ก.อุตฯ เร่งนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์–แบต EV ดันค่าปรับขยะพิษ 8 หลัก ชะลอใบอนุญาต 105–106
นิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบต EV คือแผนที่ ก.อุตฯ ประกาศ 17 ต.ค. 2569 พร้อมดันค่าปรับขยะพิษจากไม่เกิน 2 แสนบาทเป็น 8 หลัก และชะลอใบอนุญาตโรงงานประเภท 105–106
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศเมื่อ 17 ตุลาคม 2569 ว่ากระทรวงเร่งผลักดันนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ EV รวมโรงงานรีไซเคิลและกำจัดของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ควบคุมเดียว
- โทษปรับตามกฎหมายเดิมสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท กระทรวงกำลังแก้ พ.ร.บ.โรงงานและกฎหมายกากอุตสาหกรรมให้ค่าปรับไปถึงระดับ 8 หลัก และตามยึดทรัพย์เจ้าของกิจการผ่านเส้นทางการเงิน
- รัฐมนตรีระบุว่าแผงโซลาร์ในไทยใช้งานมาแล้วราว 10 ปี จากอายุใช้งานประมาณ 15 ปี จึงอาจกลายเป็นขยะจำนวนมากในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า
- วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ที่ปราจีนบุรี รัฐมนตรีระบุว่ากระทรวงชะลอการออกใบอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106 มาตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่ง และการพิจารณาต่อไปต้องผ่านความเห็นชอบของประชาชนในพื้นที่
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศเมื่อ 17 ตุลาคม 2569 ว่ากระทรวงกำลังเร่งผลักดันนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ EV เพื่อรับซากจากเทคโนโลยีสะอาดที่จะทยอยหมดอายุ พร้อมแก้กฎหมายให้ค่าปรับทิ้งกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมายเพิ่มจากไม่เกิน 200,000 บาทเป็นระดับ 8 หลัก
สองวันต่อมา วันที่ 19 ตุลาคม รัฐมนตรีลงพื้นที่โรงงานกำจัดกากที่ปราจีนบุรีหลังชาวบ้านร้องเรียน และระบุว่ากระทรวงชะลอการออกใบอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106 มาตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่ง สัญญาณทั้งสองเรื่องชี้ว่าต้นทุนและความเข้มงวดในการจัดการของเสียของโรงงานไทยอาจสูงขึ้น
นิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบต EV จะทำงานอย่างไร
นายวราวุธให้สัมภาษณ์ในรายการ "คุยกับ ครม. อนุทิน" ประจำวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 ตามที่เว็บไซต์รัฐบาลไทยเผยแพร่ ว่าขยะจากเทคโนโลยีสะอาดเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมรับมือ เพราะแผงโซลาร์ที่ติดตั้งในไทยใช้งานมาแล้วราว 10 ปี จากอายุใช้งานประมาณ 15 ปี และอาจกลายเป็นขยะจำนวนมากในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า

แนวคิดของนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์ที่กระทรวงอธิบายมีองค์ประกอบดังนี้
- รวมโรงงานไว้ในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ ทั้งโรงงานรีไซเคิลและโรงงานกำจัดของเสียอันตราย
- ระบบบำบัดน้ำเสียรวม และการติดตามตลอด 24 ชั่วโมง
- แยกซากออกจากขยะทั่วไป ทั้งซากแบตเตอรี่ แผงโซลาร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ใช้แบต EV ซ้ำก่อนกำจัด แบตเตอรี่ที่หมดสภาพสำหรับรถยนต์บางส่วนนำไป recondition เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ได้ ส่วนที่เสื่อมจริงต้องกำจัดอย่างถูกวิธีเพราะมีสารอันตรายต่อสุขภาพ

ประกาศยังไม่ระบุที่ตั้ง ขนาด งบประมาณ ผู้ลงทุน หรือกำหนดเปิดของนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์ จึงยังเป็นนโยบายที่ต้องติดตามรายละเอียด
ค่าปรับขยะพิษจาก 2 แสนบาทสู่ 8 หลัก คู่กับนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์
ประเด็นที่รัฐมนตรีให้น้ำหนักมากคือกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย เขายอมรับว่ากฎหมายบางฉบับใช้มา 40–50 ปี และโทษปรับเดิมไม่เกิน 200,000 บาท ต่ำจนผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกจ่ายค่าปรับแทนการบำบัดที่ถูกต้อง
"วันนี้การลงโทษมันถูกกว่าการเอาไปบำบัด หากโทษเบาเกินไปก็ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว" นายวราวุธกล่าว
| ประเด็น | สิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมระบุ |
|---|---|
| โทษปรับตามกฎหมายเดิม | ไม่เกิน 200,000 บาท |
| เป้าหมายค่าปรับใหม่ | ระดับ 8 หลัก (หลักสิบล้านบาท) |
| กฎหมายที่กำลังแก้ | พ.ร.บ.โรงงาน และกฎหมายกากอุตสาหกรรม |
| หน่วยงานที่หารือร่วม | กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI และกรมศุลกากร |
| เครื่องมือใหม่ | เชื่อมการเอาผิดถึงเส้นทางการเงินและตามยึดทรัพย์เจ้าของกิจการ |
| ช่องทางร้องเรียน | สายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1564 |

ทั้งหมดนี้ยังเป็นร่างกฎหมาย ค่าปรับ 8 หลักจะใช้ได้จริงเมื่อการแก้กฎหมายผ่านกระบวนการนิติบัญญัติแล้ว ส่วนนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์คือฝั่งที่ทำให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกที่ถูกกฎหมายเพิ่มขึ้น
19 ตุลาคม: ชะลอใบอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106
Thai PBS รายงานว่าเมื่อ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธรับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านที่บริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเกิดคราบน้ำมันรั่วไหลที่ชาวบ้านเรียกว่า "น้ำสีรุ้ง" ชาวบ้านขอให้เยียวยาผู้เสียหาย ช่วยชาวนาที่นาข้าวเสียหาย และบางส่วนขอให้ปิดโรงงานและชะลอใบอนุญาตโรงงานไฟฟ้าจากขยะในจังหวัด
รัฐมนตรีระบุว่าบริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าขจัดคราบน้ำมัน สั่งให้เร่งเก็บคราบและติดตามผลต่อนาข้าว และให้ตรวจว่าใบอนุญาตกับเงื่อนไขของกรมโรงงานอุตสาหกรรมถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะใช้มาตรา 37 และถ้าพบการฝ่าฝืนจะใช้มาตรา 39 ของกฎหมายโรงงาน ส่วนการปิดโรงงานต้องเป็นไปตามที่กฎหมายให้ทำได้
ประเด็นที่กระทบผู้ประกอบการทั่วประเทศคือ รัฐมนตรีตอบข้อเรียกร้องให้ชะลอใบอนุญาตโรงไฟฟ้าขยะว่า ตั้งแต่เขาเข้ามาทำหน้าที่ได้ชะลอการออกใบอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106 แล้ว และการพิจารณาในอนาคตต้องผ่านความเห็นชอบและความพึงพอใจของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ ข้อมูลนี้มาจากรายงานของ Thai PBS ยังไม่พบประกาศทางการที่ระบุขอบเขตและระยะเวลา
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
เมื่อแผงโซลาร์ที่ใช้มาราว 10 ปีและแบตเตอรี่ EV เริ่มหมดอายุ ปริมาณซากจะเพิ่มขึ้นพร้อมกันทั้งสองกลุ่ม ถ้าไม่มีนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์หรือที่รองรับอื่น ซากเหล่านี้มีโอกาสไปจบที่โรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่ปราจีนบุรีเผชิญอยู่ (อ่านเรื่องการตรวจโรงงานกากอุตสาหกรรมปราจีนบุรี)
รัฐมนตรียังโยงเรื่องนี้กับแรงกดดันจากมาตรฐานโลก เช่น CBAM ของยุโรป ที่เริ่มกดดันผู้ส่งออกไทยให้ใช้พลังงานสะอาดและมีระบบบำบัดที่ได้มาตรฐาน โรงงานที่จัดการของเสียได้ไม่ดีจึงเสี่ยงทั้งโทษตามกฎหมายและการเสียลูกค้าต่างประเทศ
ผลต่อองค์กรไทย
- โรงงานที่ก่อกากอุตสาหกรรม ควรตรวจสัญญากับผู้รับกำจัดว่ามีใบอนุญาตถูกต้องและส่งกากเข้าระบบจริง เพราะกฎหมายใหม่จะตามความรับผิดไปถึงเจ้าของกิจการและเส้นทางการเงิน
- เจ้าของระบบโซลาร์และกองรถ EV ควรวางแผนจัดการแผงและแบตเตอรี่ที่หมดอายุตั้งแต่ตอนนี้ โดยไม่ต้องรอนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์ที่ยังไม่มีกำหนดเปิด รวมถึงพิจารณาการใช้แบตเตอรี่ซ้ำเป็น ESS ก่อนส่งกำจัด
- ผู้ที่วางแผนลงทุนโรงงานประเภท 105–106 ควรรอความชัดเจนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเตรียมกระบวนการรับฟังความเห็นชุมชนไว้ล่วงหน้า
- ผู้ประกอบการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน ติดตามรายละเอียดของนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ ทั้งที่ตั้ง เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ เพราะอาจเป็นโอกาสขยายกิจการในพื้นที่ที่รัฐควบคุม
- ผู้ส่งออก ใช้การจัดการของเสียที่ตรวจสอบได้เป็นข้อมูลประกอบการรายงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ลูกค้าในยุโรป
ติดตามความคืบหน้าของนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และข่าวอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ที่หมวดอุตสาหกรรม
คำถามที่พบบ่อย
นิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ EV ของกระทรวงอุตสาหกรรมคืออะไร?
นิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ EV คือพื้นที่ควบคุมเฉพาะที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะรวมโรงงานรีไซเคิลและโรงงานกำจัดของเสียอันตรายไว้ด้วยกัน มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมและติดตามตลอด 24 ชั่วโมง นายวราวุธ ศิลปอาชา ประกาศเมื่อ 17 ตุลาคม 2569 แต่ยังไม่ระบุที่ตั้ง งบประมาณ หรือกำหนดเปิด
ค่าปรับทิ้งกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมายจะเพิ่มเป็นเท่าไร?
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุเมื่อ 17 ตุลาคม 2569 ว่าโทษปรับตามกฎหมายเดิมไม่เกิน 200,000 บาท และกระทรวงกำลังแก้ พ.ร.บ.โรงงานกับกฎหมายกากอุตสาหกรรมให้ค่าปรับไปถึงระดับ 8 หลัก คือหลักสิบล้านบาท ร่างยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่ากฎหมายจะผ่าน และกระทรวงเสนอคู่กับแผนนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบต EV
ทำไมต้องเร่งตั้งนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์ตอนนี้?
นายวราวุธระบุว่าแผงโซลาร์ในไทยใช้งานมาแล้วราว 10 ปีจากอายุใช้งานประมาณ 15 ปี จึงอาจกลายเป็นขยะจำนวนมากในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า กระทรวงต้องการให้ซากแผงโซลาร์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่นิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์ที่ควบคุมได้ แทนการปะปนกับขยะทั่วไป
กระทรวงอุตสาหกรรมชะลอใบอนุญาตโรงงานประเภทใด?
Thai PBS รายงานว่าเมื่อ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา ระบุระหว่างลงพื้นที่ปราจีนบุรีว่ากระทรวงชะลอการออกใบอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106 มาตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่ง และการพิจารณาในอนาคตต้องผ่านความเห็นชอบของประชาชนในพื้นที่ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประกาศทางการของกรมโรงงานอุตสาหกรรมอีกครั้ง
แหล่งอ้างอิง
- “วราวุธ” เอาจริงขยะพิษ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ เร่งนิคมรีไซเคิลรับซากโซลาร์–แบต EV ดัน AI ช่วยชาวนาเพิ่มมูลค่าข้าว อ้อย พร้อมพยุง SME ย้ำทิศทางอุตสาหกรรมรถไทยไม่เดิน EV ทางเดียว — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
- "วราวุธ" รับหนังสือ จี้เร่งแก้ไข-เยียวยาจากกรณี "น้ำสีรุ้ง" พร้อมตรวจสอบโรงงานนอมินี — Thai PBS
- File:Ground mounted solar panels.gk.jpg — Wikimedia Commons
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- บุคคล
- วราวุธ ศิลปอาชา5
- องค์กรและบริษัท
- กระทรวงอุตสาหกรรม7กรมโรงงานอุตสาหกรรม2
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา286ยุโรป156
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ