ข้ามไปยังเนื้อหา
Networking

NVIDIA และ Cisco เปิดแบบโมดูลออปติก USFP 400G ต่อเลน ขยายแบนด์วิดท์เครือข่าย AI 4 เท่า

NVIDIA และ Cisco ประกาศแผนโมดูลออปติกแบบเสียบ USFP เมื่อ 12 ต.ค. 2026 รองรับ 400G ต่อเลน ความหนาแน่นแบนด์วิดท์ 4 เท่าของโมดูล 1.6T และจะทำเป็นมาตรฐานเปิด

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพเรนเดอร์โมดูลออปติก USFP แบบเสียบ ตัวโมดูลสีเงินมีแผ่นระบายความร้อนสีทองแดงและขั้วต่อแบบอาร์เรย์ที่ปลายโมดูล
ภาพ: NVIDIA

สรุปประเด็นสำคัญ

  • NVIDIA และ Cisco ประกาศที่งาน OCP Global Summit 2026 เมื่อ 12 ตุลาคม 2026 ถึงแผนพัฒนา USFP (Ultra-Dense Small Form Factor Pluggable) โมดูลออปติกแบบเสียบที่รองรับสัญญาณไฟฟ้า 400 Gb/s ต่อเลน
  • โมดูล USFP รุ่นแรกมี 16 เลน ในขนาดเท่าโมดูล OSFP ให้ความจุรวม 6.4T หรือ 4 เท่าของโมดูล 1.6T ปัจจุบัน และขยายได้ถึง 32 เลน หรือ 12.8T ประสิทธิภาพพลังงานดีขึ้นราว 1.3 เท่าเทียบกับโมดูล 200G ต่อเลน
  • USFP รองรับการระบายความร้อนได้ถึง 100 วัตต์ต่อโมดูลโดยไม่ต้องมีวงจรระบายความร้อนเฉพาะในตัว ใช้ขั้วต่อแบบใหม่ และมี TE Connectivity กับ Amphenol ร่วมผลิตช่องเสียบ ขั้วต่อ และโมดูล
  • Cisco เปิดตัวชิป Silicon One G302 ความจุ 51.2T สำหรับสวิตช์ top-of-rack เริ่มส่งมอบก่อนสิ้นปี 2026 และระบุว่าระบบที่ใช้ชิป P200 ใช้งานจริงแล้วที่ Microsoft และ Alibaba Cloud

NVIDIA และ Cisco ประกาศแผนพัฒนา USFP (Ultra-Dense Small Form Factor Pluggable) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 ที่งาน OCP Global Summit 2026 เป็นแบบโมดูลออปติกแบบเสียบรุ่นแรกที่รองรับสัญญาณไฟฟ้า 400 Gb/s ต่อเลน โมดูล USFP รุ่นแรกให้ความหนาแน่นแบนด์วิดท์ 4 เท่าของโมดูล 1.6T ที่ใช้กันอยู่ และทั้งสองบริษัทจะผลักให้เป็นข้อกำหนดเปิดที่ผู้ผลิตหลายรายทำได้

โมดูลออปติก (transceiver) คือชิ้นส่วนที่เสียบเข้าพอร์ตสวิตช์และการ์ดเครือข่าย เพื่อแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสงวิ่งในสายไฟเบอร์ ในดาต้าเซ็นเตอร์ AI ที่มี GPU หลายหมื่นตัว จำนวนและความเร็วของโมดูลเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าเครือข่ายต่อ GPU ได้มากแค่ไหนและกินไฟเท่าไร

USFP ทำอะไรได้บ้าง

ประกาศร่วมของ NVIDIA และ Cisco ระบุว่าโมดูล USFP รุ่นแรกที่วางแผนไว้จะมี 16 เลนแบบรับส่งพร้อมกัน (full-duplex) ในพื้นที่เท่าโมดูล OSFP ใช้ได้ทั้งกับสวิตช์และ SuperNIC และขยายเป็น 32 เลนหรือมากกว่าได้ในอนาคต

รายการ ตามประกาศของ NVIDIA และ Cisco
ความเร็วต่อเลน 400 Gb/s (ใช้กับระบบ 200G ต่อเลนได้ด้วย)
จำนวนเลนรุ่นแรก 16 เลน ความจุรวม 6.4T
ขยายได้ถึง 32 เลน ความจุรวม 12.8T
ความหนาแน่นแบนด์วิดท์ 4 เท่าของโมดูล 1.6T ปัจจุบัน
ประสิทธิภาพพลังงาน ราว 1.3 เท่าของโมดูล 200G ต่อเลน
การระบายความร้อน ได้ถึง 100 วัตต์ต่อโมดูล โดยไม่ต้องมีวงจรระบายความร้อนเฉพาะในตัวโมดูล
ผู้ร่วมพัฒนา TE Connectivity และ Amphenol
ภาพประกอบจากบล็อกของ Cisco แสดงโมดูล USFP วางอยู่หน้าภาพแร็กดาต้าเซ็นเตอร์
ภาพประกอบโมดูล USFP จากบล็อกของ Cisco: ตัวโมดูลยังเป็นแบบเสียบถอดเปลี่ยนได้เหมือนโมดูลออปติกเดิม ภาพ: Cisco

จุดที่เปลี่ยนจากโมดูลเดิมคือขั้วต่อแบบอาร์เรย์สองมิติที่เสียบสองจังหวะ หน้าสัมผัสความเร็วสูงจะต่อกันหลังโมดูลเข้าที่แล้ว ช่วยลดการสึกของหน้าสัมผัส ทำให้สัญญาณดีขึ้น และแรงเสียบคาดเดาได้ ประกาศระบุว่าขั้วต่อที่ออกแบบมาสำหรับ 400G นี้ยังทำงานได้ดีขึ้นที่ 200G ต่อเลนด้วย ส่วนแบบออปติกทุกแบบของ USFP รองรับการลดขั้นตอนประมวลผลสัญญาณเพื่อลดความหน่วงและพลังงาน

กราฟแท่งความจุรวมต่อโมดูลออปติก: โมดูล 1.6T ปัจจุบัน 1.6 Tb/s, USFP รุ่นแรก 16 เลน 6.4 Tb/s และ USFP 32 เลนในอนาคต 12.8 Tb/s
ความจุรวมต่อโมดูลของ USFP เทียบกับโมดูล 1.6T ปัจจุบัน ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Cisco Blogs)

ทำไม USFP ช่วยให้เครือข่าย AI ไม่ต้องเพิ่มชั้น

เมื่อสวิตช์หนึ่งตัวรับการเชื่อมต่อได้เต็มแล้ว การขยายเครือข่ายต่อมักต้องเพิ่มชั้นสวิตช์และสายออปติก ซึ่งเพิ่มทั้งความหน่วง ไฟ และต้นทุน NVIDIA และ Cisco บอกว่าการเพิ่มทั้งจำนวนเลนและความเร็วต่อเลนเป็นสองเท่า ทำให้เครือข่ายต่ออุปกรณ์ปลายทาง 1.6Tb/s ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มชั้น และลดสัดส่วนไฟที่เครือข่ายใช้ในงบพลังงานรวมของดาต้าเซ็นเตอร์ AI

Gilad Shainer รองประธานอาวุโสของ NVIDIA กล่าวว่า "การสร้างโรงงาน AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มจากการคิดใหม่เรื่องจุดเชื่อมต่อที่เล็กที่สุด" ส่วน Bill Gartner รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายระบบออปติกและโมดูลออปติกของ Cisco ระบุว่าการขยายโมดูลแบบเสียบไปถึง 400G ต่อเลน "ต้องการมากกว่าการต่อยอดแบบโมดูลปัจจุบันอีกขั้นหนึ่ง"

บล็อกของ Cisco ยอมรับว่าอุตสาหกรรมกำลังพัฒนาหลายแนวทางพร้อมกัน ทั้งออปติกแบบเสียบ แบบติดใกล้ชิป (near-packaged) และแบบรวมกับชิปสวิตช์ (co-packaged) USFP เป็นการเดิมพันว่าลูกค้ายังให้คุณค่ากับโมดูลที่ถอดเปลี่ยนหน้างานได้ทีละตัว ห่วงโซ่อุปทานที่มีผู้ผลิตหลายราย และวิธีดูแลรักษาที่คุ้นเคย

Cisco เปิดชิป Silicon One G302 และสถานะ G300 กับ P200

ในงานเดียวกัน Cisco ประกาศความคืบหน้าของชิปตระกูล Silicon One และซอฟต์แวร์เครือข่าย

  • Silicon One G302 ชิปสวิตช์ 51.2T ที่ใช้ SerDes 200G สำหรับสวิตช์ top-of-rack รองรับโมดูลออปติก 1.6T ของ Cisco และการระบายความร้อนด้วยของเหลวถึงตัวชิป มีกำหนดส่งมอบก่อนสิ้นปี 2026
  • Silicon One G300 ชิป 102.4T ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ในปีนี้ เปิดให้ลูกค้าทดลองใช้ และระบบที่ใช้ชิปนี้เริ่มส่งถึงลูกค้าแล้ว
  • Silicon One P200 Cisco ระบุว่าระบบ 51.2T ที่ใช้ชิปนี้ใช้งานจริงแล้วที่ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ โดยผู้บริหารของ Microsoft ระบุในประกาศเดียวกันว่าย้ายระบบที่ใช้ P200 ขึ้นใช้งานจริงแล้ว และ Alibaba Cloud ใช้เราเตอร์ Quantum Cat ที่ใช้ P200 ในโครงข่ายหลัก eCORE
  • SONiC ระบบปฏิบัติการเครือข่ายโอเพนซอร์สที่ Cisco รับรอง จะได้ฟีเจอร์ Live Protect ที่ช่วยลดช่วงเสี่ยงระหว่างเปิดเผยช่องโหว่ถึงการแพตช์ เริ่มกลางปี 2027
  • Cisco 8001 ระบบเครือข่ายจัดการนอกแบนด์ (out-of-band) แบบ 10G หรือ 1G ที่ใช้ชิป Silicon One A100 และรัน SONiC
ภาพหน้าจอประกาศของ Cisco ที่งาน OCP 2026 ส่วนที่อธิบายชิป Silicon One G300 และ G302 แผนโมดูลออปติก USFP ร่วมกับ NVIDIA และฟีเจอร์ Live Protect ของ SONiC
ประกาศของ Cisco ที่งาน OCP 2026 เรื่อง USFP และชิป Silicon One รุ่นใหม่ ภาพ: Cisco Newsroom (ภาพหน้าจอ)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ความเร็วของเครือข่ายเป็นคอขวดสำคัญของคลัสเตอร์ AI ทั้งงานเทรนและงาน inference ที่ต้องส่งข้อมูลระหว่าง GPU ตลอดเวลา การที่ NVIDIA ผู้ขาย GPU และเครือข่าย Spectrum-X จับมือกับ Cisco ผู้ผลิตสวิตช์และชิป Silicon One กำหนดแบบโมดูลร่วมกัน ทำให้ USFP มีโอกาสกลายเป็นแบบที่อุตสาหกรรมใช้ร่วมกัน ประกาศระบุว่าความร่วมมือนี้ต่อยอดจากงานที่ทำให้ NVIDIA Spectrum-X Ethernet และเครือข่ายที่ใช้ Cisco Silicon One ทำงานร่วมกันได้

ข้อจำกัดคือ USFP ยังเป็นแผนการออกแบบ ข้อกำหนดเปิดจะทำผ่านโครงการแบบหลายผู้ผลิต (multi-source) ที่ยังไม่ได้ตั้ง และประกาศไม่ได้บอกวันวางขายหรือราคา อีกทั้งต้องใช้ช่องเสียบและขั้วต่อชุดใหม่ อุปกรณ์รุ่นปัจจุบันจึงอัปเกรดมาใช้ USFP โดยตรงไม่ได้

ผลต่อองค์กรไทย

  • ไม่ต้องหยุดโครงการเพื่อรอ USFP องค์กรและผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังสร้างคลัสเตอร์ GPU ในไทยควรออกแบบด้วยโมดูล 800G หรือ 1.6T ที่มีขายแล้ว แต่ใส่คำถามเรื่องแผนรองรับโมดูล 400G ต่อเลนไว้ในการคัดเลือกผู้ขายสวิตช์
  • เผื่อไฟและความร้อนในแร็กเครือข่าย โมดูล USFP รับภาระความร้อนได้ถึง 100 วัตต์ต่อตัว และชิปอย่าง G302 ออกแบบให้ใช้ระบายความร้อนด้วยของเหลว แร็กเครือข่ายรุ่นถัดไปจึงต้องการไฟและความเย็นมากขึ้นกว่าเดิม
  • ให้ความสำคัญกับมาตรฐานเปิด โมดูลที่มีผู้ผลิตหลายรายช่วยลดการผูกขาดราคาและความเสี่ยงขาดของ ติดตามว่าโครงการ multi-source ของ USFP มีผู้ผลิตรายใดเข้าร่วม
  • ทีมเครือข่ายที่ใช้หรือกำลังพิจารณา SONiC ควรติดตาม Live Protect ของ Cisco ที่จะมากลางปี 2027 ซึ่งช่วยลดช่วงเวลาที่ระบบเปิดรับความเสี่ยงระหว่างรอแพตช์

ติดตามข่าวเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์และไฟเบอร์อื่น ๆ เช่น การ์ด 50G PON ของ Nokia ได้ที่หมวดเครือข่าย

คำถามที่พบบ่อย

USFP คืออะไร?

USFP (Ultra-Dense Small Form Factor Pluggable) คือแบบโมดูลออปติกแบบเสียบที่ NVIDIA และ Cisco ประกาศเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 ออกแบบให้รองรับสัญญาณไฟฟ้า 400 Gb/s ต่อเลน รุ่นแรกมี 16 เลนในขนาดเท่าโมดูล OSFP ให้ความจุรวม 6.4T และขยายได้ถึง 32 เลนหรือ 12.8T ใช้ได้ทั้งกับสวิตช์และ SuperNIC

USFP ต่างจากโมดูลออปติก 1.6T ที่ใช้อยู่อย่างไร?

Cisco ระบุว่า USFP 16 เลนให้ความหนาแน่นแบนด์วิดท์ 4 เท่าของโมดูล 1.6T ในปัจจุบัน และประสิทธิภาพพลังงานดีขึ้นราว 1.3 เท่าเมื่อเทียบกับโมดูล 200G ต่อเลน แต่ใช้ขั้วต่อแบบสองมิติแบบใหม่ จึงต้องใช้ช่องเสียบ (cage) และขั้วต่อชุดใหม่ ไม่ใช่การเสียบแทนโมดูลเดิม

USFP จะวางขายเมื่อไร?

ประกาศเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 เป็นแผนการออกแบบ ยังไม่ระบุวันวางขายหรือราคาของโมดูล USFP NVIDIA และ Cisco บอกว่าจะทำข้อกำหนดเปิดผ่านโครงการแบบหลายผู้ผลิต (multi-source) ที่จะตั้งขึ้น โดยมี TE Connectivity และ Amphenol ร่วมพัฒนาช่องเสียบ ขั้วต่อ และโมดูล

องค์กรไทยที่ลงทุนคลัสเตอร์ GPU ควรรอ USFP หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องรอ USFP เพราะยังเป็นแผนที่ไม่มีวันวางขาย โครงการที่ต้องใช้งานใน 1–2 ปีนี้ควรออกแบบด้วยโมดูล 800G หรือ 1.6T ที่มีขายแล้ว แต่ควรถามผู้ขายสวิตช์ว่ามีแผนรองรับโมดูล 400G ต่อเลนอย่างไร และเผื่อพลังงานกับการระบายความร้อนในแร็กเครือข่ายไว้สำหรับรุ่นถัดไป

แหล่งอ้างอิง

  1. NVIDIA and Cisco Introduce New Pluggable Optics Form Factor to Scale AI Factories — Cisco Newsroom
  2. NVIDIA and Cisco Introduce New Pluggable Optics Form Factor to Scale AI Factories — NVIDIA Newsroom
  3. Cisco and NVIDIA Announce USFP: Expanding the Path to AI Connectivity — Cisco Blogs
  4. Cisco Advances Scalability and Openness at OCP 2026 — Cisco Newsroom

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
NVIDIA23Cisco7Microsoft41Gartner9Open Compute Project4
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Cisco Silicon One2
เหตุการณ์และงาน
OCP Global Summit2
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ