Webb พบก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก Sgr A* มีธาตุหนักราว 1.8 เท่าของดวงอาทิตย์
ทีม McGill ใช้กล้อง Webb วัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก (Sgr A*) พบธาตุหนักราว 1.8 เท่าของดวงอาทิตย์ งานตีพิมพ์ใน The Astronomical Journal 19 ต.ค. 2026
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- นักวิจัย Trottier Space Institute มหาวิทยาลัย McGill ตีพิมพ์ผลวัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก ใน The Astronomical Journal เมื่อ 19 ตุลาคม 2026 โดยมี Nicole Ford นักศึกษาปริญญาเอกเป็นผู้เขียนหลัก
- ข้อมูลมาจากเครื่อง MIRI Medium Resolution Spectrograph ของกล้อง James Webb ครอบคลุมพื้นที่ 0.1 พาร์เซกใจกลางกาแล็กซี และวัดธาตุ 5 ชนิด คือ นีออน อาร์กอน กำมะถัน นิกเกิล และเหล็ก
- ก๊าซในโครงสร้าง Minispiral มีธาตุหนักสูงกว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย ราว 1.8 เท่า ทีมวิจัยระบุว่าน่าจะมาจากดาวที่ระเบิดและปล่อยสสารออกมาตลอดเวลาที่ผ่านมา
- ก้อนก๊าซขนาดเล็กหลายก้อน รวม X7 อยู่ห่าง Sgr A* ราว 0.05 พาร์เซกในระนาบท้องฟ้า และเคลื่อนเข้าหาโลกด้วยความเร็วตั้งแต่ราว 600 กิโลเมตรต่อวินาทีขึ้นไป
นักวิจัยมหาวิทยาลัย McGill ใช้กล้อง James Webb วัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก (Sgr A*) และพบว่ามีธาตุหนักราว 1.8 เท่าของดวงอาทิตย์ ผลงานตีพิมพ์ใน The Astronomical Journal เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 ทีมวิจัยระบุว่าธาตุเหล่านี้น่าจะมาจากดาวที่ระเบิดรอบหลุมดำตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ทีมจาก Trottier Space Institute ของ McGill ยังพบว่าก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก มีองค์ประกอบคล้ายดาวจำนวนมากที่โคจรรอบหลุมดำ จึงเสนอว่าก๊าซกับดาวกลุ่มนี้อาจเกิดขึ้นมาด้วยกัน
ก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก มีโลหะมากแค่ไหน
ในภาษาดาราศาสตร์ "โลหะ" หมายถึงธาตุทุกชนิดที่หนักกว่าไฮโดรเจนและฮีเลียม เช่น คาร์บอน ออกซิเจน เหล็ก หรือทองคำ บทคัดย่อของงานวิจัยสรุปผลหลักไว้ดังนี้
| ประเด็น | ผลตามบทความวิจัย |
|---|---|
| ปริมาณธาตุหนักของก๊าซ Minispiral | สูงกว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย ราว 1.8 เท่า |
| ธาตุที่วัด | นีออน อาร์กอน กำมะถัน นิกเกิล และเหล็ก |
| แหล่งรังสีที่ทำให้ก๊าซแตกตัว | สอดคล้องกับรังสีจากดาวประเภท Wolf–Rayet |
| ฝุ่น | ฝุ่นที่มีนิกเกิลและเหล็กถูกทำลายไปมาก |
| ก้อนก๊าซความเร็วสูง | ระดับการแตกตัวสูงและฝุ่นถูกทำลายมาก อาจเกิดคลื่นกระแทกความเร็วสูงเฉพาะจุด |

ทีมวิจัยอธิบายว่าปริมาณโลหะมีผลต่อความเร็วที่ก๊าซเย็นตัวลง และความเร็วนี้ส่งผลต่อว่าหลุมดำจะดึงก๊าซเข้าไปได้ง่ายเพียงใด การรู้องค์ประกอบของก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก จึงเป็นข้อมูลพื้นฐานของคำถามว่าหลุมดำ Sgr A* "กิน" อะไรเข้าไป
Webb วัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือกได้อย่างไร
งานนี้ใช้เครื่อง MIRI Medium Resolution Spectrograph ของกล้อง James Webb ซึ่งวัดแสงอินฟราเรดช่วงกลางได้ทั้งภาพและสเปกตรัมพร้อมกัน ทีมวิจัยแยกโครงสร้างก๊าซที่แตกตัวเป็นไอออนในพื้นที่ 0.1 พาร์เซกใจกลางกาแล็กซี (ราว 0.3 ปีแสง แปลงหน่วยโดยกองบรรณาธิการ) ได้หลายส่วน
- Minispiral กลุ่มโครงสร้างก๊าซรอบใจกลางกาแล็กซี ข้อมูลของ Webb แยกส่วนที่เรียกว่า Bar และ Northern Arm ออกจากกันได้ชัดจากรูปร่างและการเคลื่อนที่
- ก้อนก๊าซขนาดเล็ก (เล็กกว่า 1 พิลิปดา) หลายก้อน รวมถึงก้อนที่ชื่อ X7 อยู่ห่าง Sgr A* ราว 0.05 พาร์เซกเมื่อมองบนระนาบท้องฟ้า และเคลื่อนเข้าหาโลกด้วยความเร็วตั้งแต่ราว 600 กิโลเมตรต่อวินาทีขึ้นไป
- เส้นสเปกตรัมของธาตุ ที่มีพลังงานไอออไนเซชันราว 7–55 อิเล็กตรอนโวลต์ ใช้ประเมินทั้งสนามรังสี ปริมาณธาตุ และปริมาณฝุ่นของก๊าซแต่ละก้อน

"เรารู้ว่ามีหลุมดำอยู่ใจกลางกาแล็กซีของเราที่ดึงสสารเข้าไป แต่เราเห็นว่ามันกินสสารน้อยกว่าหลุมดำมวลยิ่งยวดอื่น ๆ มาก และกินช้ากว่า" Nicole Ford ผู้เขียนหลักและนักศึกษาปริญญาเอกในกลุ่มวิจัยของศาสตราจารย์ Daryl Haggard ภาควิชาฟิสิกส์ McGill กล่าว เธออธิบายว่าการเข้าใจสาเหตุต้องดูวัตถุดิบที่หลุมดำมีให้กิน ทั้งก๊าซ ฝุ่น และดาวที่โคจรรอบ
ทำไมผลวัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก จึงสำคัญ
Sgr A* เป็นหลุมดำมวลยิ่งยวดที่อยู่ใกล้โลกที่สุด จึงเป็นห้องทดลองที่ดีที่สุดสำหรับศึกษาว่าหลุมดำแบบนี้ได้เชื้อเพลิงมาจากไหน ทีม McGill ระบุว่าผลนี้ช่วยให้เข้าใจการกระจายตัวของโลหะรอบหลุมดำมวลยิ่งยวดในกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไป และกระบวนการที่ส่งธาตุหลายชนิดมาถึงโลกด้วย
งานนี้ไปคู่กับอีกงานหนึ่งที่นำโดย Mayura Balakrishnan นักวิจัยหลังปริญญาเอกทุน Banting ซึ่งตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal งานดังกล่าวทดสอบว่าก๊าซยังเก็บร่องรอยการปะทุพลังงานในอดีตของหลุมดำไว้หรือไม่ และพบว่าแสงจากก๊าซถูกกำหนดโดยสภาพแวดล้อมเฉพาะที่ จึงแยกอิทธิพลของหลุมดำออกมาได้ยาก ผลนี้ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ว่าเคยมีการปะทุ แต่บอกว่าก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก ใช้เป็นบันทึกประวัติการปะทุที่เชื่อถือได้ไม่ได้

สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
- Ford ระบุว่าการเข้าใจวิธีที่หลุมดำดึงสสารเข้าไปต้องเทียบผลสังเกตก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือกครั้งนี้กับแบบจำลองที่คำนวณว่าก๊าซเปลี่ยนไปอย่างไรในช่วงเวลายาวนาน
- ก้อนก๊าซความเร็วสูงอย่าง X7 ที่ทีมวิจัยเสนอว่าอาจเกิดคลื่นกระแทกเฉพาะจุด เป็นเป้าหมายที่น่าติดตามในการสังเกตรอบต่อไป
- งานทั้งสองชิ้นได้ทุนจาก Natural Sciences and Engineering Research Council of Canada องค์การอวกาศแคนาดา และหน่วยงานวิจัยของแคนาดาและควิเบก
สำหรับผู้อ่านไทย ผลวัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก ครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างของข้อมูลที่กล้อง Webb เพิ่มให้นักดาราศาสตร์ทั่วโลกใช้ต่อ ทั้งงานวิจัยเรื่องหลุมดำและการกำเนิดธาตุในกาแล็กซี อ่านการค้นพบอื่นจากกล้อง Webb เช่นแสงวาบ AT 2026abck และข่าวดาราศาสตร์ทั้งหมดได้ที่หมวดดาราศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
ก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก มีอะไรพิเศษ?
งานวิจัยของมหาวิทยาลัย McGill ที่ตีพิมพ์ใน The Astronomical Journal เมื่อ 19 ตุลาคม 2026 พบว่าก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก (Sgr A*) มีธาตุหนักราว 1.8 เท่าของดวงอาทิตย์ และมีองค์ประกอบคล้ายดาวจำนวนมากที่โคจรรอบหลุมดำ ทีมวิจัยจึงเสนอว่าก๊าซกับดาวอาจเกิดมาด้วยกัน
Sgr A* คืออะไร?
Sgr A* (Sagittarius A*) คือหลุมดำมวลยิ่งยวดที่ใจกลางดาราจักรทางช้างเผือก มหาวิทยาลัย McGill ระบุว่าเป็นหลุมดำมวลยิ่งยวดที่อยู่ใกล้โลกที่สุดจึงสังเกตได้ง่ายที่สุด และกลืนสสารน้อยกว่าและช้ากว่าหลุมดำมวลยิ่งยวดอื่น ๆ
ทำไมนักดาราศาสตร์เรียกธาตุหนักว่าโลหะ?
ในดาราศาสตร์ คำว่าโลหะหมายถึงธาตุทุกชนิดที่หนักกว่าไฮโดรเจนและฮีเลียม เช่น คาร์บอน ออกซิเจน เหล็ก และทองคำ ทีม McGill อธิบายว่าปริมาณโลหะมีผลต่อความเร็วที่ก๊าซเย็นตัวลง ซึ่งส่งผลต่อว่าหลุมดำจะดึงก๊าซเข้าไปได้ง่ายเพียงใด
กล้อง Webb วัดก๊าซใจกลางทางช้างเผือกได้อย่างไร?
ทีมวิจัยใช้เครื่องสเปกโทรกราฟ MIRI Medium Resolution Spectrograph ของกล้อง James Webb วัดแสงอินฟราเรดช่วงกลางจากเส้นสเปกตรัมของธาตุที่มีพลังงานไอออไนเซชันราว 7–55 อิเล็กตรอนโวลต์ ทำให้แยกก้อนก๊าซหลายก้อนรอบหลุมดำและวัดองค์ประกอบของแต่ละก้อนได้
แหล่งอ้างอิง
- The gas around Milky Way's central black hole is rich in metals, study finds — McGill University
- Ionization Structure and Metal Enrichment of the Galactic Center Minispiral Observed with JWST — The Astronomical Journal (AAS / IOP Publishing)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- แคนาดา58
- ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
- James Webb Space Telescope3
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ