ข้ามไปยังเนื้อหา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมประชุมร่วมกันที่กระทรวงศึกษาธิการ 5 พฤศจิกายน 2569 เรื่องวิชาประวัติศาสตร์ 2569 และความร่วมมือ 5 ด้าน
Politics

วิชาประวัติศาสตร์ 2569 ยังอยู่ในหลักสูตร: ศธ.-วธ. เสนอนักเรียนเข้าพิพิธภัณฑ์ฟรี

การประชุมร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงวัฒนธรรม 5 พฤศจิกายน 2569 ภาพ: กระทรวงศึกษาธิการ

วิชาประวัติศาสตร์ 2569 ยังอยู่ในหลักสูตร รัฐบาลแถลง 8 พ.ย. หลัง ศธ.-วธ. หารือ 5 พ.ย. วางความร่วมมือ 5 ด้าน ส่วนนักเรียนเข้าพิพิธภัณฑ์ฟรียังอยู่ระหว่างพิจารณา

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที ผู้เข้าชม 2

แชร์FacebookXLINELinkedIn

สรุปประเด็นสำคัญ

  • รัฐบาลแถลงเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2569 ยืนยันว่าวิชาประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ในหลักสูตรการศึกษาไทย และจะพัฒนารูปแบบการเรียนให้ทันสมัยขึ้น
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมประชุมร่วมกันเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2569 และวางความร่วมมือ 5 ด้าน ตั้งแต่ผ้าไทยจนถึงการซ่อมเครื่องดนตรีไทย
  • แนวคิด "พิพิธภัณฑ์คือห้องเรียน" มาพร้อมข้อเสนอให้นักเรียนเข้าชมพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐบาลระบุว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณา
  • ทั้ง 2 กระทรวงตั้งคณะทำงานร่วม และระบุว่าจะไม่เพิ่มเวลาเรียนและไม่เพิ่มภาระให้ครูและนักเรียน

วิชาประวัติศาสตร์ 2569 ยังอยู่ในหลักสูตรการศึกษาไทย รัฐบาลย้ำเรื่องนี้ในคำแถลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 หลังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) หารือกันเมื่อ 5 พฤศจิกายน และวางความร่วมมือ 5 ด้าน รวมถึงข้อเสนอให้นักเรียนเข้าชมพิพิธภัณฑ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งยังอยู่ระหว่างพิจารณา

คำแถลงของรัฐบาล เผยแพร่เวลา 09.34 น. โดยร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนรายละเอียดการประชุมมาจากข่าวของกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภาพที่รัฐบาลเผยแพร่พร้อมคำแถลง 8 พฤศจิกายน 2569
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แถลงเรื่องวิชาประวัติศาสตร์ 2569 เมื่อ 8 พฤศจิกายน ภาพ: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

วิชาประวัติศาสตร์ 2569 ยังอยู่ในหลักสูตร และจะเรียนต่างจากเดิมอย่างไร

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวหลังประชุมกับนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าวิชาประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ในหลักสูตร เพราะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจรากเหง้าของตนเองและนำบทเรียนในอดีตไปใช้ในชีวิตได้ ที่ประชุมมีรองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมด้วย

หน้าข่าวกระทรวงศึกษาธิการ 5 พฤศจิกายน 2569 เรื่อง ศธ. จับมือ วธ. วางแนวทาง 5 มิติการศึกษา
หน้าข่าวของกระทรวงศึกษาธิการเรื่องความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม 5 พฤศจิกายน 2569 ภาพ: กระทรวงศึกษาธิการ (ภาพหน้าจอ)

สิ่งที่จะเปลี่ยนในวิชาประวัติศาสตร์ 2569คือวิธีเรียน ศธ. ต้องการให้หน่วยงานส่วนกลางพัฒนารูปแบบการเรียนให้หลากหลาย ใช้แหล่งเรียนรู้และเครื่องมือที่ทันสมัย และเรียนจากหลักฐานกับสถานที่จริงภายใต้แนวคิด "พิพิธภัณฑ์คือห้องเรียน" โดยไม่เพิ่มภาระให้ครูและนักเรียน

ตำหนักแดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพถ่ายปี 2566
ตำหนักแดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตัวอย่างแหล่งเรียนรู้จากสถานที่จริงตามแนวคิดพิพิธภัณฑ์คือห้องเรียน (ภาพปี 2566) ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ความร่วมมือ 5 ด้านระหว่าง ศธ. และ วธ. ที่เกี่ยวกับวิชาประวัติศาสตร์ 2569

ด้าน สิ่งที่ที่ประชุมเสนอ
1. ผ้าไทยและชุดไทย วธ. ประสานผู้เชี่ยวชาญทำชุดความรู้กลาง ศธ. ทำสื่อและหนังสืออ่านเพิ่มเติมตามช่วงวัย ใช้หนังสือ Thai Textiles Trend Book เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสี วัสดุ และลวดลาย
2. ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเป็นพลเมือง ใช้พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และชุมชนเป็นห้องเรียน พัฒนาครูและสื่อร่วมกัน พิจารณาลดค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้
3. ช่างฝีมือไทยและชุดประจำชาติ ต่อยอดอาชีวศึกษาเป็นศูนย์หรือเครือข่ายฝึกทักษะผ้าไทยและหัตถกรรม ผลิตช่างตัดเย็บที่ยังขาดแคลน ฝึกตั้งแต่ออกแบบถึงทดลองตลาด
4. ภาษาและวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ต่อยอดการสอนแบบทวิหรือพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (MTB-MLE) ร่วมกับเจ้าของภาษาในชุมชน
5. ซ่อมแซมเครื่องดนตรีไทย ให้ สพฐ. สกร. อาชีวศึกษา วธ. และ อว. พัฒนาหลักสูตรช่างซ่อมเครื่องดนตรีไทย เพราะยังขาดช่างที่มีความรู้ถูกต้อง

ศธ. ระบุว่าความร่วมมือทั้ง 5 ด้าน รวมถึงการปรับวิชาประวัติศาสตร์ 2569 จะใช้หลักสูตร สถานศึกษา และเครือข่ายที่มีอยู่เป็นฐาน ให้หน่วยงานกำหนดผู้รับผิดชอบ พื้นที่นำร่อง กรอบเวลา และทรัพยากร แล้ววัดผลจากทักษะของผู้เรียน โอกาสมีงานทำ คุณภาพผลิตภัณฑ์ รายได้ และการคุ้มครองสิทธิของชุมชน หลังการหารือ ทั้งสองกระทรวงแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันแล้ว

นักเรียนจะได้เข้าพิพิธภัณฑ์ฟรีเมื่อไร

ยังไม่มีวันเริ่ม ข้อเสนอที่มาพร้อมกับวิชาประวัติศาสตร์ 2569ให้นักเรียนเข้าชมพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอยู่ในด้านที่ 2 ของความร่วมมือ และคำแถลงของรัฐบาลระบุชัดว่า "ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการ" ข่าวของ ศธ. ใช้คำว่าพิจารณาลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย และมีข้อเสนอให้นักเรียนเข้าชมฟรี จึงยังไม่ใช่มาตรการที่ใช้ได้ทันที

ห้องจัดแสดงราชยานในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพถ่ายเมื่อ 3 มกราคม 2561
ห้องจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ภาพปี 2561) ข้อเสนอให้นักเรียนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรียังอยู่ระหว่างพิจารณา ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

รองโฆษกฯ กล่าวว่ารัฐบาลต้องการให้วัฒนธรรมไทย "เป็นมากกว่ามรดกที่ต้องอนุรักษ์" แต่เป็นทุนที่สร้างอาชีพและรายได้ให้คนรุ่นใหม่ได้ โดยเริ่มจากระบบการศึกษา

หน้าคำแถลงของรัฐบาล 8 พฤศจิกายน 2569 ย้ำประวัติศาสตร์ไม่หายจากหลักสูตร
หน้าคำแถลงของรัฐบาล 8 พฤศจิกายน 2569 ที่ย้ำว่าประวัติศาสตร์ไม่หายจากหลักสูตร ภาพ: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ภาพหน้าจอ)

ทำไมวิชาประวัติศาสตร์ 2569จึงเป็นข่าว

คำแถลงเรื่องวิชาประวัติศาสตร์ 2569 ตั้งใจสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองและนักเรียนโดยตรงว่าวิชานี้ไม่ได้หายไป ขณะเดียวกันก็โยงการเรียนวัฒนธรรมเข้ากับอาชีพ เช่น ช่างตัดเย็บชุดไทยและช่างซ่อมเครื่องดนตรีไทย ซึ่งทั้งสองกระทรวงระบุว่ายังขาดแคลน การวัดผลที่ประกาศไว้จึงรวมถึงรายได้สุทธิของชุมชน ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ

สิ่งที่โรงเรียนและผู้ปกครองควรรู้

  1. วิชาประวัติศาสตร์ 2569 ยังเรียนตามปกติ รัฐบาลและ ศธ. ยืนยันว่าวิชานี้ยังอยู่ในหลักสูตร และแนวทางใหม่จะไม่เพิ่มเวลาเรียน
  2. การเข้าพิพิธภัณฑ์ฟรียังเป็นข้อเสนอ โรงเรียนที่วางแผนทัศนศึกษาควรตรวจค่าเข้าชมกับแหล่งเรียนรู้แต่ละแห่งไปก่อน
  3. โรงเรียนในพื้นที่ชาติพันธุ์ ติดตามแนวทางสอนแบบทวิหรือพหุภาษาที่จะต่อยอดจากของเดิม
  4. วิทยาลัยอาชีวศึกษาและผู้ประกอบการผ้าไทย ติดตามพื้นที่นำร่องของเครือข่ายฝึกทักษะผ้าไทยและหัตถกรรม ซึ่งคณะทำงานร่วมจะกำหนดต่อไป

ความคืบหน้าของวิชาประวัติศาสตร์ 2569และข้อเสนอเข้าพิพิธภัณฑ์ฟรีจะมาจากคณะทำงานร่วมของสองกระทรวง ติดตามข่าวนโยบายรัฐบาลได้ที่หมวดการเมือง

คำถามที่พบบ่อย

วิชาประวัติศาสตร์ 2569 ถูกตัดออกจากหลักสูตรหรือไม่?

ไม่ถูกตัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการระบุหลังการประชุมกับกระทรวงวัฒนธรรมเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2569 ว่าวิชาประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ในหลักสูตรการศึกษาไทย และรัฐบาลย้ำเรื่องนี้อีกครั้งในคำแถลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 โดยจะพัฒนาวิชาประวัติศาสตร์ 2569 ให้เรียนจากหลักฐานและสถานที่จริงมากขึ้น

นักเรียนเข้าพิพิธภัณฑ์ฟรีแล้วหรือยัง?

ยังไม่ได้เริ่ม ข้อเสนอให้นักเรียนเข้าชมพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการ ตามคำแถลงของรัฐบาลวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ผู้ปกครองและโรงเรียนจึงควรตรวจอัตราค่าเข้าชมของแต่ละแห่งไปก่อน

ศธ. กับ วธ. ร่วมมือกันกี่ด้าน?

5 ด้าน ได้แก่ ผ้าไทยและชุดไทยสู่การเรียนรู้และการออกแบบ ประวัติศาสตร์และความเป็นพลเมืองผ่านพิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน ช่างฝีมือไทยและอาชีวศึกษา ภาษาและวัฒนธรรมชาติพันธุ์แบบทวิหรือพหุภาษา และการผลิตช่างซ่อมเครื่องดนตรีไทย

ความร่วมมือนี้จะเพิ่มชั่วโมงเรียนหรือไม่?

ไม่เพิ่ม ทั้งกระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลระบุว่าแนวทางทั้งหมดจะขับเคลื่อนผ่านหลักสูตร สถานศึกษา และเครือข่ายเดิม โดยไม่เพิ่มเวลาเรียนและไม่เพิ่มภาระให้ครูและนักเรียน ส่วนวิชาประวัติศาสตร์ 2569 จะปรับวิธีเรียนแทนการเพิ่มชั่วโมง

แหล่งอ้างอิง

  1. “ย้ำประวัติศาสตร์ไม่หายจากหลักสูตร” รัฐบาลดันทุนวัฒนธรรมไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ พลิกห้องเรียนเป็นโอกาสสร้างอาชีพ — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th)
  2. ศธ. จับมือ วธ. วางแนวทาง 5 มิติการศึกษา เชื่อมองค์ความรู้ผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญา สร้างทักษะอาชีพสู่ตลาดสากล — กระทรวงศึกษาธิการ

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
สำนักนายกรัฐมนตรี86
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ