ข้ามไปยังเนื้อหา
Home & Gardenอธิบาย

บ้านจิม ทอมป์สัน: เรือนไม้สักเก่า 6 หลังริมคลองกับสวนป่ากลางกรุงเทพฯ

บ้านจิม ทอมป์สัน คือเรือนไม้สักเก่า 6 หลังที่จิม ทอมป์สัน ประกอบขึ้นริมคลองตรงข้ามบ้านครัว เข้าอยู่ปี 2502 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดทุกวัน ผู้ใหญ่ 250 บาท

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 10 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
เรือนไม้สักทาสีแดงของบ้านจิม ทอมป์สัน หลังคาจั่วสูงแบบเรือนไทยสองหลังเชื่อมกัน มีรูปสลักหินคู่หน้าประตูและไม้ใหญ่ในสวนด้านหน้า
ภาพ: Bjoertvedt / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • James H.W. Thompson ได้ที่ดิน 1 ไร่ ริมคลองตรงข้ามชุมชนทอผ้าบ้านครัวในเดือนกรกฎาคม 2500 และย้ายเข้าอยู่ใน บ้านจิม ทอมป์สัน เมื่อ 3 เมษายน 2502
  • ตัวบ้านประกอบจากเรือนไม้สักเก่า 6 หลัง สามหลังมาจากผักไห่ในย่านอยุธยา สองหลังหาได้ในกรุงเทพฯ และหลังที่เก่าที่สุดซึ่งสร้างราว ค.ศ. 1800 เป็นเรือนช่างทอผ้าจากบ้านครัว
  • สวนของบ้านจิม ทอมป์สัน ที่ Thompson เรียกว่า "Jungle" ปลูกปาล์มสูง ไผ่สีทอง และไม้เลื้อยหนาแน่น มูลนิธิระบุว่าแนวการปลูกโดยรวมยังเหมือนสมัยที่ Thompson อยู่บ้านนี้ระหว่างปี 2502–2510
  • Thompson หายตัวไปเมื่อ 27 มีนาคม 2510 ระหว่างพักที่ Cameron Highlands ประเทศมาเลเซีย ปี 2518 มูลนิธิ The James H.W. Thompson Foundation ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและรับบ้านจิม ทอมป์สัน กับของสะสมไปดูแล
  • ข้อมูลการเข้าชม ณ 21 ต.ค. 2569: เปิดทุกวัน 10:00–17:00 น. ผู้ใหญ่ 250 บาท อายุ 10–21 ปี 150 บาท และเข้าเรือนหลักได้พร้อมไกด์เท่านั้น

บ้านจิม ทอมป์สัน คือบ้านเรือนไทยไม้สักริมคลองในซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระรามที่ 1 กรุงเทพฯ ที่ James H.W. Thompson (จิม ทอมป์สัน) ชาวอเมริกันผู้ก่อตั้ง The Thai Silk Company ในปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) ประกอบขึ้นจากเรือนไม้สักเก่า 6 หลัง และย้ายเข้าอยู่เมื่อ 3 เมษายน พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) วันนี้มูลนิธิที่ใช้ชื่อของเขาเปิดบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์ทุกวัน 10:00–17:00 น.

บทความนี้พาชมบ้านจิม ทอมป์สัน ตั้งแต่ที่ดิน เรือนแต่ละหลัง ผังบ้าน สวน และของสะสม ไปจนถึงข้อมูลการเข้าชมล่าสุด จากเว็บไซต์ของ The James H.W. Thompson Foundation ผู้ดูแลบ้าน หน้าเรื่องเล่าของมูลนิธิบน Google Arts & Culture และเว็บไซต์ของ Jim Thompson Art Center

เจ้าของบ้านจิม ทอมป์สัน คือใคร

หน้าประวัติมูลนิธิระบุว่า James Harrison Wilson Thompson เป็นสถาปนิกชาวอเมริกัน เกิดปี พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) เข้ามาไทยครั้งแรกกับกองทัพสหรัฐฯ ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วตัดสินใจปักหลักที่กรุงเทพฯ เขาหลงใหลการทอผ้าไหมด้วยมือ และเห็นโอกาสสร้างตลาดผ้าไหมไทยในต่างประเทศ The Thai Silk Company ที่ตั้งขึ้นในปี 2493 กลายเป็นผู้ส่งออกผ้าไหมไทยชั้นนำ หน้าแรกของเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เรียกเขาว่า "Thai Silk King"

มูลนิธิเล่าว่าบ้านจิม ทอมป์สัน เกิดจากการผสมแบบเรือนไทยกับฝีมือสถาปนิกของเจ้าของ เป็นที่ Thompson รับแขกจากกรุงเทพฯ และทั่วโลก และเป็นที่จัดวางของเก่าเอเชียที่เขาสะสม ตั้งแต่เขาหายตัวไปในปี 2510 บ้านที่เคยเป็น "talk of the town" หลังนี้เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย

ที่ดินของบ้านจิม ทอมป์สัน ริมคลองตรงข้ามบ้านครัว

หน้า The Thai House ของมูลนิธิเล่าว่าในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) Thompson พบที่ดินขนาด 1 ไร่ หรือราวครึ่งเอเคอร์ ริมคลองฝั่งตรงข้ามบ้านครัว ชุมชนชาวจามที่ทอผ้าไหมให้เขา ซึ่งมูลนิธิเรียกว่าหมู่บ้านอายุ 250 ปี ช่างทอคนหนึ่งในชุมชนมีเรือนไม้สักเก่าที่ปู่ทวดสร้างไว้และอยากได้บ้านใหม่ Thompson จึงคิดซื้อเรือนหลังนั้นแล้วย้ายข้ามคลองมา

ในจดหมายถึงครอบครัวที่มูลนิธิยกมา เขาเล่าว่าที่ดินมีต้นไม้ใหญ่และต้นมะม่วงหลายชนิด "Could have a wonderful garden running down to the canal" และอยากให้ทุกอย่างอยู่บนชั้นสอง มีที่สำหรับภาพเขียนและงานสำริด บ้านจิม ทอมป์สัน จึงหันหน้าออกคลอง

ทางเข้าเดิมฝั่งคลองของบ้านจิม ทอมป์สัน เป็นศาลาไม้หลังคาจั่วแบบไทยมุงกระเบื้อง อยู่ข้างแนวกำแพงอิฐและรั้วเหล็ก ล้อมด้วยต้นไม้
ศาลาหลังคาจั่วแบบไทยฝั่งคลองของบ้านจิม ทอมป์สัน ซึ่งผู้ถ่ายภาพระบุว่าเป็นทางเข้าเดิมจากคลอง ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Don Ramey Logan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เรือนไม้สักเก่า 6 หลังที่ประกอบเป็นบ้านจิม ทอมป์สัน

มูลนิธิระบุว่าในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) Thompson ได้เรือนไม้สักเก่า 6 หลังจากหลายแหล่ง สามหลังมาจากผักไห่ในย่านอยุธยา สองหลังหาได้ในกรุงเทพฯ และหลังที่เก่าและงดงามที่สุดซึ่งสร้างราว ค.ศ. 1800 เป็นเรือนช่างทอผ้าจากบ้านครัว บางหลังถูกรื้อแล้วล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าเรื่องเล่าบน Google Arts & Culture ระบุว่าบ้านจิม ทอมป์สัน ออกแบบและสร้างระหว่างกันยายน 2501 ถึงเมษายน 2502 ช่างไม้ที่ Thompson พามาจากอยุธยาประกอบผนังสำเร็จรูปน้ำหนักเบาเข้ากับโครงเสาไม้โดยไม่ใช้ตะปู ซึ่งเป็นเหตุที่เรือนไทยรื้อแล้วล่องแพไปตั้งที่ใหม่ได้

ส่วนของบ้าน ที่มาตามหน้าเว็บของมูลนิธิ
ห้องรับแขก ส่วนที่เก่าที่สุด ราว ค.ศ. 1800 มาจากหมู่บ้านทอผ้า และเป็นโครงสร้างเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุด
ปีกห้องเตรียมอาหาร กลางศตวรรษที่ 19 มาจากหมู่บ้านทอผ้า เดิมเป็นส่วนหนึ่งของวังเก่าที่ถูกขายและย้ายมาบ้านครัว 50 ปีก่อนหน้านั้น
ห้องรับประทานอาหาร เรือนแยกหนึ่งหลัง มีหน้าต่างสามด้าน
ห้องนอนใหญ่ เรือนเก่าหลังเดียวกับที่ให้ส่วนห้องรับประทานอาหาร พบที่ผักไห่
เรือนเล็ก 2 หลัง (2506) เรือนที่ "อยู่นอกรั้ว" ต่อกับเรือนคนสวนหนึ่งหลัง และเป็นหอศิลป์ริมคลองหนึ่งหลัง
เรือนรับรองแขก (2508) หาจากผักไห่ ใช้ชานร่วมกับห้องนอนใหญ่ เป็นการต่อเติมครั้งสุดท้าย

ผังของบ้านจิม ทอมป์สัน: คฤหาสน์ตะวันตกในร่างเรือนไทย

บ้านจิม ทอมป์สัน ตั้งบนเสาไม้สัก ยกสูงจากพื้นหนึ่งชั้นเต็ม มูลนิธิอธิบายว่าเรือนไทยมีหลังคาชันโค้งขึ้นสู่ฟ้าเหมือนวัด ผนังเอียงเข้าหากึ่งกลางให้ดูสูง การยกเรือนช่วยให้ลมถ่ายเท พ้นน้ำท่วมหน้ามรสุม และพ้นสัตว์ป่า ส่วนที่ Thompson เพิ่มด้วยมุมมองของสถาปนิกมีดังนี้

  • สีแดงแบบโรงนา เขาต้องการผนังสี "barn red" ทั้งที่เรือนไทยทั่วไปมักปล่อยไม้เปลือยหรือทาน้ำมัน
  • โถงทางเข้าที่มีบันไดกลางอยู่ในตัวบ้าน
  • ผังคล้ายคฤหาสน์ตะวันตกที่มีสองปีก ทุกห้องอยู่ระดับเดียวกันและเชื่อมด้วยโถงทางเดินกว้างเหมือนอพาร์ตเมนต์
  • กลับด้านแผงผนังและงานแกะสลักหน้าต่าง ให้ลวดลายหันเข้ามาดูได้จากในบ้าน

ห้องรับแขกมีโคมระย้าคริสตัลจากวังเก่าแห่งหนึ่งแขวนจากเพดานสูง และรูปปั้นพม่าจากอมรปุระในช่องผนังที่เดิมเป็นหน้าต่าง ใต้หน้าต่างมีแผงไม้แกะสลัก ซึ่งมูลนิธิระบุว่าพบเฉพาะในเรือนของคนไทยที่มีฐานะ

เรือนไม้ทาสีแดงยกสูงบนเสา หลังคามุงกระเบื้องดินเผา มองจากริมสระน้ำในสวนของบ้านจิม ทอมป์สัน
เรือนไม้สีแดงยกสูงบนเสาของบ้านจิม ทอมป์สัน หลังคามุงกระเบื้องดินเผา มองจากริมสระน้ำที่มีไม้น้ำขึ้นหนาแน่น ภาพถ่ายปี 2009 ภาพ: Millevache / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ใต้ถุนเรือน ศาลพระภูมิ และฤกษ์ขึ้นบ้าน

ใต้ถุนเรือนไทยเคยเป็นที่นั่งเล่นหน้าร้อน ที่เก็บผลผลิต และที่ทอผ้า มูลนิธิบันทึกว่า Thompson ใช้ใต้ถุนบ้านจิม ทอมป์สัน เป็นลานเปิดสำหรับจัดแสดงของสะสมและจัดงานเลี้ยงใหญ่

ศาลพระภูมิในบริเวณบ้านเป็นที่อยู่ของวิญญาณผู้ดูแลพื้นที่ตามความเชื่อไทย มูลนิธิอธิบายว่าต้องวางเครื่องเซ่นเป็นธูป ดอกไม้สด และอาหารทุกวัน และต้องตั้งในจุดที่เงาของอาคารหลักไม่ทาบลงบนศาล ระหว่างก่อสร้าง Thompson ทำพิธีตามธรรมเนียม ขอคำแนะนำพระสงฆ์และพราหมณ์เรื่องฤกษ์ที่คำนวณจากวันเกิดของเจ้าของบ้าน ก่อนย้ายเข้าในวันที่ 3 เมษายน 2502

ศาลพระภูมิของบ้านจิม ทอมป์สัน ทรงจั่วแบบไทยทาสีแดง ประดับพวงมาลัยดอกดาวเรืองสีเหลืองและดอกไม้สีม่วง
ศาลพระภูมิของบ้านจิม ทอมป์สัน ทรงจั่วแบบไทยทาสีแดง ประดับพวงมาลัยดอกดาวเรืองสีเหลืองและดอกไม้สีม่วง ภาพถ่ายปี 2007 ภาพ: BrokenSphere / Wikimedia Commons (CC BY 3.0)

สวน "Jungle" ของบ้านจิม ทอมป์สัน

"Jungle" คือคำที่ Thompson ใช้เรียกสวนของบ้านจิม ทอมป์สัน มูลนิธิบรรยายว่าปลูกหนาแน่นด้วยปาล์มลำต้นสูง ไผ่สีทอง และไม้เลื้อย และแนวการปลูกโดยรวมยังเหมือนสมัยเจ้าของบ้าน สวนเปลี่ยนไปตลอดเวลา แต่บรรยากาศเปลี่ยนจาก "uncontrolled chaos" เป็น "controlled chaos" เพราะมีผู้ดูแลมืออาชีพ ตัวอย่างที่มูลนิธิยกมาคือ red ginger พืชสกุลข่า (Alpinia) ที่ขึ้นข้างสระน้ำเล็กในสวนหลังบ้าน

เรือนคนสวนเดิมวันนี้เป็นห้องจัดแสดงภาพเขียน หน้าเว็บของมูลนิธิไม่ได้ระบุชื่อผู้ออกแบบภูมิทัศน์ นอกจากแผนที่ Thompson เขียนเองว่าอยากได้สวนที่ลาดลงถึงคลอง

สวนยังใช้เป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ นิทรรศการ "ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น" (Living in an Elastic Time) ระหว่าง 30 เมษายน–27 กันยายน 2569 จัดทั่วหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน และสวนโดยรอบ รวมถึงห้องสมุดวิลเลียม วอร์เรน

สระน้ำในสวนของบ้านจิม ทอมป์สัน มีไม้น้ำและไม้ใบหลากชนิดขึ้นรอบขอบสระ ล้อมด้วยต้นไม้เขตร้อนหลายระดับ
สระน้ำในสวนของบ้านจิม ทอมป์สัน มีไม้น้ำและไม้ใบหลากชนิดรอบขอบสระ ล้อมด้วยต้นไม้เขตร้อนหลายระดับ ภาพถ่ายเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ภาพ: Welcome to Thailand / Wikimedia Commons (CC0)

ของสะสมในบ้านจิม ทอมป์สัน

หน้า The Art Collection ระบุว่า Thompson สะสมของเก่าไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) ช่วงที่ตะวันตกแทบไม่รู้จักโบราณวัตถุเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขามองว่าการสะสมเป็นทางหนึ่งที่จะรักษาสมบัติของประเทศไม่ให้สูญหาย และอยากยกบ้านกับของสะสมให้คนไทย การจัดวางในบ้านจิม ทอมป์สัน โดยรวมยังเหมือนสมัยเขา มีเพียงห้องเตรียมอาหารเดิมและเรือนคนรับใช้ที่ปรับเป็นศาลาจัดแสดง

  • ประติมากรรม เคยเป็นส่วนสำคัญที่สุด มีชิ้นหายากอย่างประติมากรรมท่อนลำตัวสมัยทวารวดีในห้องทำงาน และประติมากรรมรูปศีรษะหินทรายขนาดใหญ่ศิลปะอู่ทอง
  • ภาพเขียนไทยโบราณ บนผ้า กระดาษ และไม้ Thompson ซื้อเกือบทั้งหมดก่อนย้ายเข้าบ้าน มีภาพชุดเวสสันดรชาดกบนผ้า 13 ภาพครบ 13 กัณฑ์ และภาพชีวิตประจำวันที่ Dr. J.H. Chandler มิชชันนารีและกงสุลอเมริกันสั่งวาดในต้นทศวรรษ 1860
  • เครื่องถ้วย ปี พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) เขาซื้อเครื่องเบญจรงค์ชุดสำคัญ ส่วนเครื่องถ้วยจีนมีตั้งแต่สมัยซ่งถึงศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่เป็นลายครามส่งออกสมัยหมิง
  • Mouse House เรือนจำลองที่ช่างแกะสลักจีนในศตวรรษที่ 19 ทำไว้ให้หนูขาวที่เลี้ยงไว้อยู่
ประติมากรรมหินรูปสัตว์ 2 ชิ้นตั้งบนฐาน บนลานปูกระเบื้องข้างผนังไม้สีแดงของบ้านจิม ทอมป์สัน
ประติมากรรมหินรูปสัตว์ 2 ชิ้นบนฐาน ตั้งบนลานปูกระเบื้องข้างผนังไม้สีแดงของบ้านจิม ทอมป์สัน ภาพถ่ายปี 2009 ภาพ: Millevache / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

แขกของบ้านจิม ทอมป์สัน และการเปิดให้คนนอกชม

มูลนิธิยกโน้ตขอบคุณของ Somerset Maugham ซึ่งมาร่วมมื้อค่ำที่บ้านในปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) ตอนบ้านอายุยังไม่ถึงปี เขาเขียนว่า "You have not only beautiful things, but what is rare you have arranged them with faultless taste." คือไม่ได้มีแค่ของสวย แต่ที่หาได้ยากคือจัดวางด้วยรสนิยมที่ไร้ที่ติ มูลนิธิอ้างข้อความนี้จากหนังสือ The House on the Klong (1999) ของ William Warren

บ้านจิม ทอมป์สัน ไม่ได้เพิ่งเปิดให้คนนอกชมหลังเจ้าของจากไป หน้าประวัติมูลนิธิบันทึกว่าสมัย Thompson มีอาสาสมัครหญิงนำชมบ้านสัปดาห์ละไม่กี่เช้า และรายได้บริจาคให้การกุศล

บ้านจิม ทอมป์สัน หลังปี 2510

เมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) Thompson หายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างพักกับเพื่อนที่ Cameron Highlands แหล่งพักตากอากาศบนที่สูงของมาเลเซีย มูลนิธิบันทึกว่าเจ็ดปีต่อมาเขาถูกประกาศว่าเสียชีวิตตามกฎหมาย ทรัพย์สินตกเป็นของหลานชาย Henry B. Thompson III ซึ่งบริจาคบ้านและของเก่าให้มูลนิธิ ตามเจตนาของผู้เป็นลุงที่อยากให้ของสะสมอยู่ในไทย บทความนี้เล่าเรื่องการหายตัวเท่าที่มูลนิธิบันทึกไว้เท่านั้น

ปี พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) ผู้จัดการทรัพย์สินที่ศาลแต่งตั้งได้รับอนุญาตจากกระทรวงต่าง ๆ ของไทยให้จัดตั้ง The James H.W. Thompson Foundation ทรัพย์สินโอนเข้ามูลนิธิ และบ้านกับของสะสมขึ้นทะเบียนเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอย่างเป็นทางการ มูลนิธิมีคณะกรรมการ 7 คน และถือนโยบายไม่ขายของสะสม คอลเลกชันในบ้านจิม ทอมป์สัน จึงแทบครบเหมือนเดิม มีเพียงการจัดห้องใหม่เล็กน้อยเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้ชม และเปลี่ยนเรือนคนรับใช้เดิม 2 หลังเป็นพื้นที่จัดแสดง

ลำดับเหตุการณ์ของบ้านจิม ทอมป์สัน

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
2449 (1906) James Harrison Wilson Thompson เกิด
2489 (1946) เริ่มสะสมของเก่าไทย
2493 (1950) ก่อตั้ง The Thai Silk Company
ก.ค. 2500 (1957) พบที่ดิน 1 ไร่ริมคลองตรงข้ามบ้านครัว
ม.ค.–มี.ค. 2501 (1958) ได้เรือนไม้สักเก่า 6 หลัง
ก.ย. 2501–เม.ย. 2502 ออกแบบและสร้างบ้าน (ตามหน้า Google Arts & Culture ของมูลนิธิ)
3 เม.ย. 2502 (1959) Thompson ย้ายเข้าอยู่
2503 (1960) Somerset Maugham มาร่วมมื้อค่ำ
2506 (1963) เพิ่มเรือนเล็ก 2 หลัง และซื้อเครื่องเบญจรงค์ชุดสำคัญ
2508 (1965) ได้เรือนรับรองแขกจากผักไห่ เป็นการต่อเติมครั้งสุดท้าย
27 มี.ค. 2510 (1967) Thompson หายตัวไปที่ Cameron Highlands มาเลเซีย
เจ็ดปีหลังจากนั้น ถูกประกาศว่าเสียชีวิตตามกฎหมาย ทายาทบริจาคบ้านและของเก่าให้มูลนิธิ
2518 (1975) จัดตั้งมูลนิธิ บ้านและของสะสมขึ้นทะเบียนเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
30 เม.ย.–27 ก.ย. 2569 (2026) นิทรรศการ Living in an Elastic Time ในบ้าน สวน และหอศิลป์
8 ก.ย. 2569 วันที่หน้าแรกของเว็บไซต์ประกาศว่าเริ่มขายบัตรออนไลน์

ข้อมูลการเข้าชมบ้านจิม ทอมป์สัน

ข้อมูลจากหน้า Visitor Information และหน้าแรกของ jimthompsonhouse.org ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 21 ต.ค. 2569 (ค.ศ. 2026)

  • วันและเวลาเปิด ทุกวัน 10:00–17:00 น. รอบนำชมสุดท้าย 17:00 น.
  • ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 250 บาท อายุ 10–21 ปี 150 บาท (แสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง) ผู้พิการ 150 บาท
  • เข้าฟรี เด็กอายุ 0–9 ปี พระภิกษุไทย สื่อมวลชน มัคคุเทศก์ และหัวหน้าทัวร์ (แสดงบัตร)
  • ไกด์ เข้าเรือนหลักได้พร้อมไกด์เท่านั้น มีไกด์ 5 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และญี่ปุ่น
  • การจอง หน้าแรกระบุว่าไม่ต้องจองล่วงหน้า บัตรออนไลน์ซื้อผ่านพันธมิตรที่พิพิธภัณฑ์รับรอง คือ Viator และ GetYourGuide ถ้ารอบออนไลน์เต็มยังเข้ารอบนำชมแบบ walk-in ได้

หน้า Foundation ของเว็บไซต์เดียวกันยังเขียนเวลาเปิด 09:00–18:00 น. ซึ่งต่างจากหน้าข้อมูลการเข้าชม จึงควรโทรถามก่อนเดินทาง พิพิธภัณฑ์เตือนให้ระวังคนแปลกหน้าที่อ้างว่าพิพิธภัณฑ์ปิดครึ่งวันในวันพระหรือวันหยุดแล้วเสนอพาไปที่อื่น เมื่อเราตรวจวันที่ 21 ต.ค. 2569 โดเมน jimthompsonhouse.com แสดงเพียงหน้าเริ่มต้นของผู้ให้บริการโฮสติ้ง ข้อมูลทางการอยู่ที่ jimthompsonhouse.org

กติกาในบ้านจิม ทอมป์สัน และการเดินทาง

  • แสดงบัตรกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าพื้นที่ และถอดรองเท้าก่อนขึ้นเรือนหลัก
  • กระเป๋าที่ใหญ่กว่า 20 ซม. ต้องฝากที่ล็อกเกอร์ซึ่งมีกล้องวงจรปิด
  • ในเรือนหลักมีบันไดหลายช่วงและไม่มีลิฟต์
  • ถ่ายภาพในเรือนหลักได้ แต่ห้ามใช้แฟลช ห้ามเซลฟี ห้ามถ่ายภาพบุคคลเดี่ยว และห้ามถ่ายวิดีโอ
  • ห้ามสูบบุหรี่และอุปกรณ์สูบทุกชนิด

ที่อยู่ตามหน้าทางการคือ Jim Thompson House Museum เลขที่ 6 ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระรามที่ 1 กรุงเทพฯ 10330 โทร (66) 216-7368 มาได้ทั้งรถยนต์ แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก และรถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 1

หน้าเว็บภาษาไทยของ Jim Thompson Art Center หรือหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ในพื้นที่เดียวกัน แนะนำว่าเดินจากทางออก 1 ราว 3 นาที หรือนั่งเรือคลองแสนแสบลงท่าหัวช้างแล้วเดินราว 3 นาที หอศิลป์เปิดทุกวัน 10:00–18:00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาทเฉพาะหอศิลป์ หรือ 250 บาทรวมพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการที่จัดอยู่คือ "And Still, Another After" ถึง 29 มีนาคม 2570

อ่านเรื่องบ้านและสวนของคนดังที่เปิดให้ชมในไทยหลังอื่นได้ในหมวดบ้านและสวนคนดังในไทย

คำถามที่พบบ่อย

บ้านจิม ทอมป์สัน เปิดกี่โมง ค่าเข้าชมเท่าไร?

หน้าข้อมูลการเข้าชมของมูลนิธิ ณ 21 ตุลาคม 2569 ระบุว่าบ้านจิม ทอมป์สัน เปิดทุกวัน 10:00–17:00 น. รอบนำชมสุดท้าย 17:00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 250 บาท อายุ 10–21 ปีและผู้พิการ 150 บาท เด็กอายุ 0–9 ปีเข้าฟรี ควรตรวจสอบกับพิพิธภัณฑ์อีกครั้งก่อนเดินทาง

บ้านจิม ทอมป์สัน สร้างจากเรือนไทยกี่หลัง มาจากไหน?

มูลนิธิระบุว่า Thompson ได้เรือนไม้สักเก่า 6 หลังในไตรมาสแรกของปี 2501 สามหลังมาจากผักไห่ในย่านอยุธยา สองหลังหาได้ในกรุงเทพฯ และหลังที่เก่าที่สุดซึ่งสร้างราว ค.ศ. 1800 เป็นเรือนช่างทอผ้าจากบ้านครัว ช่างไม้จากอยุธยาประกอบขึ้นเป็นบ้านจิม ทอมป์สัน และเจ้าของเข้าอยู่ 3 เมษายน 2502

เข้าชมบ้านจิม ทอมป์สัน ต้องจองล่วงหน้าหรือไม่ ถ่ายรูปได้ไหม?

หน้าแรกของเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ระบุว่าไม่ต้องจองล่วงหน้า ถ้ารอบออนไลน์เต็มยังติดต่อช่องขายบัตรเพื่อเข้ารอบนำชมแบบ walk-in ได้ ส่วนการจองออนไลน์ใช้พันธมิตรที่พิพิธภัณฑ์รับรองคือ Viator กับ GetYourGuide ในเรือนหลักของบ้านจิม ทอมป์สัน ถ่ายภาพได้ แต่ห้ามใช้แฟลช ห้ามเซลฟี ห้ามถ่ายภาพบุคคลเดี่ยว และห้ามถ่ายวิดีโอ

บ้านจิม ทอมป์สัน ตกเป็นของใครหลังเจ้าของหายตัวไป?

มูลนิธิระบุว่า Thompson หายตัวไปเมื่อ 27 มีนาคม 2510 ที่ Cameron Highlands ประเทศมาเลเซีย เจ็ดปีต่อมาถูกประกาศว่าเสียชีวิตตามกฎหมาย ทรัพย์สินตกเป็นของหลานชาย Henry B. Thompson III ซึ่งบริจาคบ้านจิม ทอมป์สัน และของเก่าให้ The James H.W. Thompson Foundation ที่จัดตั้งในปี 2518

แหล่งอ้างอิง

  1. Visitor Information — The James H. W. Thompson Foundation
  2. The Thai House — The James H. W. Thompson Foundation
  3. Foundation — The James H. W. Thompson Foundation
  4. THE ART COLLECTION — The James H. W. Thompson Foundation
  5. The Jim Thompson House Museum: "The House on the Klong" — The James H.W. Thompson Foundation (Google Arts & Culture)
  6. ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น (Living in an Elastic Time) — Jim Thompson Art Center

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
Google81Elastic9
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ