ข้ามไปยังเนื้อหา
Retail & Consumer

EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร เริ่ม 1 พ.ย. 2569 ต่อจากภาษี 3 ยูโร ผู้ขายออนไลน์ต้องรู้อะไร

EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร (Union handling fee) เริ่ม 1 พ.ย. 2569 ต่อจากภาษีพัสดุมูลค่าต่ำ 3 ยูโรต่อชิ้นที่ใช้ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 และต้องแจ้งรหัสสินค้า PID

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
อาคาร Berlaymont สำนักงานใหญ่ของคณะกรรมาธิการยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม
อาคาร Berlaymont ที่ตั้งของคณะกรรมาธิการยุโรป ผู้ประกาศกฎพัสดุใหม่ ถ่ายเมื่อพฤษภาคม 2016 ไม่ใช่ภาพของเหตุการณ์ ภาพ: almathias / Wikimedia Commons (CC0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คณะกรรมาธิการยุโรปแจ้งเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 ว่าตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 EU จะเก็บ Union handling fee 2 ยูโร ที่สินค้านำเข้าพัสดุเล็ก เพื่อชดเชยต้นทุนงานศุลกากร
  • ก่อนหน้านั้น ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 EU ยกเลิกการยกเว้นอากรของพัสดุมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร และเก็บอากรชั่วคราว 3 ยูโรต่อชิ้น ถึง 1 กรกฎาคม 2028 หรือจนกว่า EU Customs Data Hub จะเปิดใช้
  • นับ "ชิ้น" ตามบรรทัดการสำแดง: สินค้า 3 อย่างที่รหัส CN 8 หลักเดียวกันแต่ TARIC ต่างกัน เสีย 3 ยูโร ถ้าใช้การสำแดง H6 หรือ H7 แต่เสีย 9 ยูโร ถ้าใช้ H1
  • ผู้ขายที่ส่งขายตรงถึงผู้บริโภคใน EU ต้องแจ้ง รหัสสินค้า (Product Identifier หรือ PID) กับศุลกากรตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569
  • ปี 2025 EU นำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำทางอีคอมเมิร์ซ 5,900 ล้านชิ้น เป็น 4 เท่าของปี 2022 ตามที่คณะกรรมาธิการระบุ

EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร หรือ Union handling fee เริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2569 ตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปแจ้งเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 เพื่อชดเชยต้นทุนงานศุลกากรของพัสดุเล็กที่นำเข้ามา EU ค่าธรรมเนียมนี้เสริมจากอากรชั่วคราว 3 ยูโรต่อชิ้นที่ใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 หลัง EU ยกเลิกการยกเว้นอากรพัสดุมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร ผู้ขายออนไลน์ที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคใน EU ต้องแจ้งรหัสสินค้า PID กับศุลกากรตั้งแต่วันเดียวกันด้วย

แผนภาพประกอบ EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร คือ EU Customs Data Hub ของคณะกรรมาธิการยุโรป ศูนย์กลางข้อมูลนำเข้าและส่งออกที่จะมาแทนระบบศุลกากรของประเทศสมาชิก
แผนภาพประกอบ EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร คือ EU Customs Data Hub ของคณะกรรมาธิการยุโรป ศูนย์กลางข้อมูลนำเข้าและส่งออกที่จะมาแทนระบบศุลกากรของประเทศสมาชิก ภาพ: European Commission

EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร กับภาษี 3 ยูโร ต่างกันอย่างไร

รายการ อากรชั่วคราว 3 ยูโร Union handling fee 2 ยูโร
เริ่มใช้ 1 กรกฎาคม 2569 1 พฤศจิกายน 2569
จุดประสงค์ ปิดช่องว่างที่พัสดุไม่เกิน 150 ยูโรไม่เสียอากร และให้ร้านค้าปลีกกับอีคอมเมิร์ซแข่งขันได้เท่าเทียม ชดเชยต้นทุนที่หน่วยงานศุลกากรใช้ตรวจข้อมูล วิเคราะห์ความเสี่ยง และสุ่มตรวจเอกสารหรือสินค้า
ระยะเวลา ถึง 1 กรกฎาคม 2028 หรือจนกว่า EU Customs Data Hub จะเปิดใช้ ตามเอกสารของคณะกรรมาธิการ ไม่ระบุวันสิ้นสุดบนหน้าที่เราเปิดอ่าน
กฎหมาย Council Regulation (EU) 2026/382 กฎที่ระบุเป็น Delegated regulation (EU) 2026/2152 บนหน้าเดียวกัน

คณะกรรมาธิการอธิบายว่าEU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโรต่างจากอากร ส่วนอากร 3 ยูโรใช้แทนการยกเว้นอากรเดิมที่ถูกยกเลิกตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เมื่อ Data Hub เปิดใช้เต็มรูปแบบ อากรปกติจะนำมาใช้แทน ส่วนค่าธรรมเนียม 2 ยูโรเป็นเรื่องต้นทุนการตรวจของศุลกากร ไม่ใช่ภาษี

เสีย 3 ยูโรอย่างไร ก่อนถึง EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร

อากร 3 ยูโรใช้กับพัสดุขายตรงถึงผู้บริโภค (B2C) ที่มีมูลค่าแท้จริงไม่เกิน 150 ยูโร ไม่ว่าจะใช้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแบบ IOSS, Special Arrangements หรือแบบนำเข้าทั่วไป และรวมสินค้าที่เคยอยู่นอกการยกเว้น เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม และยาสูบ

คณะกรรมาธิการนิยาม "ชิ้น" ว่าเป็นสินค้าหนึ่งหรือหลายรายการในพัสดุเดียวที่มีรหัสพิกัดภาษี คำอธิบาย และถิ่นกำเนิดเหมือนกัน แต่เพราะข้อจำกัดของระบบ IT ปัจจุบัน อากรจะถูกคิดต่อบรรทัดการสำแดงโดยไม่สนจำนวนชิ้นในบรรทัดนั้น ตัวอย่างที่ Access2Markets ให้ไว้คือสินค้า 3 อย่างที่รหัส CN 8 หลักเดียวกันแต่ TARIC 10 หลักต่างกัน

วิธีสำแดง จำนวนบรรทัด อากรรวม
H6 1 บรรทัด 3 ยูโร
H7 1 บรรทัด 3 ยูโร
H1 3 บรรทัด 9 ยูโร

แนวทางของคณะกรรมาธิการยังห้ามรวมสินค้าที่จัดอยู่คนละพิกัดมาไว้ในบรรทัดเดียวเพื่อใช้อัตราสูงสุดตามมาตรา 177 ของ Union Customs Code เมื่อใช้อากร 3 ยูโร

ภาพสรุปตัวเลขกฎพัสดุมูลค่าต่ำของ EU: อากร 3 ยูโรต่อชิ้น ค่าธรรมเนียม 2 ยูโร เพดาน 150 ยูโร นำเข้าปี 2025 5,900 ล้านชิ้น และตัวอย่าง 3 ยูโรกับ 9 ยูโร
สรุปตัวเลขกฎพัสดุมูลค่าต่ำของ EU อากร 3 ยูโร ค่าธรรมเนียม 2 ยูโร เพดาน 150 ยูโร และตัวอย่าง 3 ยูโรกับ 9 ยูโร ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: European Commission)

รหัสสินค้า PID ที่มาพร้อม EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร

อีกการเปลี่ยนแปลงที่กระทบงานของผู้ขายมาก คือรหัสสินค้า (Product Identifier หรือ PID) ที่ต้องแจ้งกับศุลกากรสำหรับการขายทางไกลที่นำเข้า (import distance sales) ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 วัตถุประสงค์คือให้ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าอีคอมเมิร์ซได้ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎ และสินค้าต้องห้ามหรือจำกัด นอกจากนี้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ต้องระบุรหัส F48, F49 หรือ F53 ในเอกสารสำแดงเพื่อบอกวิธีเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้

ภาพหน้าจอหน้า EU Customs Reform ของคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ระบุว่าตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 EU จะใช้ค่าธรรมเนียม Union handling fee 2 ยูโร
ภาพหน้าจอหน้า EU Customs Reform ของคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ระบุว่าตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 EU จะใช้ค่าธรรมเนียม Union handling fee 2 ยูโร ภาพ: European Commission (ภาพหน้าจอ)

ทำไม EU จึงเก็บ EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร และเปลี่ยนกฎพัสดุมูลค่าต่ำ

คณะกรรมาธิการระบุว่าในปี 2025 EU นำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำทางอีคอมเมิร์ซ 5,900 ล้านชิ้น เป็น 4 เท่าของปี 2022 ทำให้ศุลกากรรับภาระหนัก และสินค้าจำนวนมากไม่เป็นไปตามกฎและมาตรฐานของ EU การยกเว้นอากรไม่เกิน 150 ยูโรกลายเป็นช่องโหว่ เพราะผู้นำเข้ามักแตกพัสดุหรือแจ้งมูลค่าต่ำเกินจริง EU Customs Data Hub จะบังคับใช้กับอีคอมเมิร์ซตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2028 และกับผู้ค้าทุกรายตั้งแต่ 1 มีนาคม 2034

ผลของ EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร ต่อผู้ขายออนไลน์ไทยและผู้ซื้อ

หน้าของคณะกรรมาธิการระบุกฎสำหรับสินค้านำเข้าจากนอก EU ไม่ได้ระบุเฉพาะประเทศไทย ผู้ขายออนไลน์ไทยที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคใน EU จึงควรเตรียมตัวดังนี้

  • ถามผู้ให้บริการขนส่งและแพลตฟอร์ม: ใครเป็นผู้จ่ายEU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโรและอากร 3 ยูโรที่ปลายทาง และเรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ขาย
  • ตั้งราคาให้รวมต้นทุนปลายทาง: EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโรทำให้พัสดุราคาต่ำมีต้นทุนต่อชิ้นเพิ่มเท่ากันไม่ว่ามูลค่าเท่าใด
  • จัดทำข้อมูลสินค้า (ก่อนEU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโรมีผล): เตรียมรหัสพิกัด คำอธิบาย ถิ่นกำเนิด และ PID ให้ตรงกับที่สำแดง
  • ดูวิธีสำแดง ซึ่งไม่เกี่ยวกับEU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร: การรวมสินค้ารหัส CN เดียวกันในบรรทัดเดียวลดอากรได้ตามตัวอย่างข้างบน แต่ห้ามรวมสินค้าคนละพิกัด
  • ตรวจแนวทางล่าสุดของEU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร: คณะกรรมาธิการระบุว่าจะปรับปรุงแนวทางเป็นระยะ และรายละเอียดของค่าธรรมเนียม 2 ยูโร เช่น วิธีนับต่อชิ้นหรือต่อพัสดุ อยู่ในเอกสารแนวทาง ซึ่งเราอ่านเนื้อหาในไฟล์ PDF ไม่ได้

กฎนี้ใช้กับสินค้าที่นำเข้า EU EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโรจึงไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่ผู้ซื้อในไทยต้องจ่ายเมื่อสั่งของภายในประเทศ ข่าวค้าปลีกอื่น ๆ อยู่ในหมวดค้าปลีก และภาพรวมแพลตฟอร์มอยู่ที่ ค่า GP ของ Shopee TikTok Lazada

บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง

กฎพัสดุใหม่ของ EU และ EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร ทำให้ผู้ขายออนไลน์ที่ส่งออกต้องมีข้อมูลสินค้า รหัสพิกัด และใบสำแดงที่ตรงกันในระบบหน้าร้าน คลังสินค้า และการขนส่ง Retail Cloud ของ THAI DATA CLOUD นำหน้าร้านออนไลน์ ระบบ POS คลังสินค้า ERP และข้อมูลสมาชิกขึ้นคลาวด์ เชื่อมข้อมูลทุกช่องทางเป็นภาพเดียว และขยายกำลังรับคำสั่งซื้อได้ทันทีช่วงโปรโมชัน (THAI DATA CLOUD เป็นผู้ดำเนินงานเว็บไซต์นี้)

คำถามที่พบบ่อย

EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร เริ่มเมื่อไร?

EU ค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร (Union handling fee) เริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2569 ตามหน้า EU Customs Reform ของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งอัปเดตเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 ค่าธรรมเนียมนี้ชดเชยต้นทุนงานศุลกากร และแยกจากอากรชั่วคราว 3 ยูโรต่อชิ้นที่เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569

ภาษีพัสดุมูลค่าต่ำ 3 ยูโรของ EU ใช้กับอะไร?

อากรชั่วคราว 3 ยูโรต่อชิ้นใช้กับพัสดุขายตรงถึงผู้บริโภค (B2C) ที่นำเข้าจากนอก EU และมีมูลค่าแท้จริงไม่เกิน 150 ยูโร ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 1 กรกฎาคม 2028 โดยไม่ขึ้นกับวิธีเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และรวมสินค้าอย่างเหล้า น้ำหอม และยาสูบที่เคยอยู่นอกการยกเว้น

รหัสสินค้า PID ที่ EU กำหนดคืออะไร?

PID (Product Identifier) คือรหัสระบุสินค้าที่ต้องแจ้งกับศุลกากรสำหรับการขายทางไกลที่นำเข้า (import distance sales) ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าอีคอมเมิร์ซได้ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎ ตามหน้า Access2Markets ของคณะกรรมาธิการยุโรป

ผู้ขายออนไลน์ไทยที่ส่งของไป EU ได้รับผลอย่างไรจากค่าธรรมเนียมพัสดุ 2 ยูโร?

ข่าวของคณะกรรมาธิการไม่ได้ระบุเฉพาะประเทศไทย กฎใช้กับสินค้านำเข้าจากนอก EU ผู้ขายไทยที่ขายตรงถึงผู้บริโภคใน EU จึงควรตรวจกับบริษัทขนส่งและแพลตฟอร์มว่าใครเป็นผู้ชำระอากรและค่าธรรมเนียมที่ปลายทาง และเตรียมรหัสสินค้า PID ให้พร้อม

แหล่งอ้างอิง

  1. EU Customs Reform: Guidance on the €3 customs duty and Union handling fee — European Commission (Taxation and Customs Union)
  2. EU applies €3 customs duty per item on low-value e-commerce consignments — European Commission (Access2Markets)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
สหภาพยุโรป86European Commission25
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ