Meta เปิดตัว Petal เคเบิลใต้น้ำข้ามมหาสมุทรเส้นแรกที่รองรับ 1 เพตะบิตต่อวินาที
Meta ประกาศเมื่อ 21 กันยายน 2026 สร้าง Petal เคเบิลใต้น้ำฝรั่งเศส–สหรัฐฯ ยาวราว 7,000 กม. ความจุ 1 เพตะบิตต่อวินาที ใช้ใยแก้ว 2 แกนเป็นครั้งแรกในระยะข้ามมหาสมุทร คาดเปิดใช้ปี 2029
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- Meta ประกาศโครงการ Petal เมื่อ 21 กันยายน 2026 เป็นเคเบิลใต้น้ำเชื่อมฝรั่งเศสกับสหรัฐฯ ระยะทางราว 7,000 กิโลเมตร คาดเปิดใช้งานในปี 2029
- Petal ออกแบบให้มีความจุ 1 เพตะบิตต่อวินาที (1,000 เทราบิตต่อวินาที) เป็นสองเท่าของ Anjana เคเบิลข้ามแอตแลนติกขนาด 0.5 เพตะบิตต่อวินาทีของ Meta
- ระบบใช้ใยแก้วนำแสงแบบ 2 แกนจำนวน 24 คู่ เทียบเท่าใยแก้วแบบเดิม 48 คู่ โดยยังอยู่ในขีดจำกัดของระบบจ่ายไฟเดิมที่ 18 กิโลโวลต์
- NEC เป็นผู้ออกแบบ ผลิต และติดตั้งระบบ Sumitomo Electric ผลิตใยแก้ว 2 แกน และ Orange ร่วมวางแผนจุดขึ้นบกบนชายฝั่งแอตแลนติกของฝรั่งเศส
- ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เคเบิล Candle ตั้งเป้าพร้อมใช้งานปี 2028 และ USTDA ของสหรัฐฯ ให้ทุนศึกษาความเป็นไปได้ของเคเบิลไทย–สหรัฐฯ ในเดือนกันยายน 2026
Meta ประกาศเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 ว่าจะสร้าง Petal เคเบิลใต้น้ำเชื่อมฝรั่งเศสกับสหรัฐฯ ระยะทางราว 7,000 กิโลเมตร ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นเคเบิลข้ามมหาสมุทรเส้นแรกที่มีความจุระดับ 1 เพตะบิตต่อวินาที (Pbps) โครงการนี้คาดว่าจะเปิดใช้งานในปี 2029 และ Meta ระบุว่าจะเป็นระบบแรกที่นำใยแก้วนำแสงแบบหลายแกน (multi-core fiber) มาใช้ในระยะทางข้ามมหาสมุทร
ความจุของ Petal มากเป็นสองเท่าของเคเบิลข้ามมหาสมุทรที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน โดย Meta ระบุว่าไม่ต้องเพิ่มพลังงานหรือโครงสร้างทางกายภาพในสัดส่วนเดียวกัน
รายละเอียดโครงการ Petal: เส้นทาง ความจุ และพันธมิตร
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เส้นทาง | ฝรั่งเศส (ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก) – สหรัฐฯ |
| ระยะทาง | ประมาณ 7,000 กิโลเมตร |
| ความจุที่ออกแบบ | 1 Pbps หรือ 1,000 เทราบิตต่อวินาที |
| ใยแก้ว | 24 คู่ แบบ 2 แกน เทียบเท่าใยแก้วแบบเดิม 48 คู่ |
| ผู้จัดหาระบบ | NEC รับผิดชอบออกแบบ ผลิต และติดตั้งแบบครบวงจร |
| ผู้ผลิตใยแก้ว | Sumitomo Electric Industries (2C Z-PLUS ULL Fiber) |
| พันธมิตรจุดขึ้นบกฝั่งฝรั่งเศส | Orange |
| กำหนดเปิดใช้งาน | ปี 2029 |
Meta อธิบายขนาดของความจุนี้ว่าใกล้เคียงกับความจุเครือข่ายที่ต้องใช้หากประชากรโลกราว 75% ฟังเพลงแบบสตรีมมิงพร้อมกัน ประกาศครั้งนี้ยังไม่ระบุจุดขึ้นบกฝั่งสหรัฐฯ และไม่เปิดเผยมูลค่าโครงการ
Jean-Louis Le Roux รองประธานบริหารของ Orange International Networks ระบุว่าการไปถึงระดับหนึ่งเพตะบิตบนเส้นทางข้ามแอตแลนติกเกิดขึ้น 25 ปีหลังหลักไมล์ระดับเทราบิต ขณะที่ Eduardo Mateo ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ แผนกเครือข่ายใต้น้ำของ NEC กล่าวว่าความสำเร็จนี้สะท้อนการลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องของบริษัท
ใยแก้ว 2 แกนเพิ่มความจุได้อย่างไรโดยไม่ต้องเพิ่มไฟ
บล็อกวิศวกรรมของ Meta อธิบายว่าในช่วงทศวรรษ 2010 อุตสาหกรรมเพิ่มความจุต่อเส้นใยได้มากกว่า 10 เท่าด้วยเทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบ coherent จนเข้าใกล้ขีดจำกัดทางทฤษฎี (Shannon Limit) หลังจากนั้นจึงหันมาเพิ่มจำนวนเส้นใยในสายเคเบิลแทน ซึ่งเรียกว่า spatial division multiplexing (SDM)
เมื่อต้องการเพิ่มความจุอีกเท่าตัว Meta มีทางเลือกสามทาง คือเพิ่มใยแก้วเป็น 48 คู่ ขยายย่านความถี่แสงไปใช้ L-band ร่วมด้วย หรือเปลี่ยนมาใช้ใยแก้วแบบ 2 แกน บริษัทเลือกทางที่สาม โดยมีโจทย์ทางวิศวกรรมสองข้อ
- ตัวใยแก้ว ต้องรักษาการสูญเสียสัญญาณให้ต่ำและคงเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกไว้ที่ 125 ไมโครเมตรเท่าใยแก้วทั่วไป ซึ่งทำได้ด้วยซิลิกาสังเคราะห์ความบริสุทธิ์สูง และลดสัญญาณรบกวนข้ามแกน (crosstalk) ด้วยการส่งสัญญาณในสองแกนสวนทางกัน
- รีพีตเตอร์ ซึ่งเคเบิลยาว 7,000 กิโลเมตรต้องใช้ราว 100 ตัว ถูกออกแบบใหม่ให้ตัวเดียวมีวงจรขยายสัญญาณ 96 ชุด และใช้อุปกรณ์ Fan-In/Fan-Out แยกใยแก้ว 2 แกนออกเป็นแกนเดี่ยวเพื่อขยายสัญญาณ แล้วรวมกลับเป็น 2 แกนอีกครั้ง
ผลคือระบบยังอยู่ในขีดจำกัดของอุปกรณ์จ่ายไฟที่มีอยู่ซึ่งรองรับได้ถึง 18 กิโลโวลต์ Meta ระบุว่าการไม่เกินขีดจำกัดนี้ช่วยให้ไม่ต้องรับรองคุณสมบัติของอุปกรณ์ใต้น้ำใหม่ทั้งระบบ และการส่งหนึ่งเพตะบิตผ่านสายเดียวใช้วัสดุและทรัพยากรน้อยกว่าการสร้างเคเบิล 0.5 Pbps สองเส้น
เทียบกับเคเบิลรุ่นก่อนของ Meta
| เคเบิล | จำนวนคู่ใยแก้ว | ความจุตามที่ Meta ระบุ |
|---|---|---|
| Marea | 8 คู่ | Petal มีความจุ 5.5 เท่าของ Marea |
| Amitié | 16 คู่ | ไม่ระบุในประกาศ |
| Anjana | 24 คู่ | 0.5 Pbps |
| Petal | 24 คู่ แบบ 2 แกน | 1 Pbps |
Meta ระบุว่าการก้าวจาก Anjana ไปสู่ Petal เป็นการเพิ่มความจุต่อรุ่นครั้งใหญ่ที่สุดของระบบเคเบิลใต้น้ำแบบมีรีพีตเตอร์
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
Meta ระบุว่าเคเบิลใต้น้ำรับส่งทราฟฟิกข้ามทวีปประมาณ 99% และบริษัทลงทุนในโครงการเคเบิลใต้น้ำมาแล้วมากกว่า 20 โครงการ รวมถึง Project Waterworth การเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการเคเบิลเองทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่กำหนดเทคโนโลยีและจังหวะการขยายความจุได้เอง แทนที่จะรอซื้อความจุจากผู้ให้บริการโทรคมนาคม
Network World ชี้ว่า Petal มีความจุมากกว่าสองเท่าของเคเบิลข้ามมหาสมุทรที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างเคเบิลสหรัฐฯ–ไอร์แลนด์ขนาด 320 เทราบิตต่อวินาทีที่ AWS วางแผนไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 และเคเบิลออสเตรเลีย–สหรัฐฯ ขนาด 400 เทราบิตต่อวินาทีที่ประกาศเมื่อเดือนมกราคม 2026 สื่อเดียวกันยังรายงานว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติสหรัฐฯ บางส่วนกังวลด้านความมั่นคงจากการขยายตัวของเคเบิลใต้น้ำ และเรียกร้องให้ผู้ให้บริการรายใหญ่เปิดเผยข้อมูลเคเบิลที่ตนมี
ในเชิงเทคโนโลยี Meta ประกาศชัดว่าต้องการผลักดันใยแก้วหลายแกนจากขั้นทดลองไปสู่การใช้งานกระแสหลัก หาก Petal ติดตั้งสำเร็จตามกำหนด การออกแบบนี้จะเป็นแบบอ้างอิงให้เคเบิลระยะไกลเส้นอื่นเพิ่มความจุได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนเส้นใยหรือแรงดันไฟ
ผลต่อองค์กรไทย
Petal ไม่ได้ขึ้นบกในเอเชีย ผลต่อองค์กรไทยจึงเป็นทางอ้อม แต่มีข้อควรพิจารณาที่นำไปใช้ได้
- อย่าคาดหวังผลด้านราคาหรือความเร็วในระยะสั้น Petal มีกำหนดเปิดใช้ปี 2029 และอยู่บนเส้นทางแอตแลนติก องค์กรที่มีผู้ใช้หรือระบบในยุโรปและสหรัฐฯ จะได้ประโยชน์จากความจุและความทนทานของเส้นทางที่เพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อเคเบิลเปิดใช้แล้ว
- ติดตามเคเบิลของภูมิภาคนี้ SubTel Forum รายงานเมื่อ 17 กันยายน 2026 ว่า XLSmart ระบุว่าเคเบิล Candle ระยะทางราว 8,000 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และญี่ปุ่น อยู่ระหว่างก่อสร้าง และตั้งเป้าพร้อมใช้งานปี 2028 โดยมี Meta อยู่ในกลุ่มพันธมิตรของโครงการ และ NEC เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี
- ติดตามผลการศึกษาเคเบิลไทย–สหรัฐฯ Light Reading รายงานเมื่อ 16 กันยายน 2026 ว่าสำนักงานการค้าและการพัฒนาของสหรัฐฯ (USTDA) ให้ทุนศึกษาความเป็นไปได้ของระบบเคเบิลใต้น้ำ Thailand-US (THUS) ระยะทางกว่า 18,500 กิโลเมตร โดยศึกษาในนามของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) โครงการนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษา ไม่ใช่การอนุมัติก่อสร้าง
- ถามผู้ให้บริการเรื่องความหลากหลายของเส้นทาง เมื่อทำสัญญาวงจรต่างประเทศหรือการเชื่อมต่อคลาวด์ ควรขอข้อมูลว่าทราฟฟิกวิ่งผ่านระบบเคเบิลใด และเส้นทางสำรองแยกจากเส้นทางหลักจริงหรือไม่
- ออกแบบระบบสำคัญให้ทนต่อการขาดของลิงก์ต่างประเทศ ระบบที่ต้องทำงานต่อเนื่องควรมีทางเลือกประมวลผลหรือสำรองข้อมูลภายในประเทศหรือในภูมิภาค ไม่พึ่งเส้นทางระหว่างประเทศเพียงเส้นเดียว
คำถามที่พบบ่อย
Petal ของ Meta คืออะไร?
Petal คือโครงการเคเบิลใต้น้ำของ Meta ที่ประกาศเมื่อ 21 กันยายน 2026 เชื่อมฝรั่งเศสกับสหรัฐฯ ระยะทางราว 7,000 กิโลเมตร ออกแบบให้มีความจุ 1 เพตะบิตต่อวินาที ซึ่ง Meta ระบุว่าเป็นเคเบิลข้ามมหาสมุทรเส้นแรกที่ไปถึงระดับนี้ และคาดว่าจะเปิดใช้งานในปี 2029
1 เพตะบิตต่อวินาทีมากแค่ไหน?
1 เพตะบิตต่อวินาทีเท่ากับ 1,000 เทราบิตต่อวินาที หรือ 1 ล้านกิกะบิตต่อวินาที Meta เปรียบเทียบว่าใกล้เคียงกับความจุเครือข่ายที่ต้องใช้หากประชากรโลกราว 75% ฟังเพลงแบบสตรีมมิงพร้อมกัน
ใยแก้วแบบ 2 แกน (multi-core fiber) ต่างจากใยแก้วทั่วไปอย่างไร?
ใยแก้วนำแสงทั่วไปมีแกนนำแสงหนึ่งแกนต่อหนึ่งเส้น ส่วนใยแก้วแบบ 2 แกนบรรจุแกนนำแสงสองแกนไว้ในเส้นใยที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก 125 ไมโครเมตรเท่าเดิม จึงเพิ่มความจุต่อเส้นเป็นสองเท่าโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนเส้นใยในสายเคเบิล
Petal มีผลต่อความเร็วอินเทอร์เน็ตในไทยหรือไม่?
Petal เชื่อมฝรั่งเศสกับสหรัฐฯ จึงไม่ได้ขึ้นบกในเอเชียและไม่ส่งผลโดยตรงต่อเส้นทางของไทย ความสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีใยแก้วหลายแกนซึ่ง Meta ตั้งใจให้เป็นแนวทางมาตรฐานของเคเบิลรุ่นถัดไป ส่วนเส้นทางของภูมิภาคนี้ต้องติดตามโครงการอย่าง Candle และผลการศึกษาเคเบิลไทย–สหรัฐฯ
แหล่งอ้างอิง
- Announcing Petal, a First-of-its-Kind Transoceanic Subsea Cable — Meta
- Inside Petal: Building the World's First Petabit-Class Transoceanic Subsea Cable — Engineering at Meta
- Meta floats project to lay first petabit submarine fiberoptic cable — Network World
- XLSmart Begins Candle Cable Construction — SubTel Forum
- USTDA funds Thailand-US subsea cable study — Light Reading
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ