ข้ามไปยังเนื้อหา
Space & Astronomy

ดาวเทียม TSC-1 ฝีมือคนไทยเข้าห้องสุญญากาศ -150 ถึง 150 องศา ทดสอบ 72 ชั่วโมง

สดร. ทดสอบดาวเทียม TSC-1 ตัวต้นแบบวิศวกรรมในห้องสุญญากาศที่ร้อนเย็นได้ -150 ถึง 150 องศาเซลเซียส เฝ้าดู 72 ชั่วโมง เก็บข้อมูลไปออกแบบดาวเทียมตัวจริง

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที ผู้เข้าชม 1

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ประกาศของ สดร. วันที่ 22 ตุลาคม 2026 เรื่องดาวเทียม TSC-1 ตัวต้นแบบวิศวกรรมเข้าทดสอบสุญญากาศและอุณหภูมิสุดขั้ว (TVAC) ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่
ภาพ: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • สดร. เผยแพร่เมื่อ 22 ตุลาคม 2026 ว่าดาวเทียม TSC-1 ตัวต้นแบบวิศวกรรม (Engineering Model) กำลังทดสอบสภาวะสุญญากาศและอุณหภูมิสุดขั้ว (TVAC) ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่
  • ทีมวิศวกรเปลี่ยนอุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ -150 ถึง +150 องศาเซลเซียส และเฝ้าติดตามต่อเนื่องตลอด 72 ชั่วโมง (3 วัน) โดยผลัดกันทำงานเป็นกะ
  • ห้องทดสอบ TVC สร้างโดยคนไทยจากความร่วมมือของ NARIT กับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน รองรับดาวเทียมสูงสุด 100 กิโลกรัม และทำสุญญากาศได้ถึงระดับ 10⁻⁶ ทอร์
  • ดาวเทียม TSC-1 หนักราว 100 กิโลกรัม โคจรที่ความสูง 500–600 กิโลเมตร มีกล้อง Hyperspectral ช่วงคลื่น 400–1,000 นาโนเมตร ความละเอียดภาพ 30 เมตร ผลทดสอบจะใช้พัฒนาดาวเทียมตัวจริง (Flight Model)

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร. หรือ NARIT) เผยแพร่เมื่อ 22 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) ว่าดาวเทียม TSC-1 ตัวต้นแบบวิศวกรรม (Engineering Model: EM) กำลังทดสอบสภาวะสุญญากาศและอุณหภูมิสุดขั้ว (TVAC) ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่ ทีมวิศวกรเฝ้าติดตามต่อเนื่อง 72 ชั่วโมง ขณะอุณหภูมิเปลี่ยนตั้งแต่ประมาณ -150 ถึง +150 องศาเซลเซียส

การทดสอบนี้ใช้ห้องสุญญากาศที่คนไทยสร้างเอง และข้อมูลที่ได้จะนำไปปรับแบบก่อนสร้างดาวเทียม TSC-1 ตัวจริง (Flight Model) ซึ่งเป็นดาวเทียมวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ภาคีความร่วมมืออวกาศไทยตั้งใจออกแบบ สร้าง และทดสอบในประเทศ

ดาวเทียม TSC-1 ทดสอบ TVAC อย่างไรตลอด 72 ชั่วโมง

ประกาศของ สดร. อธิบายขั้นตอนไว้ดังนี้

  1. จำลองสุญญากาศ นำดาวเทียมเข้าห้องทดสอบแล้วจำลองสภาวะสุญญากาศให้ใกล้เคียงอวกาศ
  2. ทำให้เย็นจัด ใช้ไนโตรเจนเหลวสร้างสภาวะอุณหภูมิต่ำ
  3. ทำให้ร้อน ใช้ขดลวดทำความร้อนเพิ่มและควบคุมอุณหภูมิในช่วงที่ต้องการ ช่วงอุณหภูมิทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ -150 ถึง +150 องศาเซลเซียส
  4. เฝ้าดูไม่หยุด วิศวกรติดตามข้อมูลจากจุดตรวจวัดอุณหภูมิและสังเกตการทำงานของดาวเทียมตลอด 72 ชั่วโมง (3 วัน) โดยผลัดกันทำงานเป็นกะ
  5. วิเคราะห์ผล ดูว่าระบบต่าง ๆ ยังทำงานได้ตามข้อกำหนดตลอดการทดสอบหรือไม่ และหาประเด็นที่ต้องปรับปรุงด้านการจัดการความร้อนและการออกแบบระบบ

สดร. ระบุว่าดาวเทียม TSC-1 ตัวต้นแบบวิศวกรรม "กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ" ณ อาคารปฏิบัติการนวัตกรรมขั้นสูง ภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ประกาศฉบับนี้ยังไม่ได้รายงานผลการทดสอบเป็นตัวเลข

ห้องทดสอบสุญญากาศฝีมือคนไทยทำอะไรได้บ้าง

ห้องที่ใช้ทดสอบดาวเทียม TSC-1 ชื่อทางการว่า "ระบบทดสอบสภาวะการทำงานของดาวเทียมวิจัยอวกาศ" (Thermal Vacuum Chamber: TVC) สดร. ระบุว่าพัฒนาโดยฝีมือคนไทย จากความร่วมมือระหว่าง NARIT กับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หรือ สซ.

รายการ ค่าที่ สดร. ระบุ
ขนาดดาวเทียมที่รองรับ สูงสุด 100 กิโลกรัม
ระดับสุญญากาศ ถึงระดับ 10⁻⁶ ทอร์
ช่วงอุณหภูมิ ต่ำสุด -150 ถึงสูงสุด 150 องศาเซลเซียส
องค์ประกอบหลัก 5 ส่วน

องค์ประกอบหลัก 5 ส่วนได้แก่ ห้องสุญญากาศหลัก (Main Vacuum Chamber) ระบบสร้างสุญญากาศ (Vacuum System) ระบบจ่ายไนโตรเจนสำหรับควบคุมอุณหภูมิร้อนเย็น (TCU) ชุดกระจายความร้อนและความเย็นภายในห้อง (Shroud) และระบบควบคุมการทำงาน (Control System)

ข้อความจากประกาศของ สดร. อธิบายห้องทดสอบ TVC ที่พัฒนาร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน รองรับดาวเทียมสูงสุด 100 กิโลกรัม สุญญากาศ 10⁻⁶ ทอร์ อุณหภูมิ -150 ถึง 150 องศาเซลเซียส
ข้อความในประกาศของ สดร. ที่อธิบายห้องทดสอบ TVC ซึ่ง NARIT พัฒนาร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ภาพ: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (ภาพหน้าจอ)
ตัวเลขหลักของการทดสอบดาวเทียม TSC-1: เฝ้าติดตาม 72 ชั่วโมง อุณหภูมิประมาณ -150 ถึง +150 องศาเซลเซียส ห้องทดสอบ TVC ทำสุญญากาศได้ 10⁻⁶ ทอร์ รองรับดาวเทียมสูงสุด 100 กิโลกรัม มีองค์ประกอบหลัก 5 ส่วน และตัวที่ทดสอบคือต้นแบบวิศวกรรม (EM)
ตัวเลขหลักของการทดสอบดาวเทียม TSC-1 และห้องทดสอบ TVC ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.))

ทำไมดาวเทียมต้องผ่านห้องสุญญากาศร้อนสลับเย็น

สดร. อธิบายว่าดาวเทียมที่โคจรรอบโลกได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ และเมื่อเคลื่อนเข้าเงาของโลก (Eclipse) ก็เย็นลงทันทีเพราะไม่มีแหล่งความร้อนโดยตรง อุณหภูมิของตัวดาวเทียมและอุปกรณ์จึงขึ้นลงตลอดวงโคจร

อีกเรื่องคือในอวกาศแทบไม่มีอากาศ ความร้อนจึงถ่ายเทด้วยการพาความร้อน (Convection) แบบบนโลกไม่ได้ เหลือแค่การแผ่รังสี (Radiation) และการนำความร้อนผ่านวัสดุ (Conduction) การออกแบบที่ใช้ได้บนพื้นโลกจึงอาจร้อนเกินหรือเย็นเกินเมื่อขึ้นไปจริง

ถ้าอุณหภูมิเกินช่วงที่อุปกรณ์รับได้ สดร. ระบุว่าอาจกระทบระบบอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ เซนเซอร์ และอุปกรณ์อื่น ๆ การทดสอบ TVAC จึงช่วยให้วิศวกรตรวจทั้งพฤติกรรมทางความร้อนและการทำงานของระบบภายใต้สภาวะใกล้เคียงอวกาศ ก่อนส่งดาวเทียมขึ้นไปปฏิบัติภารกิจจริง

Brendan McAndrew วิศวกรทัศนศาสตร์ของ NASA ติดตั้งเรดิโอมิเตอร์ภายในห้องสุญญากาศสำหรับทดสอบอุปกรณ์ Ocean Color Instrument (OCI) ของดาวเทียม PACE ที่ Goddard Space Flight Center เมื่อ 23 มิถุนายน 2022
วิศวกรของ NASA ติดตั้งเรดิโอมิเตอร์ในห้องสุญญากาศสำหรับทดสอบอุปกรณ์ OCI ของดาวเทียม PACE เมื่อปี 2022 ตัวอย่างการทดสอบแบบเดียวกันในต่างประเทศ ไม่ใช่ภาพของ TSC-1 ภาพ: NASA/Katie Mellos

ดาวเทียม TSC-1 คืออะไร และจะถ่ายภาพอะไร

หน้าข้อมูลโครงการของ สดร. ระบุว่าดาวเทียม TSC-1 เป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำขนาดไม่เกิน 100 กิโลกรัม พัฒนาภายใต้ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium: TSC) โดยนักวิจัยและวิศวกรไทยตั้งแต่ออกแบบ สร้าง จนถึงพัฒนาอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ (Payload) ข้อมูลจำเพาะหลักมีดังนี้

  • น้ำหนักราว 100 กิโลกรัม ขนาด 700 × 630 × 510 มิลลิเมตร
  • วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (SSO) ที่ความสูง 500–600 กิโลเมตร
  • อุปกรณ์หลักคือกล้อง Hyperspectral Imaging Payload ช่วงคลื่น 400–1,000 นาโนเมตร ความละเอียดสเปกตรัม 10 นาโนเมตร ความละเอียดภาพบนพื้น 30 เมตร ความกว้างแนวถ่ายภาพ 30 กิโลเมตร
  • อุปกรณ์รองคือ Space Weather Payload วัดสภาพอวกาศ ออกแบบและพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยมหิดล
  • ประกอบและทดสอบในประเทศไทย สถานีภาคพื้นดินของ NARIT ส่งข้อมูลด้วย X-band, S-band และ UHF

สดร. ระบุว่ากล้อง Hyperspectral ออกแบบโดยศูนย์เทคโนโลยีทัศนศาสตร์และโฟโตนิกส์ของ NARIT เหมาะกับการจำแนกพืช ตรวจคุณภาพน้ำ และวิเคราะห์มลภาวะ ส่วนกระจกของกล้องพัฒนาร่วมกับ Changchun Institute of Optics, Fine Mechanics and Physics (CIOMP) ของจีน

ข้อมูลจำเพาะของดาวเทียม TSC-1 จากหน้าโครงการของ สดร.: น้ำหนักราว 100 กิโลกรัม ขนาด 700 x 630 x 510 มิลลิเมตร วงโคจร SSO 500–600 กิโลเมตร กล้อง Hyperspectral 30 เมตร สถานีภาคพื้นดิน NARIT
ข้อมูลจำเพาะของดาวเทียม TSC-1 บนหน้าโครงการของ สดร.: น้ำหนักราว 100 กิโลกรัม วงโคจร 500–600 กิโลเมตร กล้อง Hyperspectral ความละเอียด 30 เมตร ภาพ: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (ภาพหน้าจอ)

จากต้นแบบสู่ดาวเทียมตัวจริง: ลำดับเหตุการณ์ของ TSC-1

วันที่ เหตุการณ์ แหล่ง
5 เม.ย. 2021 12 หน่วยงาน (หน่วยงานวิทยาศาสตร์ 6 แห่ง สถาบันอุดมศึกษา 6 แห่ง) ลงนามตั้งภาคีความร่วมมืออวกาศไทย โดย สดร. เป็นหน่วยงานเลขานุการ อว.
18 เม.ย. 2026 อว. รายงานว่าดาวเทียมต้นแบบทางวิศวกรรมผ่านการทดสอบ Thermal Vacuum รังสี และแรงสั่นสะเทือนแล้ว และวิศวกรไทยพัฒนาอุปกรณ์และระบบภายในเองได้สูงถึง 60% อว.
22 ต.ค. 2026 สดร. รายงานว่า EM กำลังทดสอบ TVAC ด้วยห้อง TVC ฝีมือคนไทย เฝ้าดูต่อเนื่อง 72 ชั่วโมง สดร.
ขั้นต่อไป สร้าง Flight Model ซึ่ง อว. ระบุเมื่อเมษายนว่าจะส่งขึ้นสู่อวกาศภายในปีหน้า อว.

ข่าวสองฉบับใช้ถ้อยคำต่างกัน ข่าวของ อว. เดือนเมษายนบอกว่าต้นแบบทางวิศวกรรมผ่านการทดสอบสุญญากาศแล้ว ขณะที่ประกาศของ สดร. เดือนตุลาคมบอกว่า EM กำลังทดสอบ TVAC และไม่ได้ระบุว่าเป็นการทดสอบรอบที่เท่าไร

ความหมายต่อไทยและวงการอวกาศไทย

  • ทดสอบได้ในบ้าน ห้อง TVC ที่สร้างในไทยรองรับดาวเทียมได้สูงสุด 100 กิโลกรัม ตรงกับขนาดของดาวเทียม TSC-1
  • พึ่งพาตัวเองมากขึ้น อว. ระบุว่าอุปกรณ์และระบบภายในของ TSC-1 พัฒนาเองได้สูงถึง 60% ยังนำเข้าระบบสื่อสาร เซนเซอร์ และตัวขับเคลื่อนบางส่วน
  • ข้อมูลเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม กล้อง Hyperspectral ของดาวเทียม TSC-1 ออกแบบมาเพื่อจำแนกพืช ตรวจคุณภาพน้ำ และวิเคราะห์มลภาวะ
  • สิ่งที่ต้องติดตาม ผลการทดสอบ TVAC ที่ สดร. จะเผยแพร่ การเริ่มสร้าง Flight Model และการประกาศจรวดกับวันปล่อย ซึ่งยังไม่มีในประกาศล่าสุด

ดาวเทียม TSC-1 เป็นอีกโครงการหนึ่งในแผนอวกาศของไทย นอกจากกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกของ GISTDA ที่อัปเดตไว้ในข่าว Thailand Space Expo 2026 และโครงการดวงจันทร์ที่ไทยเตรียมไว้ในข่าว การลงนาม Artemis Accords ติดตามข่าวธุรกิจอวกาศ ดาวเทียม และภารกิจสำรวจได้ที่หมวดดาราศาสตร์และอวกาศ

คำถามที่พบบ่อย

ดาวเทียม TSC-1 คืออะไร?

ดาวเทียม TSC-1 คือดาวเทียมวิจัยวิทยาศาสตร์วงโคจรต่ำขนาดไม่เกิน 100 กิโลกรัม ที่ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium) พัฒนา โดยมี สดร. เป็นหน่วยงานเลขานุการของภาคี อุปกรณ์หลักคือกล้อง Hyperspectral สำหรับถ่ายภาพพื้นโลกแยกตามความยาวคลื่น และอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอวกาศที่ออกแบบโดยมหาวิทยาลัยมหิดล

การทดสอบ TVAC ของดาวเทียม TSC-1 คืออะไร ทำไมต้องทำ?

TVAC (Thermal Vacuum Test) คือการนำดาวเทียมเข้าห้องสุญญากาศแล้วเปลี่ยนอุณหภูมิร้อนเย็นสลับกัน เพื่อจำลองสภาพในวงโคจรที่ดาวเทียมโดนแดดสลับกับเข้าเงาโลก และไม่มีอากาศช่วยถ่ายเทความร้อน สดร. ระบุว่าหากอุณหภูมิเกินที่อุปกรณ์รับได้ อาจกระทบระบบอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และเซนเซอร์ การทดสอบจึงช่วยหาจุดที่ต้องแก้ก่อนสร้างดาวเทียมตัวจริง

ดาวเทียม TSC-1 จะขึ้นสู่อวกาศเมื่อไร?

ประกาศของ สดร. วันที่ 22 ตุลาคม 2026 ไม่ได้ระบุวันปล่อย ส่วนข่าวของกระทรวง อว. วันที่ 18 เมษายน 2026 ระบุว่าโครงการกำลังเข้าสู่เฟส Flight Model คือการสร้างดาวเทียมดวงจริงที่จะส่งขึ้นสู่อวกาศภายในปีหน้า ซึ่งนับจากวันประกาศคือปี 2027 ยังไม่มีการประกาศจรวดหรือวันปล่อยที่แน่นอน

ห้องทดสอบสุญญากาศที่ใช้กับดาวเทียม TSC-1 สร้างโดยใคร?

สดร. ระบุว่าระบบทดสอบสภาวะการทำงานของดาวเทียมวิจัยอวกาศ (Thermal Vacuum Chamber หรือ TVC) พัฒนาโดยคนไทย จากความร่วมมือระหว่าง NARIT กับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) รองรับดาวเทียมสูงสุด 100 กิโลกรัม ทำสุญญากาศได้ถึง 10⁻⁶ ทอร์ และสร้างอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -150 ถึง 150 องศาเซลเซียส

แหล่งอ้างอิง

  1. Update! ดาวเทียม TSC-1 ฝ่าบททดสอบสุญญากาศและอุณหภูมิสุดขั้ว (TVAC) กว่า 72 ชั่วโมง — สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
  2. ดาวเทียม TSC-1 ดาวเทียมวิจัยวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย — สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
  3. ความสำเร็จดาวเทียมฝีมือคนไทย! “TSC-1” พัฒนาเองกว่า 60% ผ่านบททดสอบอวกาศสุดหิน — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
  4. 12 หน่วยงาน ผนึกกำลังจัดตั้ง “ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย” — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
จีน236
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ