OJ 287 โพลาไรเซชันบิดกว่า 300 องศาใน 1.5 ปี: นักวิจัย NARIT ร่วมทีมนานาชาติศึกษาเจ็ตหลุมดำ
OJ 287 โพลาไรเซชันของเจ็ตหลุมดำบิดกว่า 300 องศาใน 1.5 ปี ช่วงปี 2015–2017 งานวิจัยที่ ดร.วันเฉลิม ความใหม่ จาก สดร. ร่วมวิเคราะห์ จะตีพิมพ์ใน ApJ
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- สดร. (NARIT) แถลงเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2026 ว่า ดร.วันเฉลิม ความใหม่ ร่วมทีมนานาชาติพบว่าทิศโพลาไรเซชันของเจ็ตบลาซาร์ OJ 287 หมุนต่อเนื่องกว่า 300 องศา ในราว 1.5 ปี
- ข้อมูลวิเคราะห์ครอบคลุมปี 2012–2023 จากเครือข่าย KVN ในเกาหลีใต้ ALMA ในชิลี และหอสังเกตการณ์ Metsähovi ในฟินแลนด์ รวมกับข้อมูลโพลาไรเซชันช่วงแสงที่ตามองเห็นที่เคยตีพิมพ์
- การหมุนเกิดช่วง 2015–2017 พร้อมการลุกจ้าคลื่นวิทยุหลายระลอกที่แรงขึ้นจนถึงมีนาคม 2017 ปัจจัยดอปเพลอร์ของความแปรผันอยู่ที่ราว 8–11
- OJ 287 อยู่ห่างจากโลกราว 4,000 ล้านปีแสง ในทิศกลุ่มดาวปู งานวิจัยนี้ สดร. ระบุว่ารับตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal แล้ว
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร. หรือ NARIT) แถลงเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2026 ว่า ดร.วันเฉลิม ความใหม่ นักวิจัยด้านดาราศาสตร์ฟิสิกส์วิทยุของ สดร. ร่วมทีมนานาชาติ พบว่า OJ 287 โพลาไรเซชันของเจ็ตหลุมดำมวลยิ่งยวดบิดไปมากกว่า 300 องศาในราว 1.5 ปี ระหว่างปี 2015–2017 พร้อมการลุกจ้าของคลื่นวิทยุหลายระลอก งานวิจัย OJ 287 โพลาไรเซชันนี้ สดร. ระบุว่ารับตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal แล้ว

OJ 287 โพลาไรเซชันคืออะไร และทำไมนักดาราศาสตร์ดู
หลุมดำมวลยิ่งยวดดึงมวลสารด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล แต่ไม่ใช่ทุกส่วนจะตกลงไป บางส่วนถูกเร่งและพุ่งออกเป็นลำพลาสมาแคบ ๆ เรียกว่าเจ็ต ด้วยความเร็วใกล้แสง OJ 287 เป็นบลาซาร์ อยู่ห่างจากโลกราว 4,000 ล้านปีแสงในทิศกลุ่มดาวปู และมีเจ็ตชี้เกือบตรงมายังผู้สังเกต จึงสว่างเป็นพิเศษและเห็นการลุกจ้าได้ชัด
สนามแม่เหล็กในเจ็ตมองตรง ๆ ไม่ได้ นักดาราศาสตร์จึงวัดโพลาไรเซชัน ซึ่ง OJ 287 โพลาไรเซชันหมายถึงทิศที่สนามไฟฟ้าของคลื่นแสงหรือคลื่นวิทยุสั่น สดร. เปรียบว่าเหมือนแสงแดดสะท้อนถนนที่ส่วนใหญ่โพลาไรซ์ตามแนวนอน แว่นกันแดดโพลาไรซ์จึงลดแสงจ้าได้ การวัดว่ามุมนี้เปลี่ยนอย่างไรตามเวลาทำให้ศึกษาสนามแม่เหล็กและมวลสารในเจ็ตได้
ข้อมูลที่ใช้ศึกษา OJ 287 โพลาไรเซชัน และสิ่งที่พบ
ดร.วันเฉลิมอธิบายว่าทีมวิเคราะห์ข้อมูล OJ 287 โพลาไรเซชันจากการสังเกตปี 2012–2023 จากเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุ KVN (Korean VLBI Network) ในเกาหลีใต้ ALMA ในชิลี และหอสังเกตการณ์วิทยุ Metsähovi ในฟินแลนด์ รวมกับผลวัดโพลาไรเซชันช่วงแสงที่ตามองเห็นซึ่งเคยตีพิมพ์แล้ว
| รายการ | ตามข้อมูลของ สดร. และบทความต้นฉบับ |
|---|---|
| ช่วงข้อมูล | 2012–2023 |
| ช่วงที่มุมโพลาไรเซชันหมุนเด่น | 2015–2017 (หมุนเกิน 300 องศาในราว 1.5 ปี) |
| ความถี่ที่ใช้ | KVN 22–129 GHz, ALMA 91.5–343.5 GHz, Metsähovi 37 GHz |
| การลุกจ้าคลื่นวิทยุ | หลายระลอก 37–343 GHz แรงขึ้นจนถึงมีนาคม 2017 ซึ่งเป็นเวลาที่การหมุนสิ้นสุด |
| ปัจจัยดอปเพลอร์ของความแปรผัน | ราว 8–11 ไม่เพิ่มอย่างเป็นระบบตลอดการลุกจ้า |
ในช่วงดังกล่าว มุมโพลาไรเซชันที่ความยาวคลื่นมิลลิเมตรหมุนอย่างราบเรียบกว่า 300 องศา ส่วนช่วงแสงที่ตามองเห็นก็หมุนมากเช่นกันแต่เปลี่ยนเร็วกว่า ขณะที่ปีอื่นค่อนข้างนิ่ง สดร. ย้ำว่า OJ 287 โพลาไรเซชันที่หมุนคือมุมที่วัดได้ ไม่ใช่การหมุนของหลุมดำหรือเจ็ตทั้งสาย

ตีความ OJ 287 โพลาไรเซชันอย่างไร: สิ่งรบกวนที่เคลื่อนผ่านสนามแม่เหล็กเป็นเกลียว
เมื่อวิเคราะห์เส้นโค้งแสง ALMA ทีมพบว่าปัจจัยดอปเพลอร์ของความแปรผันอยู่ที่ราว 8–11 โดยไม่มีแนวโน้มเพิ่มตลอดชุดการลุกจ้า จึงชี้ว่า OJ 287 โพลาไรเซชันที่หมุนพร้อมการลุกจ้าที่แรงขึ้นไม่น่าเกิดจากการขยายผลบีมมิงเชิงสัมพัทธภาพที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก ทีมเสนอว่าสิ่งรบกวนที่เพิ่งถูกพ่นออกมาเคลื่อนผ่านบริเวณด้านในของเจ็ต และกลายเป็นแหล่งหลักของแสงโพลาไรซ์ชั่วคราว ขณะที่เจ็ตมีสนามแม่เหล็กแบบเกลียว (helical) ทำให้มุมโพลาไรเซชันที่เห็นเปลี่ยนต่อเนื่อง บทความต้นฉบับบนอาร์ไซฟ์สรุปว่าการหมุนใหญ่เช่นนี้เกิดเป็นช่วง ๆ เมื่อทิศทางเจ็ตเปลี่ยน

ทำไม OJ 287 โพลาไรเซชันจึงสำคัญ
งานวิจัย OJ 287 โพลาไรเซชันสำคัญเพราะเจ็ตหลุมดำเป็นหนึ่งในเครื่องมือธรรมชาติที่เปล่งพลังงานสูงที่สุดในเอกภพ แต่โครงสร้างด้านในตรวจวัดยากเพราะต้องอาศัยเรขาคณิตการแผ่รังสี สนามแม่เหล็ก และมุมมองจากโลกพร้อมกัน สดร. ระบุว่าวิธีวิเคราะห์โพลาไรเซชันที่พัฒนาขึ้นใหม่จะนำไปขยายผลกับหลุมดำมวลยิ่งยวดดวงอื่นต่อไป
ผลของ OJ 287 โพลาไรเซชันต่อผู้อ่านในไทย
- นักวิจัยไทยอยู่ในทีมระดับโลก งาน OJ 287 โพลาไรเซชันมีนักวิจัยของ สดร. ร่วมกับหอสังเกตการณ์วิทยุในเกาหลีใต้ ชิลี และฟินแลนด์ ซึ่งแสดงว่าข้อมูลวิทยุจากต่างประเทศใช้ศึกษาหลุมดำได้ด้วยทีมในไทย
- สถานะของงานวิจัย OJ 287 โพลาไรเซชัน สดร. ระบุว่ารับตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal แล้ว ส่วนฉบับบน arXiv ส่งเมื่อ 2 ตุลาคม 2026 เป็นเอกสารก่อนตีพิมพ์ที่ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ณ เวลาที่ส่งขึ้นเว็บ ผู้อ่านที่ต้องการอ้างอิงควรรอฉบับตีพิมพ์
- ดูด้วยตาไม่ได้ OJ 287 โพลาไรเซชันศึกษาด้วยวิทยุ เพราะ OJ 287 สว่างจางเกินกว่าจะดูด้วยตาเปล่าหรือกล้องสมัครเล่น การศึกษานี้ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุและข้อมูลวิทยุเป็นหลัก
ภาพบันทึก


ติดตามข่าวการค้นพบอื่นได้ที่หมวดดาราศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
OJ 287 โพลาไรเซชันที่ สดร. แถลงคือการค้นพบอะไร?
ทีมนานาชาติที่ ดร.วันเฉลิม ความใหม่ จาก สดร. ร่วมวิเคราะห์พบว่าทิศโพลาไรเซชันของเจ็ตบลาซาร์ OJ 287 หมุนอย่างราบเรียบกว่า 300 องศาในราว 1.5 ปี ช่วงปี 2015–2017 พร้อมการลุกจ้าคลื่นวิทยุหลายระลอก ซึ่งเป็นการหมุนที่โดดเด่นกว่าปีอื่นในข้อมูล 2012–2023
โพลาไรเซชันหมุน 300 องศาแปลว่าหลุมดำหรือเจ็ตหมุนจริงหรือไม่?
ไม่ใช่ สดร. ระบุชัดว่า OJ 287 โพลาไรเซชันที่หมุนหมายถึงมุมโพลาไรเซชันที่วัดได้ ไม่ใช่การหมุนทางกายภาพของหลุมดำหรือเจ็ตทั้งสาย ทีมอธิบายว่าเกิดเมื่อสิ่งรบกวนที่เพิ่งถูกพ่นออกมาเคลื่อนผ่านบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กเป็นเกลียว
OJ 287 คืออะไร อยู่ที่ไหน?
OJ 287 ที่ศึกษาเรื่องโพลาไรเซชันเป็นบลาซาร์ คือนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์ที่มีหลุมดำมวลยิ่งยวดเป็นต้นกำเนิดพลังงานและมีเจ็ตพุ่งเกือบตรงมาทางโลก อยู่ห่างราว 4,000 ล้านปีแสงในทิศกลุ่มดาวปู ตามข้อมูลของ สดร.
งานวิจัย OJ 287 โพลาไรเซชันตีพิมพ์ที่ไหน?
งานวิจัย OJ 287 โพลาไรเซชัน สดร. ระบุว่ารับตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal แล้ว ส่วนฉบับร่างที่ผู้เขียนส่งขึ้น arXiv เมื่อ 2 ตุลาคม 2026 เป็นเอกสารก่อนตีพิมพ์ ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ณ เวลาที่ส่งขึ้นเว็บ
แหล่งอ้างอิง
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ13
- ประเทศและสถานที่
- เกาหลีใต้119ฟินแลนด์21
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ