ข้ามไปยังเนื้อหา
Historyอธิบาย

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก 80 ปี: กล้องบนจรวด V-2 วันที่ 24 ต.ค. 1946 ถึงดาวเทียม THEOS-2

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกเกิดเมื่อ 24 ต.ค. 1946 จากกล้อง 35 มม. บนจรวด V-2 ที่ความสูง 65 ไมล์ ครบ 80 ปีปีนี้ เส้นทางต่อมาคือ TIROS-1 Landsat และ THEOS-2 ของไทย

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก ภาพขาวดำจากกล้องบนจรวด V-2 เมื่อ 24 ตุลาคม 1946 เห็นผิวโลกและเมฆตัดกับความมืดของอวกาศ
ภาพ: U.S. Army / White Sands Missile Range / Applied Physics Laboratory ผ่าน Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกถ่ายเมื่อ 24 ตุลาคม 1946 จากกล้องภาพยนตร์ 35 มม. บนจรวด V-2 ที่ยิงจาก White Sands รัฐนิวเม็กซิโก ที่ความสูงราว 65 ไมล์ วันที่ 24 ตุลาคม 2026 จึงครบ 80 ปี
  • กล้องที่ถ่ายภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกบันทึกภาพทุก 1.5 วินาที ตัวกล้องพังตอนจรวดตกกระแทกพื้นที่ความเร็ว 500 ฟุตต่อวินาที แต่ฟิล์มในตลับเหล็กรอด และระหว่างปี 1946–1950 จรวด V-2 ส่งภาพโลกกลับมากว่า 1,000 ภาพ
  • 1 เมษายน 1960 ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา TIROS-1 ส่งภาพโทรทัศน์ของโลกภาพแรก และ 23 กรกฎาคม 1972 NASA ส่ง Landsat 1 ดาวเทียมดวงแรกที่ทำหน้าที่สำรวจพื้นผิวแผ่นดินโดยเฉพาะ
  • ปี 2569 (ค.ศ. 2026) GISTDA ใช้ดาวเทียม THEOS-2 ถ่ายพื้นที่น้ำท่วมสุพรรณบุรีกว่า 23,000 ไร่ และกลุ่มมิตรผลเตรียมใช้ข้อมูล THEOS-2 บริหารไร่อ้อยรายแปลง

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกคือภาพขาวดำจากกล้องภาพยนตร์ 35 มม. บนจรวด V-2 ที่กองทัพสหรัฐฯ ยิงจาก White Sands Missile Range รัฐนิวเม็กซิโก เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1946 จากความสูงราว 65 ไมล์ (ราว 105 กิโลเมตร คำนวณ) วันที่ 24 ตุลาคม 2026 จึงครบ 80 ปีของภาพชุดนี้

บทความนี้เล่าเส้นทางหลังภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกจากบันทึกของ NASA, NOAA และพิพิธภัณฑ์ Smithsonian ตั้งแต่ภาพจากจรวดที่ขึ้นไปไม่กี่นาที จนถึงดาวเทียมพยากรณ์อากาศ ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร และดาวเทียม THEOS-2 ที่หน่วยงานและบริษัทไทยใช้อยู่ทุกวันนี้

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกเกิดขึ้นอย่างไร

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพสหรัฐฯ นำจรวด V-2 ที่ยึดมาจากเยอรมนีมาทดสอบที่ White Sands Smithsonian Air & Space บันทึกว่าจรวดถูกขนมาด้วยรถไฟ 300 ตู้ ทหารใช้จรวดเหล่านี้ศึกษาการออกแบบจรวดของตัวเอง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ได้รับเชิญให้ใส่เครื่องมือวัดในหัวจรวดเพื่อศึกษาอุณหภูมิ ความกดอากาศ และสนามแม่เหล็กในบรรยากาศชั้นบน

ในเที่ยวบินวันที่ 24 ตุลาคม 1946 กล้องบนจรวดถ่ายภาพหนึ่งเฟรมทุก 1.5 วินาที ระหว่างที่จรวดพุ่งขึ้นตรง ๆ แล้วตกกลับลงมาในไม่กี่นาที จรวดกระแทกพื้นด้วยความเร็ว 500 ฟุตต่อวินาที ซึ่ง NASA บรรยายว่ามากกว่า 340 ไมล์ต่อชั่วโมง ตัวกล้องพังยับ แต่ฟิล์มที่อยู่ในตลับเหล็กไม่เสียหาย

Fred Rulli ทหารวัย 19 ปีในทีมเก็บฟิล์มเล่าให้ Smithsonian ฟังว่า เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบตลับฟิล์มในสภาพดี "พวกเขาดีใจกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็ก" NASA ระบุว่าความสูงราว 65 ไมล์ของเที่ยวบินนี้อยู่เหนือเส้นแบ่งอวกาศที่ยอมรับกันทั่วไปเล็กน้อย และเกิดขึ้นมากกว่า 10 ปีก่อนที่โลกจะมีดาวเทียม Sputnik

ทำไมภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกจึงต่างจากภาพก่อนหน้า

ก่อนปี 1946 ภาพที่ถ่ายจากที่สูงที่สุดมาจากบอลลูน Explorer II ซึ่ง NASA บันทึกว่าขึ้นจาก Stratobowl ใกล้เมือง Rapid City รัฐเซาท์ดาโคตา เมื่อ 11 พฤศจิกายน 1935 ถึงความสูง 72,395 ฟุต สูงพอจะเห็นความโค้งของโลก Smithsonian ระบุว่ากล้องบนจรวด V-2 ขึ้นไปสูงกว่านั้นมากกว่า 5 เท่า และเห็นโลกตัดกับความมืดของอวกาศได้ชัด

Clyde Holliday วิศวกรของ Applied Physics Laboratory มหาวิทยาลัย Johns Hopkins ผู้พัฒนากล้อง เขียนใน National Geographic ปี 1950 ว่าภาพเหล่านี้แสดงเป็นครั้งแรกว่า "โลกของเราจะดูเป็นอย่างไรในสายตาผู้มาเยือนจากดาวดวงอื่นที่บินเข้ามาด้วยยานอวกาศ"

สิ่งที่บันทึกไว้ บอลลูน Explorer II (1935) จรวด V-2 (24 ต.ค. 1946)
ความสูงที่ถ่ายภาพ 72,395 ฟุต (13.7 ไมล์) ราว 65 ไมล์
สิ่งที่เห็นในภาพ ความโค้งของโลก โลกตัดกับความมืดของอวกาศ
ผู้ถ่ายภาพ Capt. Albert W. Stevens และ Capt. Orvil A. Anderson บนกระเช้าบอลลูน กล้องภาพยนตร์ 35 มม. ถ่ายอัตโนมัติทุก 1.5 วินาที

จากภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกสู่ภาพนับพัน

ในตอนแรกแทบไม่มีใครสนใจว่าภาพบอกอะไรเรื่องภูมิศาสตร์หรือสภาพอากาศ งานหลักของภาพคือบอกทิศทางของจรวด S. Fred Singer นักวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์ภาพในเวลานั้นบอก Smithsonian ว่า "เราถือว่าเมฆเป็นสิ่งรบกวน"

แต่ภาพสะสมเร็ว ระหว่างปี 1946 ถึง 1950 จรวด V-2 ส่งภาพโลกกลับมามากกว่า 1,000 ภาพ จากความสูงถึง 100 ไมล์ ภาพแผ่นดินทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ลงหนังสือพิมพ์ และนักวิทยาศาสตร์ของ U.S. Weather Bureau นำไปศึกษา Holliday คาดการณ์ไว้ในปี 1950 ว่าวันหนึ่งกล้องจะใช้ทำแผนที่พื้นที่ที่เข้าไม่ถึง และถ่ายภาพเมฆกับแนวพายุทั้งทวีปได้ในไม่กี่ชั่วโมง

ไทม์ไลน์ 80 ปีนับจากภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก

วันที่ เหตุการณ์ แหล่งบันทึก
11 พ.ย. 1935 บอลลูน Explorer II ถ่ายภาพความโค้งของโลกที่ 72,395 ฟุต NASA
24 ต.ค. 1946 ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก จากจรวด V-2 ที่ราว 65 ไมล์ NASA, Smithsonian
1946–1950 จรวด V-2 ส่งภาพโลกกลับมากว่า 1,000 ภาพ Smithsonian
14 ส.ค. 1959 Explorer 6 ถ่ายภาพโลกจากวงโคจรเป็นครั้งแรก แต่ภาพไม่ละเอียด NASA
1 เม.ย. 1960 TIROS-1 ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาดวงแรกที่ประสบความสำเร็จ ส่งภาพโทรทัศน์ภาพแรก NASA, NOAA
30 พ.ค. 1966 ดาวเทียม Molniya 1-3 ของโซเวียตถ่ายภาพโลกเต็มดวงภาพแรก NASA
11 ธ.ค. 1966 ATS-1 ถ่ายภาพโลกจากวงโคจรค้างฟ้าเป็นครั้งแรก NASA
23 ก.ค. 1972 Landsat 1 ดาวเทียมดวงแรกที่สำรวจพื้นผิวแผ่นดินโดยเฉพาะ NASA
5 ต.ค. 2569 (ค.ศ. 2026) THEOS-2 ของ GISTDA ถ่ายพื้นที่น้ำท่วมสุพรรณบุรีกว่า 23,000 ไร่ GISTDA

TIROS-1: เมื่อเมฆกลายเป็นข้อมูลพยากรณ์อากาศ

ราว 13 ปีครึ่งหลังภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก NASA ส่งดาวเทียม TIROS-1 ขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 1 เมษายน 1960 NOAA บันทึกว่าดาวเทียมหนักราว 270 ปอนด์ มีกล้องโทรทัศน์ 2 ตัวและเครื่องบันทึกวิดีโอ 2 เครื่อง โคจรสูง 450 ไมล์ ภาพแรกเป็นภาพแถบเมฆหนาเหนือสหรัฐฯ ที่ไม่คมชัดนัก และไม่กี่วันต่อมาก็ถ่ายพายุไต้ฝุ่นห่างทางตะวันออกของออสเตรเลียราว 1,000 ไมล์ได้

ตัวเลขผลงานของ TIROS-1 ต่างกันตามวิธีนับ NASA ระบุว่าดาวเทียมส่งภาพโทรทัศน์ของโลกกลับมา 23,000 ภาพ ส่วนใหญ่ดีพอใช้พยากรณ์อากาศ ขณะที่ NOAA นับเฉพาะภาพที่ใช้งานได้ 19,389 ภาพ ในช่วง 78 วันที่ดาวเทียมทำงาน เมฆที่นักวิทยาศาสตร์ปี 1946 เคยมองว่าเป็นสิ่งรบกวน จึงกลายเป็นข้อมูลหลักของงานพยากรณ์อากาศ NOAA บันทึกด้วยว่าในปี 1970 หรือ 10 ปีหลัง TIROS-1 สหรัฐฯ ตั้ง NOAA ขึ้นเพราะเห็นคุณค่าของหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาที่มีข้อมูลจากอวกาศรองรับ

ภาพโทรทัศน์ 4 เฟรมจากดาวเทียม TIROS-1 ปี 1960 แสดงขอบโลกและเมฆเหนือตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ
ภาพโทรทัศน์ชุดแรกของโลกจากกล้องบนดาวเทียม TIROS-1 บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ เมษายน 1960 ภาพพิมพ์จาก NASA ภาพ: NASA ผ่าน Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ดาวเทียม TIROS ทรงหลายเหลี่ยมที่หุ้มด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ วางบนแท่นทดสอบการสั่นสะเทือนที่ RCA ปี 1960 มีนักวิทยาศาสตร์คุมเครื่องมืออยู่ด้านหลัง
นักวิทยาศาสตร์ทดสอบการสั่นสะเทือนของดาวเทียม TIROS ที่แผนก Astro-Electronic Products ของ RCA เมือง Princeton รัฐนิวเจอร์ซีย์ เดือนเมษายน 1960 ภาพ: NASA ผ่าน Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

Landsat 1: ภาพถ่ายโลกจากอวกาศกลายเป็นข้อมูลทรัพยากร

ก้าวสำคัญถัดมาคือ Landsat 1 ภารกิจของ NASA ที่มี USGS เป็นพันธมิตร ส่งขึ้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 1972 ในชื่อเดิม Earth Resources Technology Satellite (ERTS-1) NASA ระบุว่าเป็นภารกิจดาวเทียมแรกที่ทำหน้าที่ติดตามพื้นผิวแผ่นดินของโลกโดยเฉพาะ ข้อมูลถูกใช้ในงานเกษตร ป่าไม้ ธรณีวิทยา อุทกวิทยา การทำแผนที่ และการติดตามสิ่งแวดล้อม

ข้อมูล Landsat 1 ตาม NASA ค่า
วันส่งขึ้นสู่วงโคจร 23 กรกฎาคม 1972
ความละเอียดภาพ 80 เมตร
จำนวนช่วงคลื่น 4 ช่วงคลื่น
กลับมาถ่ายพื้นที่เดิมทุก 18 วัน
ความกว้างแนวถ่ายภาพ 185 กิโลเมตร
ภาพต่อวัน 147 ฉาก
ปลดระวาง 6 มกราคม 1978

ไม่ถึง 26 ปีหลังภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก นี่คือจุดที่ภาพจากอวกาศเปลี่ยนจากภาพที่น่าทึ่ง เป็นข้อมูลที่ถ่ายซ้ำตามรอบเวลา เปรียบเทียบได้ และนำไปตัดสินใจเรื่องที่ดิน น้ำ และพืชผล อย่างที่ Holliday เคยคาดไว้ว่าวันหนึ่งพื้นผิวแผ่นดินทั้งโลกอาจถูกทำแผนที่ด้วยวิธีนี้

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศในไทยวันนี้: THEOS-2

80 ปีหลังภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก ไทยมีดาวเทียม THEOS-2 ดาวเทียมสำรวจโลกที่ Airbus Defence and Space สร้างให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ตามข้อมูลภารกิจ Vega VV23 ของ Arianespace

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 THEOS-2 ถ่ายพื้นที่ตำบลดอนโพธิ์ทองและตำบลดอนกำยาน อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี GISTDA ระบุว่าภาพแสดงน้ำท่วมขังกระจายในพื้นที่เกษตรและที่ลุ่มต่ำรอบอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ครอบคลุมกว่า 23,000 ไร่ และเห็นแนวถนนกับชุมชนได้ชัด เฉดสีเข้มยังบอกได้ว่าบริเวณใดน้ำท่วมขังนิ่ง GISTDA ส่งข้อมูลต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้วางแผนช่วยเหลือและฟื้นฟู ตามประกาศของ GISTDA วันที่ 6 ตุลาคม 2569

ภาพจากดาวเทียม THEOS-2 ของ GISTDA วันที่ 5 ตุลาคม 2569 แสดงพื้นที่น้ำท่วมขังสีเข้มรอบอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ตำบลดอนโพธิ์ทองและดอนกำยาน
ภาพจากดาวเทียม THEOS-2 วันที่ 5 ตุลาคม 2569 บริเวณอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พื้นที่สีเข้มคือน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตร ซึ่ง GISTDA ระบุว่าครอบคลุมกว่า 23,000 ไร่ ภาพ: GISTDA

ภาคธุรกิจก็เริ่มใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน GISTDA รายงานเมื่อ 16 กันยายน 2569 ว่ากลุ่มมิตรผลหารือกับ GISTDA เพื่อนำข้อมูล THEOS-2 มาใช้ใน 3 ด้าน คือ คาดการณ์ผลผลิตอ้อยรายแปลงและประเมินสุขภาพพืช ใช้ AI Analyst ติดตามพื้นที่ปลูกแบบอัตโนมัติ และประเมินคาร์บอนเครดิตกับการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ แนวทางความร่วมมือเริ่มจากการทดลองใช้ข้อมูลเพื่อประเมินความคุ้มค่า ขยายแพลตฟอร์ม Dragonfly ไปยังชาวไร่ และใช้แผนที่ความต้องการไนโตรเจน (Nitrogen Map) แนะนำการใส่ปุ๋ย

บทเรียนสำหรับองค์กรไทยวันนี้

  • ข้อมูลที่วันนี้ดูไร้ค่าอาจเป็นผลิตภัณฑ์ของวันพรุ่งนี้ นักวิทยาศาสตร์ปี 1946 มองว่าเมฆเป็นสิ่งรบกวน ไม่ถึง 14 ปีต่อมาเมฆคือหัวใจของดาวเทียมพยากรณ์อากาศ องค์กรควรเก็บข้อมูลดิบอย่างมีระบบ แม้ยังไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไร
  • คุณค่าอยู่ที่การถ่ายซ้ำ ไม่ใช่ภาพเดียว ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกจากจรวด V-2 น่าทึ่งแต่เป็นภาพครั้งเดียว ส่วน Landsat 1 กลับมาถ่ายพื้นที่เดิมทุก 18 วัน ข้อมูลที่มีรอบเวลาสม่ำเสมอเปรียบเทียบได้และนำไปตัดสินใจได้จริง
  • เริ่มจากโครงการทดลองที่วัดความคุ้มค่า แนวทางของมิตรผลกับ GISTDA เริ่มจากทดลองใช้ข้อมูลแล้วประเมินความคุ้มค่าก่อนขยายผล ธุรกิจเกษตร ประกันภัย และโลจิสติกส์ที่สนใจภาพดาวเทียมใช้ลำดับเดียวกันได้
  • ภาพจากอวกาศคือเครื่องมือรับมือภัยพิบัติ ภาพน้ำท่วมสุพรรณบุรีปี 2569 ช่วยประเมินพื้นที่เสียหายและวางแผนระบายน้ำ บทเรียนจากน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมปี 2554 บอกว่าองค์กรที่มีโรงงานหรือคลังสินค้าในที่ลุ่มควรติดตามข้อมูลแบบนี้ในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ

เรื่องราวประวัติศาสตร์เทคโนโลยียุคเดียวกัน เช่น Bell X-1 เครื่องบินลำแรกที่บินเร็วกว่าเสียงในปี 1947 อ่านต่อได้ที่หมวดประวัติศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกถ่ายเมื่อไร?

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกถ่ายเมื่อ 24 ตุลาคม 1946 จากกล้องภาพยนตร์ขนาด 35 มม. ที่ติดบนจรวด V-2 ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ ยิงจาก White Sands Missile Range รัฐนิวเม็กซิโก กล้องบันทึกภาพจากความสูงราว 65 ไมล์ มากกว่า 10 ปีก่อนโลกมีดาวเทียม Sputnik

ใครเป็นคนสร้างกล้องที่ถ่ายภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก?

Smithsonian Air & Space ระบุว่า Clyde Holliday วิศวกรของ Applied Physics Laboratory มหาวิทยาลัย Johns Hopkins เป็นผู้พัฒนากล้องที่ถ่ายภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก เขาเขียนใน National Geographic ปี 1950 ว่าภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่าโลกจะดูเป็นอย่างไรในสายตาผู้มาเยือนจากดาวดวงอื่น

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกกับภาพแรกจากดาวเทียมต่างกันอย่างไร?

ภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรกปี 1946 มาจากจรวดที่ขึ้นไปแล้วตกกลับลงมาภายในไม่กี่นาที ส่วนภาพแรกจากวงโคจรมาจากดาวเทียม Explorer 6 เมื่อ 14 สิงหาคม 1959 ตามด้วย TIROS-1 ที่ส่งภาพโทรทัศน์ภาพแรกเมื่อ 1 เมษายน 1960 ซึ่งใช้พยากรณ์อากาศได้

80 ปีหลังภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก ไทยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมทำอะไรบ้าง?

80 ปีหลังภาพถ่ายโลกจากอวกาศภาพแรก GISTDA ใช้ดาวเทียม THEOS-2 ถ่ายพื้นที่น้ำท่วมรอบอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเมื่อ 5 ตุลาคม 2569 กว่า 23,000 ไร่ และส่งข้อมูลให้หน่วยงานวางแผนช่วยเหลือ ส่วนกลุ่มมิตรผลหารือกับ GISTDA เพื่อใช้ข้อมูล THEOS-2 คาดการณ์ผลผลิตอ้อยรายแปลงและประเมินสุขภาพพืช

แหล่งอ้างอิง

  1. The First Photo From Space — Smithsonian (Air & Space Magazine)
  2. 90 Years of Our Changing Views of Earth — NASA
  3. Celebrating the World’s First Meteorological Satellite: TIROS-1 — NOAA NESDIS
  4. Landsat 1 — NASA Landsat Science
  5. Vega flight VV23 — Arianespace

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
NASA6Smithsonian2NOAA4USGS2
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ