ข้ามไปยังเนื้อหา
Home & Gardenอธิบาย

บ้านลุงโฮ นครพนม: บ้านไม้ที่โฮจิมินห์เคยพัก กับสวนมะพร้าวและมะเฟืองที่บ้านนาจอก

บ้านลุงโฮ ที่บ้านนาจอก นครพนม บ้านไม้ที่ ททท. ระบุว่าโฮจิมินห์เคยพักช่วง พ.ศ. 2467–2474 แหล่งอื่นระบุ ค.ศ. 1928–1929 มีต้นไม้ที่เขาปลูกเอง เปิดทุกวัน เข้าชมฟรี

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 8 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
บ้านลุงโฮ ที่บ้านนาจอก นครพนม: เรือนไม้ชั้นเดียว ผนังไม้กระดาน หลังคามุงกระเบื้อง หน้าต่างไม้ระแนง ซึ่งผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าเป็นบ้านที่โฮจิมินห์เคยพัก
ภาพ: BacLuong at Vietnamese Wikipedia / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • บ้านลุงโฮ ที่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวที่ ททท. ระบุว่าโฮจิมินห์พักอาศัยช่วง พ.ศ. 2467–2474 รวม 7 ปี ส่วนคู่มือ Lonely Planet ระบุว่าเขามาพักเป็นครั้งคราวในปี 1928–1929
  • หน้าภาษาไทยของ ททท. ระบุว่าตัวบ้านและพิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม แต่หน้าภาษาอังกฤษของพิพิธภัณฑ์ระบุเวลา 08.00–19.00 น.
  • ในบริเวณบ้านมีต้นมะเฟืองและต้นมะพร้าวที่ ททท. ระบุว่าโฮจิมินห์ปลูกเอง ส่วน Museum Thailand ระบุว่าต้นไม้ที่เขาปลูกไว้มีมะพร้าว หมาก พลู กล้วย และชา
  • ระเบียนชื่อบุคคลของหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่าโฮจิมินห์เกิด 19 พฤษภาคม 1890 และเสียชีวิต 2 กันยายน 1969
  • ใกล้ตัวบ้านมีพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม อาคาร 2 ชั้น ซึ่ง ดร.อรรถ นันทจักร ก่อตั้งโครงการร่วมกับหอการค้าจังหวัดนครพนม

บ้านลุงโฮ หรือบ้านโฮจิมินห์ที่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม คือบ้านไม้ชั้นเดียวที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่าโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีเวียดนาม เคยพักอาศัยช่วง พ.ศ. 2467–2474 (ราว ค.ศ. 1924–1931) รวม 7 ปี วันนี้บ้านและสวนที่มีต้นไม้ซึ่งเขาปลูกเองเปิดให้ชมทุกวัน 08.00–18.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม

บ้านลุงโฮ คืออะไร: ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

บ้านหลังนี้มีหลายชื่อ Museum Thailand เรียกว่า "บ้านนาจอก" "บ้านลุงโฮ" หรือ "บ้านท่านโฮจิมินห์" ส่วน ททท. ใช้ชื่อ "บ้านลุงโฮจิมินห์ (บ้านนาจอก)" และจัดไว้ในประเภทบ้านโบราณ หน้าภาษาอังกฤษของ ททท. เรียกว่า Ho Chi Minh's House หรือ Uncle Ho's house

  • ที่ตั้ง: บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 (ททท.)
  • ลักษณะบ้าน: บ้านไม้ชั้นเดียว คล้ายบ้านสวนแบบโบราณ หลังบ้านมียุ้งข้าวโบราณ (ททท.)
  • ช่วงเวลาที่โฮจิมินห์พัก: พ.ศ. 2467–2474 รวม 7 ปี ตามที่ ททท. และ Museum Thailand ระบุ ส่วน Lonely Planet ระบุว่ามาพักเป็นครั้งคราวในปี ค.ศ. 1928–1929
  • สวน: ต้นมะเฟืองและต้นมะพร้าวที่ ททท. ระบุว่าโฮจิมินห์ปลูกเอง
  • ใกล้กัน: พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม ที่ ททท. ระบุว่าสร้างขึ้นภายหลัง
  • เวลาและค่าเข้าชม: ทุกวัน 08.00–18.00 น. ไม่เสียค่าใช้จ่าย (หน้าภาษาไทยของ ททท.)
ทางเดินผ่านสวนที่มีต้นปาล์มและไม้พุ่ม ด้านหน้าอนุสรณ์โฮจิมินห์ในนครพนม ภาพถ่ายปี 2010
ทางเดินผ่านสวนที่มีต้นปาล์มและไม้พุ่ม ซึ่งผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าเป็นด้านหน้าของอนุสรณ์โฮจิมินห์ในนครพนม ภาพถ่ายปี 2010 ภาพ: BacLuong / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

โฮจิมินห์ เจ้าของเรื่องราวของบ้านลุงโฮคือใคร

ระเบียนชื่อบุคคล (Name Authority File) ของหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ บันทึกชื่อหลักว่า Hồ Chí Minh ระบุวันเกิด 19 พฤษภาคม 1890 และวันเสียชีวิต 2 กันยายน 1969 ระเบียนเดียวกันรวบรวมชื่อรูปแบบอื่นไว้หลายชื่อ เช่น Nguyễn Sinh Cung, Nguyễn Tất Thành และ Nguyễn Ái Quốc

ททท. เรียกเขาว่าอดีตประธานาธิบดีของเวียดนาม และเล่าว่าช่วงที่เขาอยู่ในนครพนมเป็นช่วงที่เขานำการต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนามจากฝรั่งเศส Museum Thailand เสริมว่าระหว่างนั้นเขาเดินทางย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ และเปลี่ยนชื่อเรียกตามไปด้วยเพื่อซ่อนตัวไม่ให้ใครจำได้

ชื่อ "ลุงโฮ" ปรากฏทั้งในชื่อบ้านบนหน้าของ ททท. และในชื่อที่ Museum Thailand บันทึกไว้ ส่วนหน้าภาษาอังกฤษของ ททท. ใช้คำว่า Uncle Ho บทความนี้เล่าเรื่องบ้านและสวน ไม่ได้ประเมินบทบาททางการเมืองของเขา ผู้ที่สนใจประวัติฉบับเต็มควรอ่านจากหอจดหมายเหตุและงานวิชาการที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ทำไมโฮจิมินห์จึงมาพักที่บ้านนาจอก

หน้าภาษาไทยของ ททท. ระบุว่าโฮจิมินห์ใช้บ้านพักหลังนี้เป็นสถานที่ติดต่อประสานงาน วางแผน และเคลื่อนไหวในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชาติ ระหว่าง พ.ศ. 2467–2474 เป็นเวลา 7 ปี หน้าภาษาอังกฤษของ ททท. เล่าว่าเมื่อเขาต้องหนีออกจากบ้านเกิด เขาหลบมาอยู่ที่นครพนมอย่างลับ ๆ และเริ่มวางแผนขบวนการต่อต้านที่นี่

ช่วงปีที่พักมีอีกฉบับหนึ่ง คู่มือนำเที่ยว Lonely Planet บรรยายว่าเรือนที่เห็นวันนี้เป็นแบบจำลองของบ้านไม้เรียบ ๆ ที่ "ลุงโฮ" มาพักเป็นครั้งคราวในปี ค.ศ. 1928 และ 1929 ระหว่างวางแผนขบวนการต่อต้านในเวียดนาม และเชื่อว่าของใช้บางชิ้นเป็นของเดิม ส่วน LoveThailand.org อธิบายว่าช่วง ค.ศ. 1924–1931 ที่เห็นในคำบรรยายด้านการท่องเที่ยวหลายแห่ง หมายถึงความเกี่ยวข้องในวงกว้างของเขากับเครือข่ายชาวเวียดนามในไทย บทความนี้จึงเขียนไว้ทั้งสองแบบพร้อมระบุแหล่ง

Museum Thailand เล่ารายละเอียดอีกด้านว่า ลุงโฮย้ายมาอยู่ที่นครพนมโดยอาศัยอยู่กับเพื่อนสนิทชาวเวียดนามที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ในช่วงสงคราม ต่างคนต่างต้องหลบหนีแยกย้ายกันไปหลบภัยต่างถิ่น เพื่อนคนนั้นเข้ามาพำนักในประเทศไทยและมีครอบครัวที่นี่

หน้าเดียวกันระบุว่าปัจจุบันบ้านหลังนี้สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นสถานที่แสดงประวัติของลุงโฮ รวมถึงเรื่องราวการใช้ชีวิตของเขาในประเทศไทย หน้าทางการที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุว่าตัวเรือนที่เห็นวันนี้สร้างหรือบูรณะเมื่อใด

สถาปัตยกรรมของบ้านลุงโฮ: เรือนไม้ชั้นเดียวแบบบ้านสวน

ททท. บรรยายว่า บ้านลุงโฮ เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวคล้ายบ้านสวนแบบโบราณ ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของโฮจิมินห์ และหลังบ้านมียุ้งข้าวโบราณ เรือนลักษณะนี้ต่างจากอาคารพิพิธภัณฑ์ใกล้เคียงซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้นที่สร้างขึ้นภายหลัง

ภาพใน Wikimedia Commons ที่ผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าเป็นบ้านที่โฮจิมินห์เคยพักในบ้านนาจอก แสดงเรือนไม้ชั้นเดียว ผนังไม้กระดาน หลังคามุงกระเบื้อง และช่องหน้าต่างไม้ระแนงที่ผนังด้านหน้า ตั้งอยู่บนลานดินที่มีไม้กระถางและต้นไม้ล้อมรอบ

ขนาดบ้าน จำนวนห้อง และวัสดุดั้งเดิมไม่ปรากฏในหน้าทางการที่เราตรวจ บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขเหล่านั้น

สวนของบ้านลุงโฮ: มะพร้าว มะเฟือง หมาก พลู กล้วย และชา

สิ่งที่ทำให้ บ้านลุงโฮ เป็นมากกว่าบ้านเก่าคือสวนรอบบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่แหล่งทางการทุกแหล่งพูดถึง แต่ระบุชนิดต้นไม้ไม่เหมือนกัน

แหล่งข้อมูล ต้นไม้ที่ระบุว่าโฮจิมินห์ปลูก
ททท. (หน้าภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) มะเฟือง และมะพร้าว
Museum Thailand มะพร้าว หมาก พลู กล้วย และชา
คำบรรยายภาพใน Wikimedia Commons ปี 2010 มะพร้าว และมะเฟือง แต่ละต้นมีป้ายสีน้ำเงินปักไว้

Museum Thailand บรรยายว่าต้นไม้เหล่านี้ทำให้บริเวณบ้าน "มีบรรยากาศอันร่มรื่น" ภาพปี 2010 แสดงทางเดินดินผ่านแนวต้นปาล์มและไม้พุ่มในบริเวณอนุสรณ์

หน้าทางการไม่ได้ระบุว่าใครดูแลสวน ต้นไม้แต่ละต้นอายุเท่าไร หรือมีการปลูกทดแทนหรือไม่ ผู้ที่ไปชมควรดูจากป้ายหน้าต้นไม้และถามเจ้าหน้าที่ แทนการเชื่อตัวเลขอายุต้นไม้ที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง

ต้นมะพร้าวที่ผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าโฮจิมินห์ปลูกไว้ที่นครพนม มีป้ายสีน้ำเงินปักด้านหน้า ภาพถ่ายปี 2010
ต้นมะพร้าวในบริเวณบ้านลุงโฮ มีป้ายสีน้ำเงินปักอยู่ด้านหน้า ผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าเป็นต้นมะพร้าวที่โฮจิมินห์ปลูก ภาพถ่ายปี 2010 ภาพ: BacLuong / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ต้นมะเฟืองที่ผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าโฮจิมินห์ปลูกไว้ที่นครพนม มีป้ายสีน้ำเงินปักด้านหน้า ภาพถ่ายปี 2010
ต้นมะเฟืองในบริเวณบ้านลุงโฮ มีป้ายสีน้ำเงินปักอยู่ด้านหน้า ผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าเป็นต้นมะเฟืองที่โฮจิมินห์ปลูก ภาพถ่ายปี 2010 ภาพ: BacLuong / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ข้าวของในบ้าน: โต๊ะทำงาน เครื่องตำข้าว และยุ้งข้าว

ททท. ระบุว่าภายในบ้านจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของโฮจิมินห์ Museum Thailand ยกตัวอย่างโต๊ะทำงาน และเครื่องตำข้าวที่ลุงโฮใช้ตำข้าว ส่วนหลังบ้านมียุ้งข้าวโบราณตามที่ ททท. ระบุ

ตามคำบรรยายของ ททท. ของที่จัดแสดงในตัวเรือนจึงเป็นเครื่องใช้ประจำวัน ไม่ใช่งานศิลปะหรือของสะสม ส่วนเรื่องราวชีวประวัติแบบละเอียดอยู่ในพิพิธภัณฑ์ใกล้เคียง หน้าทางการไม่ได้ระบุจำนวนชิ้นที่จัดแสดง หรือบอกว่าชิ้นใดเป็นของเดิมและชิ้นใดเป็นของจำลอง ควรอ่านป้ายคำอธิบายในบ้านประกอบ

หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม และพิพิธภัณฑ์ใกล้บ้านลุงโฮ

Museum Thailand ระบุว่าบ้านนาจอกได้รับการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม โครงการนี้ก่อตั้งโดย ดร.อรรถ นันทจักร ซึ่งหลังจบปริญญาเอกจากเวียดนามได้มาศึกษาเรื่องราวของโฮจิมินห์และชุมชนชาวเวียดนามที่บ้านนาจอก แล้วตั้งพิพิธภัณฑ์ร่วมกับหอการค้าจังหวัดนครพนมและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

อาคารจัดแสดงสูง 2 ชั้น ชั้นบนมี 3 ส่วน คือ ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามด้านเศรษฐกิจ ประวัติของโฮจิมินห์พร้อมรูปจำลองบ้านเกิดและบ้านที่ฮานอย และสถานที่ท่องเที่ยวในนครพนม หน้าภาษาอังกฤษของ ททท. บรรยายว่าอาคารผสมสถาปัตยกรรมเวียดนามกับไทย มีภาพเหมือนของโฮจิมินห์ ภาพถ่าย หุ่นขี้ผึ้งจำลองชีวิตประจำวัน และร้านของที่ระลึก

Museum Thailand ระบุด้วยว่าริมถนนในหมู่บ้านมีร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารเวียดนามให้บริการผู้มาเยือน

อาคารสองชั้นหลังคาสีแดงในบ้านนาจอก นครพนม ที่ผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าเป็นอาคารอนุสรณ์ของโฮจิมินห์ ภาพถ่ายปี 2010
อาคารสองชั้นหลังคาสีแดงในบ้านนาจอก นครพนม ที่ผู้ถ่ายภาพบรรยายว่าเป็นอาคารอนุสรณ์ของโฮจิมินห์ ภาพถ่ายปี 2010 ภาพ: BacLuong at Vietnamese Wikipedia / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ลำดับเหตุการณ์ของบ้านลุงโฮ

พ.ศ. (ค.ศ.) เกิดอะไรขึ้น
2433 (1890) 19 พฤษภาคม โฮจิมินห์เกิด ตามระเบียนของหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ
2467–2474 (ราว 1924–1931) ททท. ระบุว่าโฮจิมินห์พักที่บ้านนาจอก 7 ปี ใช้เป็นที่ประสานงานการต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนาม
2471–2472 (ค.ศ. 1928–1929) Lonely Planet ระบุว่าโฮจิมินห์มาพักที่บ้านไม้ในบ้านนาจอกเป็นครั้งคราว
2512 (1969) 2 กันยายน โฮจิมินห์เสียชีวิต ตามระเบียนเดียวกัน
ไม่ระบุปี ดร.อรรถ นันทจักร และหอการค้าจังหวัดนครพนมตั้งโครงการหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม
2553 (2010) ภาพใน Wikimedia Commons บันทึกสวน ต้นมะพร้าวและมะเฟืองพร้อมป้าย และอาคารอนุสรณ์ 2 ชั้น
2569 (2026) ททท. ระบุว่าเปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

ข้อมูลการเข้าชม บ้านลุงโฮ

ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 21 ต.ค. 2026

  • วันและเวลา: หน้าภาษาไทยของ ททท. ระบุว่าทั้งตัวบ้านพักและพิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. ส่วนหน้าภาษาอังกฤษของ ททท. สำหรับพิพิธภัณฑ์ระบุ 08.00–19.00 น.
  • ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าใช้จ่าย (ททท. ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
  • ติดต่อตัวบ้าน: โทร. 0 4252 2430 ตามหน้า ททท. ซึ่งตรงกับเบอร์ 042 522 430 ใน Museum Thailand
  • ติดต่อพิพิธภัณฑ์: หน้าภาษาอังกฤษของ ททท. ให้ติดต่อสมาคมไทย-เวียดนาม จังหวัดนครพนม โทร. 08 7248 6111 และ 08 9275 9194 ส่วน Museum Thailand ให้เบอร์ 0 4251 4777
  • การจอง: หน้าทางการที่เราตรวจไม่ได้ระบุว่าต้องจองล่วงหน้า และไม่ได้ระบุข้อห้ามเรื่องการถ่ายภาพ
  • การเดินทาง: บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม มีที่จอดรถ (ททท.) หน้าทางการไม่ได้บอกเส้นทางหรือระยะทางจากตัวเมือง

เวลาเปิดเปลี่ยนได้ และสองหน้าของ ททท. ยังระบุเวลาไม่ตรงกัน ควรโทรถามก่อนเดินทางทุกครั้ง

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

สิ่งที่ บ้านลุงโฮ ให้ชมคือเรือนไม้ชั้นเดียว ยุ้งข้าว เครื่องใช้ประจำวัน และต้นไม้ที่แหล่งทางการระบุว่าโฮจิมินห์ปลูกไว้เอง ใกล้กันยังมีพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม อ่านเรื่องบ้านและสวนของคนดังเรื่องอื่น เช่น บ้านดำ ของ ถวัลย์ ดัชนี ที่เชียงราย ได้ที่หมวดบ้านและสวน

คำถามที่พบบ่อย

บ้านลุงโฮ นครพนม เปิดกี่โมงและเสียค่าเข้าชมไหม?

หน้าภาษาไทยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า บ้านลุงโฮ และพิพิธภัณฑ์ข้างเคียงเปิดทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามได้ที่โทร. 0 4252 2430 หน้าภาษาอังกฤษของพิพิธภัณฑ์ระบุเวลา 08.00–19.00 น. จึงควรโทรถามก่อนเดินทาง

บ้านลุงโฮ อยู่ที่ไหน?

บ้านลุงโฮ หรือบ้านโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ที่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 ตามหน้าของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ใกล้กันมีพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม และมีที่จอดรถ

โฮจิมินห์อยู่ที่บ้านลุงโฮ เมื่อไรและนานแค่ไหน?

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่าโฮจิมินห์พักอาศัยที่ บ้านลุงโฮ ช่วง พ.ศ. 2467–2474 (ราว ค.ศ. 1924–1931) เป็นเวลา 7 ปี และใช้เป็นที่ติดต่อประสานงานและวางแผนการต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนามจากฝรั่งเศส Museum Thailand ระบุช่วงปีเดียวกัน ส่วนคู่มือ Lonely Planet ระบุว่าเขามาพักเป็นครั้งคราวในปี ค.ศ. 1928–1929

ใน บ้านลุงโฮ มีต้นไม้อะไรที่โฮจิมินห์ปลูกไว้?

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่าในบริเวณ บ้านลุงโฮ มีต้นมะเฟืองและต้นมะพร้าวที่โฮจิมินห์ปลูกเอง ส่วน Museum Thailand ระบุว่าต้นไม้ที่เขาปลูกไว้มีมะพร้าว หมาก พลู กล้วย และชา ทำให้บริเวณบ้านร่มรื่น

แหล่งอ้างอิง

  1. บ้านลุงโฮจิมินห์ (บ้านนาจอก) — การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  2. อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ — การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  3. Memorial President Ho Chi Minh — Tourism Authority of Thailand
  4. บ้านโฮจิมินห์ — Museum Thailand
  5. หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม — Museum Thailand
  6. Hồ, Chí Minh, 1890-1969 (Name Authority File) — Library of Congress

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
ททท.12รัฐสภา32
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ