slmgr.vbs เลิกใช้: Microsoft ให้ย้ายสคริปต์เปิดใช้งาน Windows ไป OSLicense ใน PowerShell
slmgr.vbs เลิกใช้ตามการถอด VBScript ออกจาก Windows Microsoft แนะนำให้ย้ายสคริปต์เปิดใช้งาน Windows ไปโมดูล OSLicense ใน PowerShell ซึ่งมีบน Windows 11 แล้ว
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- Microsoft ปรับปรุงคำแนะนำเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 ให้องค์กรที่ใช้ slmgr.vbs ในงานเปิดใช้งาน Windows อัตโนมัติ เริ่มย้ายไปโมดูล OSLicense ใน PowerShell ก่อนที่ VBScript จะถูกถอดออกจาก Windows
- VBScript ถูกถอดเป็น 3 ระยะ ตอนนี้ยังติดตั้งและเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ราวปี 2027 จะถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้น และระยะสุดท้ายจะถูกลบออกจาก Windows ทำให้ slmgr.vbs ใช้ไม่ได้อีก
- โมดูล OSLicense มีบน Windows 11 ที่ติดตั้งอัปเดตตั้งแต่ 27 สิงหาคม 2026 (KB5120998) ขึ้นไป ส่วน Windows Server จะมาในรุ่นหลักถัดไป ทดลองได้บน Windows Server vNext Preview Build 29651 ขึ้นไป
- โมดูลนี้มี 11 คำสั่ง ครอบคลุมการเปิดใช้งานระบบปฏิบัติการ KMS, Active Directory-based activation และไลเซนส์แบบ subscription ใช้กับ Windows PowerShell 5.1
slmgr.vbs เลิกใช้ในระยะยาว เพราะเป็นสคริปต์ VBScript ที่ Microsoft กำลังทยอยถอดออกจาก Windows บล็อก Windows IT Pro ของ Microsoft ซึ่งปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 แนะนำให้องค์กรที่ใช้ slmgr.vbs ในงานเปิดใช้งาน (activation) Windows แบบอัตโนมัติ เริ่มหาจุดที่พึ่งสคริปต์นี้และย้ายไปใช้โมดูล OSLicense ใน PowerShell ซึ่งมีบน Windows 11 แล้ว
slmgr.vbs คือสคริปต์จัดการไลเซนส์ที่มากับ Windows ฝ่ายไอทีใช้ใส่ product key สั่งเปิดใช้งาน และดูสถานะไลเซนส์ ทั้งพิมพ์เองและฝังในสคริปต์ติดตั้งเครื่อง เมื่อ VBScript ถูกถอดออกจาก Windows ในระยะสุดท้าย slmgr.vbs จะไม่มีให้ใช้อีก งานอัตโนมัติที่พึ่งมันจะหยุดทำงาน บทความนี้สรุปว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อไร และองค์กรควรเตรียมอย่างไร
ทำไม slmgr.vbs เลิกใช้
ต้นเหตุคือแผนเลิกใช้ VBScript ที่ Microsoft ประกาศตั้งแต่ตุลาคม 2023 บล็อกเรื่องไทม์ไลน์การเลิกใช้ VBScript อธิบายว่าภาษานี้เปิดตัวตั้งแต่ปี 1996 และ Microsoft ต้องการเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกที่ทันสมัยกว่าอย่าง PowerShell และ JavaScript การเลิกใช้แบ่งเป็นสามระยะ
| ระยะ | ช่วงเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|---|---|
| ระยะที่ 1 | ครึ่งหลังของปี 2024 | VBScript เป็น Features on Demand (FOD) ติดตั้งและเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้นตั้งแต่ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 |
| ระยะที่ 2 | ราวปี 2027 | VBScript FOD ถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้น ต้องเปิดเองถ้ายังจำเป็น |
| ระยะที่ 3 | ยังไม่กำหนด | VBScript ถูกลบออกจาก Windows ไฟล์ .dll ของ VBScript หายไปทั้งหมด |

บล็อกเรื่องการเปิดใช้งาน Windows ระบุว่าตอนนี้องค์กรยังใช้ขั้นตอนเดิมได้ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ในระยะที่ 2 งานที่ยังพึ่ง VBScript อาจต้องเปิด FOD เองระหว่างย้ายระบบ และเมื่อถึงระยะสุดท้าย slmgr.vbs จะไม่เหลือเป็นทางสำรองอีกต่อไป Microsoft จึงย้ำว่าลำดับของแต่ละระยะสำคัญกว่าวันใดวันหนึ่ง และการที่ slmgr.vbs เลิกใช้จะเกิดจริงเมื่อถึงระยะสุดท้ายนี้
เลิกใช้ (deprecated) ต่างจากถูกลบ (removed) อย่างไร
คำว่าเลิกใช้ในเอกสารของ Microsoft ไม่ได้แปลว่าหยุดทำงานทันที บล็อกเรื่อง VBScript อธิบายว่า deprecation คือช่วงที่ฟีเจอร์ไม่ได้รับการพัฒนาต่อแล้วและอาจถูกลบในรุ่นถัดไป เป็นกระบวนการที่กินเวลาหลายเดือนถึงหลายปี ระหว่างนั้นฟีเจอร์ยังทำงานและยังได้รับซัพพอร์ตเต็มที่จนกว่าจะถูกลบจริง หลังถูกลบแล้วจึงจะใช้ไม่ได้อีก
VBScript เองเป็นภาษาสคริปต์ขนาดเล็กที่อยู่ใน Windows ในฐานะส่วนประกอบของระบบมานาน ใช้ทั้งในหน้าเว็บร่วมกับ Active Server Pages (ASP) และในงานอัตโนมัติผ่าน Windows Script Host (WSH) ซึ่งเป็นตัวที่รันไฟล์ .vbs ด้วยคำสั่ง cscript และ wscript สคริปต์อย่าง slmgr.vbs จึงทำงานได้ตราบที่ VBScript ยังอยู่ในเครื่อง การที่ slmgr.vbs เลิกใช้จึงเป็นผลต่อเนื่องจากการถอด VBScript ไม่ใช่การเปลี่ยนระบบไลเซนส์ของ Windows
ถ้าถึงระยะที่ 2 แล้วยังย้ายไม่เสร็จ
เมื่อถึงราวปี 2027 ที่ VBScript ถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้น งานที่ยังพึ่ง VBScript จะเริ่มมีปัญหาในเครื่องที่ไม่ได้เปิดไว้ บล็อกของ Microsoft บอกทางเปิดกลับไว้ คือเข้า Start > Settings > System > Optional features เลือก View features ที่ตัวเลือก Add an optional feature ค้นคำว่า VBSCRIPT แล้วติ๊กเลือกและกด Next ตอนนี้ตรวจได้ที่หน้าเดียวกันว่า VBScript ยังติดตั้งอยู่ในรายการ Optional features หรือไม่
ทางนี้เป็นเพียงการซื้อเวลาระหว่างย้ายระบบ เพราะเมื่อถึงระยะที่ 3 VBScript จะถูกลบออกจาก Windows ทั้งหมดและไม่มีให้เปิดอีก องค์กรที่ต้องการเวลาเพิ่มควรใช้ช่วงนี้ทดสอบ OSLicense กับงานจริงให้เสร็จ
OSLicense คืออะไร และใช้แทน slmgr.vbs อย่างไร
OSLicense คือโมดูล PowerShell ที่ Microsoft ระบุว่าเป็นทางที่แนะนำสำหรับงานเปิดใช้งาน Windows ทั่วไป เมื่อ slmgr.vbs เลิกใช้ เอกสารบน Microsoft Learn อธิบายว่าโมดูลนี้ใช้ดูข้อมูลไลเซนส์ ตั้งค่าการเปิดใช้งาน และจัดการไลเซนส์ของระบบปฏิบัติการ Active Directory-based activation, Key Management Service (KMS) และไลเซนส์แบบ subscription ต้องใช้ Windows PowerShell 5.1 ซึ่งมากับ Windows ที่ยังได้รับซัพพอร์ตอยู่แล้ว
โมดูลนี้มี 11 คำสั่ง แบ่งตามงานได้ดังนี้
- ระบบปฏิบัติการ Get-OSLicenseInfo (ดูข้อมูลไลเซนส์), Invoke-OSLicense (สั่งงานไลเซนส์ เช่น เปิดใช้งาน) และ Set-OSLicenseInfo (ตั้งชนิด volume activation)
- KMS Get-KmsLicenseInfo, Set-KmsLicenseInfo และ Invoke-KmsLicense ซึ่งเอกสารระบุว่าใช้ล้างค่า KMS ที่ตั้งทับไว้
- Active Directory-based activation Get-ADLicenseInfo และ Invoke-ADLicense
- ไลเซนส์แบบ subscription Get-SubscriptionLicenseInfo, Invoke-SubscriptionLicense และ Set-SubscriptionLicenseInfo

บล็อกของ Microsoft ยกตัวอย่างการเทียบคำสั่งที่ใช้บ่อยสามงาน ตามตารางนี้ และย้ำให้ตรวจชื่อคำสั่งกับพารามิเตอร์กับเอกสารอ้างอิงของ OSLicense อีกครั้งก่อนใช้กับระบบจริง
| งาน | คำสั่งเดิม | คำสั่ง OSLicense |
|---|---|---|
| เปิดใช้งาน Windows | slmgr.vbs /ato |
Invoke-OSLicense -ActivateOnline |
| ใส่ product key | slmgr.vbs /ipk <key> |
Invoke-OSLicense -InstallProductKey <key> |
| ดูสถานะไลเซนส์ | slmgr.vbs /dlv |
Get-OSLicenseInfo |

ใช้ OSLicense ได้บนเครื่องไหนบ้าง
ข้อจำกัดสำคัญคือ แม้ slmgr.vbs เลิกใช้ในระยะยาว โมดูลที่มาแทนยังไม่มีครบทุกระบบ บล็อกของ Microsoft ระบุเงื่อนไขไว้ดังนี้
- Windows 11 ใช้ได้เมื่อเครื่องติดตั้งอัปเดตตั้งแต่ชุดพรีวิววันที่ 27 สิงหาคม 2026 (KB5120998) ขึ้นไป ซึ่งเป็นอัปเดตของ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2
- Windows Server มีแผนจะมาใน Windows Server รุ่นหลักถัดไป ผู้ที่ต้องการทดสอบล่วงหน้าใช้ Windows Server vNext Preview Build 29651 ขึ้นไปได้
หน้าเอกสารโมดูลบน Microsoft Learn เองยังเขียนว่าหมายเลข KB ที่ทำให้โมดูลพร้อมใช้ยังรอการยืนยัน ความไม่ตรงกันนี้เป็นอีกเหตุผลที่ควรทดสอบบนเครื่องจริงก่อน ส่วนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้อยู่ตอนนี้ รวมถึงเครื่องที่ทำหน้าที่ KMS host ยังต้องพึ่ง slmgr.vbs ต่อไปจนกว่าจะมี Windows Server รุ่นใหม่ แม้ slmgr.vbs เลิกใช้ในระยะยาว
อีกจุดที่ควรสังเกตคือตารางของ Microsoft ระบุเพียง Windows 11 และ Windows Server ไม่ได้พูดถึง Windows 10 องค์กรที่ยังมีเครื่อง Windows 10 ซึ่งได้อัปเดตต่อผ่าน ESU หรือเป็นรุ่น LTSC จึงไม่ควรวางแผนว่าจะใช้ OSLicense บนเครื่องกลุ่มนี้ได้ จนกว่า Microsoft จะประกาศเพิ่ม และควรนับเครื่องกลุ่มนี้เป็นงานที่ต้องพึ่งสคริปต์เดิมไปก่อน แม้ slmgr.vbs เลิกใช้ในระยะยาวก็ตาม

นอกจาก slmgr.vbs เลิกใช้ ยังมีอะไรที่ต้องตรวจ
slmgr.vbs เลิกใช้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง บล็อกเรื่องไทม์ไลน์ VBScript ระบุงานอื่นที่จะได้รับผลด้วย
- มาโคร VBA ใน Office ที่เรียกไฟล์ .vbs โดยตรง หรือใช้ VBScript เป็น type library เช่น regular expression ของ VBScript ระยะแรกยังไม่กระทบ แต่ระยะถัดไปจะกระทบ
- custom action ในตัวติดตั้งโปรแกรม ที่เขียนด้วย VBScript อาจหยุดทำงานหลังการเลิกใช้ Microsoft แนะนำให้ย้ายไป PowerShell
- หน้าเว็บเก่าที่ใช้ VBScript ซึ่งทำงานได้เฉพาะในเบราว์เซอร์รุ่นก่อน Internet Explorer 11 ควรย้ายไป JavaScript
ถ้ามาโครเกิด runtime error หรือ compile error ในช่วงนี้ Microsoft แนะนำให้ตรวจก่อนว่า VBScript FOD ไม่ได้ถูกผู้ดูแลระบบปิดไว้
slmgr.vbs เลิกใช้ องค์กรไทยควรเตรียมอย่างไร
Microsoft ระบุว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน slmgr.vbs ทุกจุดในครั้งเดียว ให้เริ่มจากงานที่สำคัญที่สุดก่อน แนวทางที่บล็อกแนะนำแบ่งเป็นสี่เรื่อง
- ทำบัญชีสิ่งที่พึ่ง VBScript ค้นคำว่า slmgr, cscript, wscript และไฟล์ .vbs ในสคริปต์ runbook, task sequence ของการติดตั้งเครื่อง นโยบายการจัดการ เครื่องมือ deploy และคู่มือของทีมซัพพอร์ต
- ตรวจเงื่อนไขของแต่ละกลุ่มเครื่อง แยก Windows 11 ที่มีอัปเดตตั้งแต่ KB5120998 ออกจาก Windows Server และเครื่องรุ่นเก่าที่ยังใช้ OSLicense ไม่ได้
- ทดลองกับงานตัวอย่าง เลือกสคริปต์หนึ่งงาน ทดสอบผลลัพธ์ การจัดการ exit code การอ่านผลลัพธ์ สิทธิ์ การสั่งงานระยะไกล และ log ก่อนใช้จริง
- ทยอยใช้ผ่านกระบวนการ change management ปกติ และเก็บวิธีย้อนกลับไว้จนกว่าจะยืนยันได้ว่าคำสั่งใหม่ทำงานครบทุกกลุ่มเครื่อง
สำหรับทีมไอทีไทยที่ดูแลเครื่องจำนวนมากด้วย KMS หรือ Active Directory-based activation งานนี้ควรใส่ในแผนปี 2027 คู่กับงานย้ายระบบปฏิบัติการที่หมดซัพพอร์ต เช่น Windows 10 LTSC 2021 หมดซัพพอร์ต และตรวจมาโคร Excel ที่ใช้ regular expression ของ VBScript ไปพร้อมกัน ติดตามข่าวระบบปฏิบัติการได้ที่หมวดซอฟต์แวร์
คำถามที่พบบ่อย
slmgr.vbs เลิกใช้แล้วหรือยัง?
ยังใช้ได้ แต่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน slmgr.vbs เลิกใช้ตามแผนถอด VBScript ออกจาก Windows ซึ่ง Microsoft แบ่งเป็นสามระยะ ตอนนี้ VBScript ยังเปิดอยู่เป็นค่าเริ่มต้น ราวปี 2027 จะถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้น และเมื่อถูกลบออกในระยะสุดท้าย slmgr.vbs จะใช้ไม่ได้อีก Microsoft จึงแนะนำให้เริ่มย้ายสคริปต์ตั้งแต่ตอนนี้
OSLicense คืออะไร ใช้แทน slmgr.vbs อย่างไร?
OSLicense คือโมดูล PowerShell ของ Microsoft สำหรับดูข้อมูลไลเซนส์และตั้งค่าการเปิดใช้งาน Windows ที่ใช้แทนเมื่อ slmgr.vbs เลิกใช้ ตัวอย่างที่ Microsoft ให้ไว้คือ slmgr.vbs /ato เปลี่ยนเป็น Invoke-OSLicense -ActivateOnline คำสั่ง /ipk เปลี่ยนเป็น Invoke-OSLicense -InstallProductKey และ /dlv เปลี่ยนเป็น Get-OSLicenseInfo
Windows Server ใช้ OSLicense แทน slmgr.vbs ได้หรือยัง?
ยังไม่ได้ในรุ่นที่ออกแล้ว Microsoft ระบุว่าโมดูล OSLicense บน Windows Server มีแผนจะมาในรุ่นหลักถัดไป ผู้ที่ต้องการทดสอบล่วงหน้าใช้ Windows Server vNext Preview Build 29651 ขึ้นไปได้ เซิร์ฟเวอร์ปัจจุบันจึงยังต้องพึ่ง slmgr.vbs ไปก่อน แม้ slmgr.vbs เลิกใช้ในระยะยาว
การถอด VBScript กระทบมาโคร Excel หรือ VBA หรือไม่?
อาจกระทบ ไม่ใช่แค่ slmgr.vbs เลิกใช้ Microsoft ระบุว่า VBA ใช้ VBScript ได้สองแบบ คือเรียกไฟล์ .vbs โดยตรง และใช้ VBScript เป็น type library เช่น regular expression ของ VBScript ระยะแรกยังไม่กระทบ แต่ระยะถัดไปจะกระทบ ถ้ามาโครเกิด runtime error หรือ compile error ให้ตรวจว่า VBScript ไม่ได้ถูกผู้ดูแลระบบปิดไว้
แหล่งอ้างอิง
- Keep Windows activation automation working with PowerShell — Microsoft Tech Community (Windows IT Pro Blog)
- OSLicense Module — Microsoft Learn
- VBScript deprecation: Timelines and next steps — Microsoft Tech Community (Windows IT Pro Blog)
- August 27, 2026—KB5120998 (OS Builds 26200.9278 and 26100.9278) Preview — Microsoft Support
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- Microsoft118
- ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
- Windows69Windows 1127Windows Server13Windows 1015
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ