ข้ามไปยังเนื้อหา

ROYAL COURT · หมายกำหนดการ

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

ข่าวในพระราชสำนักและกำหนดการล่วงหน้าที่สำนักพระราชวังประกาศ ดึงจากเว็บไซต์สำนักพระราชวังโดยอัตโนมัติ ข้อความทุกรายการเป็นถ้อยคำตามต้นฉบับ พร้อมลิงก์ไปยังประกาศต้นทาง

ข้อมูลล่าสุด 9 ต.ค. 2026 16:30 น. แหล่งที่มา: สำนักพระราชวัง (royaloffice.th)

กำหนดการล่วงหน้า

ตามประกาศสำนักพระราชวัง เรียงจากวันที่ใกล้ที่สุด

ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการล่วงหน้าที่สำนักพระราชวังประกาศ

ประกาศสำนักพระราชวังล่าสุด

พระบรมวงศานุวงศ์

เลือกพระนามเพื่อดูข่าวในพระราชสำนักที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวในพระราชสำนักทุกพระองค์

ข่าวในพระราชสำนัก

รายการล่าสุดที่ปรากฏพระนาม ย้อนหลังถึง 11 มิถุนายน 2026

วันพฤหัสบดี ที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 08:38 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    วันนี้ เวลา ๐๘.๓๘ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการฝึกทำการบิน (SOLO) ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ณ กองบิน ๗ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการส่วนพระองค์ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน ๗ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พร้อมด้วยพลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ นาวาอากาศเอก พศิน สมบัติทวี ผู้บังคับการกองบิน ๗ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

    จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง อาคารทรงงาน กองบิน ๗ ทรงรับฟังการถวายบรรยายแผนการบินของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังซองจอดเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen เพื่อทอดพระเนตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงทำการตรวจเช็คความเรียบร้อยของเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงนำเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen ไปยังทางวิ่ง Rwy22 เพื่อทรงทำการบิน

    อ่านต่อ (6 ย่อหน้า)

    ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรการวิ่งขึ้นและลงของเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen ตามแผนการฝึก ในการฝึกทำการบิน (SOLO) ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกบินเรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จลงจากเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานช่อดอกไม้แสดงความยินดี และทรงประดับเครื่องหมาย Gripen Order Golden Patch (อาร์ม) พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในด้านการบินเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา ของประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศมาโดยตลอด ทรงเริ่มทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ กับเครื่องบินแบบ T 41 D ฝูงบิน ๖๐๔ กองบิน ๖ และทรงเข้ารับการฝึกอบรมและศึกษาหลักสูตรการบินของหน่วยงานทหาร ทั้งกองทัพอากาศและโรงเรียนการบินทหารบก ด้วยพระวิริยะอุตสาหะจนทรงผ่านการประเมิน และทดสอบมาตรฐานระดับสูง ทรงได้รับใบอนุญาตนักบินของสหภาพยุโรป จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ทรงเคยเข้าฝึกบินกับเครื่องบินฝึกเครื่องยนต์ไอพ่นแบบ L-39 ณ โรงเรียนการบินกองทัพอากาศ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม อีกทั้งยังทรงมีความเชี่ยวชาญในการบังคับอากาศยานหลายแบบ และทรงมีชั่วโมงบิน ดังนี้

    – เครื่องบินแบบ Cessna T-41 จำนวน ๓๑๕.๓๓ ชั่วโมง

    – เครื่องบินแบบ CT 4 E Airtrainer จำนวน ๓๘.๓๕ ชั่วโมง

    – เครื่องบินแบบ Pilatus Pc-9 จำนวน ๑๐๕.๕๙ ชั่วโมง

    – เครื่องบินแบบ Mooney M-20M จำนวน ๙๘.๔๐ ชั่วโมง

    – เครื่องบินแบบ Piper Pa-34 Seneca จำนวน ๑๓๗.๕๐ ชั่วโมง /ปัจจุบันทรงทำการบิน … ปัจจุบันทรงทำการบินกับเครื่องบินแบบ Boeing 737 โดยมีชั่วโมงบิน Boeing 737-400 จำนวน ๒๗.๐๙ ชั่วโมง ชั่วโมงบิน Boeing 737-800 จำนวน ๔๕๓.๑๑ ชั่วโมง และทำการบินกับเครื่องบินแบบ JAS 39 D Gripen ไปแล้ว ๑๐.๑๓ ชั่วโมง ก่อนทำการบินเดี่ยวกับเครื่องบินแบบ JAS 39 C Gripen ทรงมีชั่วโมงบินรวมกับเครื่องบินทุกแบบ จำนวนรวม ๑,๑๘๘.๔๘ ชั่วโมง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วยเคียงข้างพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ในปี ๒๕๖๘ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ ๑ และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย ทรงนำเครื่องบินพระที่นั่งขึ้นและลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติพาโร ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน ท่าอากาศยานที่นักบินจะนำเครื่องขึ้นและลงจอดยากที่สุดในโลก ได้อย่างปลอดภัยและสง่างาม ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใน ๒ ครั้งด้วยกัน คือ วันที่ ๒๐ สิงหาคม – ๔ กันยายน ๒๕๖๙ และวันที่ ๒๕ กันยายน – ๘ ตุลาคม ๒๕๖๙ เพื่อทำการฝึกบินเครื่องบิน Gripen ผ่านเครื่องจำลองสถานการณ์ (Simulator) ตามขั้นตอนมาตรฐานของกองทัพอากาศ เพื่อพัฒนาไปสู่การทำการบินเดี่ยว (SOLO) โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดูแลและถวายคำแนะนำตลอดการฝึกอย่างใกล้ชิด ณ กองบิน ๗ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นกองบินขับไล่ และเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพอากาศไทย ซึ่งในวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการฝึกทำการบินเดี่ยว (SOLO) ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยทรงขับเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งทรงแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของ “สตรีผู้เปี่ยมด้วยพลังความสามารถ” ที่มีความเข้มแข็งและสง่างามอย่างแท้จริง ด้วยพระปรีชาสามารถด้านการบินและทรงสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นแก่พสกนิกรชาวไทย และทรงเป็น มิ่งขวัญของแผ่นดินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นจอมทัพไทย

วันศุกร์ ที่ ๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 13:05 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    วันนี้ เวลา ๑๓.๐๕ น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงรอบเยาวชนเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง “อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์” (Alice in Wonderland) โดยคณะ “วิงส์ โชว์ โปรดักชัน” (Wings Show Production) จากสาธารณรัฐอิตาลีและยูเครน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

    ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวราซีน่าร์ อูเบอรอย บาจาจ กรรมการผู้จัดการงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ต่อจากนั้น เสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางณินทิรา โสภณพนิช ภริยากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตร นางสาวราซีน่าร์ อูเบอรอย บาจาจ กรรมการผู้จัดการ ฯ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมโครงการ เพื่อเยาวชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงรอบเยาวชนเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง “อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์” (Alice in Wonderland) โดยคณะ “วิงส์ โชว์ โปรดักชัน” (Wings Show Production) จากสาธารณรัฐอิตาลีและยูเครน เมื่อจบการแสดง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้แทนนักแสดง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานช่อดอกไม้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญ กับการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสโลกของศิลปะการแสดง และดนตรี เพื่อปลูกฝังความเข้าใจและชื่นชมในงานศิลปะแขนงต่าง ๆ สำหรับสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย ได้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีวิสัยทัศน์ และเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมจากมุมมองที่หลากหลาย ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เด็ก เยาวชนผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการ เข้าชมการแสดงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน เลี้ยงอาหารแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมชมการแสดง ยังความปลื้มปีติแก่เด็กและเยาวชนที่ได้รับพระราชทาน พระมหากรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ โครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ ๒๔ ปี ของมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ และจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกันยายน และตุลาคม ในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒๘ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้โดยตรงจากศิลปินชั้นนำที่เดินทาง มาแสดงในงานมหกรรม ฯ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น “เวิร์กชอป” (Workshop) “มาสเตอร์คลาส” (Masterclass) และการบรรยาย (Lecture) อีกทั้งยังมีการจัดรอบแสดงพิเศษสำหรับเยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส /โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย … โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงประสบการณ์ทางศิลปะที่ทรงคุณค่า เปิดมุมมองใหม่ รวมถึง การจัดแสดงพิเศษ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเยาวชนและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ รวมถึงเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการด้วย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการ สนับสนุนโครงการ ฯ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สาม การแสดงรอบเยาวชนเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง “อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์” (Alice in Wonderland) หรือ “อลิซในดินแดนมหัศจรรย์” เป็นวรรณกรรมเยาวชนระดับโลก ผลงานของ “ลูอิส แคร์รอล” (Lewis Carroll) นักเขียนและนักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ และเป็นวรรณกรรมยอดนิยมที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นรูปแบบต่าง ๆ มากมาย การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นเป็นรอบพิเศษ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ จัดแสดงโดยคณะ “วิงส์ โชว์ โปรดักชัน” (Wings Show Production) จากสาธารณรัฐอิตาลีและยูเครน ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ในรูปแบบที่ผสมผสานศิลปะการแสดง การเต้น และกายกรรมเข้าด้วยกัน โดดเด่นด้วยการผสมผสานศิลปะการละคร การออกแบบท่าเต้น และทักษะการแสดงผาดโผนเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน มีพลังและเปี่ยมด้วยจินตนาการ ที่จะนำผู้ชมให้ได้รับประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และแรงบันดาลใจ

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 17:18 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    วันนี้ เวลา ๑๗.๑๘ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล” ประจำปี ๒๕๖๙ ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี ถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบรมรูปพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาต อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงาน และกราบบังคมทูล เบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน ผู้มีอุปการคุณ และผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโล่ที่ระลึกและของที่ระลึก ตามลำดับ จากนั้น พระราชทาน พระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึกแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนันทกร ทองแตง รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และองค์กรสัมพันธ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ วันที่ ๒๔ กันยายน ของทุกปี เป็น “วันมหิดล” กำหนดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้ทรงได้รับการถวาย พระสมัญญาภิไธยจากปวงชนชาวไทยให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” และ “พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย” ด้วยพระราชกรณียกิจที่ทรงวางรากฐานระบบการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าเท่าเทียมอารยประเทศ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ เพื่อประโยชน์สุขและการมีสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชนไทยอย่างแท้จริง /เวลา ๑๒.๕๗ น. …

วันอังคาร ที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 17:21 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    วันนี้ เวลา ๑๗.๒๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้งและอักษรสาส์นตราตั้ง ตามลำดับดังนี้

    – นายพาโบล ชีโฮ คัง (Mr. Pablo Chiho Kang) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย

    อ่านต่อ (11 ย่อหน้า)

    ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย นายพาโบล ชีโฮ คัง เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมการต่างประเทศ สำนักนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เครือรัฐออสเตรเลีย มาก่อน

    – นายเบลโล โดกอน-ดาจี ฮาลีรู (Mr. Bello Dogon-Daji Haliru) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทย

    ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทย นายเบลโล โดกอน-ดาจี ฮาลีรู เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศ สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย มาก่อน

    – นายอังแดร โอเด็งไบรต์ การ์วาญู (Mr. André Odenbreit Carvalho) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลประจำประเทศไทย

    ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลประจำประเทศไทย นายอังแดร โอเด็งไบรต์ การ์วาญู เคยดำรงตำแหน่งเป็นกงสุลใหญ่สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ณ เมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา มาก่อน

    – นายอันดาลิบ อีเลียส (Mr. Andalib Elias) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย

    ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย นายอันดาลิบ อีเลียส เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา มาก่อน

    – นางโอยู วาชา (Ms. Oyu Vasha) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งมองโกเลียประจำประเทศไทย

    ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งมองโกเลียประจำประเทศไทย นางโอยู วาชา เคยดำรงตำแหน่งเป็นอัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำแคนาดา มาก่อน

    – นายมานูเอล นูเซ บัสกอน (Mr. Manuel Nuche BascÓn) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทย

    ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทย นายมานูเอล นูเซ บัสกอน เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดี รับผิดชอบงานด้านตรวจลงตราและหนังสือเดินทาง กรมการกงสุลและประชากรสเปนในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ราชอาณาจักรสเปน มาก่อน

วันจันทร์ ที่ ๒๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 17:10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    วันนี้ เวลา ๑๗.๑๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูต ต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง ตามลำดับดังนี้

    – นางกูงบา ดีย็อป (Mrs. Koumba Diop) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐกินี ประจำประเทศไทย ในการมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐกินี ประจำประเทศไทย นางกูงบา ดีย็อป ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกินีประจำมาเลเซีย ด้วย

    อ่านต่อ (6 ย่อหน้า)

    – นายปุนีต อัครวาล (Mr. Puneet Agrawal) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย

    ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอินเดีย ประจำประเทศไทย นายปุนีต อัครวาล เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีอาวุโสกรมภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย มาก่อน

    – นายล็องดรี อึมบูมบา (Mr. Landry Mboumba) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐกาบอง ประจำประเทศไทย ในการมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐกาบอง ประจำประเทศไทย นายล็องดรี อึมบูมบา ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกาบองประจำสาธารณรัฐเกาหลี ด้วย

    – นายญิอาด ฟุอาด มะบรูก อัลเกดเราะฮ์ (Mr. Jehad Fouad Mabrouk Alqedra) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐปาเลสไตน์ประจำประเทศไทย ในการมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐปาเลสไตน์ประจำประเทศไทย นายญิอาด ฟุอาด มะบรูก อัลเกดเราะฮ์ ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตรัฐปาเลสไตน์ประจำมาเลเซีย ด้วย

    – นางเรย์ลีน ซีอาลี ทากาลอ ลูฟาลานี (Mrs. Raylene Siale Tagaloa Liufalani) ซึ่งมี ถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มแห่งนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย

    ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย นางเรย์ลีน ซีอาลี ทากาลอ ลูฟาลานี เคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ นิวซีแลนด์ มาก่อน / เวลา ๐๘.๓๙ น. …

วันเสาร์ ที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 10:07 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี

    วันนี้ เวลา ๑๐.๐๗ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

    ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

    อ่านต่อ (1 ย่อหน้า)

    ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แล้วประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล จบแล้ว พระสงฆ์ ๑๐ รูป ถวายพรพระ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนภัตตาหารแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร ๑๐ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้น เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ ๑๑ รูปในจำนวน ๔๗ รูปที่สดับปกรณ์เท่าพระชนมายุสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ แล้วสวดมาติกา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตรเที่ยวแรก ๑๑ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงทอดผ้าไตรเที่ยวละ ๑๒ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้อีก ๒ เที่ยว จนครบ ๔๗ ไตรเท่าพระชนมายุ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ แล้วเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและด้านตะวันตก พระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้น เสด็จพระราชดำเนิน ไปถวายราชสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

วันศุกร์ ที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 17:18 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

    วันนี้ เวลา ๑๗.๑๘ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

    ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

    อ่านต่อ (1 ย่อหน้า)

    ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกราบ แล้วประทับ พระราชอาสน์ พระสงฆ์ ๑๐ รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไป ตั้งที่โต๊ะข้างธรรมาสน์ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สำหรับพระศพทรงธรรม ทรงศีล พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “เสฏฐชีวิตกถา” จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระสงฆ์สวดธรรมคาถา พระสงฆ์ ๔ รูป สวดธรรมคาถา จากนั้น พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดธรรมคาถา พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ ฯ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุก ที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก และด้านตะวันตกพระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงรับการ ถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ /เวลา ๐๙.๕๑ น. …

วันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 10:36 น. วันที่ 16 กันยายน 2026พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เมื่อวันพุธ ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๓๖ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย (Fairmont Hanoi) โรงแรมที่ประทับ ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน (Bac Son Martyrs’ Monument) และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ (Mausoleum of former President Ho Chi Minh) กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน นายเล แค้ง หาย (Mr. Le Khanh Hai) หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม และพันเอก (พิเศษ) ฝั่ม วัน เหี่ยน (Senior Colonel Pham Van Hien) รองผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดี โฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ แล้วเสด็จขึ้นไปยัง ฐานอนุสาวรีย์ ฯ ทรงวางพวงมาลา แล้วทรงยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่วีรชนและผู้เสียสละ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน ตั้งอยู่กลางใจเมืองในจัตุรัสบาดิ่ญห์ (Ba Dinh) กรุงฮานอย มีความสูง ๑๒.๖ เมตร เป็นผลงานศิลปะชิ้นเอกของนายเล เหียบ สถาปนิกที่มีชื่อเสียงของชาวเวียดนาม สร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับแผ่นหินแกรนิตสีขาวงาช้างโดยรอบ รูปร่างอนุสาวรีย์ ฯ คล้ายเทียนเล่มใหญ่ ที่ส่องประกายขึ้นสู่ท้องฟ้า ตรงกลางอนุสาวรีย์ ฯ เป็นพื้นที่โล่งสำหรับตั้งแท่นบูชารำลึกถึงวีรชนและทหารกล้า ผู้ล่วงลับ นับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่สำหรับการสักการะ และรำลึกถึงวีรชนที่เสียสละชีพเพื่อเอกราชและเสรีภาพของเวียดนาม ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๓๗ เพื่อร่วมรำลึกในโอกาสครบ ๔๐ ปี ชัยชนะสมรภูมิเดียนเบียนฟู

  2. 10:47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๐.๔๗ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ณ ที่นั้น นายเล แค้ง หาย (Mr. Le Khanh Hai) หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม และพลตรี ฝั่ม หาย จุง (Major General Pham Hai Trung) ผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ ไปยังลานหน้าสุสาน ทรงวางพวงมาลา แล้วทรงยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ (Quan Su Pagoda) กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสบาดิ่ญห์ (Ba Dinh) กรุงฮานอย สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษา ร่างของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เดิมเป็นสถานที่ที่ประธานาธิบดีโฮจิมินห์อ่านคำประกาศอิสรภาพเพื่อสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียดนามเหนือ) และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนามที่สะท้อนความเคารพของชาวเวียดนามต่อประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ซึ่งเคลื่อนไหวและต่อสู้ เพื่อเอกราชของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สุสานแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ มีความสูง ๒๑.๖ เมตร มีฐานกว้าง ๓๑ เมตร ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเวียดนามและผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น) สร้างจากหินแกรนิต ภายในตกแต่งด้วยผนังหินอ่อนสีแดงขัดเงา ด้านในมีห้องโถงที่วางร่างของอดีตประธานาธิบดี โฮจิมินห์ในโลงแก้ว หลังคามีลักษณะเป็นรูปดอกบัว เนื่องจากบ้านเกิดของประธานาธิบดีโฮจิมินห์อยู่ที่หมู่บ้านลางแซน (Lang Sen) ซึ่งแปลว่าหมู่บ้านดอกบัว /เวลา ๑๑.๐๖ น. …

  3. 11:06 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๑.๐๖ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ถึงยังวัดกว๋านสือ (Quan Su Pagoda) กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ ที่นั้น พระมหาคณาจารย์ทิธ ทาญ เหญียว (Most Venerable Thich Thanh Nhieu) รองประธาน ถาวรสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนามและเจ้าอาวาสวัดกว๋านสือ พร้อมด้วยพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน ชาวเวียดนาม เฝ้า และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จเข้าพระอุโบสถ โดยมี พระมหาคณาจารย์ทิธ เถียน เญิน (Most Venerable Thich Thien Nhon) ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม เฝ้ารับเสด็จ และทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นบูชาเบื้องหน้าพระประธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน และดอกไม้ธูปเทียนแพ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง เสร็จแล้ว คณะสงฆ์เวียดนาม จำนวน ๓๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงกราบที่พระแท่น แล้วเสด็จลงจาก พระอุโบสถ เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ วัดกว๋านสือ สร้างขึ้นในรัชสมัยราชวงศ์แล ในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ เป็นวัดโบราณที่มีอายุกว่า ๖๐๐ ปี เดิมเป็นวัดขนาดเล็ก ใช้เป็นสถานที่รับรองพระธรรมทูตจากต่างประเทศ ต่อมาได้มีการต่อเติมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และได้รับการบูรณะตามหลักสถาปัตยกรรมวัดทางภาคเหนือของเวียดนาม ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธรูปปิดทองเรียงลดหลั่นเป็นชั้น ๆ โดยแท่นบูชาชั้นสูงสุดประดิษฐานพระพุทธรูปพระรัตนตรัย ชั้นรองลงมาประดิษฐานพระอมิตาภพุทธะ พร้อมพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์และพระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ขนาบข้าง ชั้นล่างสุดประดิษฐานพระศากยมุนีพุทธเจ้าพร้อมพระสาวก ปัจจุบันวัดกว๋านสือเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม โดยด้านหลังของวัดเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนพระธรรมวินัย มีหอวิจัย หอแสดงธรรม และหอสมุดรวบรวมพระไตรปิฎกและเอกสารทางพุทธศาสนา ทำให้วัดกว๋านสือไม่ได้เป็นเพียง สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสนาอีกด้วย

  4. 11:46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๑.๔๖ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงาน ฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙

  5. 15:11 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๕.๑๑ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ ไปทอดพระเนตร การดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย (Thai Cultural Centre, Hanoi University) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมี นางสาวศรัญญา ปาลีวงศ์ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยข้าราชการ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และคู่สมรส ชุมชนคนไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายฌอง-ฟรองซัวส์ บรุน (Mr. Jean-Francois Brun) ผู้จัดการทั่วไป นางออบรีย์ อาดา (Ms. Aubrey Ada) ผู้จัดการโรงแรม ฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงแรม ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ /เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง … เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงมหาวิทยาลัยฮานอย รองศาสตราจารย์เหวียน วัน จ่าว (Associate Professor Dr. Nguyen Van Trao) อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮานอย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ แล้วเสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮานอย กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยฮานอย และความเป็นมา ของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ แก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไป

    จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยนักศึกษาภาควิชาภาษาไทยของมหาวิทยาลัยฮานอย

    อ่านต่อ (1 ย่อหน้า)

    ในการนี้ ตัวแทนนักศึกษาภาควิชาภาษาไทย กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เป็นภาษาไทย เสร็จแล้ว ทรงพระดำเนินไปยังอาคารบี ทอดพระเนตร การสาธิตการเรียนการสอนภาษาไทยของมหาวิทยาลัย โดยมี นางฝุ่ง ถิ เฮือง ซาง (Mrs. Phung Thi Huong Giang) รองผู้อำนวยการศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ ฯ กราบบังคมทูลรายงาน เกี่ยวกับการดำเนินงานของศูนย์ ฯ จากนั้น ทอดพระเนตรการสาธิตหัตถกรรมไทย โดยนักศึกษาชาวเวียดนาม ได้แก่ การวาดร่ม การทำตุง การร้อยมาลัย และการทำกระทง ในโอกาสนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮานอย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานสื่อการเรียนการสอน ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง จอกระดานอัจฉริยะ หนังสือภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และพระราชกรณียกิจ ตลอดจนอุปกรณ์เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทย สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนิน ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ภายใต้โครงการพัฒนาภาษาไทยของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย มีภารกิจหลักในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ในฐานะวิชาโทให้แก่นักศึกษาจากคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยฮานอย นอกจากนี้ ยังเปิดหลักสูตรภาษาไทยระยะสั้นแบบเร่งรัดสำหรับบุคคลภายนอก โดยมุ่งเน้นเยาวชน ชาวเวียดนามและผู้สนใจทั่วไป เพื่อพัฒนาทักษะภาษาและความรู้ด้านวัฒนธรรมไทย โดยเน้นทักษะการสื่อสาร พื้นฐานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังจัดกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาส ให้ชาวเวียดนามและนักศึกษามหาวิทยาลัยฮานอยได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมไทย อาทิ เทศกาลลอยกระทง เทศกาลสงกรานต์ การรำไทย การร้อยพวงมาลัย การแต่งกายชุดไทย และการทำอาหารไทย

  6. 16:25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๖.๒๕ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ ที่นั้น นายเล แค้ง หาย (Mr. Le Khanh Hai) หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม นายหวู่ ได่ ทั้ง (Mr. Vu Dai Thang) ประธานคณะกรรมการประชาชนกรุงฮานอย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ

    จากนั้น ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ และแถวผู้ส่งเสด็จฝ่ายไทยและฝ่ายเวียดนาม ตามลำดับ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย เสร็จสิ้นการเสด็จ พระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ (State Visit) ตามคำทูลเชิญของ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ /ประเทศไทย … ประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมเวียดนามเป็นมิตรประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกัน ซึ่งมีความคล้ายคลึง และผูกพันร่วมกันในหลายด้าน ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ยังมีความผูกพันร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีสันติภาพ มีพลวัต และเปี่ยมด้วยศักยภาพ ประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๙ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวาระการเฉลิมฉลองครบ ๕๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ ทางการทูตไทย – เวียดนาม ทั้งจะเป็นการเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั้งสอง ในฐานะมิตรประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

  7. 18:56 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๘.๕๖ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง กลับจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยม เวียดนามอย่างเป็นทางการ (State Visit) ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ ถึงท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง

วันพุธ ที่ ๑๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 10:10 น. วันที่ 15 กันยายน 2026พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    อนึ่ง เมื่อวันอังคาร ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๑๐ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ ไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อาคารสภาแห่งชาติ (National Assembly Building) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา เฝ้ารับเสด็จ จากนั้น ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณโถงกลาง อาคารสภาแห่งชาติ โดยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินไปประทับที่หัวแถวของคณะทางการฝ่ายเวียดนาม พร้อมด้วยภริยาประธานาธิบดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพ พร้อมด้วยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ฝ่ายเวียดนามยิงสลุต ๒๑ นัด ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ กราบบังคมทูลรายงานและกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงตรวจแถว กองทหารเกียรติยศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม ทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ เมื่อสิ้นสุดการตรวจแถว กองทหารเกียรติยศเปล่งเสียง ถวายพระพรชัยมงคลเป็นภาษาเวียดนามอย่างพร้อมเพียงกัน ว่า “จุ๊ก หญ่า วัว แขว่” มีความหมายว่า “ขอให้ทรงมี พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง” จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินผ่านแถวคณะทางการ ฝ่ายเวียดนาม โดยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทูลแนะนำเป็นรายบุคคล แล้วเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวคณะทางการฝ่ายไทย และคณะเอกอัครราชทูตและอุปทูตประเทศสมาชิกอาเซียนประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เสร็จแล้ว ทอดพระเนตรการสวนสนามของกองทหารเกียรติยศ ซึ่งเดินสวนสนามออกจากโถงกลางอาคารสภาแห่งชาติ

  2. 10:22 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๐.๒๒ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องเฝ้า อาคารสภาแห่งชาติ ทรงพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม และภริยา ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ โดยมีผู้บริหารระดับสูงฝ่ายไทยและฝ่ายเวียดนาม ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

    ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กล่าวถึงการเสด็จพระราชดำเนินเยือน ในครั้งนี้ ว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศร่วมเฉลิมฉลองวาระครบ ๕๐ ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ ทางการทูตไทย-เวียดนาม และนับเป็นครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติที่แนบแน่น จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบขอบใจที่ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิต อันอบอุ่น และยินดีที่ได้มาเยือนอีกครั้ง และเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะมีการพัฒนา และมีกิจกรรมความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายที่เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น และยั่งยืน ตลอดไป

  3. 11:13 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๑.๑๓ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเล มิญ ฮึง (Mr. Le Minh Hung) นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ห้องเฝ้า โดยมีผู้บริหารระดับสูงฝ่ายไทย และฝ่ายเวียดนาม ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

  4. 11:43 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๑.๔๓ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเจิ่น ทัญ เหมิน (Mr. Tran Thanh Man) ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ห้องเฝ้า โดยมีผู้บริหารระดับสูงฝ่ายไทย และฝ่ายเวียดนาม ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ เวลา ๑๘.๓๙ (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ ถึงยังพระราชวังทงคิน ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา จัดถวาย ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ พระราชวังทงคิน (Tonkin Palace) หรือบั๊กโบฝู (Bac Bo Phu) มีความหมายว่า พระราชวัง “เหนือ” สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๔๖๑ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนเลแถก (Le Thach) และถนนโงกวเยียน (Ngo Quyen) ในเขตหว่านเกี๊ยม (Hoan Kiem) กรุงฮานอย เดิมเป็นที่พำนักและสถานที่ปฏิบัติงานของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เกือบทั้งหมด ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของพระราชวังแห่งนี้ จึงได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของชาติ เมื่อปี ๒๕๒๘ และได้รับการบูรณะและปรับปรุงครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อปี ๒๕๖๘ เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และมีการก่อสร้าง เรือนกระจกส่วนขยาย เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงรับรองแขกต่างประเทศของรัฐบาลเวียดนามอีกด้วย ในวันเดียวกันนั้น เวลา ๑๗.๓๕ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ ณ ห้องประชุม ๑ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองพระราชดำริ ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านปาหนัน อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส โรงเรียน ดาราวิทยา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และศูนย์ผลิตพันธุ์แพะพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคใต้ ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ต่อจากนั้น ทรงรับฟังการบรรยายและทรงติดตามการดำเนินงาน โครงการต่าง ๆ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่ โครงการจัดทำแปลงสาธิต และรวบรวมพันธุ์หญ้าแฝกสายพันธุ์บริสุทธิ์ โดยงานพัฒนาที่ดิน โครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการและพัฒนาการ เด็กปฐมวัย ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และผลการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส โครงการผลิตและส่งเสริมพันธุ์สัตว์พระราชทาน มุ่งเน้นการผลิตไก่ไข่ และเป็ดไข่พระราชทาน เพื่อส่งเสริมโภชนาการโรงเรียนในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน กลุ่มเกษตรกร หญิงตั้งครรภ์ และมารดาที่เพิ่งคลอดบุตร โดยงานปศุสัตว์ โครงการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โดยงานควบคุมโรคติดต่อและการสาธารณสุข และโครงการสาธิตการเลี้ยง ผึ้งชันโรง โดยส่งเสริมการเลี้ยงในโรงเรียนในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริ รวมถึงเกษตรกร ในพื้นที่ขยายผล โดยงานป่าไม้ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการต่าง ๆ ด้วยความสนพระราชหฤทัย สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับเรือนรับรองที่ประทับ ศูนย์ศึกษาการพัฒนา พิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

วันจันทร์ ที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 14:04 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    วันนี้ เวลา ๑๔.๐๔ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งแห่งวาระการเฉลิมฉลองครบ ๕๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ทั้งจะเป็นการเสริมสร้างและกระชับสายสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั้งสอง ในฐานะมิตรประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ต่อจากนั้น จะเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ และทรงพบกับเลขาธิการใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยภริยา ณ อาคารสภาแห่งชาติ รวมทั้งจะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนายเจิ่น ทัญ เหมิน ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และในช่วงค่ำ เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยภริยา จะถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังทงคิน จากนั้น จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดหง็อกเซินเพื่อทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรม ร่วมกับเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา ในวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม ที่นั้น คณะพระเถระชั้นผู้ใหญ่เวียดนามเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น จะเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย ซึ่งเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยแก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไปมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ในโอกาสนี้ จะพระราชทานสื่อการเรียนการสอนแก่ศูนย์ดังกล่าวด้วย

  2. 16:17 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๖.๑๗ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย (Noi Bai International Airport) กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลเบิก นายเล กง สุง (Mr. Le Cong Dung) อธิบดีกรมพิธีการทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลเชิญเสด็จลงจากเครื่องบินพระที่นั่ง โดยมี นายเล แค้ง หาย (Mr. Le Khanh Hai) หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี /ในฐานะ … ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม นายหวู ได่ ทั้ง (Mr. Vu Dai Thang) ประธานคณะกรรมการประชาชน กรุงฮานอย นายฝั่ม เหวียต หุ่ง (Mr. Pham Viet Hung) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย และข้าราชการระดับสูงฝ่ายเวียดนามและฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย (Fairmont Hanoi) ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามจัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ

  3. 17:18 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๗.๑๘ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ถึงยังโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ ณ ที่นั้น นางสาวศรัญญา ปาลีวงศ์ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และคู่สมรส ชุมชนคนไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายฌอง-ฟรองซัวส์ บรุน (Mr. Jean-Francois Brun) ผู้จัดการทั่วไป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย เฝ้าทูลละอองธุลี พระบาทรับเสด็จ

วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 19:11 น. วันที่ 9 กันยายน 2026พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    อนึ่ง เมื่อวันพุธ ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๑๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต” โดยคณะโรงละครบอลชอยแห่งเบลารุส (Bolshoi Theatre of Belarus) คณะบัลเลต์แห่งชาติของสาธารณรัฐเบลารุส เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด ประธานคณะกรรมการจัดงาน มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนางสาวราซีน่าร์ อูเบรอย กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ประธานคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานแสดงบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต” พร้อมทั้ง กราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรการแสดง จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์ จำนวน ๓ องก์ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความขัดแย้ง และบทสรุปอันตราตรึง เมื่อจบการแสดงแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญดอกไม้พระราชทานไปมอบแก่ผู้แทนนักแสดง และวาทยกร สมควรแก่เวลา จึงเสด็จออกจากหอประชุมใหญ่ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ การแสดงบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต” (Romeo & Juliet) เป็นหนึ่งในการแสดงชุดสำคัญ ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องใน โอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยมหกรรมดังกล่าวจัดขึ้น อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอศิลปวัฒนธรรมระดับโลกจากคณะการแสดงและศิลปินที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในหลากหลายประเภท อาทิ การแสดงโอเปรา บัลเลต์ การเต้นร่วมสมัย และซิมโฟนีคอนเสิร์ต รวมทั้งมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางทางด้านศิลปวัฒนธรรมของโลก ซึ่งการแสดงบัลเลต์ ในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวโศกนาฏกรรมความรักอมตะระดับตำนานของวิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) ผ่านท่วงท่าการเต้นรำอันอ่อนช้อยและทรงพลังตามแบบแผนคลาสสิก โดยคณะโรงละคร บอลชอยแห่งเบลารุส (Bolshoi Theatre of Belarus) คณะบัลเลต์แห่งชาติของสาธารณรัฐเบลารุส ซึ่งเป็นคณะบัลเลต์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงและมีประวัติศาสตร์ยาวนานของทวีปยุโรป ได้รับรางวัลเหรียญที่ระลึกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) เหรียญห้าทวีป เพื่อยกย่องการมีส่วนร่วมอย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมโลก เมื่อคริสต์ศักราช ๒๐๑๔ การแสดงชุดดังกล่าวได้รับการออกแบบท่าเต้นรำโดยวาเลนติน เอลิซาริเยฟ (Valentin Elizariev) ศิลปินแห่งประชาชนของสหภาพโซเวียต ผู้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในประวัติศาสตร์ของวงการบัลเลต์ ผสานเข้ากับบทเพลงประกอบอันยอดเยี่ยมของเซียร์เกย์ โปรโกเฟียฟ (Sergei Prokofiev) ภายใต้การอำนวยเพลงของอาร์เทม มาคารอฟ (Artem Makarov) วาทยกรชื่อดัง ร่วมกับการบรรเลงดนตรีโดยวงมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra) และวงเบลารุส ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า (Belarus Symphony Orchestra) ซึ่งการจัดแสดงครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีของประชาชนชาวไทยที่มีความสนใจได้สัมผัสความงดงามอันวิจิตรของศิลปะบัลเลต์ชั้นสูงระดับโลกอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับศักยภาพของเยาวชนไทยด้านศิลปะการแสดงและการดนตรี ให้มีความพร้อมทั้งทักษะฝีมือทางเทคนิคและการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกอันเป็นเลิศ เพื่อเติบโตเป็นนักแสดงและศิลปินคุณภาพ และร่วมขับเคลื่อนวงการศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากลต่อไป

วันอาทิตย์ ที่ ๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 19:09 น. วันที่ 5 กันยายน 2026พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    อนึ่ง เมื่อวันเสาร์ ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๙ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) โดยศิลปินจากคณะ “นิวยอร์ก ซิตี้ โอเปรา” (New York City Opera) เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมศิลปะการแสดง และดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวรพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแสดงคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรการแสดง จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต ฯ ซึ่งประกอบด้วย การขับร้องและบรรเลงบทเพลงโอเปราคลาสสิกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนาน และบทเพลงโอเปรายอดนิยม จำนวนกว่า ๒๐ เพลง เมื่อจบการแสดงแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญดอกไม้พระราชทานไปมอบแก่ผู้แทนศิลปิน และวาทยกร สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ คอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) เป็นการแสดงเปิดเทศกาลมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ซึ่งเป็นเทศกาลศิลปะการแสดงและดนตรี ที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำการแสดงทางด้านศิลปวัฒนธรรมและดนตรีจากคณะการแสดงและศิลปินที่มีชื่อเสียง จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกหลากหลายประเภท อาทิ การแสดงโอเปรา การแสดงบัลเลต์ การเต้นร่วมสมัย การแสดงซิมโฟนีคอนเสิร์ต ละครเพลง มาจัดแสดง โดยมุ่งหวังให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรม ของโลก ซึ่งคอนเสิร์ตนี้เป็นการถ่ายทอดบทเพลงโอเปราคลาสสิกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนาน อาทิ เดอะก็อตฟาเธอร์ (The Godfather) มิสชั่นอิมพอสสิเบิ้ล (Mission Impossible) และอเมริกันบิวตี้ (American Beauty) รวมถึงบทเพลงโอเปรายอดนิยมจำนวนมาก โดยคณะโอเปราจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา /มีประวัติศาสตร์ … ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า ๘๐ ปี ซึ่งได้รวมศิลปินที่มีความสามารถและได้รับการยกย่องในระดับสากล อาทิ มาร์นี เบรกเคนริดจ์ (Marnie Breckenridge) เทเตฟ บาโรยัน (Tatev Baroyan) และเอคาเทริน บัวชิดเซ (Ekaterine Buachidze) นักร้องโอเปรา อาซี มาธาเธียส (Asi Matathias) นักไวโอลิน และคริสตินา เรโกะ คูเปอร์ (Kristina Reiko Cooper) นักเชลโล ภายใต้การอำนวยเพลงของคอนสแตนติน ออร์เบเลียน (Constantine Orbelian) วาทยกร ผู้อำนวยการบริหารและผู้อำนวยเพลงของคณะ “นิวยอร์ก ซิตี้ โอเปรา” (New York City Opera) การจัดแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ จะทำให้ผู้รับชมรับฟังเปลี่ยนนิยามของการแสดงโอเปราที่หรูหรา ทรงพลัง ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นตามแบบฉบับของชาวนิวยอร์กอีกด้วย

วันพุธ ที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ต้นฉบับ
  1. 17:07 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    วันนี้ เวลา ๑๗.๐๗ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเป็นองค์ประธานในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๙ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และคณะกรรมการ จัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จเข้าห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และนางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายสูจิบัตรและของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๙ เสร็จแล้ว ทอดพระเนตรวีดิทัศน์น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กราบบังคมทูลเบิกผู้ว่าราชการจังหวัด ๗๔ จังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้แทนหมู่บ้านชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๙ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเงินขวัญถุงกองทุนแม่ ของแผ่นดิน ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “กองทุนแม่ของแผ่นดิน พลังแห่งความเมตตา ชุบชีวิต เปลี่ยนชุมชน” ซึ่งจัดแสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง และพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้านงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมทั้งนิทรรศการผลการดำเนินงาน ของหมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ กองทุนแม่ของแผ่นดิน ถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยผลกระทบจากปัญหายาเสพติด และได้พระราชทาน พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นจุดเริ่มต้นของกองทุน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่หมู่บ้านและชุมชน ในการรวมพลังป้องกันยาเสพติด เปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยก้าวพลาดได้กลับคืนสู่สังคม และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยดำเนินงานบนพื้นฐานของ ๓ ทุนสำคัญ ได้แก่ ทุนศักดิ์สิทธิ์ จากพระราชทรัพย์พระราชทานซึ่งเป็นศูนย์รวม จิตใจของคนในชุมชน ทุนศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมสมทบของสมาชิกในหมู่บ้าน สะท้อนพลังความร่วมมือของ คนในพื้นที่ และทุนปัญญา ที่นำองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนมาพัฒนากิจกรรมและระดมทุน เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการ สร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและเข้มแข็งต่อไป /เวลา ๑๘.๔๑ น. …

  2. 18:41 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    เวลา ๑๘.๔๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นำ พลตำรวจโท จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

    ในโอกาสนี้ นางสาวร่มปรางค์ สวมประคำ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

ข้อความข่าวในพระราชสำนักและประกาศทุกรายการคัดลอกตามต้นฉบับของสำนักพระราชวัง ระบบจัดหมวดตามพระนามที่ปรากฏในข่าวโดยอัตโนมัติ หากต้องการอ้างอิงโปรดใช้ต้นฉบับที่ royaloffice.th · ข่าวย้อนหลังทั้งหมดอยู่ในหมวด ข่าวในพระราชสำนัก และ ประกาศสำนักพระราชวัง