดอยู่ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป
- สคร.9 แนะ 4 วิธีป้องกัน และให้รีบพบแพทย์หากมีไข้สูงต่อเนื่องตั้งแต่ 2 วันขึ้นไปหลังสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลน สอบถามสายด่วน 1422
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9) กรมควบคุมโรค เตือนเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 ให้ระวังโรคไข้ดิน (เมลิออยโดสิส) ช่วงฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง โรคไข้ดิน 2569 ในเขตสุขภาพที่ 9 พบผู้ป่วย 538 ราย เสียชีวิต 40 ราย ระหว่าง 1 มกราคม–17 ตุลาคม และข่าวสดรายงานวันที่ 22 ตุลาคมว่ายอดเพิ่มเป็น 570 ราย เสียชีวิต 45 ราย

เขตสุขภาพที่ 9 หรือ "นครชัยบุรินทร์" ครอบคลุมนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ตัวเลขโรคไข้ดิน 2569 ชุดแรกมาจากระบบ Digital Disease Surveillance (DDS) ของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ส่วนชุดที่ใหม่กว่าข่าวสดรายงานว่านายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการ สคร.9 ให้ข้อมูลผ่านกลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขของสำนักงาน
โรคไข้ดิน 2569 อีสานล่าง ป่วยจังหวัดไหนมากที่สุด
| จังหวัด | ผู้ป่วย (ราย) | เสียชีวิต (ราย) |
|---|---|---|
| บุรีรัมย์ | 245 | 12 |
| สุรินทร์ | 139 | 11 |
| นครราชสีมา | 136 | 17 |
| ชัยภูมิ | 50 | 5 |
| รวมเขตสุขภาพที่ 9 | 570 | 45 |
ตัวเลขโรคไข้ดิน 2569 ในตารางเป็นข้อมูลวันที่ 1 มกราคม–22 ตุลาคม ตามที่ข่าวสดรายงานจาก สคร.9 ส่วนประกาศของ สคร.9 ที่ใช้ข้อมูลถึง 17 ตุลาคม ระบุว่าบุรีรัมย์มีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาคือสุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ และผู้ป่วยมากที่สุดอยู่ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 55–64 ปี และ 45–54 ปี นครราชสีมามีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 17 ราย แม้จำนวนผู้ป่วยน้อยกว่าบุรีรัมย์

โรคไข้ดินคืออะไร ติดได้อย่างไร
สคร.9 อธิบายในประกาศเตือนโรคไข้ดิน 2569 ว่าโรคไข้ดินหรือเมลิออยโดสิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในดินและน้ำ เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง
- ทางบาดแผลหรือผิวหนังที่สัมผัสดินและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
- การสูดดมละอองฝุ่นดินที่มีเชื้อ
- การดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ
หากติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ ช่วงที่ฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วม คนในพื้นที่สัมผัสดิน น้ำ และโคลนมากขึ้น ทั้งจากการลงนา เก็บเกี่ยวผลผลิต และทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก
ใครเสี่ยงป่วยรุนแรงจากโรคไข้ดิน
นายแพทย์สายลักษณ์ระบุกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หรือสวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายเป็นประจำ ได้แก่
- ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต โรคตับ และโรคปอดเรื้อรัง
- ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- ผู้ดื่มสุราเป็นประจำ
- ผู้ที่ต้องสัมผัสดินหรือน้ำเป็นประจำ เช่น เกษตรกร
4 วิธีป้องกันโรคไข้ดิน 2569 ตามคำแนะนำ สคร.9
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง โดยเฉพาะที่น้ำท่วมขังหรือดินโคลน ถ้าจำเป็นต้องสัมผัสให้สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง กางเกงขายาว หรือชุดลุยน้ำ และผู้ที่มีบาดแผลควรเลี่ยงจนกว่าแผลจะหายสนิท
- ทำความสะอาดร่างกายและดูแลแผลทันทีหลังสัมผัส อาบน้ำฟอกสบู่ ทำความสะอาดแผลและปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ไม่ใช้ดินหรือสมุนไพรพอกแผล
- ดื่มน้ำสะอาด น้ำจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาลหรือน้ำฝน ควรต้มให้เดือดก่อน รับประทานอาหารปรุงสุก และใช้น้ำสะอาดเตรียมอาหาร
- รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ควบคุมโรคประจำตัวต่อเนื่อง ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หนักและการสูบบุหรี่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

เมื่อไรควรพบแพทย์
นายแพทย์สายลักษณ์ระบุอาการที่ควรรีบไปพบแพทย์ ดังนี้
- มีไข้สูงต่อเนื่องตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป โดยเฉพาะหลังสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลน
- ไอ หายใจหอบเหนื่อย
- มีฝีหนองตามผิวหนัง
เมื่อไปพบแพทย์ควรแจ้งประวัติการสัมผัสดินหรือน้ำให้แพทย์ทราบ และไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะโรคไข้ดินอาจรุนแรงถึงชีวิต การวินิจฉัยและรักษาเร็วช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
บทความนี้สรุปคำแนะนำของหน่วยงาน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
สคร.9 ระบุว่าช่วงฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วม คนในพื้นที่สัมผัสดิน น้ำ และโคลนมากขึ้นจากการลงนา เก็บเกี่ยวผลผลิต และทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด ซึ่งเป็นงานของช่วงปลายฝนนี้พอดี ตัวเลขสองชุดข้างต้นซึ่งมาจากคนละช่วงข้อมูลแสดงว่ายอดผู้ป่วยโรคไข้ดิน 2569 ในเขตสุขภาพที่ 9 เพิ่มจาก 538 ราย (ถึง 17 ต.ค.) เป็น 570 ราย (ถึง 22 ต.ค.) และผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 40 เป็น 45 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ 65 ปีขึ้นไป
ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล
- องค์กรที่มีพนักงานภาคสนามหรือทีมทำความสะอาดหลังน้ำลด ในอีสานล่างซึ่งมีผู้ป่วยโรคไข้ดิน 2569 สูง จัดรองเท้าบูทและถุงมือยางให้ใช้ ตามที่ สคร.9 แนะนำให้สวมอุปกรณ์ป้องกันเมื่อต้องสัมผัสดินหรือน้ำ
- ฝ่ายบุคคลและหน่วยอาชีวอนามัย แจ้งพนักงานกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคไต ให้หลีกเลี่ยงงานที่ต้องสัมผัสดินและน้ำโดยตรง และให้รีบพบแพทย์เมื่อมีไข้หลังสัมผัส
- ธุรกิจเกษตรและโรงงานแปรรูปที่รับแรงงานช่วงเก็บเกี่ยว สื่อสารวิธีดูแลบาดแผลและการล้างตัวหลังทำงานตามคำแนะนำของ สคร.9
สิ่งที่ควรทำ
ช่วงที่ยังมีรายงานผู้ป่วยโรคไข้ดิน 2569 ในอีสานล่าง ให้ทำดังนี้
- สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางทุกครั้งที่ต้องลุยน้ำหรือโคลน
- ล้างตัวและดูแลบาดแผลทันทีหลังสัมผัสดินหรือน้ำ
- ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาด และกินอาหารปรุงสุก
- มีไข้ 2 วันขึ้นไปหลังสัมผัสดินหรือน้ำ ให้ไปพบแพทย์และแจ้งประวัติ หรือโทร. 1422
อ่านข่าวสาธารณสุขและสิทธิรักษาพยาบาลอื่นได้ที่หมวดสุขภาพ และสิทธิวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประกันสังคมที่ยังใช้ได้ถึงสิ้นปี
คำถามที่พบบ่อย
โรคไข้ดิน 2569 ป่วยกี่ราย จังหวัดไหนมากที่สุด?
กรมควบคุมโรคระบุว่าโรคไข้ดิน 2569 ในเขตสุขภาพที่ 9 ระหว่าง 1 มกราคม–17 ตุลาคม 2569 มีผู้ป่วย 538 ราย เสียชีวิต 40 ราย บุรีรัมย์มีอัตราป่วยสูงสุด ส่วนข่าวสดรายงานจากข้อมูลของ สคร.9 ว่าถึง 22 ตุลาคม ยอดเป็น 570 ราย เสียชีวิต 45 ราย บุรีรัมย์ป่วยมากที่สุด 245 ราย
โรคไข้ดินติดต่อได้อย่างไร?
โรคไข้ดินหรือเมลิออยโดสิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบในดินและน้ำ ในประกาศเตือนโรคไข้ดิน 2569 สคร.9 ระบุว่าเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผลหรือผิวหนังที่สัมผัสดินและน้ำที่ปนเปื้อน การสูดดมละอองฝุ่นดินที่มีเชื้อ และการดื่มน้ำหรือกินอาหารที่ปนเปื้อน หากติดเชื้ออาจป่วยรุนแรงถึงเสียชีวิต
อาการแบบไหนของโรคไข้ดิน 2569 ที่ควรรีบไปพบแพทย์?
ผู้อำนวยการ สคร.9 ระบุว่าหากมีไข้สูงต่อเนื่องตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป โดยเฉพาะหลังสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลน หรือมีอาการไอ หายใจหอบเหนื่อย หรือมีฝีหนองตามผิวหนัง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัส ไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะโรคไข้ดินอาจรุนแรงถึงชีวิต
ป้องกันโรคไข้ดิน 2569 ช่วงน้ำท่วมได้อย่างไร?
สคร.9 แนะ 4 วิธี คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรงหรือสวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง อาบน้ำฟอกสบู่และดูแลบาดแผลทันทีหลังสัมผัส ดื่มน้ำสะอาดหรือต้มน้ำให้เดือดและกินอาหารปรุงสุก และดูแลสุขภาพพร้อมควบคุมโรคประจำตัว ลดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
ใครเสี่ยงป่วยรุนแรงจากโรคไข้ดิน?
ในการเตือนเรื่องโรคไข้ดิน 2569 สคร.9 ระบุกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ดื่มสุราเป็นประจำ และผู้ที่ต้องสัมผัสดินหรือน้ำเป็นประจำ เช่น เกษตรกรที่ต้องลงนาและผู้ที่ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด
แหล่งอ้างอิง
- สคร.9 เตือนประชาชน ระวัง “โรคไข้ดิน” ช่วงฝนตกต่อเนื่อง–น้ำท่วมขัง แนะ 4 วิธีป้องกัน ลดเสี่ยงป่วยรุนแรงและเสียชีวิต — สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กรมควบคุมโรค
- โรคไข้ดินคร่าชีวิตแล้ว 45 ป่วยอีก 570 ราย 4 จว.อีสานตอนล่าง เตือนสัมผัสน้ำ-ดินชื้นโดยตรงเป็นเวลานาน — ข่าวสด
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กรมควบคุมโรค13
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ