กักตุนอาหาร 2569 ไม่จำเป็น กรมการค้าภายในประชุมห้างและผู้ผลิตรายใหญ่ 4 พ.ย. ทุกรายยืนยันสินค้าพอ ส่วนนายกฯ ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องกังวลขาดแคลน
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที ผู้เข้าชม 5
สรุปประเด็นสำคัญ
- กรมการค้าภายใน ประชุมกับห้างค้าส่งค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ห้างท้องถิ่น และผู้ผลิตรายใหญ่เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 ทุกรายยืนยันว่าสินค้ายังเพียงพอ และกรมฯ ไม่พบสัญญาณขาดแคลน
- ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้น แต่มีปัจจัยทั้งน้ำท่วม ต้นเดือนที่เงินเดือนออก และห้างท้องถิ่นขายเพิ่มราว 5% จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) กรมฯ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเป็น Panic Buying
- กระแสนี้เกิดหลังหลายประเทศแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหารและของจำเป็นอย่างน้อย 72 ชั่วโมง และกระทรวงมหาดไทยแนะนำให้คนไทยเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินรับมืออุทกภัยหรือภัยพิบัติ
- นายกรัฐมนตรีกล่าวเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2569 ว่าประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้ ไม่มีอะไรต้องกังวลว่าจะขาดแคลนอาหาร และไทยไม่ได้พึ่งเนื้อสัตว์แช่แข็งนำเข้าแบบประเทศในยุโรปที่ถูกโจมตีระบบห้องเย็น
- ผู้พบการขายสินค้าไม่เป็นธรรมร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
กักตุนอาหาร 2569 ไม่จำเป็นตามข้อมูลของรัฐบาล กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แถลงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2569 ว่าห้างค้าส่งค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ และผู้ผลิตรายใหญ่ทุกรายยืนยันว่ามีสินค้าพร้อมจำหน่าย และกรมฯ ไม่พบสัญญาณขาดแคลน วันรุ่งขึ้นนายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ
ข่าวเลขที่ 21/2570 ของกรมการค้าภายใน อ้างนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ว่ากรมฯ ติดตามราคาและปริมาณสินค้าใกล้ชิด โดยเฉพาะกระแสซื้อสินค้าสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน หรือ Panic Buying ซึ่งคนไทยเรียกว่ากักตุนอาหาร 2569 และประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเตรียมสินค้าอุปโภคบริโภคให้พอกับความต้องการ
กักตุนอาหาร 2569 เริ่มจากอะไร
กรมการค้าภายในระบุว่ากระแสกักตุนอาหาร 2569 เกิดหลังหลายประเทศมีคำแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ส่วนในไทย กระทรวงมหาดไทยแนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Emergency Bag) สำหรับรับมืออุทกภัยหรือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ช่วงเดียวกันหลายพื้นที่ของไทยยังเจอฝนหนักต่อเนื่อง ตามข่าวอากาศแปรปรวน 5-9 พ.ย. 2569

กรมการค้าภายในพบอะไรเรื่องกักตุนอาหาร 2569 จากการประชุม 4 พ.ย.
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 กรมการค้าภายในประชุมกับผู้ประกอบการห้างค้าส่งค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ห้างท้องถิ่น และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ เพื่อประเมินการซื้อสินค้าและความพร้อมของระบบผลิตและกระจายสินค้า ผลที่กรมฯ แถลงมี 3 ข้อ
- สินค้ายังเพียงพอ ผู้ประกอบการทุกรายยืนยันว่าปริมาณสินค้ายังเพียงพอต่อความต้องการ
- สต็อกอยู่ที่ศูนย์กระจายสินค้า ห้างค้าส่งค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อเตรียมสต็อกไว้ในศูนย์กระจายสินค้า และส่งไปยังสาขาต่อเนื่อง
- ผู้ผลิตพร้อมเพิ่มกำลังผลิต ผู้ผลิตรายใหญ่เตรียมวัตถุดิบและบริหารสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้น


ยอดขายเพิ่ม แต่ทำไมยังไม่ใช่การกักตุนอาหาร 2569 ทั้งหมด
กรมการค้าภายในพบว่ายอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปกติ แต่ระบุว่ายังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเพิ่มทั้งหมดเกิดจาก Panic Buying เพราะมีปัจจัยอื่นซ้อนกันอยู่
| ปัจจัยที่กรมการค้าภายในระบุ | ผลต่อยอดขาย |
|---|---|
| อุทกภัยในบางพื้นที่ | ประชาชนซื้อสินค้าจำเป็นสำรองไว้ใช้ในครัวเรือน |
| ต้นเดือนที่มีการจ่ายเงินเดือน | กำลังซื้อและการจับจ่ายเพิ่มขึ้น |
| บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) | ห้างท้องถิ่นมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 5% |
| กระแสเตรียมเสบียงอย่างน้อย 72 ชั่วโมง | เป็นเหตุให้กรมฯ ติดตามสต็อกใกล้ชิด แต่กรมฯ ไม่ได้แยกสัดส่วนออกมา |
ยอดที่ห้างท้องถิ่นเพิ่มขึ้นช่วงกระแสกักตุนอาหาร 2569 จึงมาจากการใช้สิทธิตามโครงการของรัฐด้วย ไม่ได้แปลว่าของในร้านกำลังจะหมด
นายกฯ ตอบกระแสกักตุนอาหาร 2569 และเสบียง 72 ชั่วโมงอย่างไร
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2569 ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คุยกับนายกฯ อนุทิน" ถึงกระแสเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมงว่าครัวเรือนทั่วไปมีอาหารและของใช้อยู่แล้ว เช่น บะหมี่สำเร็จรูป โจ๊กสำเร็จรูป อาหารกล่อง และอาหารแช่แข็ง
"สรุปคือใช้ชีวิตปกติ ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลว่าจะเกิดการขาดแคลนอาหาร หรือขาดแคลนสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จะใช้ในครอบครัวจนเกินสภาวะปกติ" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่าหากเกิดเหตุ รัฐบาลจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วนำกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อนสถานการณ์รุนแรง เหมือนกรณีน้ำท่วมเดือนตุลาคม และรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนขาดอาหารจนดำรงชีพไม่ได้

ระบบห้องเย็นและตู้แช่: รัฐบาลประเมินความเสี่ยงอย่างไร
ทั้งกรมการค้าภายในและนายกรัฐมนตรีพูดถึงการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบตู้แช่หรือระบบควบคุมความเย็นในต่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่คนกังวลเรื่องอาหาร
- กรมการค้าภายใน ระบุว่าจากการหารือกับผู้ประกอบการ ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติหรือการโจมตีในลักษณะดังกล่าว และขอให้ผู้ประกอบการติดตามความเสี่ยงและเตรียมมาตรการรองรับ เพื่อให้การจัดเก็บและกระจายสินค้าเดินต่อได้
- นายกรัฐมนตรี มองว่าการโจมตีระบบแช่แข็งอาหารในยุโรปเป็นความเสี่ยงระดับอุตสาหกรรม ส่วนไทยมีตลาดสดและแหล่งอาหารในประเทศ ไม่ได้พึ่งเนื้อสัตว์แช่แข็งนำเข้าแบบเดียวกัน และภัยไซเบอร์ที่พบในไทยส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวงประชาชนผ่านเทคโนโลยีสื่อสาร ซึ่งยังไม่กระทบห่วงโซ่อาหาร
ความกังวลเรื่องห้องเย็นเป็นส่วนหนึ่งของกระแสกักตุนอาหาร 2569 ตัวอย่างการโจมตีระบบตู้แช่ในต่างประเทศอยู่ในข่าวแฮกเกอร์เจาะตัวควบคุมตู้แช่ Danfoss
ทำไมเรื่องกักตุนอาหาร 2569 จึงสำคัญ
การซื้อของตุนพร้อมกันจำนวนมากทำให้ชั้นวางว่างเร็วกว่าที่ศูนย์กระจายสินค้าจะเติมทัน แม้สต็อกรวมจะพอ ข้อมูลของกรมการค้าภายในชี้ว่ารอบนี้ผู้ค้าปลีกเตรียมสต็อกไว้แล้วและผู้ผลิตพร้อมเพิ่มกำลังผลิต กรมฯ เคยตรวจศูนย์กระจายสินค้าหลังน้ำท่วมเดือนตุลาคมด้วยเหตุผลเดียวกัน
สิ่งที่ประชาชนและร้านค้าควรทำช่วงกระแสกักตุนอาหาร 2569
- ซื้อตามความจำเป็น ไม่ต้องกักตุนอาหาร 2569 เพราะทั้งกรมการค้าภายในและนายกรัฐมนตรียืนยันว่าสินค้ายังเพียงพอ
- เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินตามคำแนะนำของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะบ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการซื้อตุนจำนวนมาก
- ร้องเรียนสายด่วน 1569 หากพบการจำหน่ายที่ไม่เป็นธรรม กรมการค้าภายในจะส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ
- ร้านค้าและห้างท้องถิ่น ติดตามยอดขายสินค้าจำเป็นรายวัน และสั่งเติมสต็อกให้ทันช่วงที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้ร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัสใช้สิทธิ
- ผู้ประกอบการห้องเย็นและคลังสินค้า ทำตามคำขอของกรมการค้าภายในให้ติดตามความเสี่ยงของระบบควบคุมความเย็นและเตรียมแผนรองรับ
ติดตามข่าวนโยบายรัฐบาลและค่าครองชีพได้ที่หมวดการเมือง
ภาพบันทึก

คำถามที่พบบ่อย
ต้องกักตุนอาหาร 2569 ไหม?
ไม่จำเป็นตามข้อมูลของรัฐบาล กรมการค้าภายในแถลงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2569 ว่าห้าง ร้านสะดวกซื้อ และผู้ผลิตรายใหญ่ทุกรายยืนยันว่าสินค้ายังเพียงพอและไม่พบสัญญาณขาดแคลน ส่วนนายกรัฐมนตรีกล่าวเมื่อ 7 พฤศจิกายนว่าประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้ ไม่ต้องกักตุนอาหาร 2569 เกินความจำเป็น
ยอดขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นช่วงนี้เป็น Panic Buying หรือไม่?
กรมการค้าภายในพบว่ายอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้นจริง แต่มีปัจจัยหลายด้าน ทั้งน้ำท่วมบางพื้นที่ ต้นเดือนที่มีเงินเดือนออก และห้างท้องถิ่นขายเพิ่มราว 5% จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการไทยช่วยไทย พลัส จึงยังสรุปไม่ได้ว่ายอดที่เพิ่มทั้งหมดเกิดจาก Panic Buying
กระแสกักตุนอาหาร 2569 เริ่มจากอะไร?
กรมการค้าภายในระบุว่ากระแสกักตุนอาหาร 2569 เกิดหลังหลายประเทศแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับดำรงชีพอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของไทยแนะนำให้เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Emergency Bag) สำหรับอุทกภัยหรือภัยพิบัติ
พบร้านค้าขึ้นราคาหรือขายไม่เป็นธรรมร้องเรียนที่ไหน?
ร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 กรมการค้าภายในระบุว่าจะส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบและกำกับติดตามต่อ ช่องทางนี้ใช้ได้กับการจำหน่ายที่ไม่เป็นธรรมทุกกรณี
แหล่งอ้างอิง
- ข่าวเลขที่ 21/2570 กรมการค้าภายใน ติดตามสต็อกสินค้าใกล้ชิด รับมือกระแส Panic Buying ยืนยันผู้ประกอบการมีสินค้าพร้อมจำหน่าย ไม่พบสัญญาณขาดแคลน (6 พฤศจิกายน 2569) — กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
- นายกฯ ย้ำไทยมีความมั่นคงทางอาหาร เปรียบไทยเสมือนเป็นเจ้าของพลังงานที่หล่อเลี้ยงการดำรงชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กรมการค้าภายใน15กระทรวงมหาดไทย63กระทรวงพาณิชย์55กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย15สำนักนายกรัฐมนตรี80
- ประเทศและสถานที่
- ยุโรป336
- เหตุการณ์และงาน
- ไทยช่วยไทย พลัส7
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ
