ข้ามไปยังเนื้อหา
Space & Astronomy

James Webb พบ AT 2026abck แสงวาบคล้ายซูเปอร์โนวาที่ redshift 5 ราว 4–10 วันหลังระเบิด

ทีม NEXUS รายงานว่า JWST พบ AT 2026abck แสงวาบในดาราจักรที่ redshift 5.017 ในภาพ 7 ส.ค. 2026 น่าจะเป็นซูเปอร์โนวาที่เห็นราว 4–10 วันหลังระเบิด ยังเป็น preprint

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพสีเสมือนจากกล้อง NIRCam ของ JWST ที่รวมฟิลเตอร์อินฟราเรด F115W, F200W และ F356W แสดงตำแหน่ง AT 2026abck (กากบาทสีขาว) ในดาราจักรต้นทางที่ redshift 5.017 ภายในวงกลมรัศมี 3 พิลิปดา พร้อมค่า redshift ของดาราจักรใกล้เคียง
ภาพ: Zhuang et al. 2026, arXiv:2609.38373 (CC BY 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ทีมวิจัยโครงการ NEXUS รายงาน AT 2026abck บน arXiv เมื่อ 29 กันยายน 2026 เป็นแสงวาบที่ JWST เห็นในภาพวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ในดาราจักรที่ redshift 5.017 งานนี้ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
  • AT 2026abck สว่างขึ้นมากกว่า 1.4 แมกนิจูด (มากกว่า 3.6 เท่า) เทียบกับภาพวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ที่ยังไม่พบอะไร และมีอุณหภูมิราว 17,000 เคลวิน
  • ทีมวิจัยประเมินว่าน่าจะเป็นซูเปอร์โนวาจากการยุบตัวของแกนดาวที่ถูกจับได้ราว 4–10 วันหลังระเบิด นับตามเวลาของวัตถุต้นทาง และเป็นแสงวาบชั่วคราวที่ z ≳ 5 ดวงแรกที่ตรวจพบได้ชัดในพื้นที่ที่ไม่มีเลนส์ความโน้มถ่วง
  • AT 2026abck ไม่ใช่ซูเปอร์โนวาที่เก่าที่สุด NASA ประกาศเมื่อ 9 ธันวาคม 2025 ว่า Webb ระบุซูเปอร์โนวาที่ระเบิดเมื่อเอกภพมีอายุเพียง 730 ล้านปี

ทีมนักดาราศาสตร์ของโครงการ NEXUS รายงานบน arXiv เมื่อ 29 กันยายน 2026 ว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb (JWST) พบ AT 2026abck แสงวาบใหม่ในดาราจักรที่ redshift 5.017 ในภาพวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ทีมวิจัยประเมินว่าน่าจะเป็นซูเปอร์โนวาจากการยุบตัวของแกนดาวฤกษ์มวลมากที่ถูกจับได้ราว 4–10 วันหลังระเบิด งานนี้ยังเป็น preprint ที่ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

Live Science รายงานเรื่องนี้โดยพาดหัวว่าเป็นซูเปอร์โนวาอายุ 12,500 ล้านปี และเขียนว่าอาจเกิดขึ้นเพียงราว 1,100 ล้านปีหลังบิกแบง ส่วนบทความวิจัยระบุระยะของ AT 2026abck ด้วยค่า redshift ของดาราจักรต้นทางเท่านั้น ไม่ได้แปลงเป็นจำนวนปี

AT 2026abck ถูกพบได้อย่างไร

NEXUS เป็นโครงการประเภท treasury ของ JWST (รหัสโครงการ GO 5105) ส่วน Wide ครอบคลุมท้องฟ้าราว 400 ตารางลิปดา ส่วน Deep ครอบคลุมราว 50 ตารางลิปดาตรงกลาง และถ่ายภาพด้วยกล้อง NIRCam ซ้ำทุก 2 เดือนถึงต้นปี 2028 ทีมวิจัยหาแสงวาบใหม่โดยนำภาพแต่ละรอบไปลบกับภาพอ้างอิง สิ่งที่เหลือในภาพผลต่างคือสิ่งที่เปลี่ยนไป

วันที่ สิ่งที่พบตามบทความวิจัยและ TNS
28 พ.ค. 2026 ภาพรอบ Deep Ep07 ไม่พบ AT 2026abck ในฟิลเตอร์ F200W ที่ระดับจางกว่า 28.78 แมกนิจูด
7 ส.ค. 2026 ภาพรอบ Deep Ep08 พบ AT 2026abck สว่างราว 27.4 แมกนิจูดในฟิลเตอร์ F150W, F200W และ F277W แต่ไม่พบใน F444W
9 ก.ย. 2026 Ming-Yang Zhuang และ Lei Hu รายงานต่อ Transient Name Server ในนามทีม NEXUS
29 ก.ย. 2026 บทความวิจัยขึ้น arXiv ในฐานะ preprint

ช่วงห่าง 71 วันตามเวลาที่เราวัดบนโลก เท่ากับราว 11.8 วันตามเวลาของวัตถุต้นทาง (rest-frame) ทีมวิจัยจึงสรุปว่า AT 2026abck สว่างขึ้นมากกว่า 1.4 แมกนิจูด หรือมากกว่า 3.6 เท่า ภายในไม่เกินราว 12 วัน ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026 หน้า TNS ของวัตถุนี้ยังไม่มีการจัดประเภทและยังไม่มีสเปกตรัม

ตารางภาพค้นพบ AT 2026abck จากกล้อง NIRCam ในฟิลเตอร์ F150W, F200W, F277W และ F444W แถวภาพอ้างอิง ภาพวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ที่ไม่พบวัตถุ และภาพวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ที่ภาพผลต่างมีจุดแสงใหม่ความสว่างราว 27.4 แมกนิจูด
ภาพค้นพบจากกล้อง NIRCam: แถวบนคือภาพอ้างอิง แถวกลางคือภาพวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ที่ยังไม่พบอะไร และแถวล่างคือภาพวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ซึ่งภาพผลต่างแสดงจุดแสงใหม่ตรงเครื่องหมายกากบาท ภาพ: Zhuang et al. 2026, arXiv:2609.38373 (CC BY 4.0)

ร้อนและสว่างกว่าซูเปอร์โนวาทั่วไปในวัยเดียวกัน

ทีมวิจัยฟิตแสงของ AT 2026abck ด้วยแบบจำลองวัตถุดำ ได้อุณหภูมิราว 17,000 เคลวิน รัศมีราว 7×10¹⁴ เซนติเมตร หรือราว 46 au และกำลังส่องสว่างรวมราว 3×10⁴³ erg ต่อวินาที เมื่อเทียบกับตัวอย่างซูเปอร์โนวา Type II 34 ดวงที่มีข้อมูลรังสีอัลตราไวโอเลตช่วงแรกในงานของ Irani และคณะ

  • ไม่มีดวงใดร้อนเกินราว 15,000 เคลวิน หลังระเบิดเกินราว 6 วัน
  • ไม่มีดวงใดสว่างถึงราว 3×10⁴³ erg ต่อวินาที เมื่อผ่านไป 4 วันขึ้นไป
  • ความสว่างใกล้เคียงซูเปอร์โนวา Type II กลุ่มที่มีร่องรอยสสารรอบดาวหนาแน่นนานที่สุด ซึ่งมีค่าเฉลี่ยความสว่างสูงสุดราว 3.1×10⁴³ erg ต่อวินาที

ทีมวิจัยตีความว่า AT 2026abck มีพลังงานเสริมในช่วงแรก ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการเย็นตัวของคลื่นกระแทกในเปลือกดาวที่แผ่กว้าง หรือการชนกับสสารรอบดาว แต่ยังตัดความเป็นไปได้ว่าเป็นซูเปอร์โนวาแบบสว่างยิ่งยวด (superluminous) ที่กำลังสว่างขึ้นไม่ได้

ทำไมทีมวิจัยคิดว่า AT 2026abck เป็นซูเปอร์โนวา

ทีมวิจัยใช้หลักฐานหลายด้านตัดคำอธิบายอื่นออก

  1. ตำแหน่งไม่ได้อยู่กลางดาราจักร AT 2026abck อยู่ระหว่างสองส่วนของดาราจักรต้นทาง ห่างจากใจกลางส่วนที่สว่างกว่าราว 1.1 กิโลพาร์เซก และส่วนที่จางกว่าราว 1.3 กิโลพาร์เซก (ราว 3,600 และ 4,200 ปีแสงเมื่อแปลงหน่วย) จึงไม่น่าใช่ดาวที่ถูกหลุมดำฉีก (TDE) หรือแสงแปรผันของนิวเคลียสดาราจักร ซึ่งเกิดที่ใจกลาง
  2. ไม่เข้ากับซูเปอร์โนวา Type Ia แสงอัลตราไวโอเลตที่ราบเรียบ อุณหภูมิสูง และการไม่พบใน F444W ไม่ตรงกับซูเปอร์โนวา Type Ia ซึ่งใช้ราว 18 วันกว่าจะสว่างที่สุด
  3. ไม่เข้ากับซูเปอร์โนวา Ib/c แบบปกติ ซึ่งสว่างสูงสุดเพียงราว 10⁴²–10⁴³ erg ต่อวินาที และอุณหภูมิไม่เกินราว 10,000 เคลวิน แต่ซูเปอร์โนวา Ibn/Icn ที่ไม่มีไฮโดรเจนและได้พลังจากการชนกับสสารรอบดาวยังตัดออกด้วยข้อมูลความสว่างไม่ได้

ทีมวิจัยยังเขียนไว้ว่าความเป็นไปได้ที่จะเป็น TDE นอกใจกลางในดาราจักรแคระบริวารที่จางมาก "ยังตัดออกไม่ได้ทั้งหมด" ในตอนนี้

ภาพสี่ช่องในฟิลเตอร์ F277W ของ JWST: ภาพจริง แบบจำลองรวม ภาพหลังลบแบบจำลองดาราจักรต้นทางซึ่งเหลือจุดแสงของ AT 2026abck ที่ราว 27.32 แมกนิจูด และภาพส่วนที่เหลือหลังลบแบบจำลองทั้งหมด
ภาพในฟิลเตอร์ F277W เทียบกับแบบจำลอง: เมื่อลบแสงของดาราจักรต้นทางออก (ภาพที่สาม) จะเหลือจุดแสงของ AT 2026abck ที่ความสว่างราว 27.3 แมกนิจูด ภาพ: Zhuang et al. 2026, arXiv:2609.38373 (CC BY 4.0)

AT 2026abck ระเบิดมาแล้วกี่วัน

ทีมวิจัยประเมินอายุหลังระเบิดจากหลักฐานสามทาง นับตามเวลาของวัตถุต้นทาง

หลักฐาน ผลที่ได้
ภาพวันที่ 28 พ.ค. 2026 ที่ยังไม่พบ ระเบิดหลังวันนั้น อายุไม่เกินราว 12 วัน
ขนาดของโฟโตสเฟียร์ ถ้าอายุไม่เกิน 4 วัน ต้องขยายตัวเร็วกว่าราว 20,000 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งซูเปอร์โนวา Type II ปกติไม่เคยเร็วเกิน
อุณหภูมิราว 17,000 เคลวิน ซูเปอร์โนวา Type II ปกติร้อนระดับนี้เฉพาะช่วงราว 5 วันแรก จึงชี้ว่าอายุไม่เกินราว 6 วัน หากไม่มีการชนกับสสารรอบดาว

รวมกันแล้วทีมวิจัยสรุปว่า JWST เห็น AT 2026abck ราว 4–10 วันหลังระเบิด ซึ่งตรงกับความเร็วขยายตัวเฉลี่ยของโฟโตสเฟียร์ราว 8,000–20,000 กิโลเมตรต่อวินาที ถ้าแสงมาจากการเย็นตัวของคลื่นกระแทกเป็นหลัก อายุราว 5 วันจะเข้ากันกว่า

ภาพสรุปตัวเลขของ AT 2026abck: redshift 5.017 ความสว่างราว 27.4 แมกนิจูด สว่างขึ้นมากกว่า 3.6 เท่าจากวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 อุณหภูมิราว 17,000 เคลวิน รัศมีราว 46 au และอายุหลังระเบิดราว 4–10 วัน
ตัวเลขหลักของ AT 2026abck จากบทความวิจัยของทีม NEXUS ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Zhuang et al., arXiv:2609.38373)

ต่างจาก SN Eos และซูเปอร์โนวาที่เก่าที่สุดอย่างไร

บทความวิจัยระบุว่าก่อนหน้านี้ ซูเปอร์โนวาที่ z > 5 ซึ่งยืนยันด้วยสเปกตรัมมีเพียง SN Eos และทีมวิจัยเทียบสองวัตถุไว้ดังนี้

ประเด็น SN Eos AT 2026abck
redshift 5.133 5.017
การจัดประเภท Type IIP จากสเปกตรัม ผู้สมัครซูเปอร์โนวาจากการยุบตัวของแกนดาว จากข้อมูลความสว่าง
พื้นที่ที่พบ หลังกระจุกดาราจักรที่ขยายแสงราว 26–30 เท่า ไม่มีเลนส์ความโน้มถ่วง
มวลดาวของดาราจักรต้นทาง 10^6.5 เท่าของดวงอาทิตย์ 10^9.8 เท่าของดวงอาทิตย์
อัตราการเกิดดาวจาก Hα 0.11 มวลดวงอาทิตย์ต่อปี 21 มวลดวงอาทิตย์ต่อปี

AT 2026abck ยังไม่ใช่ซูเปอร์โนวาที่เก่าที่สุด NASA ประกาศเมื่อ 9 ธันวาคม 2025 ว่า Webb ระบุซูเปอร์โนวาที่มากับการระเบิดรังสีแกมมา GRB 250314A ซึ่งระเบิดเมื่อเอกภพอายุเพียง 730 ล้านปี เป็นการตรวจพบแบบนี้ที่เก่าที่สุด ณ วันที่ประกาศ

ทีมวิจัยอธิบายความหมายของการค้นพบอย่างไร

หน้าเรื่องเอกภพยุคแรกของ NASA อธิบายว่าการขยายตัวของเอกภพยืดแสงอัลตราไวโอเลตและแสงที่ตามองเห็นของวัตถุที่ไกลมากให้กลายเป็นแสงอินฟราเรด ซึ่ง JWST ถูกออกแบบมาเพื่อรับ บทความวิจัยระบุว่าการหรี่ลงของแสงตามระยะทางในเอกภพและการเลื่อนของแสงไปเป็นอินฟราเรดทำให้ซูเปอร์โนวาที่ z ≳ 2 ตรวจจับได้ยากมาก ทีมวิจัยสรุปความหมายของ AT 2026abck ไว้สามข้อ

  • การสำรวจถี่ก็จับซูเปอร์โนวาไกลได้ AT 2026abck แสดงว่าการถ่ายภาพท้องฟ้าว่างที่ความลึกปานกลาง (ราว 28 แมกนิจูด) แต่ถ่ายซ้ำถี่ จับซูเปอร์โนวาที่ z ≈ 5 ได้ตั้งแต่ช่วงแรกที่ยังสว่างในอัลตราไวโอเลต
  • ซูเปอร์โนวายุคต้นเกิดได้ในดาราจักรหลายแบบ เมื่อรวมกับ SN Eos มวลดาวของดาราจักรต้นทางต่างกันมากกว่าสามลำดับขนาด
  • อาจบอกพฤติกรรมของดาวก่อนตาย ถ้ายืนยันได้ว่า AT 2026abck ชนกับสสารรอบดาว จะชี้ว่าการสูญเสียมวลอย่างหนักก่อนระเบิด ซึ่งพบบ่อยในซูเปอร์โนวา Type II ใกล้โลก เกิดขึ้นแล้วที่ z > 5

ทีมวิจัยระบุว่า NEXUS จะสะสมตัวอย่างซูเปอร์โนวาไกลที่ถูกจับได้ตั้งแต่ช่วงแรกต่อไป และเรียกสิ่งนี้ว่า "หน้าต่างใหม่" ในการศึกษาการตายของดาวมวลมากในช่วงพันล้านปีแรกของเอกภพ

สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

ผู้อ่านไทยอ่านบทความวิจัยฉบับเต็มได้ฟรีบน arXiv ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY 4.0 และข้อมูล JWST ที่ใช้มาจากคลังข้อมูล MAST ของ Space Telescope Science Institute สิ่งที่ต้องดูต่อคือ

  1. การสังเกตติดตามด้วย JWST ถ้าเป็นซูเปอร์โนวา Type II แสงอัลตราไวโอเลตจะจางลงเร็ว และแสงช่วงคลื่นที่ตามองเห็นจะคงที่ราว 100 วันตามเวลาของวัตถุ หรือราว 600 วันตามเวลาบนโลก ถ้าเป็นซูเปอร์โนวาแบบสว่างยิ่งยวดจะสว่างขึ้นต่อทุกช่วงคลื่น
  2. สเปกตรัมจาก NIRSpec ซึ่งทีมวิจัยระบุว่าจะให้การจัดประเภทที่แน่ชัด
  3. ผลการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะ ณ 21 ตุลาคม 2026 งานนี้ยังเป็น preprint

อ่านข่าวการค้นพบล่าสุดอีกเรื่องได้ที่ ดาวหาง C/2026 S1 ดวงแรกของกล้อง Euclid และติดตามข่าวอื่น ๆ ได้ที่หมวดดาราศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

AT 2026abck คืออะไร?

AT 2026abck คือแสงวาบชั่วคราว (transient) ที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb พบในภาพวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ภายในดาราจักรที่ redshift 5.017 ทีมวิจัยโครงการ NEXUS ประเมินว่าน่าจะเป็นซูเปอร์โนวาจากการยุบตัวของแกนดาวฤกษ์มวลมากที่ถูกจับได้ราว 4–10 วันหลังระเบิด แต่ยังไม่มีสเปกตรัมยืนยัน

AT 2026abck เป็นซูเปอร์โนวาอายุ 12,500 ล้านปีจริงหรือไม่?

ตัวเลข 12,500 ล้านปีมาจากหัวข่าวของ Live Science ส่วนบทความวิจัยของ AT 2026abck ระบุระยะทางด้วยค่า redshift 5.017 ± 0.001 ของดาราจักรต้นทางเท่านั้น ไม่ได้แปลงเป็นจำนวนปี และทีมวิจัยเรียกวัตถุนี้ว่าผู้สมัครซูเปอร์โนวาที่ยืนยันจากข้อมูลความสว่าง ยังไม่ใช่จากสเปกตรัม

AT 2026abck เป็นซูเปอร์โนวาที่ไกลที่สุดที่ James Webb เคยพบหรือไม่?

ไม่ใช่ NASA ประกาศเมื่อ 9 ธันวาคม 2025 ว่า Webb ระบุซูเปอร์โนวาจากการระเบิดรังสีแกมมา GRB 250314A ซึ่งระเบิดเมื่อเอกภพอายุ 730 ล้านปี จุดเด่นของ AT 2026abck ตามทีมวิจัยคือเป็นแสงวาบที่ z ≳ 5 ดวงแรกที่ตรวจพบได้ชัดในพื้นที่ไม่มีเลนส์ความโน้มถ่วง และถูกจับได้ในไม่กี่วันแรก

AT 2026abck ต่างจาก SN Eos อย่างไร?

SN Eos อยู่ที่ redshift 5.133 ยืนยันด้วยสเปกตรัมว่าเป็นซูเปอร์โนวา Type IIP และพบได้เพราะกระจุกดาราจักรขยายแสงราว 26–30 เท่า ส่วน AT 2026abck อยู่ที่ redshift 5.017 พบในพื้นที่ไม่มีเลนส์ ยังเป็นผู้สมัครจากข้อมูลความสว่าง และดาราจักรต้นทางมีมวลดาวมากกว่าราว 3.3 dex หรือราว 2,000 เท่าเมื่อแปลงค่า

งานวิจัย AT 2026abck ผ่านการตรวจสอบแล้วหรือยัง?

ยังไม่ผ่าน ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026 บทความเรื่อง AT 2026abck เผยแพร่บน arXiv เมื่อ 29 กันยายน 2026 เป็น preprint ที่ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทีมวิจัยระบุว่าการจัดประเภทที่แน่ชัดต้องใช้สเปกตรัมลึกจากเครื่องมือ NIRSpec ของ JWST

แหล่งอ้างอิง

  1. NEXUS: Discovery of a Luminous Young Transient at z=5 (arXiv:2609.38373, preprint) — arXiv — Zhuang et al.
  2. AT 2026abck — Transient Name Server (IAU)
  3. NASA's Webb Identifies Earliest Supernova to Date, Shows Host Galaxy — NASA
  4. Webb: Early Universe — NASA

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
NASA13
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ