ข้ามไปยังเนื้อหา
Software & DevOps

Linux 7.3 ออกแล้ว แต่ละ cgroup ใช้ BPF scheduler ของตัวเองได้ เพิ่ม sandbox แบบ failfs

Linus Torvalds ปล่อย Linux 7.3 เมื่อ 18 ต.ค. 2026 แต่ละ cgroup ใช้ BPF scheduler ของตัวเองได้ เพิ่ม sandbox แบบ failfs และ fsync บน Btrfs เร็วขึ้น 5 เท่า

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
หน้า Linux 7.3 changelog ของ KernelNewbies สรุปฟีเจอร์เด่นของ Linux 7.3 เช่น sched_ext แยกต่อ cgroup, failfs กับ fchroot(2), RWF_DONTCACHE และ Btrfs กับ Ext4 ที่เร็วขึ้น
ภาพ: KernelNewbies (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Linus Torvalds ปล่อย Linux 7.3 บ่ายวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2026 ตามเวลาของเขา (เช้า 19 ต.ค. เวลาไทย) หลังผ่าน release candidate 7 รอบ และเปิด merge window ของ Linux 7.4 ในวันถัดมา
  • ตอนปิด merge window มีโค้ดเข้ามาแล้ว 15,267 changeset มากเป็นอันดับ 2 ของ rc1 ทุกรุ่น รองจาก 6.7-rc1 ตามการนับของ LWN
  • sched_ext ทำครบให้แต่ละ cgroup มี BPF scheduler ของตัวเอง และมีตัวเลือก cgroup_mode ใหม่ 4 แบบ ค่าเริ่มต้นคือ concur
  • เพิ่ม pseudo-filesystem failfs กับ system call fchroot(2) สำหรับ sandbox ที่ห้ามใช้ absolute path ส่วน Btrfs ทำ fsync ได้เร็วขึ้น 5 เท่า เมื่อเปิด no-holes
  • รองรับ RWF_DONTCACHE บน block device เป็นทางเลือกแทน Direct I/O ให้ฐานข้อมูล และเซิร์ฟเวอร์ SMB ในเคอร์เนลรองรับ Apple Time Machine

Linus Torvalds ปล่อย Linux 7.3 เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2026 ตามเวลาของเขา (06:41 น. วันที่ 19 ตุลาคม เวลาไทย) หลังทดสอบ release candidate 7 รอบ จุดเด่นคือแต่ละ cgroup ใช้ BPF scheduler ของตัวเองได้ sandbox แบบใหม่ด้วย failfs กับ fchroot(2) และ Btrfs ที่ทำ fsync เร็วขึ้น 5 เท่า

ในประกาศบนเมลลิงลิสต์ linux-kernel Torvalds บอกว่าสัปดาห์สุดท้ายไม่มีอะไรพิเศษ เป็นการแก้บั๊กกระจายทั่วไป merge window ของ Linux 7.4 จึงเปิดในวันถัดมา แต่เขากำลังพักร้อนประจำปีกับครอบครัว จะเริ่ม merge โค้ดช่วงบ่าย และอาจขยาย merge window ไปอีก 1 สัปดาห์ เขาย้ำว่า pull request ที่ส่งมาช้ากว่ากำหนดตามปกติจะไม่ถูกรับ "so don't try any shenanigans"

อีเมลประกาศ Linux 7.3 ของ Linus Torvalds บน lore.kernel.org ลงวันที่ 18 ต.ค. 2026 บอกว่า merge window ของ 7.4 เปิดวันถัดไปและอาจขยายอีกหนึ่งสัปดาห์
ประกาศ Linux 7.3 ของ Linus Torvalds บนเมลลิงลิสต์ linux-kernel บอกว่า merge window ของ 7.4 เปิดวันถัดไป และอาจขยายเป็น 3 สัปดาห์ ภาพ: lore.kernel.org (ภาพหน้าจอ)

รอบพัฒนา Linux 7.3 ใหญ่เป็นอันดับสอง

Linux 7.2 ออกเมื่อ 16 สิงหาคม 2026 และ Torvalds ปิด merge window ด้วย 7.3-rc1 เมื่อ 30 สิงหาคม ตามด้วย rc ทุกสัปดาห์จนถึง rc7 เมื่อ 12 ตุลาคม (เวลา UTC) รวมแล้วใช้เวลา 9 สัปดาห์จาก 7.2 ถึง Linux 7.3 LWN นับได้ว่า ณ วันออก rc1 มีโค้ดเข้าเคอร์เนลแล้ว 15,267 changeset ที่ไม่ใช่ merge มากเป็นอันดับ 2 ของ rc1 ทุกรุ่น รองจาก 6.7-rc1 ซึ่งรวมประวัติของ bcachefs ไว้เกือบ 3,000 commit

ขั้น วันที่ (UTC)
Linux 7.2 ออก 16 สิงหาคม 2026
7.3-rc1 ปิด merge window 30 สิงหาคม 2026
7.3-rc7 12 ตุลาคม 2026
Linux 7.3 ออก 18 ตุลาคม 2026
merge window ของ 7.4 เปิด 19 ตุลาคม 2026 (ปกติ 2 สัปดาห์ อาจเป็น 3)
แผนภาพไทม์ไลน์รอบพัฒนา Linux 7.3: merge window 16 ถึง 30 สิงหาคม 2026 ช่วง rc1 ถึง rc7 จนออกรุ่นจริง 18 ตุลาคม 2026 และ merge window ของ Linux 7.4 ที่เปิด 19 ตุลาคม ปกติ 2 สัปดาห์และอาจขยายอีก 1 สัปดาห์
ไทม์ไลน์รอบพัฒนา Linux 7.3 ตั้งแต่ merge window ถึงวันออกรุ่นจริง และ merge window ของ Linux 7.4 ที่เปิดต่อทันที ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Linux Kernel Mailing List)

Torvalds เขียนตอนออก rc1 ว่าราวหนึ่งในสามของแพตช์ rc1 เป็นโค้ดและไฟล์ header ของ GPU AMD (register header ของ DCN6) ส่วน LWN ระบุระหว่าง merge window ว่า Linux 7.3 คาดว่าจะเป็นรุ่น long-term support และรุ่นนี้ประกาศเลิกสนับสนุน CPU Arm 32 บิตบางรุ่น ซึ่งจะยังใช้ได้อย่างน้อยถึง 7.3 แต่อาจถูกถอดออกหลังจากนั้น

Linux 7.3 เปลี่ยนการจัดตาราง CPU ของ cgroup

หน้า Linux 7.3 changelog ของ KernelNewbies สรุปฟีเจอร์เด่นของ Linux 7.3 เช่น sched_ext แยกต่อ cgroup, failfs กับ fchroot(2), RWF_DONTCACHE และ Btrfs กับ Ext4 ที่เร็วขึ้น
หน้าสรุปการเปลี่ยนแปลงของ Linux 7.3 บน KernelNewbies รวม 11 ฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้ ภาพ: KernelNewbies (ภาพหน้าจอ)

งานที่กระทบเซิร์ฟเวอร์คอนเทนเนอร์มากที่สุดอยู่ที่ scheduler

  • sched_ext แยกต่อ cgroup สรุปการเปลี่ยนแปลงของ KernelNewbies ระบุว่าการทำ sub-scheduler ของ sched_ext เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ละ cgroup จึงมี BPF scheduler ของตัวเองและตัดสินใจจัดตารางต่างกันได้
  • cgroup_mode ใหม่ มีวิธีกระจายน้ำหนัก CPU ให้ cgroup 4 แบบ คือ up, max, concur และ tasks ค่าเริ่มต้นคือ concur ซึ่งแม่นที่สุดแต่ใช้ทรัพยากรมากที่สุด LWN ระบุว่าตัวเลือกนี้ยังอยู่ใน debugfs และตั้งเป็น smp เพื่อกลับไปใช้พฤติกรรมก่อน 7.3 ได้
  • runqueue เดียว การจัดตารางของ cgroup ย้ายมาใช้ runqueue เดียว และลด latency ของงานที่มี time slice สั้น

sandbox ด้วย failfs และ fchroot(2)

Linux 7.3 เพิ่ม failfs ระบบไฟล์เทียมที่ทุกการทำงานล้มเหลวด้วย EOPNOTSUPP เป็นคู่ตรงข้ามของ nullfs ที่หมายถึง "ไม่มีอะไรอยู่ตรงนี้" เมื่อโปรเซสย้าย root เข้าไปด้วย system call ใหม่ fchroot(FD_FAILFS_ROOT) การเปิดไฟล์ด้วย absolute path และ symlink แบบ absolute จะล้มเหลวทั้งหมด เหลือแค่การอ้างผ่าน file descriptor ที่เปิดไว้ก่อน

fchroot(2) เป็น chroot ที่รับ file descriptor แทน path จึงไม่มีช่องว่างแบบ TOCTOU ระหว่างการหา path กับการเปลี่ยน root และผู้ใช้ทั่วไป chroot เข้า failfs ได้ถ้าโปรเซสตั้ง no_new_privs ไว้ นอกจากนี้ PID 1 อย่าง systemd ได้ fs_struct แยกของตัวเอง ส่วน kernel thread ทั้งหมดย้ายไปอยู่ใน nullfs จึงไม่ใช้สถานะระบบไฟล์ร่วมกับ user space อีก

ด้านความปลอดภัยอีกจุด LWN รายงานว่ามี sysctl ใหม่ crypto/af_alg_restrict ที่คุมการเรียก AF_ALG ซึ่งเป็น API เข้ารหัสของเคอร์เนลจาก user space ค่าเริ่มต้นจำกัดการเข้าถึงไว้บางส่วน และฟีเจอร์นี้อาจถูกถอดออกทั้งหมดในอนาคต

สตอเรจและฐานข้อมูลบน Linux 7.3

  • Btrfs fsync เมื่อเปิด no-holes (ค่าเริ่มต้นตั้งแต่ btrfs-progs 5.15) เร็วขึ้น 5 เท่า งาน logging บนดิสก์ที่ไม่ใช่ SSD ได้ throughput เพิ่ม 5 เท่า และ Direct I/O กลับมาเร็วเท่าเดิม
  • Ext4 เขียนแบบ Direct I/O ขนานได้เร็วขึ้น fallocate() เร็วขึ้น และแก้ regression ของการเขียนแบบ buffered เส้นทาง Direct I/O ขนาดเล็กใหม่ใน iomap ทำให้ ext4 เพิ่มจาก 1.92 ล้านเป็น 2.19 ล้าน IOPS ในงานทดสอบตัวอย่าง
  • RWF_DONTCACHE บน block device ฐานข้อมูลที่เปิด raw block device เลือกได้ทีละคำขอว่าข้อมูลใดเก็บใน page cache และข้อมูลใดไม่ต้องเก็บ โดยไม่ต้องรับข้อเสียของ Direct I/O
  • FUSE ผ่าน io_uring ใช้ buffer pool และ zero-copy ได้ (ต้องมีสิทธิ์ CAP_SYS_ADMIN)
  • ksmbd เซิร์ฟเวอร์ SMB ในเคอร์เนลรองรับ Apple Time Machine แบบเลือกเปิด การเข้ารหัส SMB3 แยกต่อ share และการเข้ารหัส SMB Direct บน RDMA

GPU, VM และสถาปัตยกรรมใหม่

GPU ที่ VRAM น้อยได้ประโยชน์จาก dmem cgroup ระบบจะพยายามย้าย buffer ที่ไม่ได้รับการป้องกันออกเพื่อเปิดที่ให้แอปที่ได้สิทธิ์ก่อน แทนที่จะส่งแอปนั้นไปใช้หน่วยความจำระบบทันที ฝั่ง virtualization มี userfaultfd โหมด UFFDIO_REGISTER_MODE_RWP สำหรับติดตาม working set ของหน่วยความจำ VM เพื่อย้ายหน้าที่ไม่ค่อยใช้ไปยังสตอเรจชั้นถัดไป

binfmt_misc ใช้โปรแกรม BPF เลือก interpreter ได้ตอนรันแต่ละครั้ง ช่วย distro อย่าง NixOS ทำไบนารีที่ย้ายตำแหน่งได้ ส่วนสถาปัตยกรรม Linux 7.3 รองรับ Rust บน PowerPC รองรับพื้นฐานของ Power12 และเพิ่มการรองรับชิป Apple M3 Pro, M3 Max และ M3 Ultra

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

เคอร์เนลรุ่นนี้ขยับสองเรื่องที่องค์กรใช้ทุกวัน เรื่องแรกคือการแบ่ง CPU ระหว่างคอนเทนเนอร์ ซึ่ง Kubernetes และ systemd ใช้ cgroup อยู่แล้ว การให้แต่ละ cgroup มี scheduler ของตัวเองเปิดทางให้แยกนโยบายของงานที่ต้องการ latency ต่ำออกจากงาน batch บนเครื่องเดียวกัน เรื่องที่สองคือสตอเรจ ทั้ง Btrfs, Ext4 และ RWF_DONTCACHE ที่ฐานข้อมูลใช้ได้ Ubuntu 26.10 ซึ่งออกเมื่อ 15 ตุลาคมใช้เคอร์เนลที่อิงจาก 7.3-rc6 อยู่แล้ว (อ่านข่าว Ubuntu 26.10) ผู้ใช้ Ubuntu 26.10 จึงได้ฟีเจอร์ที่เข้ามาใน merge window ของ Linux 7.3 ไปแล้ว

สิ่งที่องค์กรควรทำ

  • ไม่ต้องคอมไพล์เคอร์เนลเองบนเซิร์ฟเวอร์จริง รอรุ่นที่ผู้ผลิต distro ทดสอบและส่งแพตช์ความปลอดภัยให้ แล้วใช้ Linux 7.3 ในเครื่องทดสอบหรือ CI ก่อน
  • วัดผล cgroup_mode บนโหนดคอนเทนเนอร์ เทียบ latency ของแอปกับค่าเดิม (smp) เพราะค่าเริ่มต้นใหม่ concur ใช้ทรัพยากรมากขึ้น
  • ให้ทีมฐานข้อมูลและสตอเรจทดสอบ RWF_DONTCACHE และ Btrfs/Ext4 รุ่นใหม่กับงานจริงก่อนเปลี่ยนค่าใน production
  • สำรวจอุปกรณ์ Arm 32 บิต ทั้ง IoT และ embedded ที่ยังอัปเดตเคอร์เนลตาม upstream เพราะบางรุ่นอาจไม่ได้รับการสนับสนุนหลัง 7.3
  • ทดสอบแอปที่เรียก AF_ALG และบริการที่ใช้ chroot เพื่อดูว่าเข้ากับ af_alg_restrict และ fchroot ได้หรือไม่

ติดตามข่าว Linux โอเพนซอร์ส และ DevOps เพิ่มเติมได้ที่หมวดซอฟต์แวร์

คำถามที่พบบ่อย

Linux 7.3 ออกเมื่อไร?

Linus Torvalds ประกาศ Linux 7.3 บนเมลลิงลิสต์ linux-kernel เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2026 ตามเวลาของเขา ตรงกับ 23:41 น. UTC หรือ 06:41 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม เวลาไทย หลังออก 7.3-rc1 เมื่อ 30 สิงหาคม และ rc ต่ออีก 6 รอบ

Linux 7.3 มีอะไรใหม่ที่สำคัญ?

Linux 7.3 ทำ sched_ext ให้ครบจนแต่ละ cgroup ใช้ BPF scheduler ของตัวเองได้ ปรับการแบ่งเวลา CPU ของ cgroup เพิ่ม failfs กับ fchroot(2) สำหรับ sandbox ทำให้ Btrfs และ Ext4 เร็วขึ้น รองรับ RWF_DONTCACHE บน block device และเพิ่มการจัดการ VRAM ให้ GPU หน่วยความจำน้อย

failfs และ fchroot ใน Linux 7.3 ใช้ทำอะไร?

failfs เป็นระบบไฟล์เทียมที่ทุกการทำงานล้มเหลวด้วย EOPNOTSUPP เมื่อโปรเซสย้าย root เข้าไปด้วย fchroot(2) การเปิดไฟล์ด้วย absolute path จะล้มเหลวทั้งหมด ต้องอ้างผ่าน file descriptor ที่เปิดไว้ก่อนเท่านั้น จึงใช้ทำ sandbox ที่ปิดการเข้าถึงไฟล์อื่นได้แน่นหนา

องค์กรควรอัปเกรดเซิร์ฟเวอร์เป็น Linux 7.3 ทันทีหรือไม่?

ไม่จำเป็น เซิร์ฟเวอร์ส่วนใหญ่ใช้เคอร์เนลที่ผู้ผลิต distro ทดสอบและแพตช์ให้ ควรรอรุ่นที่ distro ปล่อย ระหว่างนี้ใช้ Linux 7.3 ในเครื่องทดสอบเพื่อวัดผลของ cgroup_mode, Btrfs และ RWF_DONTCACHE กับงานจริงก่อน

แหล่งอ้างอิง

  1. LInux 7.3 — Linux Kernel Mailing List (lore.kernel.org)
  2. Linux 7.3-rc1 — Linux Kernel Mailing List (lore.kernel.org)
  3. Linux 7.3 changelog — KernelNewbies
  4. The Linux Kernel Archives — kernel.org
  5. The beginning of the 7.3 merge window — LWN.net
  6. The rest of the 7.3 merge window — LWN.net

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

บุคคล
Linus Torvalds2
องค์กรและบริษัท
Apple21AMD12
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Linux24Rust7Kubernetes13Ubuntu5
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ