ข้ามไปยังเนื้อหา
Software

Safari บล็อก Identity Resolution ใน iOS และ macOS 27 ตัดทางติดตามผู้ใช้ด้วยอีเมล

WebKit ประกาศ 19 ต.ค. 2026 ว่า Safari บล็อก Identity Resolution ใน iOS, iPadOS, macOS และ visionOS 27 ตัดทางบุคคลที่สามที่เอาอีเมลผู้ใช้ไปติดตามข้ามเว็บ

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
แผนภาพของ WebKit แสดงการที่ Safari บล็อก Identity Resolution: คำขอจากเว็บไซต์ 4 แห่งถูกโล่สีแดงกั้นไว้ก่อนถึงเซิร์ฟเวอร์ identity resolution
ภาพ: WebKit (Apple)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • WebKit ประกาศเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 ว่า Safari บล็อก Identity Resolution ใน iOS, iPadOS, macOS และ visionOS 27 โดยตัดการเชื่อมต่อไปยังโครงสร้างของบุคคลที่สามที่เก็บอีเมลผู้ใช้ไปทำรหัสติดตาม
  • การบล็อกทำที่ ระดับโดเมน จึงเลี่ยงด้วยการเปลี่ยนรูปแบบคำขอไม่ได้ ส่วนการปรับเนื้อหาด้วยข้อมูลของเว็บไซต์เองไม่ถูกบล็อก
  • Safari บล็อกคุกกี้ข้ามเว็บเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ 24 มีนาคม 2020 (Safari 13.1 และ iOS 13.4) และ WebKit มองว่า identity resolution คือการติดตามยุค post-cookie ที่เกิดขึ้นแทน
  • Hide My Email ของ iCloud+ สร้างอีเมลสุ่มแยกต่อเว็บได้ หน้าราคาของ Apple ระบุ iCloud+ ในไทยเริ่ม 35 บาทต่อเดือน (50 GB รวมภาษี)

ทีม WebKit ของ Apple ประกาศเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 ว่า Safari บล็อก Identity Resolution แล้วใน iOS, iPadOS, macOS และ visionOS 27 โดยตัดการเชื่อมต่อไปยังโดเมนของบุคคลที่สามที่แอบเก็บอีเมลตอนผู้ใช้ล็อกอินหรือสมัครจดหมายข่าวไปสร้างรหัสติดตามข้ามเว็บ ผลคือสคริปต์เหล่านี้ส่งอีเมลออกไปไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนรูปแบบคำขอก็ตาม

ประกาศนี้มาจากบทความ Blocking Identity Resolution Infrastructure บนบล็อก WebKit ที่ John Wilander, Charlie Wolfe และ Matthew Finkel ร่วมเขียน ทีมงานเรียกวิธีนี้ว่าการติดตามยุค "post-cookie" ที่เกิดขึ้นหลัง Safari ปิดทางคุกกี้ข้ามเว็บไปแล้ว

Safari บล็อก Identity Resolution อย่างไร

WebKit อธิบายว่ามีบริษัทกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของ identity resolution โดยเฉพาะ ฝังตัวอยู่บนหลายเว็บไซต์ตรงจุดที่ผู้ใช้กรอกอีเมล แต่ผู้ใช้มองไม่เห็น บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ให้บริการล็อกอินหรือส่งจดหมายข่าว มีอยู่เพื่อติดตามผู้ใช้เท่านั้น

แผนภาพของ WebKit: เว็บไซต์ 4 แห่งส่งอีเมล jane@mail.example ไปยังเซิร์ฟเวอร์ identity resolution และได้รหัสติดตามของ Jane กลับมาคนละรหัส
แผนภาพของ WebKit: เว็บไซต์ 4 แห่งส่งอีเมลเดียวกัน [email protected] ไปยังเซิร์ฟเวอร์ identity resolution และได้รหัสติดตามของ Jane กลับมาคนละรหัสในแต่ละเว็บ ภาพ: WebKit (Apple)

ในรุ่น 27 Safari บล็อก Identity Resolution ด้วยการให้ Safari และ WebKit ตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังโครงสร้างเหล่านี้ อีเมลจึงไม่ถูกส่งไปถึงเซิร์ฟเวอร์ของบุคคลที่สามตั้งแต่ต้น การบล็อกทำที่ระดับโดเมน ผู้ให้บริการจึงเลี่ยงด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างของคำขอไม่ได้

ประกาศเรื่อง Safari บล็อก Identity Resolution ไม่ได้ระบุรายชื่อบริษัทหรือโดเมนที่ถูกบล็อก รุ่นย่อยที่เริ่มใช้ ว่าผู้ใช้ปิดเองได้หรือไม่ และว่าเบราว์เซอร์อื่นที่ใช้ WebKit ได้การป้องกันเดียวกันหรือไม่ เพราะพูดถึงเพียง "Safari และ WebKit"

Identity Resolution ทำงานอย่างไร ทำไมออกจากระบบแล้วยังถูกติดตาม

ตามคำอธิบายของ WebKit ขั้นตอนมีดังนี้

  1. ผู้ใช้กรอกอีเมลเพื่อล็อกอินหรือสมัครจดหมายข่าว
  2. สคริปต์ของบุคคลที่สามเก็บอีเมลไปโดยผู้ใช้ไม่เห็น แล้วส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง
  3. เซิร์ฟเวอร์สร้างรหัสติดตามที่ผูกกับอีเมลนั้นถาวร แล้วส่งกลับมาเก็บไว้บนเว็บไซต์
  4. รหัสนี้ใช้รวบรวมประวัติการท่องเว็บหรือยิงโฆษณาข้ามเว็บไซต์

การออกจากระบบหรือยกเลิกรับจดหมายข่าวไม่ได้ลบรหัสหรืออีเมลที่บุคคลที่สามเก็บไว้ นานวันเข้าข้อมูลจะสะสมเป็นโปรไฟล์ที่เรียกว่า identity graph WebKit ให้เหตุผลว่าอีเมลแทบทุกกรณีเป็นข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ (PII) เช่นเดียวกับหมายเลขโทรศัพท์ และคนส่วนใหญ่ใช้อีเมลเดิมเป็นปีหรือเป็นสิบปี จึงใช้ติดตามได้ทั้งข้ามเว็บและข้ามอุปกรณ์

ภาพตัวอย่าง identity graph ของ WebKit: โปรไฟล์ของ Jane เชื่อมกับอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่บ้าน ชื่อ ครัวเรือน หมายเลข IP บัญชีเว็บไซต์ และ first-party cookies
ตัวอย่าง identity graph ของ WebKit: โปรไฟล์ของ Jane เชื่อมกับอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่บ้าน ชื่อและนามสกุล ครัวเรือน หมายเลข IP บัญชีเว็บไซต์ และ first-party cookies ภาพ: WebKit (Apple)

อะไรที่ Safari 27 บล็อกและไม่บล็อก

WebKit ขีดเส้นว่าการปรับเนื้อหาด้วยข้อมูลของเว็บไซต์เอง (first-party personalization) ไม่ใช่การติดตาม แต่ตัวกลางที่ทำ identity resolution เป็นบุคคลที่สามที่ถือข้อมูลข้ามเว็บ ข้ามอุปกรณ์ และข้ามบริษัท และจับคู่ผู้ใช้ให้ลูกค้าหลายรายได้แบบสำนักหักบัญชี สรุปผลของฟีเจอร์ Safari บล็อก Identity Resolution ได้ดังนี้

กรณี ใน Safari 27
สคริปต์บุคคลที่สามส่งอีเมลผู้ใช้ไปยังโดเมนของผู้ให้บริการ identity resolution ถูกบล็อกที่ระดับโดเมน
เปลี่ยนรูปแบบคำขอเครือข่ายเพื่อหลบ ใช้ไม่ได้
เว็บไซต์ใช้ข้อมูลลูกค้าของตัวเองปรับเนื้อหา ไม่ถูกบล็อก
คุกกี้ข้ามเว็บ (third-party cookies) ถูกบล็อกเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2020
แผนภาพของ WebKit: ตัวกลาง identity resolution จับคู่ Jane ในข้อมูลของร้านค้าออนไลน์กับ Jane ในข้อมูลของเว็บไซต์ฮอกกี้น้ำแข็ง เพื่อเลือกคนที่จะโปรโมตรองเท้าสเกต
แผนภาพของ WebKit: ร้านค้าออนไลน์ถามว่าควรโปรโมตรองเท้าสเกตให้ใคร และตัวกลาง identity resolution จับคู่ Jane ในข้อมูลของร้านค้ากับ Jane ในข้อมูลของเว็บไซต์ฮอกกี้น้ำแข็ง ภาพ: WebKit (Apple)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

  • การติดตามย้ายจากคุกกี้มาที่อีเมล บทความ WebKit วันที่ 24 มีนาคม 2020 ประกาศว่า Safari 13.1 และ iOS/iPadOS 13.4 บล็อกคุกกี้ข้ามเว็บเป็นค่าเริ่มต้นทั้งหมด เป็นเบราว์เซอร์กระแสหลักรายแรกที่ทำเช่นนั้น รอบนี้ WebKit ระบุว่าอุตสาหกรรมการติดตามหันมาใช้ identity resolution แทน Safari บล็อก Identity Resolution จึงเป็นการปิดทางรอบถัดมา
  • ไม่มีข้อยกเว้น Tracking Prevention Policy ระบุว่า WebKit ถือว่าการหลบเลี่ยงมาตรการกันการติดตามร้ายแรงเท่ากับการใช้ช่องโหว่ความปลอดภัย อาจเพิ่มข้อจำกัดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และไม่ยกเว้นให้บริษัทใดเป็นรายราย

ผลต่อเว็บไซต์และทีมการตลาดไทย

เว็บไซต์ที่ติดตั้งสคริปต์ของบุคคลที่สามซึ่งรับอีเมลจากฟอร์มล็อกอินหรือฟอร์มสมัครจดหมายข่าวไปจับคู่ตัวตน ควรคาดว่าเมื่อ Safari บล็อก Identity Resolution คำขอเหล่านั้นจะไม่ทำงานกับผู้ใช้ iPhone, iPad และ Mac ที่อัปเดตเป็นรุ่น 27

  • ตรวจว่าสคริปต์บนหน้าที่มีช่องกรอกอีเมลส่งอีเมลผู้ใช้ไปให้ผู้ให้บริการรายใด และใช้ทำอะไร
  • ทดสอบการวัดผลโฆษณาและการจับคู่กลุ่มเป้าหมายบน Safari 27 แยกจากเบราว์เซอร์อื่น
  • ข้อมูลที่ลูกค้าให้เว็บไซต์โดยตรงยังใช้ปรับเนื้อหาบนเว็บของตัวเองได้ตามปกติ

ผู้ใช้ควรทำอะไร

  1. อัปเดตเป็นรุ่น 27 อุปกรณ์ที่ยังใช้ iOS, iPadOS, macOS หรือ visionOS รุ่นเก่าจะไม่ได้การป้องกันที่ Safari บล็อก Identity Resolution
  2. ใช้อีเมลแยกต่อเว็บ WebKit แนะนำ Hide My Email สำหรับสมาชิก iCloud+ หน้าช่วยเหลือของ Apple ระบุว่าแตะช่องอีเมลใน Safari แล้วเลือก Hide My Email เหนือแป้นพิมพ์ได้ทันที และปิดใช้อีเมลที่ไม่ต้องการได้ภายหลัง
  3. ดูราคาก่อนสมัคร หน้า iCloud+ plans and pricing ระบุราคาในไทยต่อเดือน รวมภาษีแล้ว ทุกแผนมี Hide My Email แต่ Apple หมายเหตุว่าบางฟีเจอร์ไม่มีในทุกประเทศ จึงควรตรวจในการตั้งค่า iCloud ของตัวเองก่อน
แผน iCloud+ ราคาต่อเดือนในไทย
50 GB 35 บาท
200 GB 99 บาท
2 TB 399 บาท
6 TB 1,190 บาท
12 TB 2,390 บาท
  1. อย่าคิดว่าการออกจากระบบลบข้อมูลเดิม ประกาศนี้กันการส่งอีเมลออกไปจากนี้ ไม่ได้บอกว่าข้อมูลที่บุคคลที่สามเก็บไว้ก่อนหน้าจะถูกลบ

ติดตามข่าวเบราว์เซอร์และแอปอื่น ๆ ได้ที่หมวดซอฟต์แวร์

คำถามที่พบบ่อย

Safari บล็อก Identity Resolution คืออะไร?

คือการป้องกันใน Safari และ WebKit บน iOS, iPadOS, macOS และ visionOS 27 ที่ WebKit ประกาศเมื่อ 19 ต.ค. 2026 Safari บล็อก Identity Resolution ด้วยการตัดการเชื่อมต่อไปยังโดเมนของบุคคลที่สามที่รับอีเมลผู้ใช้ไปสร้างรหัสติดตามข้ามเว็บ

Identity Resolution ติดตามผู้ใช้อย่างไร?

บุคคลที่สามแอบเก็บอีเมลตอนผู้ใช้ล็อกอินหรือสมัครจดหมายข่าว สร้างรหัสติดตามที่ผูกกับอีเมลนั้นถาวรแล้วส่งกลับมาเก็บบนเว็บ เพื่อใช้ยิงโฆษณาและรวบรวมประวัติการท่องเว็บ การออกจากระบบหรือยกเลิกจดหมายข่าวไม่ได้ลบรหัสนี้ เหตุนี้ Safari บล็อก Identity Resolution ตั้งแต่ขั้นส่งอีเมลออกไป

Hide My Email ในไทยมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?

Hide My Email มากับ iCloud+ ซึ่งหน้าราคาของ Apple ระบุราคาในไทยเริ่ม 35 บาทต่อเดือนสำหรับ 50 GB รวมภาษีแล้ว บริการนี้สร้างอีเมลสุ่มแยกต่อเว็บแล้วส่งต่อเข้ากล่องจดหมายจริง แต่ Apple หมายเหตุว่าบางฟีเจอร์ไม่มีในทุกประเทศ

เว็บไซต์ที่ใช้ข้อมูลลูกค้าของตัวเองจะได้รับผลกระทบหรือไม่?

ไม่ได้รับผลโดยตรง WebKit ระบุว่าการปรับเนื้อหาด้วยข้อมูลของเว็บไซต์เองไม่ใช่การติดตาม Safari บล็อก Identity Resolution เฉพาะการส่งอีเมลผู้ใช้ไปยังโครงสร้างของบุคคลที่สามที่จับคู่ตัวตนข้ามเว็บ

แหล่งอ้างอิง

  1. Blocking Identity Resolution Infrastructure — WebKit (Apple)
  2. Tracking Prevention Policy — WebKit (Apple)
  3. Full Third-Party Cookie Blocking and More — WebKit (Apple)
  4. How to use Hide My Email with iCloud+ on your iPhone or iPad — Apple Support
  5. iCloud+ plans and pricing — Apple Support

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
Apple44
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Safari7macOS23WebKit4iCloud10
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ