พระราชวัง Alhambra และสวน Generalife ที่ Granada: ราชวงศ์ Nasrid ลานสิงโต และสวนน้ำ
พระราชวัง Alhambra ที่ Granada สเปน ราชสำนักของสุลต่านราชวงศ์ Nasrid มรดกโลกปี 1984 มีลานสิงโตสมัย Muhammad V สวน Generalife และตั๋วทั่วไป 22.27 ยูโร
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 17 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระราชวัง Alhambra ตั้งบนเนิน Sabika สูง 790 เมตร Muhammad I (1237–1273) ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Nasrid ทรงเลือกที่นี่เป็นที่ตั้งราชสำนัก และรุ่งเรืองที่สุดในครึ่งหลังศตวรรษที่ 14 สมัย Yusuf I และ Muhammad V
- Muhammad V ทรงสร้าง Palace of the Lions ในรัชสมัยครั้งที่สอง 1362–1391 และทรงให้สร้างด้านหน้า Comares ในปี 1370
- UNESCO ขึ้นทะเบียน Alhambra และ Generalife เป็นมรดกโลกในปี 1984 แล้วขยายรวมย่าน Albayzín ในปี 1994 พื้นที่มรดกโลกรวม 450 เฮกตาร์
- ตั๋ว General Day Tour ราคา 22.27 ยูโร วัง Nasrid เข้าได้เฉพาะเวลาบนตั๋ว รับ 300 คนทุกครึ่งชั่วโมง และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าฟรีแต่ต้องมีตั๋ว
พระราชวัง Alhambra ที่เมือง Granada ประเทศสเปน คือเมืองพระราชวังบนเนิน Sabika ที่ราชวงศ์ Nasrid เริ่มสร้างในศตวรรษที่ 13 และรุ่งเรืองที่สุดในครึ่งหลังศตวรรษที่ 14 ทางตะวันออกคือ Generalife พระราชวังและสวนพักผ่อนของสุลต่าน UNESCO ขึ้นทะเบียนทั้งสองแห่งเป็นมรดกโลกในปี 1984 และวันนี้เปิดให้ชมทุกวัน ยกเว้นวันที่ 25 ธันวาคมและ 1 มกราคม
บทความนี้เล่าประวัติพระราชวัง Alhambra วัง Nasrid แต่ละส่วน พระราชวัง Carlos V และสวน Generalife พร้อมข้อมูลการเข้าชม โดยอ้างเว็บไซต์ของ Patronato de la Alhambra y Generalife หน่วยงานที่ดูแลอนุสรณ์สถาน และหน้ามรดกโลกของ UNESCO ชื่อสถานที่และพระนามของสุลต่านเขียนเป็นภาษาอังกฤษตามหน้าของผู้ดูแล เพราะยังไม่พบการสะกดภาษาไทยในเอกสารของหน่วยงานรัฐไทย
พระราชวัง Alhambra คืออะไร และใครดูแลวันนี้
หน้าประวัติของผู้ดูแล สรุปว่าพระราชวัง Alhambra เคยเป็นทั้งเมืองพระราชวัง ที่ประทับของราชสำนักคริสต์ ที่ตั้งกองบัญชาการของราชอาณาจักร Granada และป้อมทหาร จนได้รับการประกาศเป็นอนุสรณ์สถานในปี 1870 ช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดคือครึ่งหลังศตวรรษที่ 14 ตรงกับสมัย Yusuf I (1333–1354) และรัชสมัยครั้งที่สองของ Muhammad V (1362–1391)

หน้ามรดกโลกของ UNESCO ระบุว่า Alhambra เป็นเมืองพระราชวังสมัยอิสลามแห่งเดียวที่ยังรักษาไว้ได้ และเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของศิลปะ Nasrid ส่วนผู้ดูแลคือ Council of the Alhambra and the Generalife (Patronato) หน่วยงานอิสระที่มีตัวแทนรัฐบาลกลาง รัฐบาลแคว้น และท้องถิ่น และพระราชวัง Alhambra กับ Generalife ได้รับการประกาศเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทอนุสรณ์สถานตาม Decree 107/2004
เนิน Sabika และการเลือกที่ตั้งพระราชวัง Alhambra
หน้าที่ตั้ง (The Enclave) อธิบายว่าเมือง Granada ล้อมด้วยภูเขาและมีแม่น้ำ Darro กับ Genil ไหลผ่าน ริมแม่น้ำ Darro มีเนิน San Cristóbal สูง 760 เมตร และเนิน Sabika สูง 790 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวัง Alhambra นักเขียนอาหรับเปรียบ Granada เป็นมงกุฎ และ Alhambra คืออัญมณีที่โดดเด่นออกมา

หน้าประวัติระบุว่ามีบันทึกการก่อสร้างบนเนินนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 หลังปี 1031 ราชวงศ์ Zirid ตั้งราชสำนักที่ย่าน Albaicín และ Samuel ibn Nagrella เสนาบดีสูงสุด บูรณะอาคารร้างบนเนิน Sabika แล้วตั้งวังของตนที่นี่ ในศตวรรษที่ 13 Al-Ahmar ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Nasrid ซึ่งหน้าที่ตั้งเรียกว่า Muhammad I (1237–1273) ทรงเลือกเนิน Sabika และเริ่มสร้างพระราชวัง Alhambra ที่เห็นวันนี้
ผู้ดูแลอธิบายว่า Alhambra ไม่ได้สร้างในคราวเดียว แต่ค่อย ๆ เพิ่มอาคารเป็นกลุ่มเหมือนเซลล์ตลอดเกือบสองศตวรรษครึ่งของราชวงศ์ Nasrid แล้วยังถูกดัดแปลงต่อในยุคคริสต์จนเกือบถึงปัจจุบัน
Alcazaba ป้อมที่เก่าแก่ที่สุดของพระราชวัง Alhambra
หน้าที่ตั้งระบุว่า Alcazaba น่าจะเป็นส่วนที่มีคนอยู่เก่าแก่ที่สุด กำแพงชั้นในฝั่งเหนือมาจากศตวรรษที่ 11 ราชวงศ์ Almoravid ปรับปรุงในศตวรรษที่ 12 และในศตวรรษที่ 13 ราชวงศ์ Nasrid เพิ่มหอคอยใหญ่ คือหอคอย Vela ทางตะวันตก และหอคอย Homenaje, Quebrada และ Adarguero ทางตะวันออก

หน้า Alcazaba อธิบายว่าที่นี่เป็นย่านพักอาศัยของทหารราชองครักษ์ที่ลาดตระเวนทั่วเมืองพระราชวัง ทางเข้าหลักอยู่ที่เชิงหอคอย Homenaje และวกเป็นรูปตัว L ไม่ให้มองเห็นประตูจากภายนอก ด้านในเป็นลานฝึกทหาร (Place of Arms) ด้านเหนือมีบ้านของทหารที่อยู่กับครอบครัว ส่วนอีกฝั่งเป็นคลังและห้องโถงของทหาร

ประตู Justicia และประตูของพระราชวัง Alhambra
หน้าประตู Justicia ระบุว่าในบรรดาประตูทั้ง 4 ของกำแพง Alhambra ประตูนี้ใหญ่และงามที่สุด สร้างในปี 1348 หน้าที่ตั้งระบุว่าเป็นหนึ่งในงานของ Yusuf I ผู้ทรงเป็นนักสร้างคนสำคัญคนแรกของพระราชวัง Alhambra

บนหินหลักของซุ้มโค้งด้านนอกสลักรูปมือ และกลางซุ้มด้านในมีรูปกุญแจ ซึ่งผู้ดูแลระบุว่าเป็นสัญลักษณ์แบบอิสลาม ต่อมา Catholic Monarchs ทรงให้ติดรูปพระแม่มารีกับพระกุมารแบบกอทิกของ Roberto Alemán ทับจารึกภาษาอาหรับเดิม ภายในทางเข้าเลี้ยวสองครั้งเพื่อการป้องกัน และยังเหลือบานประตูหุ้มเหล็กดั้งเดิม

Mexuar และด้านหน้า Comares ในวัง Nasrid ของพระราชวัง Alhambra
วัง Nasrid เริ่มจาก Mexuar ชื่อมาจากคำอาหรับ Maswar ที่ประชุมของคณะเสนาบดี และเป็นที่สุลต่านทรงตัดสินความ ผู้ดูแลระบุว่าห้องนี้น่าจะเป็นส่วนของอาคารที่มีมาก่อนพระราชวัง Comares และพระราชวังสิงโต การสร้างเชื่อว่าเป็นของ Isma'il (1314–1325) แล้ว Yusuf I และ Muhammad V ทรงปรับการตกแต่ง ในศตวรรษที่ 16 มีการต่อชั้นบนและเปลี่ยนเป็นโบสถ์

ด้านหน้า Comares สร้างตามพระราชประสงค์ของ Muhammad V ในปี 1370 เพื่อเฉลิมฉลองการยึด Algeciras เดิมทาสีสดใส ชายคาไม้แกะสลักเป็นงานชั้นเยี่ยม ผู้ดูแลระบุว่าบนบันไดหน้าอาคารนี้สุลต่านทรงให้ราษฎรเข้าเฝ้าและทรงตัดสินความ ประตูขวานำไปสู่ส่วนครอบครัวและคนรับใช้ ประตูซ้ายเป็นทางเดินหักมุมรูปตัว Z เข้าสู่ใจกลางวัง

ลาน Myrtles และห้อง Ambassadors ในพระราชวัง Alhambra
หน้าที่ตั้งระบุว่า Yusuf I ทรงสร้างพระราชวัง Comares แม้จะไม่ทันเห็นงานเสร็จ ลาน Myrtles (Patio de los Arrayanes) ได้ชื่อจากพุ่มต้นเมอร์เทิลที่ปลูกเรียงสองข้างสระยาว ผู้ดูแลอธิบายว่าผิวน้ำทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนอาคารโดยรอบ เดิมพื้นที่สีเขียวอยู่ต่ำกว่านี้และมีไม้พุ่มหลากชนิดกว่า ส่วนพื้นลานปูด้วยหินอ่อนสีขาวแผ่นใหญ่

หอคอย Comares สูง 45 เมตร สูงที่สุดใน Alhambra ภายในคือห้อง Ambassadors หรือห้องบัลลังก์ ห้องที่ใหญ่ที่สุดของพระราชวัง Comares ผนังเจาะเป็นซอกห้องเล็ก 9 ช่อง ช่องกลางตรงข้ามประตูตกแต่งงามที่สุดและสงวนไว้สำหรับสุลต่าน ผนังมีฐานกระเบื้อง ปูนปั้นลายเรขาคณิต ลายพรรณไม้ และจารึก ซึ่งเดิมทาสีสดใส เพดานมีความหมายเชิงสัญลักษณ์รองรับอำนาจของสุลต่านที่ประทับบนบัลลังก์


ลานสิงโต ผลงานของ Muhammad V ในพระราชวัง Alhambra
หน้าลานสิงโต ระบุว่า Muhammad V ทรงสร้างพระราชวังสิงโตในรัชสมัยครั้งที่สองระหว่างปี 1362–1391 ส่วนรัชสมัยครั้งแรกยาวเพียง 5 ปี ผู้ดูแลเรียกพระราชวังนี้ว่าจุดสูงสุดทางสถาปัตยกรรมของพระราชวัง Alhambra ผังเป็นลานกลางแจ้งรูปกากบาทมีน้ำพุตรงกลาง ล้อมด้วยระเบียงเสาโค้ง

น้ำพุสิงโตเป็นทั้งสัญลักษณ์ของความงามและตัวอย่างระบบน้ำที่ซับซ้อน แกนทรงกระบอกกลางอ่างให้น้ำไหลเข้าออกได้โดยไม่ล้นอ่าง ผู้ดูแลบอกว่าน้ำพุนี้คือแนวคิดทางเทคนิคทั้งหมดของ Alhambra ในขนาดย่อ ส่วนคำถามว่าแปลงทั้งสี่ของลานเดิมปูพื้นหรือปลูกไม้พุ่มต่ำกว่าระดับทางเดิน ยังเป็นข้อถกเถียงที่ผู้ดูแลยังไม่สรุป


ห้อง Two Sisters และห้อง Abencerrajes ในพระราชวัง Alhambra
ห้อง Two Sisters เป็นห้องหลักห้องที่สองของพระราชวังสิงโต ชื่อมาจากแผ่นหินอ่อนใหญ่สองแผ่นบนพื้น ซึ่งมีน้ำพุเล็กอยู่ระหว่างกัน และน้ำไหลตามรางไปยังลานสิงโต ฐานกระเบื้องที่นี่ผู้ดูแลเรียกว่าแปลกที่สุดใน Alhambra และเพดานโดมหินย้อย (muqarnas) ที่มีดาวอยู่กลางคืองานชั้นครูของห้องนี้

ห้อง Abencerrajes อยู่ฝั่งใต้ของลาน ชื่อมาจากตำนานในศตวรรษที่ 16 เกี่ยวกับตระกูล Abencerrajes ผังห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีน้ำพุหินอ่อน 12 เหลี่ยมตรงกลาง จุดเด่นคือโดมหินย้อยรูปดาวแปดแฉก ปูนปั้นส่วนใหญ่ได้รับการบูรณะในศตวรรษที่ 16 และฐานกระเบื้องจาก Seville ก็มาจากศตวรรษเดียวกัน

Mirador de Daraxa และลาน Lindaraja ในพระราชวัง Alhambra
Mirador de Daraxa คือระเบียงชมวิวที่ผู้ดูแลเรียกว่าหนึ่งในงานที่งามที่สุดของวัง ชื่อภาษาสเปนมาจากคำอาหรับ "Ayn Dar Aisa" แปลว่า "ดวงตาของบ้าน Aisa" สมัย Nasrid ใช้เป็นจุดเฝ้ามองชนบท มีสวนอยู่ด้านล่าง หน้าต่างอยู่ต่ำให้คนนั่งบนพื้นมองออกไปได้ และเพดานประดับกระจกหลากสี

ปัจจุบันสวนด้านล่างคือลาน Lindaraja ล้อมด้วยห้องชุด Emperor's Chambers จนดูคล้ายระเบียงคด กลางลานมีน้ำพุที่ฐานเป็นงานบาโรก ราวปี 1626–1995 น้ำพุนี้ใช้อ่างหินอ่อนสมัย Nasrid ที่มีจารึก ซึ่งปัจจุบันเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของ Alhambra
Partal วังที่เก่าที่สุดของพระราชวัง Alhambra ที่ยังเหลือ
หน้า Partal ระบุว่าซุ้มระเบียง 5 โค้งของวัง Partal หันหน้าสู่สระใหญ่กลางสวน ด้านหลังคือห้องหลักในหอคอย Las Damas (Tower of the Ladies) ลวดลายตกแต่งบ่งว่าสร้างในรัชสมัยสุลต่าน Muhammad III (1302–1309) จึงเป็นวังที่เก่าที่สุดในพระราชวัง Alhambra แม้จะเหลือเพียงบางส่วน

ต่างจาก Comares และพระราชวังสิงโต Partal เพิ่งกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของ Alhambra เมื่อ 12 มีนาคม 1891 ที่ Arthur von Gwinner เจ้าของคนสุดท้ายมอบกรรมสิทธิ์ให้รัฐ ตอนนั้นเป็นเพียงบ้านหลังเล็ก ผนังถูกฉาบปิดลวดลายเดิม เพดานไม้ในหอคอยถูกรื้อไปและปัจจุบันอยู่ที่ Museum für Islamische Kunst ในเบอร์ลิน สวนรอบ Partal เป็นผลของงานภูมิทัศน์ที่เริ่มในทศวรรษ 1930

พระราชวัง Carlos V ในพระราชวัง Alhambra หลังปี 1492
หน้าประวัติระบุว่าตั้งแต่ปี 1492 Alhambra เป็นที่ประทับของราชสำนัก (Royal Household) มี Tendilla เป็นผู้รับผิดชอบ และ Catholic Monarchs ทรงสั่งซ่อมใหญ่โดยใช้ช่างชาวมัวร์เป็นหลัก ปี 1526 Emperor Carlos V ทรงตัดสินพระทัยสร้างพระราชวังแบบเรอเนสซองส์โรมันในพระราชวัง Alhambra

หน้าพระราชวัง Carlos V ระบุว่าแบบมาจาก Pedro Machuca ผู้คุมงานระหว่างปี 1533–1550 จากนั้น Luis บุตรชายสร้างลานวงกลมต่อ งานหยุดไป 15 ปีหลังการลุกฮือในปี 1568 แนวเสาชั้นบนของลานเสร็จในปี 1619 และงานหยุดถาวรในปี 1637 โดยหลังคายังไม่เสร็จ เมื่อ Philip IV เสด็จ Granada ในปี 1628 จึงประทับที่นี่ไม่ได้ ผังเป็นวงกลมในสี่เหลี่ยม และอาคารค้างอยู่จนสถาปนิก Leopoldo Torres Balbás วางแผนฟื้นฟูในปี 1923

พระราชวัง Alhambra จากความทรุดโทรมสู่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ
หน้าประวัติเล่าว่าช่วงต้นศตวรรษที่ 18 Felipe V ทรงปลด Marqués de Mondéjar ทายาทของ Conde de Tendilla จากตำแหน่งผู้ปกครอง ทำให้พระราชวัง Alhambra ถูกทิ้งร้างจนถึงรัชสมัย Carlos IV (1788–1808) ช่วงที่ฝรั่งเศสยึดครองยังเกิดการรื้อทำลายในปี 1812 ตอนกองทัพฝรั่งเศสถอนตัว ผู้ดูแลระบุว่าความกล้าของทหารสเปนนายหนึ่งช่วยไม่ให้ถูกทำลายเกือบทั้งหมด

หลังจากนั้นความสนใจต่อ Alhambra กลับมา โดยมี Washington Irving (1783–1859) เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญ ร่วมกับกระแสความสนใจสวนของ Alhambra และศิลปะแนวตะวันออก หลังการปฏิวัติปี 1868 พระราชวัง Alhambra ถูกแยกจากราชสำนักมาเป็นของรัฐ และประกาศเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติในปี 1870 ศตวรรษที่ 20 อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการ (1905) แล้วเป็นคณะผู้ดูแล (Trust) ในปี 1913 และตั้ง Trust ใหม่ในปี 1944 UNESCO ระบุว่างานบูรณะบางส่วนในศตวรรษที่ 19 กระทบคุณค่าเดิม แต่งานบูรณะเชิงวิทยาศาสตร์ในทศวรรษ 1930 แก้ไขได้
Generalife พระราชวังพักผ่อนข้างพระราชวัง Alhambra
หน้าพระราชวัง Generalife ระบุว่าสร้างระหว่างศตวรรษที่ 12 ถึง 14 เป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์มุสลิม ขณะที่ UNESCO ระบุว่าเป็นที่ประทับแบบชนบทของเหล่าเอมีร์ที่สร้างในศตวรรษที่ 13–14 ส่วนหน้าที่ตั้งระบุว่า Generalife กับแกนหลักของ Partal คืองานก่อสร้างสมัย Nasrid ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเหลืออยู่

ทางเข้าเรียกว่า Court of the Dismount (Patio del Descabalgamiento) เพราะมีแท่นเหยียบช่วยลงจากหลังม้า ภายนอกดูเหมือนบ้านชนบทมากกว่าพระราชวัง เมื่อขึ้นบันไดชันแล้วจะถึง North Pavilion ที่เชื่อมกับ Patio de la Acequia ห้อง Royal Chamber (Sala Regia) ที่มีงานปูนปั้นและหัวเสาหินย้อย และจุดชมวิวของ Isma'il I ผู้ดูแลระบุว่าในปี 1526 Andrea Navagero ทูตเวนิส บรรยายสวนเล็กใต้ North Pavilion ว่ามีไม้เลื้อยคลุมกำแพง และน้ำพุที่พุ่งสูงถึงสิบวา (ten fathoms)

หน้าเรื่องพื้นที่สีเขียว ระบุว่ารอบ Generalife มีแปลงผักที่ปลูกต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคกลาง UNESCO ก็ระบุว่าสวนและแปลงผักของ Generalife เป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่เกษตรยุคกลางที่ยังให้ผลผลิต
Patio de la Acequia หัวใจของสวน Generalife
หน้า Patio de la Acequia ระบุว่าลานยาวแคบนี้รับน้ำจากคลอง Acequia Real แหล่งน้ำหลักของทั้งพระราชวัง Alhambra และ Generalife เดิมรางน้ำเป็นรูปกากบาทแบบลานสิงโต ส่งน้ำให้แปลงสวน 4 แปลง ส่วนน้ำพุพุ่งไขว้กันที่ถูกลอกแบบไปทั่วโลก เพิ่งติดตั้งในศตวรรษที่ 19 การขุดค้นในปี 1958 พบว่าเคยมีหัวน้ำพุ 12 หัว

เดิมลานนี้ปิดล้อมเป็นสวนภายใน มีกำแพงสูงฝั่งหนึ่งที่ถูกรื้อในยุคคริสต์ ลานจึงกลายเป็นจุดชมวิวและความเป็นส่วนตัวหายไป ไฟไหม้ในปี 1958 ทำให้ที่พักชั้นเดียวฝั่งตะวันตกเสียหายและนำไปสู่การขุดค้นดังกล่าว จุดชมวิวกลางลานยังมีงานปูนปั้นสมัยสุลต่าน Isma'il I (1314–1325) และหน้าต่างต่ำแบบ Nasrid ให้นั่งบนพื้นแล้วมองเห็นเมือง Granada

ลาน Sultana และ Escalera del Agua ใน Generalife
ผ่านห้อง Royal Chamber จะถึงลานต้นไซเปรสของ Sultana ชื่อมาจากตำนานรักที่แต่งขึ้นในงานเขียนของ Ginés Pérez de Hita ซุ้มโค้งของลานสร้างในปี 1584 กลางลานเป็นสระรูปตัว U ซึ่งในศตวรรษที่ 19 เคยมีสระเล็กกับน้ำพุหินอยู่ตรงกลาง ที่ตั้งเดิมเคยเป็นโรงอาบน้ำของพระราชวังที่ไม่เหลือแล้ว

Escalera del Agua หรือบันไดน้ำ นำขึ้นสู่ส่วนที่สูงที่สุดของ Generalife ผู้ดูแลระบุว่าเป็นส่วนที่เหลือจากงานเก่าซึ่งถูกดัดแปลงไปมาก ใต้ซุ้มต้นลอเรล น้ำจากคลอง Acequia Real ยังไหลลงตามกระเบื้องคว่ำบนราวบันไดทั้งสองข้าง เดิมน้ำเคยไหลลงอ่างกลม 3 อ่างจากท่อที่หายไปแล้ว

สวนชั้นบน สวนชั้นล่าง และทางเดินต้นไซเปรส
สวนชั้นบน (High Gardens) ขึ้นได้ทางบันได Stairway of the Lions จากศตวรรษที่ 19 สวนเรียงเป็นขั้นหลายชั้น มีน้ำพุเล็ก ต้นแมกโนเลีย ไม้พุ่มกลิ่นหอม และไม้ผลัดใบกับไม่ผลัดใบที่ช่วยกันลมเหนือ รวมถึงสวนพฤกษศาสตร์เล็กแบบนักมนุษยนิยมยุโรป ผู้ดูแลชี้ว่าที่นี่เห็นงานยุคกลาง เรอเนสซองส์ และโรแมนติกอยู่ด้วยกัน

สวนชั้นล่าง หรือสวนใหม่ (Jardines Nuevos) สร้างเป็นสวนสาธารณะระหว่าง Alhambra กับ Generalife ส่วนแรกคล้ายสวนเขาวงกตที่มีซุ้มกุหลาบและต้นไซเปรสเสร็จในปี 1931 ปี 1951 ขยายตามแบบสวนสไตล์มุสลิมของสถาปนิก Prieto Moreno และในปี 1952 สร้างโรงละครกลางแจ้งสำหรับ Granada International Festival of Music and Dance ที่จัดต่อเนื่องจนวันนี้

ทางออกคือทางเดินต้นไซเปรส ที่สร้างในช่วงหนึ่งในสามแรกของศตวรรษที่ 20 หน้าพื้นที่สีเขียวระบุว่าพื้นที่สวนของ Alhambra และ Generalife รวมราว 12 เฮกตาร์ และมีป่ารอบ ๆ มากกว่า 150,000 ตารางเมตร (15 เฮกตาร์)

ลำดับเหตุการณ์ของพระราชวัง Alhambra ถึงปี 1492
| ปี (ค.ศ.) | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| ศตวรรษที่ 9 | มีบันทึกการก่อสร้างบนเนิน Sabika |
| ศตวรรษที่ 11 | กำแพงชั้นในฝั่งเหนือของ Alcazaba มาจากยุคนี้ และหลังปี 1031 Samuel ibn Nagrella ตั้งวังบนเนิน |
| 1237–1273 | Muhammad I (Al-Ahmar) ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Nasrid เริ่มสร้างพระราชวัง Alhambra |
| 1302–1309 | รัชสมัย Muhammad III ช่วงที่น่าจะสร้าง Partal |
| 1314–1325 | Isma'il I สร้าง Mexuar และงานปูนปั้นที่ Patio de la Acequia |
| 1333–1354 | Yusuf I สร้างพระราชวัง Comares |
| 1348 | สร้างประตู Justicia |
| 1362–1391 | รัชสมัยครั้งที่สองของ Muhammad V สร้างพระราชวังสิงโต |
| 1370 | สร้างด้านหน้า Comares |
| 1492 | Alhambra เป็นที่ประทับของราชสำนัก Catholic Monarchs |
ลำดับเหตุการณ์ของพระราชวัง Alhambra หลังปี 1492
| ปี (ค.ศ.) | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1526 | Carlos V ทรงตัดสินพระทัยสร้างพระราชวัง และ Andrea Navagero บรรยายสวน Generalife |
| 1533–1550 | Pedro Machuca คุมงานพระราชวัง Carlos V |
| 1584 | สร้างซุ้มโค้งของลาน Sultana |
| 1637 | งานพระราชวัง Carlos V หยุดลง หลังคายังไม่เสร็จ |
| 1812 | การรื้อทำลายบางส่วนตอนกองทัพฝรั่งเศสถอนตัว |
| 1870 | ประกาศเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติ |
| 1891 | Partal ตกเป็นของรัฐเมื่อ 12 มีนาคม |
| 1923 | Leopoldo Torres Balbás วางแผนฟื้นฟูพระราชวัง Carlos V |
| 1931–1952 | สร้างสวนชั้นล่างและโรงละครกลางแจ้งของ Generalife |
| 1958 | ไฟไหม้และการขุดค้นที่ Patio de la Acequia |
| 1984 | UNESCO ขึ้นทะเบียน Alhambra และ Generalife เป็นมรดกโลก |
| 1994 | ขยายมรดกโลกรวมย่าน Albayzín |
| 2004 | Decree 107/2004 ประกาศเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทอนุสรณ์สถาน |
ภาพบันทึก
ภาพถ่ายเก่าตั้งแต่ปี 1860 แผนผัง และมุมต่าง ๆ ของพระราชวัง Alhambra และ Generalife






ข้อมูลการเข้าชมพระราชวัง Alhambra
ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 23 ต.ค. 2026 (Opening hours and prices, F.A.Q.)
- เวลาเปิดรอบกลางวัน (Alhambra, วัง Nasrid, Generalife, พระราชวัง Carlos V) 15 ตุลาคม–31 มีนาคม ทุกวัน 08.30–18.00 น. และ 1 เมษายน–14 ตุลาคม ทุกวัน 08.30–20.00 น. ช่องขายตั๋วเปิด 08.00 น. ปิดวันที่ 25 ธันวาคมและ 1 มกราคม
- รอบกลางคืนวัง Nasrid 15 ตุลาคม–31 มีนาคม วันศุกร์–เสาร์ 20.00–21.30 น. และ 1 เมษายน–14 ตุลาคม วันอังคาร–เสาร์ 22.00–23.30 น.
- ราคาตามหน้าทางการ General Day Tour 22.27 ยูโร ตั๋วสวนและพระราชวัง Generalife รอบกลางวัน 12.73 ยูโร รอบกลางคืนวัง Nasrid 12.73 ยูโร และรอบกลางคืนสวน 8.48 ยูโร เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าฟรีแต่ต้องซื้อตั๋วพร้อมผู้ใหญ่
- ส่วนลด สำหรับผู้มีอายุเกิน 65 ปีจากสหภาพยุโรป ผู้ถือ Youth Card และผู้พิการตั้งแต่ร้อยละ 33 ต้องแสดงเอกสารรับรองทั้งตอนรับตั๋วและวันเข้าชม
ราคาเป็นราคาตามหน้าทางการ ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนจอง
การจองตั๋วและกติกาในพระราชวัง Alhambra
- จองล่วงหน้า ผู้ดูแลแนะนำให้ซื้อล่วงหน้าเพราะความต้องการสูง ซื้อออนไลน์ได้ถึง 23.59 น. ของวันก่อนเข้าชม คนหนึ่งซื้อได้ไม่เกิน 10 ใบต่อบัตรธนาคารต่อเดือน และซื้อแล้วเปลี่ยนวันหรือเวลาไม่ได้
- วัง Nasrid ตามเวลาบนตั๋ว รับ 300 คนทุกครึ่งชั่วโมง ไปไม่ทันเวลาจะไม่ได้เข้า ถ้ารับตั๋วที่จุดรับตั๋วต้องรับอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้าวัง Nasrid ส่วนพื้นที่อื่นเข้าได้แห่งละครั้งตลอดวัน
- ตั๋วระบุตัวบุคคล โอนไม่ได้ ต้องพกพร้อมเอกสารแสดงตนตลอดการชม
- สัมภาระและสัตว์เลี้ยง มีตู้ล็อกเกอร์ฟรีตามจำนวนที่มี กระเป๋าเป้ต้องสะพายไว้ด้านหน้า รถเข็นเด็กเข้าในอาคารไม่ได้ และห้ามนำสัตว์เข้า ยกเว้นสุนัขนำทางและสุนัขช่วยเหลือ
- การเดินทาง รถส่วนตัวเข้าจากใจกลางเมืองไม่ได้ ใช้ถนนวงแหวน Ronda Sur ไปลานจอด 360 ช่อง หรือเดินขึ้นทาง Cuesta del Rey Chico จาก Paseo de los Tristes
ราคาและเวลาอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจหน้าทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านเรื่องพระราชวังของราชวงศ์ต่างประเทศอื่นได้ที่หมวดบ้านและสวนราชวงศ์ทั่วโลก เช่นพระราชวังเชินบรุนน์ในเวียนนา
คำถามที่พบบ่อย
พระราชวัง Alhambra อยู่ที่ไหน ไปอย่างไร?
พระราชวัง Alhambra อยู่บนเนิน Sabika เหนือเมือง Granada ทางใต้ของสเปน หน้าคำถามที่พบบ่อยของผู้ดูแลระบุว่ารถส่วนตัวเข้าจากใจกลางเมืองไม่ได้ ต้องใช้ถนนวงแหวนด้านใต้ (Ronda Sur) ตามป้ายไปลานจอดของอนุสรณ์สถาน ซึ่งมี 360 ช่อง ส่วนคนเดินขึ้นได้ทาง Cuesta del Rey Chico จาก Paseo de los Tristes
ตั๋วพระราชวัง Alhambra ปี 2026 ราคาเท่าไร?
หน้าเวลาเปิดและราคาของ Patronato de la Alhambra y Generalife แสดงตั๋ว General Day Tour ของพระราชวัง Alhambra ราคา 22.27 ยูโร ตั๋วสวนและพระราชวัง Generalife 12.73 ยูโร ตั๋วชมวัง Nasrid ช่วงกลางคืน 12.73 ยูโร เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าฟรีแต่ต้องซื้อตั๋วพร้อมผู้ใหญ่ ราคาอาจเปลี่ยน ควรตรวจหน้าทางการก่อนเดินทาง
ทำไมต้องเข้าวัง Nasrid ในพระราชวัง Alhambra ตามเวลาบนตั๋ว?
เพราะวัง Nasrid ในพระราชวัง Alhambra รับคนได้จำกัด หน้าคำถามที่พบบ่อยของผู้ดูแลระบุว่ารับ 300 คนทุกครึ่งชั่วโมง ถ้าไปไม่ถึงทางเข้าตามเวลาบนตั๋วจะไม่ได้เข้า ส่วน Alcazaba สวน และ Generalife เดินชมได้ตลอดเวลาเปิดของวันนั้น
Generalife ต่างจากพระราชวัง Alhambra อย่างไร?
Generalife คือพระราชวังและสวนพักผ่อนทางตะวันออกของพระราชวัง Alhambra UNESCO บรรยายว่าเป็นที่ประทับแบบชนบทของเหล่าเอมีร์ สร้างในศตวรรษที่ 13–14 มีสวน แปลงผัก และระบบน้ำจากคลอง Acequia Real จุดเด่นคือ Patio de la Acequia และ Escalera del Agua
ต้องใช้พาสปอร์ตเข้าพระราชวัง Alhambra ไหม?
ต้องใช้เอกสารแสดงตน หน้าคำถามที่พบบ่อยระบุว่าตั๋วพระราชวัง Alhambra เป็นตั๋วระบุตัวบุคคล โอนให้ผู้อื่นไม่ได้ ผู้เข้าชมทุกคนต้องถือตั๋วของตนเองตลอดการชม พร้อมเอกสารแสดงตนที่ออกโดยหน่วยงานรัฐของประเทศตน และเจ้าหน้าที่อาจขอตรวจได้ทุกเมื่อ
แหล่งอ้างอิง
- The history of the Alhambra — Patronato de la Alhambra y Generalife
- The Enclave — Patronato de la Alhambra y Generalife
- Alhambra, Generalife and Albayzín, Granada — UNESCO World Heritage Centre
- The court of the lions — Patronato de la Alhambra y Generalife
- Opening hours and prices — Patronato de la Alhambra y Generalife
- F.A.Q. — Patronato de la Alhambra y Generalife
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- รัฐสภา44สหภาพยุโรป61
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา436ฝรั่งเศส107ยุโรป229
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ