ข้ามไปยังเนื้อหา
Space & Astronomy

JAXA ปล่อยยาน MMX ด้วยจรวด H3 สำเร็จ มุ่งเก็บตัวอย่างดวงจันทร์โฟบอสกลับโลกปี 2031

JAXA ปล่อยยาน MMX ด้วยจรวด H3 เมื่อ 20 ต.ค. 2026 และผ่านช่วงปฏิบัติการวิกฤตแรกแล้ว ยานจะถึงดาวอังคารปี 2027 เก็บตัวอย่างโฟบอสอย่างน้อย 10 กรัมกลับโลกปี 2031

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
จรวด H3 เที่ยวบินที่ 10 ปล่อยยาน MMX ขึ้นจากศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 20 ตุลาคม 2026 ตามเวลาญี่ปุ่น
ภาพ: © JAXA

สรุปประเด็นสำคัญ

  • JAXA ปล่อยยาน MMX ด้วยจรวด H3 เที่ยวบินที่ 10 จากศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะ เมื่อ 20 ตุลาคม 2026 เวลา 04:41:03 น. ตามเวลาญี่ปุ่น (02:41:03 น. เวลาประเทศไทย) ยานแยกตัวจากจรวดราว 71 นาที 13 วินาทีหลังปล่อย
  • วันที่ 21 ตุลาคม 2026 JAXA ประกาศว่ายานผ่านช่วงปฏิบัติการวิกฤตช่วงแรกแล้ว หลังกางแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ควบคุมการทรงตัว 3 แกน และปลดกลไกยึดเสาอากาศ MGA ได้ครบ ยานอยู่ในสภาพดี
  • ตามกำหนดการของ JAXA ยานจะเดินทางราว 1 ปีถึงห้วงดาวอังคารในปี 2027 ลงจอดแบบนุ่มนวลบน Phobos 2 ครั้งเพื่อเก็บตัวอย่างอย่างน้อย 10 กรัม ออกจากห้วงดาวอังคารปี 2030 และเก็บกู้แคปซูลที่ออสเตรเลียในปี 2031
  • JAXA นำภารกิจร่วมกับ NASA, CNES, DLR และ ESA โดย NASA ส่งเครื่องวัด MEGANE และอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง P-Sampler ที่ Honeybee Robotics บริษัทในเครือ Blue Origin สร้าง และจะดูแลตัวอย่างที่ส่งกลับมาราว 15%

องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ปล่อยยาน MMX ขึ้นจากศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะด้วยจรวด H3 เที่ยวบินที่ 10 เมื่อ 20 ตุลาคม 2026 เวลา 04:41:03 น. ตามเวลาญี่ปุ่น (02:41:03 น. เวลาประเทศไทย) และวันที่ 21 ตุลาคม JAXA ยืนยันว่ายานผ่านช่วงปฏิบัติการวิกฤตช่วงแรกและอยู่ในสภาพดี เป้าหมายคือลงจอดบนดวงจันทร์โฟบอสของดาวอังคาร เก็บตัวอย่างอย่างน้อย 10 กรัม แล้วส่งกลับถึงโลกในปี 2031

MMX ย่อมาจาก Martian Moons eXploration เป็นภารกิจที่ JAXA นำ ร่วมกับ NASA, สำนักงานอวกาศฝรั่งเศส (CNES), ศูนย์การบินและอวกาศเยอรมนี (DLR) และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ESA ระบุว่ายาน MMX จะเป็นยานลำแรกที่โคจรรอบดวงจันทร์โฟบอส (Phobos) ลำแรกที่เก็บตัวอย่างจากพื้นผิวของดวงจันทร์ดวงนี้ และลำแรกที่เดินทางกลับโลกหลังไปเยือนระบบดาวอังคาร

ยาน MMX แยกตัวจากจรวด H3 หลังปล่อย 71 นาที

JAXA แถลงผลการปล่อยว่าจรวด H3 บินตามแผน ราว 71 นาที 13 วินาทีหลังปล่อยตัว ทีมยืนยันได้ว่ายานแยกตัวจากจรวดแล้ว และยานเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดไว้ จุดปล่อยคือฐาน Yoshinobu Launch Complex ในศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะ ตามประกาศเวลาปล่อยของ JAXA เมื่อ 18 ตุลาคม ซึ่งสำรองช่วงปล่อยไว้ถึง 9 พฤศจิกายน 2026 แต่การปล่อยเกิดขึ้นตรงวันที่กำหนดไว้

เวลาเดียวกันนี้แต่ละหน่วยงานรายงานต่างกันตามเขตเวลา ดังนี้

จรวด H3 เที่ยวบินที่ 10 ที่บรรทุกยาน MMX ขณะพุ่งขึ้นจากศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะ 20 ตุลาคม 2026
จรวด H3 เที่ยวบินที่ 10 พุ่งขึ้นจากศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะในความมืดช่วงเช้ามืด 20 ตุลาคม 2026 ตามเวลาญี่ปุ่น พร้อมยาน MMX ภาพ: © JAXA

ยาน MMX ผ่านช่วงปฏิบัติการวิกฤตช่วงแรกแล้ว

วันที่ 21 ตุลาคม 2026 JAXA ประกาศว่าลำดับงานวิกฤตในช่วงแรกหลังปล่อยของยาน MMX สำเร็จครบ และยานอยู่ในสภาพดี JAXA นิยามช่วงนี้ว่าเริ่มตั้งแต่ยานแยกจากจรวดจนทำงานชุดที่ยืนยันความพร้อมของยานเสร็จ ได้แก่

  1. กางแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (solar array paddles)
  2. ควบคุมการทรงตัวของยานได้ทั้ง 3 แกน
  3. ปลดกลไกยึดเสาอากาศอัตราขยายปานกลาง (medium-gain antenna หรือ MGA)

ขั้นต่อไป JAXA จะตรวจการทำงานเบื้องต้นของอุปกรณ์บนยาน และเตรียมเข้าสู่ช่วงเดินทางขาไปยังระบบดาวอังคาร

หน้าภารกิจของ JAXA อธิบายว่ายาน MMX มี 3 โมดูล คือ โมดูลขับเคลื่อน โมดูลสำรวจ และโมดูลเดินทางกลับ ตอนเข้าวงโคจรดาวอังคารจะเหลือโมดูลสำรวจกับโมดูลเดินทางกลับ และขากลับถึงโลกจะเหลือเพียงโมดูลเดินทางกลับ การสื่อสารระหว่างยานกับโลกอาจหน่วงไปกลับนานถึง 44 นาที ภารกิจทั้งหมดใช้เวลาราว 5 ปี

มุมมองด้านล่างของยาน MMX (ด้าน -Z) จาก JAXA Digital Archives
มุมมองด้านล่างของยาน MMX (ด้าน -Z) จากคลังภาพของ JAXA ภาพ: © JAXA

ทำไมยาน MMX ต้องไปดวงจันทร์โฟบอส

ดาวอังคารมีดวงจันทร์ 2 ดวง คือ Phobos และ Deimos JAXA อธิบายว่าทางที่ดีที่สุดคือศึกษาดาวอังคารโดยตรง แต่แรงโน้มถ่วงที่สูงของดาวอังคารทำให้การลงจอดและนำตัวอย่างกลับเป็นเรื่องยากทางเทคนิค ภารกิจจึงเลือก Phobos ซึ่งเป็นวัตถุขนาดเล็กที่คาดว่าเปลี่ยนแปลงน้อยตลอดเวลาที่ผ่านมา และน่าจะเก็บข้อมูลประวัติของห้วงดาวอังคารไว้

ที่มาของดวงจันทร์ทั้งสองยังเป็นข้อถกเถียง JAXA สรุปไว้ 2 สมมติฐาน คือ สมมติฐานการชนครั้งใหญ่ (giant impact) ที่ว่าวัตถุขนาดใหญ่ชนดาวอังคารแล้วเศษที่กระเด็นขึ้นสู่วงโคจรรวมตัวเป็นดวงจันทร์ และสมมติฐานการถูกจับ (capture) ที่ว่าดวงจันทร์ทั้งสองเคยเป็นดาวเคราะห์น้อยจากระบบสุริยะชั้นนอกที่ถูกแรงโน้มถ่วงดาวอังคารจับไว้

Tom Statler ผู้บริหารโครงการ MMX ของ NASA กล่าวว่าคำตอบนี้ "จะช่วยให้เห็นยุคเริ่มต้นที่โลกและดาวเคราะห์ชั้นในอาจได้รับน้ำและสารประกอบอินทรีย์ส่วนใหญ่มา" ESA เสริมว่ายังไม่เคยมียานลำใดอยู่ใกล้ดวงจันทร์ทั้งสองได้นาน ข้อมูลที่มีจึงมาจากการบินผ่านไม่กี่ครั้ง ส่วน สดร. ระบุว่า MMX อาจเก็บเศษอุกกาบาตจากดาวอังคารที่ตกทับถมบนผิว Phobos มาด้วย ซึ่งจะช่วยศึกษาการเปลี่ยนแปลงพื้นผิวและการสูญเสียน้ำของดาวอังคาร

ดวงจันทร์โฟบอส (Phobos) เป้าหมายของยาน MMX ถ่ายโดยกล้อง HiRISE บนยาน Mars Reconnaissance Orbiter ของ NASA เมื่อ 23 มีนาคม 2008 ภาพสีผสมจากช่องสีน้ำเงิน-เขียว แดง และอินฟราเรดใกล้
ดวงจันทร์ Phobos ถ่ายโดยกล้อง HiRISE ของยาน Mars Reconnaissance Orbiter จากระยะราว 6,800 กิโลเมตรเมื่อ 23 มีนาคม 2008 เป็นภาพสีที่ผสมจากช่องสีน้ำเงิน-เขียว แดง และอินฟราเรดใกล้ หลุม Stickney กว้าง 9 กิโลเมตรอยู่ด้านล่างขวา ภาพ: NASA/JPL-Caltech/University of Arizona

อุปกรณ์บนยาน MMX และหน่วยงานที่ร่วมภารกิจ

หน้าทีมงานของ MMX ระบุส่วนที่หน่วยงานพันธมิตรรับผิดชอบไว้ดังนี้

หน่วยงาน สิ่งที่ร่วมในภารกิจ
NASA (สหรัฐฯ) เครื่องวัดรังสีแกมมาและนิวตรอน MEGANE, อุปกรณ์เก็บตัวอย่าง P-Sampler, สถานีภาคพื้นดิน
CNES (ฝรั่งเศส) สเปกโตรมิเตอร์อินฟราเรดใกล้ MIRS, รถสำรวจ IDEFIX ร่วมกับ DLR, สนับสนุนปฏิบัติการระยะใกล้
DLR (เยอรมนี) รถสำรวจ IDEFIX ร่วมกับ CNES, สถานที่ทดสอบ (drop tower และการจำลองสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำ)
ESA (ยุโรป) อุปกรณ์สื่อสารห้วงอวกาศลึกย่าน Ka, สถานีภาคพื้นดิน

หน้าวิทยาศาสตร์ของ JAXA ระบุว่ายานใช้อุปกรณ์ภารกิจ 13 ชิ้น ส่วน ESA นับเป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ 11 ชิ้น (บนยานหลัก 7 ชิ้น บนรถสำรวจ 4 ชิ้น) แยกจากเครื่องวัดรังสี กล้องความละเอียดสูง 2 ตัว และอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง 2 แบบ

รถสำรวจ IDEFIX หนัก 25 กิโลกรัม ESA ระบุว่าบน Phobos แรงโน้มถ่วงต่ำจนรถคันนี้หนักเทียบเท่าเพียง 15 กรัม หน้าที่คือลงสำรวจผิวก่อนยานหลักเพื่อลดความเสี่ยงตอนลงจอด ส่วน MEGANE ซึ่ง NASA ระบุว่าชื่อตรงกับคำญี่ปุ่นที่แปลว่าแว่นตา จะวัดรังสีแกมมาและนิวตรอนจากผิว Phobos เพื่อหาธาตุที่เป็นองค์ประกอบ NASA ระบุว่าจะได้รับและดูแลตัวอย่างราว 15% ของทั้งหมดที่ห้องปฏิบัติการ Johnson Space Center

ยาน MMX จะเก็บตัวอย่างอย่างไร

JAXA ระบุว่ายาน MMX จะลงจอดแบบนุ่มนวล (soft landing) บน Phobos 2 ครั้ง และอยู่บนพื้นผิวราว 2–3 ชั่วโมงเพื่อเก็บตัวอย่างอย่างน้อย 10 กรัม โดยใช้อุปกรณ์ 2 แบบ

  • C-Sampler ของ JAXA ใช้แขนกลกับกระบอกเจาะ เก็บวัสดุใต้ผิวลึกราว 2 เซนติเมตร
  • P-Sampler ที่ NASA สนับสนุนและ Honeybee Robotics บริษัทในเครือ Blue Origin สร้าง ใช้แก๊สไนโตรเจนแรงดันสูงพัดวัสดุผิว (regolith) เข้าช่องเก็บ ติดอยู่ที่ขาลงจอดข้างหนึ่งของยาน ไม่ต้องยึดยานกับพื้นหรือออกแรงกดมาก

Blue Origin ระบุว่า P-Sampler พัฒนาต่อจากเทคโนโลยี PlanetVac ที่เคยสาธิตบนพื้นผิวดวงจันทร์มาแล้ว Kris Zacny รองประธานฝ่าย Exploration Systems ของ Blue Origin กล่าวว่ายินดีที่ได้เห็น P-Sampler อยู่ระหว่างทางไป Phobos

ESA ระบุว่าตัวอย่างจะมาจาก 2 จุดบนผิว Phobos และแผนภาพของ ESA แสดงว่าจุดหนึ่งอยู่ด้านที่หันเข้าหาดาวอังคาร อีกจุดอยู่ด้านที่หันออก ตัวอย่างจะถูกบรรจุในแคปซูลของโมดูลเดินทางกลับ

สิ่งที่ต้องติดตามต่อ: ไทม์ไลน์ยาน MMX ถึงปี 2031

แผนภาพการ์ตูนของ ESA แสดงไทม์ไลน์ภารกิจ MMX จากการปล่อยตุลาคม 2026 ถึงแคปซูลตัวอย่างลงที่ออสเตรเลียปี 2031
แผนภาพภารกิจยาน MMX ของ ESA ตั้งแต่ปล่อยตุลาคม 2026 เข้าวงโคจรดาวอังคารสิงหาคม 2027 โคจรรอบ Phobos กันยายน 2027 ปล่อยรถสำรวจ เก็บตัวอย่าง 2 จุด เริ่มเดินทางกลับพฤศจิกายน 2030 ถึงโลกปี 2031 (ภาพวาดประกอบ) ภาพ: ESA (ขอบคุณ ATG Europe) · CC BY-SA 3.0 IGO

กำหนดการด้านล่างตรวจ ณ 21 ตุลาคม 2026 และอาจเปลี่ยนได้

ช่วงเวลา ขั้นตอนตาม JAXA รายละเอียดเพิ่มเติมจาก ESA
20 ต.ค. 2026 ปล่อยด้วยจรวด H3 เที่ยวบินที่ 10 สำเร็จแล้ว
2027 เดินทางราว 1 ปีถึงห้วงดาวอังคาร เข้าวงโคจรดาวอังคาร ส.ค. 2027 และโคจรรอบ Phobos ก.ย. 2027
2027–2030 สำรวจจากวงโคจรเสมือนดาวบริวาร (QSO) ลงจอด 2 ครั้งเก็บตัวอย่าง 10 กรัม และสำรวจ Deimos ช่วงท้าย ปล่อยรถสำรวจ IDEFIX ต้นปี 2029 ยานหลักลงจอดเก็บตัวอย่างปี 2030
2030 ออกจากห้วงดาวอังคาร ใช้เวลาราว 1 ปีกลับโลก เริ่มเดินทางกลับ พ.ย. 2030
2031 ปล่อยแคปซูลตัวอย่างเข้าสู่บรรยากาศ เก็บกู้ที่ออสเตรเลีย ลงพื้นในเขต Woomera Prohibited Area

NASA ให้กรอบเวลาต่างออกไปเล็กน้อย คือยานถึงดาวอังคารปี 2027 เก็บตัวอย่าง "ไม่เร็วกว่าปี 2028" และส่งถึงโลกปี 2031 สำหรับผู้อ่านไทย เวลาที่ JAXA ประกาศเป็นเวลาญี่ปุ่นช้ากว่าเวลาประเทศไทย 2 ชั่วโมง เหตุการณ์ใหญ่ถัดไปคือการเข้าวงโคจรดาวอังคารในปี 2027 ติดตามข่าวภารกิจสำรวจดาวเคราะห์อื่น ๆ ได้ที่หมวดสำรวจอวกาศ และย้อนดูจุดเริ่มต้นของการถ่ายภาพโลกจากอวกาศได้ในภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก 80 ปี

คำถามที่พบบ่อย

ยาน MMX คืออะไร?

ยาน MMX (Martian Moons eXploration) คือยานสำรวจดวงจันทร์ของดาวอังคารที่องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) นำ ร่วมกับ NASA, CNES, DLR และ ESA ยาน MMX จะสำรวจดวงจันทร์ Phobos และ Deimos ลงจอดบน Phobos เพื่อเก็บตัวอย่างอย่างน้อย 10 กรัม แล้วนำกลับมาถึงโลกในปี 2031 ตามกำหนดการของ JAXA

ยาน MMX ปล่อยเมื่อไรตามเวลาประเทศไทย?

ยาน MMX ขึ้นจากศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะด้วยจรวด H3 เที่ยวบินที่ 10 เมื่อ 20 ตุลาคม 2026 เวลา 04:41:03 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ซึ่งตรงกับ 02:41:03 น. เวลาประเทศไทย จรวดบินตามแผน และยานแยกตัวจากจรวดราว 71 นาที 13 วินาทีหลังปล่อย

ยาน MMX จะถึงดาวอังคารและกลับถึงโลกเมื่อไร?

JAXA กำหนดให้ยาน MMX เดินทางราว 1 ปีถึงห้วงดาวอังคารในปี 2027 สำรวจและเก็บตัวอย่างจาก Phobos ในช่วงปี 2027–2030 ออกเดินทางกลับในปี 2030 และเก็บกู้แคปซูลตัวอย่างที่ออสเตรเลียในปี 2031 ส่วน ESA ระบุว่ายานจะเข้าวงโคจรดาวอังคารในเดือนสิงหาคม 2027

ทำไมต้องเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์โฟบอส?

JAXA อธิบายว่าการลงจอดและนำตัวอย่างกลับจากดาวอังคารทำได้ยากเพราะแรงโน้มถ่วงสูง จึงเลือก Phobos ซึ่งเป็นวัตถุขนาดเล็กที่คาดว่าเปลี่ยนแปลงน้อย และน่าจะเก็บข้อมูลประวัติของห้วงดาวอังคารไว้ ตัวอย่างจะช่วยตัดสินว่า Phobos เกิดจากการชนครั้งใหญ่บนดาวอังคาร หรือเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ถูกแรงโน้มถ่วงดาวอังคารจับไว้

แหล่งอ้างอิง

  1. Launch result of the Martian Moons eXploration (MMX) spacecraft aboard H3 Launch Vehicle flight No.10 — Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA)
  2. Completion of the Initial Critical Operations Phase of the Martian Moons eXploration (MMX) Spacecraft — Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA)
  3. MMX - Martian Moons eXploration — Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA)
  4. Mars moon lander set to launch on 19 October — European Space Agency (ESA)
  5. NASA to Help Unlock Mysteries of Mars’ Moons in Upcoming Mission — NASA
  6. Blue Origin’s P-Sampler Launches Aboard JAXA's Martian Moons eXploration Mission — Blue Origin

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ