ข้ามไปยังเนื้อหา
People

Taylor Swift ได้อันดับ 1 Hot 100 เพลงที่ 16 จาก Patient Zero ห่างสถิติ The Beatles 4 เพลง

Patient Zero พา Taylor Swift ได้อันดับ 1 Hot 100 เพลงที่ 16 ในชาร์ต 10 ต.ค. 2026 หยุดสถิติ 24 สัปดาห์ของ Choosin' Texas และเหลือ 4 เพลงจะเท่า The Beatles

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Taylor Swift ที่งาน iHeartRadio Music Awards ในลอสแอนเจลิส 14 มีนาคม 2019
ภาพ: Glenn Francis / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Billboard ประกาศเมื่อ 5 ตุลาคม 2026 ว่า "Patient Zero" เปิดตัวที่อันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ประจำสัปดาห์ 10 ตุลาคม 2026 ทำให้ Taylor Swift ได้อันดับ 1 Hot 100 เพลงที่ 16 และหยุดการครองอันดับ 1 นาน 24 สัปดาห์ ของ "Choosin' Texas" ของ Ella Langley
  • ในสัปดาห์ติดตาม 25 กันยายน–1 ตุลาคม เพลงนี้มียอดสตรีมทางการในสหรัฐฯ 34.5 ล้านครั้ง ผู้ฟังทางวิทยุ 28.5 ล้านครั้ง และยอดขาย 65,000 หน่วย ตามข้อมูลของ Luminate
  • Taylor Swift มีเพลงอันดับ 1 บน Hot 100 มากเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ 68 ปีของชาร์ต ตามหลัง The Beatles (20 เพลง) และ Mariah Carey (19 เพลง)
  • "Patient Zero" เป็น 1 ใน 4 เพลงใหม่ของ The Life of a Showgirl: The Encore ที่ออกเมื่อ 25 กันยายน 2026 ทั้ง 4 เพลงเข้า 5 อันดับแรกของ Hot 100 และอัลบั้มกลับขึ้นอันดับ 1 Billboard 200 เป็นสัปดาห์ที่ 13 ด้วย 173,000 หน่วย
  • ในระดับโลก "Patient Zero" มีสตรีม 70.7 ล้านครั้ง ขายได้ 80,000 หน่วย และขึ้นอันดับ 1 Billboard Global 200 เป็นเพลงที่ 8 ของ Swift เท่ากับ BTS ซึ่งมากที่สุดนับจากชาร์ตนี้เริ่มในปี 2020

Billboard ประกาศเมื่อ 5 ตุลาคม 2026 ว่า "Patient Zero" ของ Taylor Swift เปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ประจำสัปดาห์ 10 ตุลาคม 2026 นับเป็นการได้อันดับ 1 Hot 100 เพลงที่ 16 ของเธอ และหยุดการครองอันดับ 1 นาน 24 สัปดาห์ของ "Choosin' Texas" ของ Ella Langley ซึ่งเป็นสถิติของชาร์ต ผลนี้ทำให้ Swift เหลืออีก 4 เพลงจะเท่าสถิติ 20 เพลงของ The Beatles

ภาพหน้าจอชาร์ต Billboard Hot 100 สัปดาห์ 10 ตุลาคม 2026 แสดง Patient Zero ของ Taylor Swift ที่อันดับ 1 และ Choosin' Texas ของ Ella Langley ที่อันดับ 2
ชาร์ต Billboard Hot 100 สัปดาห์ 10 ตุลาคม 2026: "Patient Zero" เปิดตัวที่อันดับ 1 "Choosin' Texas" ลงไปอันดับ 2 หลังครองอันดับ 1 มา 24 สัปดาห์ และเพลงใหม่ของ Swift อีก 2 เพลงตามมาที่อันดับ 3 และ 4 ภาพ: Billboard (ภาพหน้าจอ)

ตัวเลขสัปดาห์แรกของ Patient Zero บน Hot 100

ตามข้อมูลของ Luminate ผู้ให้ข้อมูลแก่ชาร์ตของ Billboard ในสัปดาห์ติดตาม 25 กันยายน–1 ตุลาคม 2026 "Patient Zero" ซึ่งออกในนาม Republic Records มียอดสตรีมทางการในสหรัฐฯ 34.5 ล้านครั้ง มีผู้ฟังทางวิทยุ (radio airplay audience) 28.5 ล้านครั้ง และขายได้ 65,000 หน่วย เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต Streaming Songs เป็นเพลงที่ 12 ของ Taylor Swift และขึ้นอันดับ 1 Digital Song Sales เป็นเพลงที่ 33 ซึ่งเป็นสถิติที่เธอครองอยู่แล้ว แต่บนชาร์ต Radio Songs ยังอยู่ที่อันดับ 16

Billboard ระบุว่า "Patient Zero" เป็นเพลงอันดับ 1 เพลงที่ 1,195 ในประวัติศาสตร์ของ Hot 100 และเป็นเพลงที่ 94 ที่เปิดตัวบนอันดับ 1 ทันที สำหรับ Taylor Swift นี่คือการเปิดตัวที่อันดับ 1 ครั้งที่ 10 เท่ากับ Drake ซึ่งมากที่สุดของชาร์ต ทั้ง 4 เพลงใหม่ของเธอเข้า 5 อันดับแรกพร้อมกัน โดยมีเพียง "Choosin' Texas" แทรกอยู่ที่อันดับ 2

อันดับ Hot 100 (10 ต.ค. 2026) เพลง ยอดสตรีมทางการในสหรัฐฯ สัปดาห์แรก
1 Patient Zero 34.5 ล้านครั้ง
3 Cleveland! 19.3 ล้านครั้ง
4 Babylon 19 ล้านครั้ง
5 Pink Clouding 18.4 ล้านครั้ง

Hot 100 คิดอันดับจากยอดสตรีมทุกแนวเพลงในสหรัฐฯ (ทั้งเสียงและวิดีโอทางการ) การเปิดทางวิทยุ และยอดขายซิงเกิลแผ่นกับเพลงดิจิทัลจากร้านค้าดิจิทัลเต็มรูปแบบ Billboard ระบุว่าไม่นับยอดขายซิงเกิลดิจิทัลจากเว็บไซต์ขายตรงถึงผู้บริโภค (direct-to-consumer หรือ D2C) และ Luminate ตรวจข้อมูลทุกสัปดาห์ ข้อมูลที่น่าสงสัยหรือยืนยันไม่ได้จะถูกตัดออกก่อนคำนวณ

Taylor Swift ห่างสถิติ The Beatles อีก 4 เพลง

Billboard ระบุว่าจากเพลงกว่า 32,000 เพลงที่เคยติด Hot 100 นับตั้งแต่ชาร์ตเริ่มเมื่อ 4 สิงหาคม 1958 มีเพียง 1,195 เพลงที่ขึ้นถึงอันดับ 1 หรือไม่ถึง 4% และมีศิลปินเพียง 13 รายที่มีเพลงอันดับ 1 ตั้งแต่ 10 เพลงขึ้นไป The Beatles นำมาตั้งแต่ปี 1965 ที่แซง Elvis Presley และเพลงอันดับ 1 เพลงสุดท้ายของวงคือ "The Long and Winding Road"/"For You Blue" ในชาร์ตวันที่ 13 มิถุนายน 1970

อันดับ ศิลปิน เพลงอันดับ 1 บน Hot 100
1 The Beatles 20
2 Mariah Carey 19
3 Taylor Swift 16
4 (ร่วม) Rihanna, Drake 14
6 Michael Jackson 13
7 (ร่วม) Madonna, The Supremes 12
9 Whitney Houston 11
10 (ร่วม) Ariana Grande, Janet Jackson, Bruno Mars, Stevie Wonder 10
กราฟแท่งศิลปินที่มีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 มากที่สุด: The Beatles 20 เพลง Mariah Carey 19 Taylor Swift 16 Rihanna และ Drake คนละ 14 Michael Jackson 13 Madonna และ The Supremes 12 Whitney Houston 11 Ariana Grande Janet Jackson Bruno Mars และ Stevie Wonder คนละ 10
The Beatles ยังนำด้วยเพลงอันดับ 1 บน Hot 100 จำนวน 20 เพลง ส่วน Taylor Swift อยู่อันดับ 3 ด้วย 16 เพลง ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Billboard)

เมื่อนับเป็นตัวเลข Taylor Swift ต้องมีเพลงอันดับ 1 อีก 3 เพลงเพื่อเท่า Mariah Carey อีก 4 เพลงเพื่อเท่า The Beatles และ 5 เพลงเพื่อเป็นเจ้าของสถิติคนใหม่ จังหวะของเธอในช่วงหลังเร็วขึ้นมาก ปี 2026 ปีเดียวมีเพลงใหม่ขึ้นอันดับ 1 แล้ว 3 เพลง คือ "Opalite" (28 กุมภาพันธ์) "I Knew It, I Knew You" (20 มิถุนายน) และ "Patient Zero" Billboard ระบุว่าเป็นศิลปินแรกที่มีเพลงใหม่ขึ้นอันดับ 1 ครบ 3 เพลงในปีเดียวนับจาก Kendrick Lamar ในปี 2024

สถิติอื่นที่ Patient Zero เพิ่มให้ Taylor Swift

  • 50 สัปดาห์บนอันดับ 1 นับรวมทุกเพลง เป็นศิลปินรายที่ 6 ที่ทำได้ ต่อจาก Mariah Carey (101) Rihanna (60) The Beatles (59) Drake (58) และ Boyz II Men (50)
  • 11 เพลงอันดับ 1 ในทศวรรษ 2020 นำ Drake และ Ariana Grande ที่มีคนละ 8 เพลง
  • 74 เพลงใน 10 อันดับแรก มากที่สุดในกลุ่มศิลปินหญิง และเป็นรองเพียง Drake (90)
  • 14 เพลงใน 10 อันดับแรกจากอัลบั้มเดียว The Life of a Showgirl ทุกเวอร์ชันรวมกันทำสถิติใหม่ และเป็นอัลบั้มที่สองของ Swift ที่มีเพลงอันดับ 1 ถึง 3 เพลงต่อจาก 1989 รวมทั้งเป็นอัลบั้มแรกที่ทำได้นับจาก After Hours ของ The Weeknd (2020–21)
  • ร่วมแต่งเพลงอันดับ 1 ครบทั้ง 16 เพลง และร่วมโปรดิวซ์ 10 เพลง "Patient Zero" แต่งและโปรดิวซ์ร่วมกับ Max Martin และ Shellback ทำให้ Max Martin มีเพลงอันดับ 1 ในฐานะผู้แต่ง 31 เพลง เป็นรองเพียง Paul McCartney สมาชิก The Beatles ที่มี 32 เพลง และเป็นเพลงอันดับ 1 เพลงที่ 29 ในฐานะโปรดิวเซอร์ ซึ่งมากที่สุด

The Life of a Showgirl: The Encore และวิดีโอ Patient Zero

Taylor Swift ประกาศเมื่อ 23 กันยายน 2026 ว่าจะออก The Life of a Showgirl: The Encore ฉบับ deluxe ของอัลบั้ม The Life of a Showgirl ที่ออกในปี 2025 โดยเพิ่มเพลงใหม่ 4 เพลง ได้แก่ "Patient Zero" "Cleveland!" "Pink Clouding" และ "Babylon" ฉบับนี้ออกวันที่ 25 กันยายน หน้าอัลบั้มบน Apple Music ระบุว่ามี 16 เพลง ยาวราว 55 นาที โดยเพลงใหม่อยู่ในลำดับที่ 13–16 ในข้อความประกาศที่ Billboard อ้างถึง Swift เล่าว่าเธอไปสวีเดนเพื่อฉลองกับ Max Martin และ Shellback และเมื่อที่นั่นมีสตูดิโอ พวกเขาก็ "ทำสิ่งที่เราทำเสมอเมื่อรู้สึกอะไรขึ้นมา คือเขียนเพลงเพิ่ม"

ภาพหน้าจอหน้าแรกเว็บไซต์ทางการ taylorswift.com โปรโมตเพลง Patient Zero จาก The Life of a Showgirl: The Encore
หน้าแรกของเว็บไซต์ทางการ taylorswift.com โปรโมต "Patient Zero" จาก The Life of a Showgirl: The Encore พร้อมข้อความ Available Now ภาพ: taylorswift.com (ภาพหน้าจอ)

มิวสิกวิดีโอ "Patient Zero" กำกับโดย Taylor Swift และมีเธอนำแสดงร่วมกับ Dakota Johnson และ Colin Farrell เปิดตัวครั้งแรกระหว่างงาน MTV Video Music Awards เมื่อ 27 กันยายน 2026 Billboard รายงาน ว่าคืนนั้นเธอได้รับรางวัล Artist Director Honors ซึ่งมอบเป็นปีแรก และรางวัล video of the year จาก "The Fate of Ophelia" หน้า Directed Projects บนเว็บไซต์ทางการระบุว่า Emmanuel Lubezki เป็นผู้กำกับภาพ และ Merman กับ Taylor Swift Productions เป็นบริษัทผู้สร้าง วิดีโอเปิดให้ชมบน Spotify, Apple Music และ Amazon Music ก่อน แล้วจึงขึ้นช่อง YouTube ทางการของ Taylor Swift เมื่อ 29 กันยายนตามเวลาสหรัฐฯ หรือ 2 วันหลังเปิดตัว

ตัวเลขธุรกิจ: สตรีมมิงนำ ยอดขายดิจิทัลเสริม

เพลงใหม่ 4 เพลงพาอัลบั้ม The Life of a Showgirl (Billboard รวมทุกเวอร์ชันเป็นรายการเดียว) กระโดดจากอันดับ 21 กลับขึ้นอันดับ 1 Billboard 200 เป็นสัปดาห์ที่ 13 ด้วย 173,000 หน่วยเทียบเท่าอัลบั้ม (equivalent album units) เพิ่มขึ้น 619% จาก 21,000 หน่วยในสัปดาห์ก่อน ราว 78% ของยอดมาจากสตรีม ส่วนใหญ่เป็นเพลงใหม่ทั้ง 4 เพลง

ส่วนประกอบของ 173,000 หน่วย หน่วย รายละเอียดตาม Billboard
สตรีม (SEA) 136,000 เท่ากับสตรีมแบบเลือกฟังเอง 138.79 ล้านครั้ง
ยอดขายอัลบั้ม 21,000 กลับเข้า Top Album Sales ที่อันดับ 5
ยอดขายรายเพลง (TEA) 16,000 เพิ่มขึ้น 11,445%

Billboard ระบุว่าฉบับ Encore มีเฉพาะบนบริการสตรีมมิงและแบบดาวน์โหลดดิจิทัล ร้านค้าออนไลน์ทางการ ตั้งราคาอัลบั้มดาวน์โหลด 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ และซิงเกิล "Patient Zero" แบบดาวน์โหลด 0.99 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแผ่นเสียงและซีดีที่เว็บไซต์ทางการโปรโมตอยู่เป็นฉบับ "Sweat and Vanilla Perfume" ของอัลบั้มเดิมที่ระบุว่ามี 12 เพลง จำกัด 4 ชิ้นต่อคนและขายเฉพาะลูกค้าในสหรัฐฯ

ในระดับโลก "Patient Zero" มียอดสตรีม 70.7 ล้านครั้งและยอดขาย 80,000 หน่วยในสัปดาห์เดียวกัน จึงขึ้นอันดับ 1 Billboard Global 200 ชาร์ตที่รวมข้อมูลสตรีมและยอดขายจากกว่า 200 ประเทศและดินแดน นับเป็นเพลงอันดับ 1 เพลงที่ 8 ของ Taylor Swift บนชาร์ตนี้ เท่ากับ BTS ซึ่งมากที่สุดนับจากชาร์ตเริ่มในเดือนกันยายน 2020

ความหมายต่ออุตสาหกรรมและองค์กรไทย

  • ฉบับ deluxe ที่มีเพลงใหม่จริงยังพาอัลบั้มเก่ากลับมาได้ อัลบั้มอายุราว 1 ปีกลับขึ้นอันดับ 1 ด้วยเพลงใหม่ 4 เพลง และ 78% ของยอดมาจากสตรีม ค่ายเพลงและแบรนด์ไทยที่ทำแคมเปญกับศิลปินควรวัดผลจากสตรีมสัปดาห์แรกควบคู่กับยอดขาย
  • อ่านกติกาของชาร์ตก่อนตั้งเป้า Hot 100 ไม่นับยอดขายซิงเกิลดิจิทัลจากเว็บไซต์ขายตรงของศิลปิน และ Luminate ตัดข้อมูลที่ยืนยันไม่ได้ทิ้ง แคมเปญที่พึ่งการซื้อซ้ำผ่านช่องทางขายตรงจึงไม่ช่วยเรื่องอันดับบนชาร์ตนี้
  • วางลำดับช่องทางเปิดตัวให้ชัด วิดีโอ "Patient Zero" เปิดบนเวทีรางวัล ตามด้วยบริการสตรีมมิง แล้วจึงขึ้น YouTube หลังจากนั้น 2 วัน
  • ชาร์ตระดับโลกเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ได้ Billboard Global 200 รวมข้อมูลจากกว่า 200 ประเทศและดินแดน ศิลปินไทยที่มีฐานผู้ฟังต่างประเทศใช้เทียบผลงานกับตลาดโลกได้

สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือชาร์ตสัปดาห์ถัดไปจะบอกว่า "Patient Zero" อยู่อันดับ 1 ได้ต่อหรือไม่ และ Taylor Swift จะปิดช่องว่าง 4 เพลงกับ The Beatles ได้เร็วแค่ไหน อ่านข่าวธุรกิจของศิลปินคนอื่น เช่น Shakira ทำสถิติไลฟ์สตรีมบน Amazon Music และข่าวทั้งหมดในหมวดศิลปินและบุคคลมีชื่อเสียง

คำถามที่พบบ่อย

Taylor Swift มีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 กี่เพลง?

ณ ชาร์ตวันที่ 10 ตุลาคม 2026 Taylor Swift มีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 รวม 16 เพลง เพลงล่าสุดคือ "Patient Zero" ที่เปิดตัวที่อันดับ 1 ทันที เพลงแรกคือ "We Are Never Ever Getting Back Together" ในปี 2012 และเธอร่วมแต่งเพลงทั้ง 16 เพลง

ใครมีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 มากที่สุด?

The Beatles มีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 มากที่สุด 20 เพลง และนำมาตั้งแต่ปี 1965 ตามด้วย Mariah Carey 19 เพลง และ Taylor Swift 16 เพลง ส่วน Rihanna กับ Drake มีคนละ 14 เพลง ตามรายชื่อที่ Billboard ปรับปรุงถึงชาร์ตวันที่ 10 ตุลาคม 2026

Taylor Swift ต้องมีเพลงอันดับ 1 อีกกี่เพลงจึงจะแซงสถิติ The Beatles?

หลังได้อันดับ 1 Hot 100 เพลงที่ 16 จาก "Patient Zero" Taylor Swift ต้องมีเพลงอันดับ 1 อีก 3 เพลงเพื่อเท่า Mariah Carey อีก 4 เพลงเพื่อเท่า The Beatles ที่มี 20 เพลง และอีก 5 เพลงเพื่อขึ้นเป็นเจ้าของสถิติคนใหม่

เพลง Patient Zero อยู่ในอัลบั้มอะไร ออกเมื่อไร?

"Patient Zero" อยู่ใน The Life of a Showgirl: The Encore ฉบับ deluxe ของอัลบั้ม The Life of a Showgirl ปี 2025 ซึ่งออกเมื่อ 25 กันยายน 2026 พร้อมเพลงใหม่อีก 3 เพลง คือ "Cleveland!" "Pink Clouding" และ "Babylon" รวมทั้งอัลบั้ม 16 เพลง

Billboard Hot 100 คำนวณอันดับจากอะไร?

Billboard Hot 100 รวมยอดสตรีมทุกแนวเพลงในสหรัฐฯ ทั้งเสียงและวิดีโอทางการ การเปิดทางวิทยุ และยอดขายซิงเกิลแผ่นกับเพลงดิจิทัลจากร้านค้าดิจิทัล โดยไม่นับยอดขายซิงเกิลดิจิทัลจากเว็บไซต์ขายตรงของศิลปิน Luminate เป็นผู้ให้ข้อมูลและตัดข้อมูลที่น่าสงสัยออกก่อนคำนวณ

แหล่งอ้างอิง

  1. Taylor Swift's 'Patient Zero' Debuts at No. 1 on Billboard Hot 100 — Billboard
  2. Artists With the Most No. 1 Songs on the Billboard Hot 100 — Billboard
  3. Billboard Hot 100 — Week of October 10, 2026 — Billboard
  4. Taylor Swift's 'The Life of a Showgirl' Returns to No. 1 on Billboard 200 After 'Encore' Reissue — Billboard
  5. Taylor Swift's 'Patient Zero' Debuts at No. 1 on Global Charts — Billboard
  6. The Official Website of Taylor Swift — Taylor Swift

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

บุคคล
Taylor Swift12
องค์กรและบริษัท
The Beatles3Republic Records5Spotify7Amazon Music5
ประเทศและสถานที่
สหรัฐอเมริกา121
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Billboard Hot 1005Apple Music6YouTube7
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ