Blue Mansion ปีนัง คฤหาสน์สีครามของ Cheong Fatt Tze: ประวัติ ลานบ้าน และรอบทัวร์ชม
Blue Mansion ปีนัง หรือ Cheong Fatt Tze Mansion คฤหาสน์จีนสีครามในจอร์จทาวน์ บูรณะเสร็จปี 1995 ได้รางวัล UNESCO ปี 2000 วันนี้เป็นโรงแรมที่มีทัวร์ชมวันละ 2 รอบ
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- Blue Mansion ปีนัง สร้างช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Cheong Fatt Tze เศรษฐีชาวจีนแคะที่ออกจากจีนมาหนานหยางตั้งแต่อายุ 16 ปีในปี 1856 และเสียชีวิตที่จาการ์ตาเมื่อ 11 กันยายน 1916
- บ้านเป็นทั้งที่อยู่ สำนักงานธุรกิจ และที่ทำการรองกงสุลจีน ผังเป็นบ้านจีนแบบมีลานกลางบ้าน 5 ลาน ผสมเหล็กหล่อจากสกอตแลนด์ ระแนงไม้แบบกวางตุ้ง และกระจกสี Art Nouveau จากอังกฤษ
- กลุ่มนักอนุรักษ์ปีนังใช้เวลา 6 ปี บูรณะจนเสร็จปลายปี 1995 ได้รางวัล PAM ปี 1995 และรางวัลมรดกเอเชียแปซิฟิกของ UNESCO ปี 2000
- ทัวร์นำชมมีทุกวันเวลา 11:00 และ 15:30 น. นาน 45 นาที รับรอบละไม่เกิน 24 คน ผู้ใหญ่ RM25 เด็กต่ำกว่า 12 ปี RM12.50 ตามหน้าเว็บทางการที่ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569
- เรือนแถว 5 หลังที่ Cheong Fatt Tze สร้างเป็นที่พักคนรับใช้ในปี 1904 ฝั่งตรงข้ามถนน ถูกบูรณะเป็น The Qing Suites 13 ห้อง และเปิดในปี 2025
Blue Mansion ปีนัง หรือ Cheong Fatt Tze Mansion คือคฤหาสน์จีนผนังสีครามที่ Cheong Fatt Tze เศรษฐีชาวจีนแคะสร้างไว้ในเมืองจอร์จทาวน์ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 บ้านถูกบูรณะเสร็จในปี 1995 ได้รางวัลอนุรักษ์มรดกของ UNESCO ในปี 2000 และวันนี้เป็นโรงแรมบูทีก 18 ห้องที่คนทั่วไปเข้าชมได้ผ่านทัวร์นำชมวันละ 2 รอบ เวลา 11:00 และ 15:30 น.
คนไทยเรียก Blue Mansion ปีนัง ว่าคฤหาสน์สีน้ำเงินหรือบ้านสีฟ้าแห่งปีนัง บทความนี้เล่าว่าเจ้าของบ้านเป็นใคร ทำไมบ้านหลังเดียวจึงเป็นทั้งที่อยู่ สำนักงาน และที่ทำการกงสุล บ้านทรุดโทรมและรอดมาได้อย่างไร ลานกลางบ้านและงานช่างที่ควรดู ไปจนถึงรอบทัวร์และค่าเข้าชม ข้อมูลมาจากเว็บไซต์ทางการของคฤหาสน์ซึ่งบริหารโดยบริษัท Straits Indigo Sdn. Bhd. ข้อมูลการเข้าชมตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569

Blue Mansion ปีนัง โดยสรุป: ข้อมูลสำคัญ
| หัวข้อ | ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการ |
|---|---|
| ชื่อทางการ | Cheong Fatt Tze – The Blue Mansion |
| ที่ตั้ง | 14 Leith Street มุมถนน Muntri Street จอร์จทาวน์ ปีนัง มาเลเซีย |
| ผู้สร้าง | Cheong Fatt Tze (เสียชีวิต 11 กันยายน 1916) |
| ยุคที่สร้าง | ปลายศตวรรษที่ 19 ผู้ดูแลเรียกว่าคฤหาสน์อายุราว 130 ปี |
| ผังบ้าน | อาคารหลักกับปีกสองข้าง มีลานกลางบ้าน 5 ลาน |
| การบูรณะ | ใช้เวลา 6 ปี เสร็จปลายปี 1995 |
| รางวัล | PAM Architecture Award ปี 1995 และ UNESCO Asia-Pacific Heritage Award ปี 2000 |
| วันนี้ | โรงแรม 18 ห้อง ร้านอาหาร และทัวร์นำชม |
| ทัวร์นำชม | ทุกวัน 11:00 และ 15:30 น. นาน 45 นาที ผู้ใหญ่ RM25 |
Cheong Fatt Tze คือใคร ทำไม Blue Mansion ปีนัง จึงสำคัญ
หน้าประวัติเจ้าของบ้านบนเว็บไซต์ของคฤหาสน์เล่าว่า Cheong Fatt Tze เป็นเด็กหนุ่มชาวจีนแคะ (Hakka) ที่ออกจากบ้านเกิดในปี 1856 ขณะอายุ 16 ปี มุ่งหน้าสู่ดินแดนที่คนจีนเรียกว่าหนานหยาง (Nanyang) หรือทะเลใต้ เขาเริ่มจากงานแบกหามน้ำ ได้พ่อตาที่เป็นพ่อค้าช่วยหนุน แล้วขยายธุรกิจไปทั้งธนาคาร โรงงานแก้ว ปศุสัตว์ สิ่งทอ และเรือกลไฟ จนเปิดเส้นทางเดินเรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา
ในปี 1892 เขาตั้งโรงไวน์ Chang Yu ที่เมืองเหยียนไถ มณฑลซานตง ซึ่งเว็บไซต์ระบุว่าวันนี้เป็นของรัฐและเป็นหนึ่งในโรงไวน์ใหญ่ที่สุดของโลก ราชสำนักชิงแต่งตั้งเขาเป็นขุนนางชั้นสูงและข้าหลวงพิเศษด้านการค้าประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 1901 เขาได้เป็นรัฐมนตรีช่วย และปี 1911 เป็นสมาชิกวุฒิสภา
Cheong Fatt Tze เสียชีวิตที่จาการ์ตาเมื่อ 11 กันยายน 1916 วันนั้นทางการอังกฤษและเนเธอร์แลนด์สั่งลดธงครึ่งเสา คนยุคนั้นตั้งฉายาเขาว่า Rockefeller of the East และ J.P. Morgan of China เขาสร้างคฤหาสน์ไว้หลายแห่งทั้งในอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน แต่ผู้ดูแลระบุว่า Blue Mansion ปีนัง คือผลงานที่เขาภูมิใจที่สุด บ้านหลังนี้ยังสำคัญอีกชั้นหนึ่ง เพราะการต่อสู้เพื่อรักษาบ้านในทศวรรษ 1990 เปลี่ยนกติกาการก่อสร้างของทั้งปีนัง
ประวัติ Blue Mansion ปีนัง: บ้าน สำนักงาน และที่ทำการกงสุล
หน้าประวัติของ Blue Mansion ปีนัง เล่าว่า Cheong Fatt Tze อยากได้บ้านที่สง่างามพอจะเป็นที่อยู่ของลูกหลาน การวางอิฐเริ่มหลังจากปรึกษาซินแสฮวงจุ้ยที่ดังที่สุดในยุคนั้น ขณะที่เพื่อนและญาติชาวจีนแคะหลายคนหันไปสร้างบ้านแบบแองโกล-อินเดียนตามสมัยนิยม เขากลับเลือกบ้านจีนแบบดั้งเดิม เพราะต้องการรักษาวัฒนธรรมของตัวเองผ่านสถาปัตยกรรม
เขานำช่างฝีมือมาจากจีนตอนใต้และสั่งวัสดุก่อสร้างไกลถึงสกอตแลนด์ เว็บไซต์ระบุว่าบ้านที่ได้ประณีตกว่าบ้านเกิดของเขาที่ Tai'pu และว่ากันว่าเป็นหนึ่งในสองอาคารขนาดนี้ที่มีลานกลางบ้านถึง 5 ลาน

ในยุครุ่งเรือง บ้านหลังนี้เป็นทั้งบ้านและสำนักงานใหญ่ของธุรกิจ เป็นที่ทำการรองกงสุลจีน และเป็นบ้านของ Tan Tay Poh ภรรยาคนที่ 7 ที่หน้าเว็บของ The Qing Suites ระบุว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาสร้างบ้านนี้ การใช้พื้นที่แบ่งชัดเจน
- ด้านหน้าและส่วนกลาง: ห้องรับแขก ห้องจัดงาน และพื้นที่ประชุมธุรกิจ
- โถงด้านหลัง: ห่างจากงานธุรกิจ คนในครอบครัวที่เขาโปรดอยู่ช่วงกลางและห้องชั้นบน มีห้องไหว้บรรพบุรุษและห้องรับประทานอาหาร
- ปีกข้าง: ที่อยู่ของญาติห่าง ๆ และคนที่หมดความโปรดปราน
- หลังบ้าน: คอกม้า เรือนเล็ก และห้องอาบน้ำ ส่วนอาคารเตี้ยข้างประตูใหญ่กับเรือนแถว 5 หลังฝั่งตรงข้ามถนนเป็นที่พักคนรับใช้ เคยมีศาลาชมวิวยกสูงที่เสียหายหนักในสงครามโลกครั้งที่ 2
Blue Mansion ปีนัง ทรุดโทรมหลังปี 1916 และการบูรณะ 6 ปี
หลัง Cheong Fatt Tze เสียชีวิตในปี 1916 Blue Mansion ปีนัง เริ่มทรุดโทรม แม้พินัยกรรมของเขาจะกำหนดให้บ้านอยู่กับครอบครัวและกันเงินไว้ดูแล หน้าประวัติเขียนว่าการดูแลที่ไม่รอบคอบทำให้บ้านผุพังไปตามเวลา จนเมื่อบุตรชายคนสุดท้ายเสียชีวิต คฤหาสน์ถูกขายให้กลุ่มนักอนุรักษ์ชาวปีนังกลุ่มเล็ก ๆ ที่ตั้งใจคืนความงามเดิมให้บ้าน

การซ่อมใช้เวลา 6 ปี เน้นเก็บเนื้อวัสดุและโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด ใช้ช่างปีนังและวัสดุท้องถิ่นเป็นหลัก ซ่อมด้วยวิธีดั้งเดิม และใช้ของสมัยใหม่น้อยที่สุด เช่น งานกันซึม งานบางชนิดต้องนำช่างเฉพาะทางเข้ามา เพื่อใช้วัสดุจีนแบบเดิมให้ถูกต้อง ผู้บูรณะยึดหลัก "treading lightly and touching softly" หรือเดินเบา ๆ แตะอย่างนุ่มนวล
- ซ่อมเท่าที่จำเป็น เปลี่ยนเฉพาะส่วนที่ต้องเปลี่ยน
- ทำซ้ำของเดิมด้วยวิธีและวัสดุแบบดั้งเดิมเท่านั้น
- นำกลับมาใช้ใหม่ แทบไม่ทิ้งอะไร โดยเฉพาะไม้และกระเบื้อง
- ใส่ใจการใช้งานจริงและรายละเอียด
- ค้นคว้าและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษ์และช่างฝีมือ
หน้าเว็บของ The Townhouses ระบุว่าสถาปนิกผู้บูรณะคือ Laurence Loh สถาปนิกด้านมรดก งานบูรณะเสร็จสิ้นเมื่อปลายปี 1995
คดีเสาเข็มปี 1996 และรางวัล UNESCO ของ Blue Mansion ปีนัง
ปี 1996 เพียงไม่นานหลังซ่อมเสร็จ การตอกเสาเข็มด้วยค้อนกระแทกเพื่อสร้างอาคารจอดรถสูงที่อยู่ใกล้กันทำให้คฤหาสน์เสียหายหนัก คดีที่ตามมาจบด้วยคำตัดสินที่หน้าประวัติเรียกว่าเป็นหมุดหมายทางกฎหมาย และมีผลยาวนานต่อเขตมรดกโลกจอร์จทาวน์ นับจากนั้นปีนังไม่อนุญาตให้ตอกเสาเข็มด้วยค้อนกระแทกในเมืองหรือข้างอาคารมรดกใด ๆ อีก
หลังจากนั้น Blue Mansion ปีนัง ถูกตกแต่งและเปิดเป็นโรงแรมบูทีกพร้อมเปิดให้ชม งานบูรณะได้รางวัล PAM Architecture Award in Recognition of Design Excellence ของสมาคมสถาปนิกมาเลเซียในปี 1995 และรางวัล Most Excellent Project ของ UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards ในปี 2000 หน้าแรกของเว็บไซต์ยังระบุว่าคฤหาสน์อยู่ใน MICHELIN Guide Hotel Selection ปี 2026 และติดอันดับ Top 10 Greatest Mansions & Houses ของ Lonely Planet ในปี 2011

สถาปัตยกรรม Blue Mansion ปีนัง: จีนแคะ แต้จิ๋ว และงานช่างจากสกอตแลนด์
หน้าสถาปัตยกรรมของ Blue Mansion ปีนัง อธิบายว่าตัวบ้านผสมแบบจีนแคะกับแต้จิ๋ว และใช้ผังกับวัสดุแบบจีนตอนใต้ แต่ก็มีความเป็นศตวรรษที่ 19 ชัดเจน คือยุคที่วัฒนธรรมจีน จักรวรรดิอังกฤษ และโลกมลายูมาบรรจบกัน บ้านจึงสะท้อนทั้งความสนใจในงานช่างตะวันตกของเจ้าของ และสถานะขุนนางจีนที่สูงขึ้นของเขา
จุดที่ควรมองหาเวลาเดินชม คือคู่ของงานช่างจากต่างวัฒนธรรมที่วางอยู่ใกล้กัน
- ราวเหล็กหล่อจากสกอตแลนด์ คู่กับระแนงไม้ฉลุแบบกวางตุ้ง
- กระจกสี Art Nouveau จากอังกฤษ คู่กับงานกระเบื้องเคลือบตัดแปะแบบฮกเกี้ยนที่เรียกว่า Chien Nien
- อักษรพู่กันจีน คู่กับคานไม้ที่วาดลวงตาแบบ trompe l'oeil

ตัวบ้านแบ่งเป็นสองส่วนหลัก คือเรือนหลักที่เห็นได้จากหน้าจั่วของหลังคาใหญ่ และปีกข้างสองปีก โถงหลักทำหน้าที่เป็น "ศูนย์กลาง" ของบ้านตามแบบบ้านจีนทั่วไป และตกแต่งด้วยวัสดุที่แทนธาตุทั้ง 5 ในฮวงจุ้ย คือ โลหะ ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ผู้ดูแลระบุว่าในยุคนั้น Blue Mansion ปีนัง โดดเด่นท่ามกลางบ้านแบบแองโกล-อินเดียนรอบเมือง และวันนี้ยังเป็นต้นแบบของคฤหาสน์จีนแบบมีลานกลางบ้านที่ผสมสถาปัตยกรรมจีนกับตะวันตกในปีนัง


ลานกลางบ้านและสวนของ Blue Mansion ปีนัง
สำหรับคนรักบ้านและสวน หัวใจของ Blue Mansion ปีนัง คือลานกลางบ้านที่เปิดรับแสงและลม ห้องพักทั้ง 18 ห้องเรียงล้อมลานด้านใน หน้าเว็บของโรงแรมระบุว่าแขกแต่ละประเภทห้องจะได้สัมผัสมุมต่างกันของบ้าน ทั้งสวนแบบตะวันออกกับสระว่ายน้ำ ลานเปิดโล่ง และงานเหล็กหล่อ ส่วนทัวร์นำชมพาไปที่ลานกลางบ้านที่มีชื่อเสียงที่สุดของคฤหาสน์

พื้นที่สีเขียวของ Blue Mansion ปีนัง ไม่ได้อยู่แค่ในลาน หน้าบ้านมีสนามหญ้า ไม้ดอก และไม้กระถางเรียงตามแนวระเบียง ส่วนลานในปีกข้างมีต้นไม้และแอ่งน้ำ ร้านอาหาร Indigo เสิร์ฟอาหารในห้องอาหารริมลาน มีดนตรีสดแบบดั้งเดิมในลาน และ Cafe Mangga เป็นคาเฟ่กลางแจ้งที่มีดนตรีแจ๊สตอนค่ำ หน้าคำถามที่พบบ่อยยังบอกว่าคฤหาสน์มีแมวประจำบ้าน จึงขอให้แขกไม่นำสัตว์เลี้ยงมาเอง



The Qing Suites: เรือนคนรับใช้ปี 1904 กลับมารวมกับ Blue Mansion ปีนัง
เรื่องใหม่ล่าสุดของ Blue Mansion ปีนัง อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน Leith Street ห่างไป 80 เมตร หน้าเว็บของ The Qing Suites เล่าว่าเดิมเป็นเรือนแถว 5 หลังที่ Cheong Fatt Tze สร้างในปี 1904 เป็นที่พักคนรับใช้ เรือนแถวถูกออกแบบให้กลมกลืนกับบ้านหลัก เพื่อรักษาแนวแกนฮวงจุ้ยหลักและพลังชี่ที่แผ่ออกจากคฤหาสน์
หลังตระกูล Cheong เสื่อมลง ทรัพย์สินถูกแบ่งแยก เรือนแถวทรุดโทรมและแยกจากคฤหาสน์ ในปี 2020 ผู้ดูแลยื่นขอรวมสองส่วนกลับมาเป็นหนึ่งเดียวและได้รับการตอบรับ แต่งานบูรณะต้องสะดุดเพราะโรคระบาด จนเปิดได้ในปี 2025 เป็นห้องสวีท 13 ห้อง กับสปาที่ผู้ดูแลระบุว่าเป็นสปาโรงแรมมรดกแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สร้างตามหลักการแพทย์แผนจีน นอกจากนี้ยังมี The Townhouses อาคารพาณิชย์อายุราว 100 ปีอีก 2 หลังในเมืองเก่าที่บูรณะเป็นที่พักแยกหลัง
ลำดับเหตุการณ์ของ Blue Mansion ปีนัง
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1856 | Cheong Fatt Tze อายุ 16 ปี เดินทางจากจีนสู่หนานหยาง |
| ปลายศตวรรษที่ 19 | สร้างคฤหาสน์บนถนน Leith Street หลังปรึกษาซินแสฮวงจุ้ย |
| 1892 | ตั้งโรงไวน์ Chang Yu ที่เมืองเหยียนไถ |
| 1901 | ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยในรัฐบาลจีน |
| 1904 | สร้างเรือนแถว 5 หลังฝั่งตรงข้ามถนนเป็นที่พักคนรับใช้ |
| 1911 | เป็นสมาชิกวุฒิสภาจีน |
| 11 ก.ย. 1916 | Cheong Fatt Tze เสียชีวิตที่จาการ์ตา บ้านเริ่มทรุดโทรม |
| สงครามโลกครั้งที่ 2 | ศาลาชมวิวยกสูงของคฤหาสน์เสียหายหนัก |
| หลังบุตรชายคนสุดท้ายเสียชีวิต | คฤหาสน์ถูกขายให้กลุ่มนักอนุรักษ์ปีนัง (เว็บไซต์ไม่ระบุปี) |
| ปลายปี 1995 | งานบูรณะ 6 ปีเสร็จ ได้รางวัล PAM Architecture Award |
| 1996 | การตอกเสาเข็มของอาคารจอดรถข้างเคียงทำให้บ้านเสียหาย นำไปสู่คดีความ |
| 2000 | ได้รางวัล Most Excellent Project ของ UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards |
| 2011 | ติด Top 10 Greatest Mansions & Houses ของ Lonely Planet |
| 2020 | ผู้ดูแลได้สิทธิ์รวมเรือนแถวคนรับใช้กลับมา |
| 2025 | เปิด The Qing Suites 13 ห้อง |
| 2026 | อยู่ใน MICHELIN Guide Hotel Selection |
ภาพบันทึก













ข้อมูลการเข้าชม Blue Mansion ปีนัง
ข้อมูลต่อไปนี้มาจากหน้าทัวร์ หน้าการเดินทาง และหน้าคำถามที่พบบ่อยบนเว็บไซต์ทางการของคฤหาสน์ ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569 ราคาเป็นริงกิตมาเลเซีย (RM) ตามที่หน้าเว็บเขียน และอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับคฤหาสน์ก่อนเดินทาง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ทัวร์นำชม | ทุกวัน 11:00 และ 15:30 น. นาน 45 นาที รอบละไม่เกิน 24 คน ชมโถงรับแขก ลานกลางบ้าน และนิทรรศการชั้นสอง |
| ค่าทัวร์นำชม | ผู้ใหญ่ RM25 เด็กต่ำกว่า 12 ปี RM12.50 (หน้าเว็บระบุว่ารวมภาษีแล้ว) |
| ทัวร์ฟังเสียงด้วยตัวเอง | ผ่านแอป SmartGuide ต้องมีสมาร์ตโฟนและหูฟังของตัวเอง เข้าได้ทุกวัน 11:00–18:00 น. ชั่วโมงละไม่เกิน 10 คน |
| ทัวร์ส่วนตัว | ทุกวัน 12:00–14:00 น. RM350 ต่อกลุ่มไม่เกิน 12 คน หรือ RM25 ต่อคนสำหรับกลุ่มใหญ่กว่า 12 คน (ไม่เกิน 20 คน) แจ้งล่วงหน้า 3 วัน |
| ภาษา | อังกฤษ ส่วนภาษาจีนกลาง ญี่ปุ่น และภาษาอื่นต้องนัดล่วงหน้า |
| ที่ตั้ง | 14 Leith Street มุมถนน Muntri Street จอร์จทาวน์ |
ก่อนไป Blue Mansion ปีนัง: การจอง กติกา และการเดินทาง
- จองล่วงหน้า: หน้าทัวร์บอกว่ารอบทัวร์มักขายหมด และแนะนำให้ซื้อบัตรออนไลน์ล่วงหน้า ผู้ดูแลลดจำนวนคนต่อรอบลงเพื่อลดการสึกหรอของบ้านอายุ 130 ปี
- ส่วนที่เข้าได้: เพื่อความเป็นส่วนตัวของแขกที่พัก ทัวร์จะเปิดให้เห็นเพียงบางส่วนของบ้าน ห้องพักและสระว่ายน้ำใช้ได้เฉพาะแขกที่เข้าพัก ส่วนร้านอาหารเปิดให้คนทั่วไป
- ที่พัก: ห้องพัก 18 ห้องในคฤหาสน์ เช็กอิน 15:00 น. เช็กเอาต์ 12:00 น. ห้องทั้งหมดห้ามสูบบุหรี่ และขอให้ไม่นำสัตว์เลี้ยงมา
- การเดินทาง: หน้าเว็บระบุว่าคฤหาสน์อยู่ห่างจาก Gurney Drive 4 กิโลเมตร ห่างจากวัดเขาเก็กลกซีและ Penang Hill 9 กิโลเมตร และห่างจาก Tropical Spice Garden 12 กิโลเมตร
ผู้ที่สนใจบ้านคนดังในเอเชีย อ่านต่อได้ที่ บ้านจิม ทอมป์สัน ในกรุงเทพฯ และบ้านอื่น ๆ ในหมวด บ้านและสวนคนดังทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
Blue Mansion ปีนัง เข้าชมได้ไหม ค่าเข้าเท่าไร?
Blue Mansion ปีนัง เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมผ่านทัวร์นำชมทุกวันเวลา 11:00 และ 15:30 น. ใช้เวลา 45 นาที รับรอบละไม่เกิน 24 คน หน้าเว็บทางการที่ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569 ระบุค่าทัวร์ผู้ใหญ่ RM25 และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี RM12.50 คฤหาสน์แนะนำให้จองออนไลน์ล่วงหน้าเพราะรอบทัวร์มักเต็ม
ไม่ได้พักที่ Blue Mansion ปีนัง เข้าไปดูข้างในได้ไหม?
ได้บางส่วน หน้าคำถามที่พบบ่อยของ Blue Mansion ปีนัง ระบุว่าห้องพักและสระว่ายน้ำใช้ได้เฉพาะแขกที่เข้าพัก ส่วนที่เปิดให้คนทั่วไปคือร้านอาหารกับทัวร์นำชม ทัวร์จะพาชมโถงรับแขก ลานกลางบ้าน และนิทรรศการบนชั้นสอง หรือเลือกทัวร์ฟังเสียงด้วยตัวเองที่เข้าได้ทุกวันเวลา 11:00–18:00 น.
Cheong Fatt Tze คือใคร?
Cheong Fatt Tze คือเศรษฐีชาวจีนแคะที่ออกจากจีนมาหาโอกาสในหนานหยางตั้งแต่อายุ 16 ปีในปี 1856 เขาทำธุรกิจธนาคาร เรือกลไฟ และตั้งโรงไวน์ Chang Yu ที่เมืองเหยียนไถในปี 1892 ได้รับตำแหน่งขุนนางของราชสำนักชิง และเสียชีวิตที่จาการ์ตาเมื่อ 11 กันยายน 1916 ผู้ดูแล Blue Mansion ปีนัง เรียกเขาว่า Rockefeller of the East
Blue Mansion ปีนัง บูรณะเมื่อไร ได้รางวัลอะไรบ้าง?
กลุ่มนักอนุรักษ์ชาวปีนังที่ซื้อคฤหาสน์ต่อจากครอบครัว Cheong ใช้เวลา 6 ปีบูรณะ Blue Mansion ปีนัง จนเสร็จปลายปี 1995 โดยใช้ช่างและวัสดุท้องถิ่นเป็นหลัก งานนี้ได้รางวัลสถาปัตยกรรมของสมาคมสถาปนิกมาเลเซีย (PAM) ปี 1995 และรางวัลมรดกวัฒนธรรมเอเชียแปซิฟิกของ UNESCO ปี 2000
Blue Mansion ปีนัง อยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร?
Blue Mansion ปีนัง ตั้งอยู่ที่ 14 Leith Street มุมถนน Muntri Street ในเขตเมืองเก่าจอร์จทาวน์ เกาะปีนัง มาเลเซีย หน้าเว็บทางการระบุว่าห่างจากถนนเลียบทะเล Gurney Drive 4 กิโลเมตร และห่างจากวัดเขาเก็กลกซีกับ Penang Hill 9 กิโลเมตร คฤหาสน์รับจัดรถรับส่งสนามบินสำหรับแขกที่เข้าพัก
แหล่งอ้างอิง
- The History Behind The Mansion — Cheong Fatt Tze – The Blue Mansion
- Architecture — The Blue Mansion — Cheong Fatt Tze – The Blue Mansion
- Cheong Fatt Tze: The Profile of the Man — Cheong Fatt Tze – The Blue Mansion
- Mansion Tours — Cheong Fatt Tze – The Blue Mansion
- About The Qing Suites — Cheong Fatt Tze Hotels & Residences
- Frequently Asked Questions — Cheong Fatt Tze Hotels & Residences
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- วุฒิสภา18
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ