Booking.com ถูกสอบสวนตาม DSA ยุโรปตั้งคำถามเรื่องที่พักปลอม ฟิชชิง และโฆษณาที่ไม่ติดป้าย
Booking.com ถูกสอบสวนตาม DSA คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดคดีเมื่อ 21 ต.ค. 2026 ว่ารับมือที่พักปลอม ฟิชชิงผ่านข้อมูลการจอง และโฆษณาที่ไม่ติดป้ายได้ไม่พอหรือไม่
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการกับ Booking.com ตาม Digital Services Act (DSA) เมื่อ 21 ตุลาคม 2026 หลังสอบเบื้องต้นและส่งคำขอข้อมูล 2 ครั้ง (23 ก.ย. 2025 และ 26 พ.ค. 2026)
- Booking.com ถูกสอบสวนใน 3 ประเด็น คือ ที่พักปลอมและผิดกฎ ฟิชชิงที่อาศัยข้อมูลการจองและระบบแชต และที่พักที่จ่ายค่าคอมมิชชันสูงขึ้นเพื่อขึ้นอันดับแต่ไม่ติดป้ายว่าเป็นโฆษณา
- ถ้าพิสูจน์ได้จะเป็นการละเมิดมาตรา 34 และ 35 เรื่องประเมินและลดความเสี่ยงเชิงระบบ และมาตรา 26(1) เรื่องความโปร่งใสของโฆษณา ซึ่ง DSA ให้ปรับได้สูงสุด 6% ของรายได้ทั้งปีทั่วโลก
- Booking.com ถูกกำหนดเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่มาก (VLOP) ตั้งแต่ 25 เมษายน 2023 และโฆษกบริษัทบอก RTÉ ว่ากำลังให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการ
Booking.com ถูกสอบสวนอย่างเป็นทางการตาม Digital Services Act (DSA) โดยคณะกรรมาธิการยุโรปประกาศเปิดคดีเมื่อ 21 ตุลาคม 2026 เพื่อตรวจว่าแพลตฟอร์มจองที่พักรายนี้ประเมินและลดความเสี่ยงจากที่พักปลอมและการหลอกลวงแบบฟิชชิงได้เพียงพอหรือไม่ และติดป้ายที่พักที่จ่ายเงินเพื่อขึ้นอันดับว่าเป็นโฆษณาอย่างชัดเจนหรือไม่
Booking.com ถูกสอบสวนใน 3 ประเด็น
ประกาศ IP/26/2223 ของคณะกรรมาธิการยุโรปแบ่งเรื่องที่ Booking.com ถูกสอบสวนเป็น 3 เรื่อง
| ประเด็น | สิ่งที่คณะกรรมาธิการจะตรวจ | มาตราของ DSA |
|---|---|---|
| ที่พักปลอมและผิดกฎ | ประกาศที่พักที่ไม่มีอยู่จริง การแอบอ้างเป็นที่พัก และข้อเสนอที่ไม่เป็นไปตามกฎ รวมถึงการลบประกาศเหล่านี้ | มาตรา 34 และ 35 |
| ฟิชชิงจากข้อมูลการจอง | วิธีส่งข้อมูลการจองและข้อมูลแขกให้ที่พัก การออกแบบระบบส่งข้อความ และมาตรการกันข้อมูลถูกใช้หลอกเอาเงิน | มาตรา 34 และ 35 |
| โฆษณาที่ไม่ติดป้าย | ที่พักที่จ่ายค่าคอมมิชชันสูงขึ้นเพื่อขึ้นอันดับในผลค้นหา ("boosted listings") ผู้ใช้รู้หรือไม่ว่าเป็นโฆษณา ใครจ่ายเงิน และทำไมจึงเห็น | มาตรา 26(1) |
มาตรา 34 และ 35 บังคับให้แพลตฟอร์มและเสิร์ชเอนจินขนาดใหญ่มากต้องระบุ วิเคราะห์ ประเมิน และลดความเสี่ยงเชิงระบบ ส่วนมาตรา 26(1) บังคับให้แพลตฟอร์มทำให้ผู้ใช้แยกโฆษณาออกจากผลค้นหาปกติได้ชัดเจน ผู้ใช้จึงควรรู้ได้ว่าที่พักขึ้นมาอยู่บนสุดเพราะตรงกับที่ค้นหา หรือเพราะที่พักจ่ายเงินซื้อตำแหน่ง
Henna Virkkunen รองประธานบริหารคณะกรรมาธิการยุโรปด้านอธิปไตยทางเทคโนโลยี ความมั่นคง และประชาธิปไตย กล่าวในประกาศว่า "Europeans should be able to book their holidays without fear of being scammed." และระบุว่าต้องทำให้แพลตฟอร์มจองที่พักชั้นนำของยุโรปรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ที่มาของคดีที่ Booking.com ถูกสอบสวน
คณะกรรมาธิการระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้มาจากการสอบเบื้องต้น ซึ่งรวมการวิเคราะห์รายงานประเมินความเสี่ยงที่ Booking.com ส่งในปี 2026 และ 3 ปีก่อนหน้า รายงานความโปร่งใส และคำตอบต่อคำขอข้อมูลอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง เมื่อ 23 กันยายน 2025 และ 26 พฤษภาคม 2026 การกำกับดูแลทำร่วมกับหน่วยงานผู้บริโภคและตลาดของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานด้านบริการดิจิทัลของประเทศที่ Booking.com ตั้งอยู่ ส่วนสถานะแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่มาก (VLOP) นั้น Booking.com ได้รับมาตั้งแต่ 25 เมษายน 2023

RTÉ ของไอร์แลนด์รายงานว่าเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปคนหนึ่งเรียกสิ่งที่ Booking.com ทำว่า "absolutely substandard" ขณะที่หลังข่าว Booking.com ถูกสอบสวน โฆษกของบริษัทตอบว่า "Security, trust and the protection of personal information are top priorities at Booking.com." และบริษัทกำลังให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการ
ขั้นต่อไปหลัง Booking.com ถูกสอบสวน และบทลงโทษที่เป็นไปได้
การเปิดคดีให้อำนาจคณะกรรมาธิการเก็บหลักฐานเพิ่ม เช่น ส่งคำขอข้อมูล สัมภาษณ์ หรือเข้าตรวจ และใช้มาตรการชั่วคราว ออกคำวินิจฉัยว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือรับข้อผูกพันที่ Booking.com เสนอเพื่อแก้ปัญหาได้ คณะกรรมาธิการระบุว่าจะสอบสวนเชิงลึกเป็นเรื่องเร่งด่วน และย้ำว่าการเปิดคดีไม่ได้ตัดสินผลล่วงหน้า
หน้า DSA enforcement ของคณะกรรมาธิการระบุว่าค่าปรับต้องได้สัดส่วนกับความร้ายแรงและระยะเวลาของการละเมิด แต่ต้องไม่เกิน 6% ของรายได้ทั้งปีทั่วโลกของผู้ให้บริการ และเรียกค่าปรับรายวันได้สูงสุด 5% ของรายได้เฉลี่ยต่อวันทั่วโลก หากบริษัทไม่ทำตามคำสั่งแก้ไข มาตรการชั่วคราว หรือข้อผูกพัน

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
การที่ Booking.com ถูกสอบสวนขยายการบังคับใช้ DSA จากโซเชียลมีเดียและตลาดออนไลน์มาสู่แพลตฟอร์มท่องเที่ยว และวางหลักว่าแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบไม่เฉพาะประกาศปลอม แต่รวมถึงการออกแบบระบบที่ส่งต่อข้อมูลการจองให้คู่ค้า เพราะข้อมูลแขกที่หลุดจากฝั่งที่พักคือวัตถุดิบของการหลอกแบบฟิชชิงที่ดูน่าเชื่อที่สุด อีกประเด็นคือที่พักที่จ่ายค่าคอมมิชชันสูงขึ้นเพื่อขึ้นอันดับ ซึ่งคณะกรรมาธิการมองว่าต้องติดป้ายเป็นโฆษณาเหมือนโฆษณาทั่วไป
ผลต่อองค์กรไทย
Booking.com ถูกสอบสวนในยุโรป แต่ผลกระทบถึงธุรกิจท่องเที่ยวไทยได้ เพราะโรงแรมและที่พักไทยที่ขายห้องผ่านแพลตฟอร์มนี้ใช้ระบบส่งข้อมูลการจองและระบบแชตชุดเดียวกับที่ยุโรปกำลังตรวจ และไทยเองก็มีกฎหมายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) ที่ ETDA อธิบายว่าใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2566 โดยแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ต้องประเมินความเสี่ยง มีมาตรการบริหารความเสี่ยง และมีช่องทางร้องเรียนและเยียวยาผู้ใช้
- โรงแรมและที่พักควรล็อกบัญชีหลังบ้านให้แน่น ใช้การยืนยันตัวตนหลายชั้นกับบัญชีที่เข้าถึงข้อมูลการจอง จำกัดพนักงานที่เข้าถึงได้ และตรวจประวัติการเข้าใช้ เพราะบัญชีที่พักคือจุดที่ข้อมูลแขกรั่วไปสู่ฟิชชิง
- แจ้งแขกให้ชัดว่าจะไม่ขอข้อมูลบัตรผ่านลิงก์ในแชต และให้ช่องทางตรวจสอบที่เป็นทางการ
- ทบทวนการซื้ออันดับหรือแคมเปญเพิ่มการมองเห็น ถ้าขายให้ลูกค้ายุโรป ป้ายโฆษณาบนแพลตฟอร์มอาจเปลี่ยนไปตามผลของคดี
- แพลตฟอร์มสัญชาติไทยควรเตรียมตามแนว DPS และ PDPA ทั้งรายงานความเสี่ยง การติดป้ายโฆษณา และการส่งข้อมูลลูกค้าให้คู่ค้าเท่าที่จำเป็น
- ติดตามผลของคดี คำวินิจฉัยหรือข้อผูกพันที่ Booking.com อาจเสนอจะบอกว่า DSA คาดหวังอะไรจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยว
อ่านข่าวกฎหมายดิจิทัลและการกำกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้ในหมวด นโยบายและกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
Booking.com ถูกสอบสวนเรื่องอะไร?
Booking.com ถูกสอบสวนตาม Digital Services Act ของสหภาพยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดคดีเมื่อ 21 ตุลาคม 2026 เพื่อดูว่าบริษัทประเมินและลดความเสี่ยงจากที่พักปลอมและฟิชชิงได้เพียงพอหรือไม่ และติดป้ายที่พักซึ่งจ่ายเงินเพื่อขึ้นอันดับว่าเป็นโฆษณาชัดเจนหรือไม่
ถ้า Booking.com ผิด DSA จริงจะโดนปรับเท่าไร?
หน้า DSA enforcement ของคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าค่าปรับจากคำวินิจฉัยว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายต้องไม่เกิน 6% ของรายได้ทั้งปีทั่วโลก และเรียกค่าปรับรายวันได้สูงสุด 5% ของรายได้เฉลี่ยต่อวันทั่วโลก แต่การที่ Booking.com ถูกสอบสวนยังไม่ได้แปลว่าผิด
ฟิชชิงที่เกี่ยวกับ Booking.com ที่ยุโรปพูดถึงคืออะไร?
ในคดีที่ Booking.com ถูกสอบสวน คณะกรรมาธิการยุโรปจะดูความเสี่ยงจากวิธีส่งข้อมูลการจองและข้อมูลแขกให้ที่พัก และการออกแบบระบบส่งข้อความของ Booking.com ว่ามีมาตรการกันไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปใช้หลอกเอาเงินจากผู้จองหรือไม่
Booking.com ตอบเรื่องนี้อย่างไร?
โฆษกของ Booking.com บอก RTÉ ว่าความปลอดภัย ความไว้วางใจ และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของบริษัท และกำลังให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการยุโรปตาม Digital Services Act ระหว่างที่ Booking.com ถูกสอบสวน
แหล่งอ้างอิง
- Commission to investigate how Booking.com combats scams and fraud under the Digital Services Act — European Commission
- DSA enforcement — European Commission (Shaping Europe's digital future)
- EU investigating Booking.com over action on fraud cases — RTÉ
- เจาะลึก กฎหมายใหม่ DPS เกี่ยวกับใครบ้าง? — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- Booking.com3European Commission17สหภาพยุโรป59ETDA4
- ประเทศและสถานที่
- ยุโรป215เนเธอร์แลนด์46ไอร์แลนด์20
- กฎหมายและมาตรฐาน
- Digital Services Act2PDPA132
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ