พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ประกาศราชกิจจานุเบกษา มีผล 1 ตุลาคม 2026
พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 30 กันยายน 2026 มีผล 1 ตุลาคม หลังผ่านสภาผู้แทนราษฎร 338 เสียงและวุฒิสภา 145 เสียง
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 30 กันยายน 2026 และใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 วงเงินรวม 3,788,000 ล้านบาท
- สภาผู้แทนราษฎรลงมติวาระ 3 เห็นชอบ 338 ต่อ 144 เสียง หลังพิจารณา 7–10 กันยายน 2026 ส่วนวุฒิสภาเห็นชอบ 145 ต่อ 5 เสียง เมื่อ 11 กันยายน 2026
- วุฒิสภาระบุว่าวงเงินเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท (0.2%) โดยรายจ่ายประจำคิดเป็น 73.6% และรายจ่ายลงทุน 20.8%
- งบกลาง 699,924 ล้านบาท สูงสุด ตามด้วยกระทรวงการคลัง 440,568 ล้านบาท และกระทรวงศึกษาธิการ 359,576 ล้านบาท
- งบกลางมีรายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและรองรับวิกฤตราคาพลังงาน 12,000 ล้านบาท และเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินราว 106,045 ล้านบาท
พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 59 ก เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 (2569) และใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 ซึ่งเป็นวันแรกของปีงบประมาณ 2570 กฎหมายกำหนดวงเงินรวมทั้งสิ้น 3,788,000,000,000 บาท และให้นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
วุฒิสภาระบุในบทความสรุปที่เผยแพร่เมื่อ 22 กันยายน 2026 ว่าวงเงินนี้เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือ 0.2%

ผ่านสองสภาอย่างไร
สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ระหว่างวันที่ 7–10 กันยายน 2026 รวม 4 วัน และลงมติวาระที่ 3 เห็นชอบทั้งฉบับด้วยคะแนนเห็นด้วย 338 เสียง ไม่เห็นด้วย 144 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากผู้ลงมติ 485 คน

วุฒิสภาระบุว่าประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายและตั้งข้อสังเกต ได้แก่ โครงสร้างงบประมาณที่เน้นรายจ่ายประจำและการชำระหนี้ ทำให้งบลงทุนต้องพึ่งเงินกู้จากการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล และขีดความสามารถในการจัดเก็บภาษีต่อ GDP ที่อยู่ในระดับต่ำ ระหว่างการพิจารณามีการปรับลดและเพิ่มงบของหลายหน่วยงาน โดยพิจารณาจากความพร้อม ความซ้ำซ้อน และผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
จากนั้นวันที่ 11 กันยายน 2026 วุฒิสภาประชุมเป็นพิเศษและมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเห็นด้วย 145 เสียง ไม่เห็นด้วย 5 เสียง และงดออกเสียง 12 เสียง พร้อมเห็นชอบข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อ

เงินไปที่ไหน
ตามข้อมูลของวุฒิสภา 5 รายการที่ได้รับงบประมาณสูงสุด พร้อมการเปลี่ยนแปลงระหว่างการพิจารณา มีดังนี้
| อันดับ | หน่วยงาน | งบประมาณ (ล้านบาท) | การเปลี่ยนแปลงจากร่างเดิม |
|---|---|---|---|
| 1 | งบกลาง | 699,924 | เพิ่ม 6,044 ล้านบาท จาก 693,880 |
| 2 | กระทรวงการคลัง | 440,568 | ลด 303 ล้านบาท จาก 440,871 |
| 3 | กระทรวงศึกษาธิการ | 359,576 | — |
| 4 | กระทรวงมหาดไทย | 287,368 | ลด 912 ล้านบาท จาก 288,280 |
| 5 | กระทรวงกลาโหม | 202,056 | ลด 1,228 ล้านบาท จาก 203,284 |

งบกลางตามตัวบทกฎหมายมีวงเงิน 699,924,956,400 บาท รายการใหญ่ได้แก่ เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ 389,090 ล้านบาท เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นราว 106,045 ล้านบาท ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ 94,200 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน 12,000 ล้านบาท
ด้านโครงสร้าง วุฒิสภาแจกแจงรายจ่ายประจำ 2,786,367.1 ล้านบาท (73.6%) รายจ่ายลงทุน 789,171.5 ล้านบาท (20.8%) รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,520 ล้านบาท (4.0%) และรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง 71,038.1 ล้านบาท (1.9%) ทั้งนี้ตัวเลขทั้งสี่รายการตามที่เผยแพร่รวมกันได้มากกว่าวงเงินรวมราว 10,097 ล้านบาท ซึ่งบทความของวุฒิสภาไม่ได้อธิบายไว้
ทิศทางที่รัฐบาลวางไว้
วุฒิสภาระบุว่ารัฐบาลจัดทำงบประมาณตามหลัก 5T คือ Target ใช้เงินให้ตรงเป้า Transparent โปร่งใสและตรวจสอบได้ Transition ช่วยประเทศข้ามวิกฤตพลังงาน ค่าครองชีพ และภัยพิบัติ Transformation เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและภาครัฐผ่านการลงทุนในคน ดิจิทัล AI ทักษะ และกฎหมาย และ Together ระดมความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจ PPP กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) และภาคเอกชน
ยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้านได้แก่ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล AI และพลังงานสะอาด การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ การสร้างโอกาสและความเท่าเทียม และการปรับระบบบริหารภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการจัดงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน
ผลต่อองค์กรไทย
- ผู้ขายสินค้าและบริการให้ภาครัฐ ปีงบประมาณใหม่เริ่มแล้วตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 หน่วยงานรัฐจึงเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามงบที่ได้รับ บริษัทไอทีที่ทำงานกับภาครัฐควรตรวจรายการงบของหน่วยงานลูกค้าในเอกสารงบประมาณและวางแผนการเสนองานให้สอดคล้อง
- ดิจิทัลและ AI เป็นหนึ่งในทิศทางหลัก ทั้งหลัก Transformation และยุทธศาสตร์ด้านขีดความสามารถในการแข่งขันระบุการลงทุนด้านดิจิทัล AI และรัฐบาลดิจิทัลไว้ชัดเจน ผู้ให้บริการคลาวด์ ซอฟต์แวร์ และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ควรติดตามโครงการที่จะออกมาภายใต้กรอบนี้
- เงินสำรองสำหรับวิกฤตพลังงาน งบกลางกันวงเงิน 12,000 ล้านบาทสำหรับแก้ปัญหาเศรษฐกิจและรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานควรติดตามมาตรการที่จะใช้วงเงินนี้
- งบลงทุนพึ่งพาเงินกู้ ข้อสังเกตเรื่องสัดส่วนรายจ่ายประจำที่สูงและการพึ่งงบขาดดุล หมายความว่าโครงการลงทุนภาครัฐอาจต้องใช้ช่องทางอื่นอย่าง PPP มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของภาคเอกชนที่มีความพร้อมร่วมลงทุน
คำถามที่พบบ่อย
งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2570 มีวงเงินเท่าไร?
พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กำหนดวงเงินรวมทั้งสิ้น 3,788,000,000,000 บาท หรือ 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งวุฒิสภาระบุว่าเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือ 0.2%
พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 มีผลใช้บังคับเมื่อไร?
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 59 ก เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 และใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเริ่มปีงบประมาณ 2570 โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 อย่างไร?
สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาระหว่างวันที่ 7–10 กันยายน 2569 และลงมติวาระที่ 3 เห็นด้วย 338 เสียง ไม่เห็นด้วย 144 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ส่วนวุฒิสภาประชุมวันที่ 11 กันยายน 2569 เห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นด้วย 5 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง
หน่วยงานใดได้รับงบประมาณปี 2570 มากที่สุด?
ตามข้อมูลของวุฒิสภา งบกลางได้รับมากที่สุด 699,924 ล้านบาท รองลงมาคือกระทรวงการคลัง 440,568 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 359,576 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 287,368 ล้านบาท และกระทรวงกลาโหม 202,056 ล้านบาท
แหล่งอ้างอิง
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ