กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570: ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. เลื่อนเริ่มเก็บเงินเป็น 1 ม.ค. 2570
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570: ราชกิจจานุเบกษา 22 ต.ค. 2569 ประกาศพระราชกฤษฎีกาเลื่อนเริ่มเก็บเงินสะสมและเงินสมทบจาก 1 ต.ค. 2569 เป็น 1 ม.ค. 2570 เหตุน้ำท่วม
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที ผู้เข้าชม 9

สรุปประเด็นสำคัญ
- 22 ตุลาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 65 ก ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2569
- มาตรา 4 ให้เริ่มเก็บเงินตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 แทนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2568 ที่ถูกยกเลิก และให้พระราชกฤษฎีกาใหม่ใช้บังคับย้อนตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569
- เหตุผลท้ายพระราชกฤษฎีกาฉบับ 22 ต.ค. 2569 ระบุว่าอุทกภัยทำให้นายจ้างบางส่วนต้องหยุดหรือชะลอกิจการ และลูกจ้างบางส่วนขาดรายได้ การเริ่มเก็บเงินช่วงนี้อาจกระทบการรักษาการจ้างงาน
- ร่างกฎกระทรวงที่ ครม. รับทราบหลักการเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 กำหนดอัตรานำส่งฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้างช่วง 1 ม.ค. 2570–31 ธ.ค. 2574 และฝ่ายละ 0.5% ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2575
พระราชกฤษฎีกาเลื่อนวันเริ่มเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ให้เริ่มเก็บเงินสะสมจากลูกจ้างและเงินสมทบจากนายจ้างตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 แทนกำหนดเดิม 1 ตุลาคม 2569 นายจ้างจึงมีเวลาเตรียมระบบเงินเดือนเพิ่มอีก 3 เดือน
พระราชกฤษฎีกากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 ต่อจากการที่คณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการร่างกฎหมาย 3 ฉบับเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งข่าวกองทุนน้ำมันและมติ ครม. เดือนตุลาคมรายงานไว้ ตอนนี้ฉบับที่เป็นพระราชกฤษฎีกามีผลแล้ว
พระราชกฤษฎีกากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 กำหนดอะไร
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 65 ก หน้า 1 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เผยแพร่ "พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2569" ซึ่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 163 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 สาระสำคัญมีดังนี้
| มาตรา | สาระ |
|---|---|
| มาตรา 2 | ใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป |
| มาตรา 3 | ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาฉบับ พ.ศ. 2568 ที่ให้เริ่มเก็บเงิน 1 ตุลาคม 2569 |
| มาตรา 4 | ให้เริ่มเก็บเงินสะสมและเงินสมทบตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 |
| มาตรา 5 | ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรักษาการ |
การให้มีผลย้อนถึง 1 ตุลาคม 2569 ทำให้ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 ไม่อยู่ในรอบการเก็บเงินตามกำหนดเดิม

ทำไมเลื่อนเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570
หมายเหตุท้ายพระราชกฤษฎีกาให้เหตุผลว่า อุทกภัยทำให้สถานประกอบกิจการและลูกจ้างในพื้นที่ประสบภัยเดือดร้อน นายจ้างบางส่วนต้องหยุดหรือชะลอกิจการและมีรายได้ลดลง ลูกจ้างบางส่วนขาดรายได้หรือต้องใช้เงินซ่อมที่อยู่อาศัย การเริ่มเก็บเงินในช่วงนั้นอาจเพิ่มภาระทั้งสองฝ่ายและกระทบความสามารถในการรักษาการจ้างงาน
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ว่าน้ำท่วมช่วง 25–29 กันยายน 2569 ทำให้บางสถานประกอบการต้องหยุดหรือลดกิจการ และย้ำว่าการเลื่อนครั้งนี้ "ไม่ใช่การยกเลิกเป้าหมายในการจัดตั้งกองทุน" กองทุนนี้เป็นกลไกตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ที่ใช้เงินสะสมและเงินสมทบเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างเมื่อสิ้นสุดความเป็นลูกจ้าง

อัตรานำส่งกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 และกฎหมายที่ยังรอ
มติ ครม. วันที่ 14 ตุลาคมครอบคลุมร่างกฎหมาย 3 ฉบับ ฉบับที่ประกาศแล้วคือพระราชกฤษฎีกา ส่วนอีก 2 ฉบับเป็นร่างกฎกระทรวง
- ร่างกฎกระทรวงอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ ลูกจ้างและนายจ้างนำส่งฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้างตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ถึง 31 ธันวาคม 2574 แล้วเพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.5% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 รัฐบาลระบุว่าอัตราช่วงแรกตั้งไว้ต่ำเพื่อทยอยเริ่มระบบ
- ร่างกฎกระทรวงหลักเกณฑ์การจัดการสงเคราะห์ลูกจ้างที่ออกจากงานหรือตาย แก้วันใช้บังคับของกฎกระทรวงเดิม พ.ศ. 2567 ให้เริ่ม 1 มกราคม 2570 ให้ตรงกับวันเริ่มเก็บเงิน

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
เงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 เป็นรายการที่นายจ้างและลูกจ้างต้องนำส่งเพิ่มจากรายการหักเงินเดือนที่มีอยู่ การเลื่อนครั้งนี้เป็นหนึ่งในมาตรการผ่อนภาระธุรกิจหลังน้ำท่วม ควบคู่กับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ส่วนอัตราเงินนำส่งยังต้องรอกฎกระทรวงประกาศใช้
ผลต่อองค์กรไทย
- ไม่ต้องหักเงินกองทุนในรอบเงินเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 เพราะวันเริ่มเก็บใหม่คือ 1 มกราคม 2570 องค์กรที่ตั้งค่าระบบไว้แล้วควรปิดรายการหักไว้ก่อน
- เตรียมระบบ Payroll สำหรับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 ตั้งค่ารายการหักลูกจ้างและเงินสมทบนายจ้างฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง โดยรอยืนยันจากกฎกระทรวงฉบับจริงก่อนเปิดใช้
- แจ้งพนักงานล่วงหน้า ว่าจะมีรายการหักใหม่ในสลิปเงินเดือนตั้งแต่ปี 2570 และกองทุนนี้เป็นหลักประกันเมื่อออกจากงาน
- ติดตามประกาศของกระทรวงแรงงาน เรื่องวิธีนำส่งเงิน แบบฟอร์ม และกำหนดเวลานำส่งรายเดือน ก่อนรอบเงินเดือนแรกของปี 2570
ติดตามข่าวกฎหมายและนโยบายรัฐบาลได้ที่หมวดการเมือง
คำถามที่พบบ่อย
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 เริ่มเก็บเงินวันไหน?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 เริ่มเก็บเงินสะสมจากลูกจ้างและเงินสมทบจากนายจ้างตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ตามมาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ซึ่งยกเลิกกำหนดเดิมที่ให้เริ่มเก็บ 1 ตุลาคม 2569
ทำไมรัฐบาลเลื่อนเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 ออกไป 3 เดือน?
เหตุผลท้ายพระราชกฤษฎีการะบุว่าอุทกภัยทำให้นายจ้างบางส่วนต้องหยุดหรือชะลอกิจการและมีรายได้ลดลง ลูกจ้างบางส่วนขาดรายได้หรือต้องใช้เงินซ่อมบ้าน การเริ่มเก็บเงินในช่วงนั้นอาจเพิ่มภาระทั้งสองฝ่ายและกระทบการรักษาการจ้างงาน จึงเลื่อนไปเริ่มเก็บกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 ในวันที่ 1 มกราคม
นายจ้างและลูกจ้างต้องนำส่งเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเท่าไร?
ตามร่างกฎกระทรวงที่คณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ช่วงแรกของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 คือ 1 มกราคม 2570 ถึง 31 ธันวาคม 2574 ลูกจ้างและนายจ้างนำส่งฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง และตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 เพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.5%
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีไว้เพื่ออะไร?
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกลไกตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ใช้เงินสะสมและเงินสมทบเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างเมื่อสิ้นสุดความเป็นลูกจ้าง และการเลื่อนเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 ไม่ใช่การยกเลิกเป้าหมายในการจัดตั้งกองทุน
แหล่งอ้างอิง
- พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 65 ก) — ราชกิจจานุเบกษา
- ครม. ช่วยนายจ้าง–ลูกจ้างฝ่าวิกฤต เลื่อนเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ฯ 3 เดือน เริ่ม 1 ม.ค. 2570 เปิดทางธุรกิจฟื้นตัว ควบคู่สร้างหลักประกันแรงงาน — รัฐบาลไทย (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)
- โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เลื่อนเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็น 1 ม.ค. 2570 — PPTV
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง3ราชกิจจานุเบกษา35สำนักนายกรัฐมนตรี41
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ