ข้ามไปยังเนื้อหา
Space & Astronomy

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์คืน 21–22 ต.ค. 2026 ชมได้ทั่วไทย ฟ้ามืดหลังดวงจันทร์ตกราวตีสองครึ่ง

สดร. ชวนชมฝนดาวตกโอไรออนิดส์คืน 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ต.ค. 2026 อัตราสูงสุดเฉลี่ยราว 20 ดวงต่อชั่วโมง มีแสงจันทร์รบกวน ช่วงฟ้ามืดคือหลังดวงจันทร์ตกราว 02:30 น.

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที ผู้เข้าชม 1

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพผสมจาก 19 เฟรมของการถ่ายต่อเนื่องตลอดคืน แสดงดาวตกหลายดวงจากฝนดาวตกโอไรออนิดส์บนท้องฟ้าเดียวกัน
ภาพ: Jim Vajda / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • สดร. ระบุว่าฝนดาวตกโอไรออนิดส์มีอัตราการตกสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง คืน 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) ส่วน NASA ระบุราว 10–20 ดวงต่อชั่วโมงในที่ฟ้ามืด
  • ศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่ในกลุ่มดาวนายพราน ขึ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออกราว 22:30 น. เวลาประเทศไทย และเห็นดาวตกได้ทั่วท้องฟ้าจนถึงรุ่งเช้า
  • ดวงจันทร์ข้างขึ้นเกินครึ่งดวงรบกวนตั้งแต่หัวค่ำ การคำนวณของ USNO สำหรับกรุงเทพฯ ให้ดวงจันทร์ตกเวลา 02:28 น. วันที่ 22 ตุลาคม และฟ้าเริ่มสางเวลา 05:48 น.
  • ดาวตกกลุ่มนี้มาจากเศษฝุ่นของ ดาวหางฮัลเลย์ (1P/Halley) พุ่งเข้าบรรยากาศด้วยความเร็วราว 66 กิโลเมตรต่อวินาที ดูด้วยตาเปล่าได้ ไม่ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร. หรือ NARIT) ชวนคนไทยชมฝนดาวตกโอไรออนิดส์คืนวันที่ 21 ถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง ปีนี้มีแสงจันทร์รบกวนช่วงหัวค่ำ ฟ้าจะมืดพอหลังดวงจันทร์ตกราว 02:30 น. ไปจนใกล้รุ่งสาง

ประกาศของ สดร. ในหน้า Facebook ระบุว่าศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่ในกลุ่มดาวนายพราน ขึ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออกราว 22:30 น. และสังเกตได้ทั่วท้องฟ้าจนถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ดูด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศเมื่อฟ้าเปิด ไม่ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตา

วิธีชมฝนดาวตกโอไรออนิดส์และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในไทย

ข่าวของ Thai PBS ที่เผยแพร่คำแนะนำของ สดร. ระบุว่ากลุ่มดาวนายพรานจะค่อย ๆ สูงขึ้นสู่กลางฟ้าหลังเที่ยงคืน ช่วงหลังเที่ยงคืนจึงเหมาะที่สุด และแสงจันทร์จะรบกวนตั้งแต่หัวค่ำถึงราว 02:30 น. สรุปเป็นขั้นตอนได้ดังนี้

  1. เลือกเวลา ช่วงที่ฟ้ามืดที่สุดคือหลังดวงจันทร์ตก การคำนวณของหอดูดาวกองทัพเรือสหรัฐฯ (USNO) สำหรับกรุงเทพฯ ให้ดวงจันทร์ตกเวลา 02:28 น. และฟ้าเริ่มสาง (civil twilight) เวลา 05:48 น. วันที่ 22 ตุลาคม จังหวัดอื่นเวลาจะต่างไปบ้างตามตำแหน่ง
  2. เลือกที่ สดร. แนะนำที่มืดสนิท ห่างแสงเมืองให้มากที่สุด เช่น พื้นที่โล่งนอกเขตเมืองหรือบนดอยที่ไม่มีไฟส่อง
  3. มองให้กว้าง ไม่ต้องจ้องเฉพาะทิศตะวันออก สดร. ระบุว่าเห็นได้ทั่วท้องฟ้า NASA แนะนำให้นอนหงาย ผู้อยู่ซีกโลกเหนือหันปลายเท้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และมองให้ครอบคลุมท้องฟ้ามากที่สุด
  4. ให้ตาปรับตัว NASA ระบุว่าตาจะปรับเข้ากับความมืดได้ในเวลาไม่ถึง 30 นาที ระหว่างนั้นควรงดดูจอโทรศัพท์
  5. เตรียมตัวรอนาน เตรียมเสื่อ ผ้าห่ม หรือเก้าอี้เอนหลัง ดาวตกมาเป็นช่วง ๆ ไม่สม่ำเสมอ
ดาวตกสีเขียวแดงของฝนดาวตกโอไรออนิดส์ พาดผ่านท้องฟ้าใต้ทางช้างเผือก ทางขวาของดาวศุกร์ และมีแสงจักรราศีจาง ๆ ในภาพ
ดาวตกสีเขียวแดงจากฝนดาวตกโอไรออนิดส์ พาดผ่านท้องฟ้าใต้ทางช้างเผือก ทางขวาของดาวศุกร์ พร้อมแสงจักรราศี ภาพ: Brocken Inaglory / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

แสงจันทร์รบกวนฝนดาวตกโอไรออนิดส์แค่ไหน

ดวงจันทร์ช่วงนี้เป็นข้างขึ้นเกินครึ่งดวง (waxing gibbous) USNO ระบุว่าดวงจันทร์ผ่านช่วงจันทร์เสี้ยวแรก (first quarter) เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2026 และวันที่ 22 ตุลาคม ผิวดวงจันทร์ด้านที่เห็นสว่าง 82% แสงจันทร์ที่สว่างระดับนี้กลบดาวตกดวงเล็กที่สว่างน้อยได้ จึงเห็นได้เฉพาะดวงที่สว่างมาก

ช่วงเวลา (เวลาประเทศไทย) สิ่งที่เกิดขึ้น แหล่งข้อมูล
ราว 22:30 น. คืน 21 ต.ค. ศูนย์กลางการกระจายตัวในกลุ่มดาวนายพรานขึ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออก สดร.
ตั้งแต่หัวค่ำถึงราว 02:30 น. มีแสงจันทร์รบกวน สดร. (ผ่าน Thai PBS)
02:28 น. วันที่ 22 ต.ค. ดวงจันทร์ตก (คำนวณสำหรับกรุงเทพฯ) USNO
05:48 น. วันที่ 22 ต.ค. ฟ้าเริ่มสาง USNO

ช่วงฟ้ามืดหลังดวงจันทร์ตกถึงฟ้าเริ่มสางจึงยาวราว 3 ชั่วโมงเศษ และเป็นช่วงที่กลุ่มดาวนายพรานอยู่สูงกลางฟ้าพอดี

ภาพสรุปเวลาชมฝนดาวตกโอไรออนิดส์คืน 21–22 ตุลาคม 2026: ศูนย์กลางการกระจายตัวขึ้นทิศตะวันออกราว 22:30 น. ดวงจันทร์ตก 02:28 น. ฟ้าเริ่มสาง 05:48 น. อัตราสูงสุดเฉลี่ยราว 20 ดวงต่อชั่วโมง
ตัวเลขสำคัญของฝนดาวตกโอไรออนิดส์คืน 21–22 ตุลาคม 2026 ในไทย ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สดร., USNO, NASA)

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์มาจากดาวหางฮัลเลย์

สดร. อธิบายว่าฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (Orionids) หรือ "ฝนดาวตกกลุ่มดาวนายพราน" เกิดจากเศษฝุ่นและวัตถุขนาดเล็กที่ดาวหางฮัลเลย์ (1P/Halley) ทิ้งไว้ เมื่อโลกเคลื่อนตัดผ่านเส้นทางโคจรของดาวหาง เศษเหล่านี้จะเสียดสีกับบรรยากาศและลุกไหม้เป็นแสงวาบ

ข้อมูลจากหน้า Orionids ของ NASA มีดังนี้

  • ทุกครั้งที่ดาวหางฮัลเลย์เข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน นิวเคลียสจะปล่อยน้ำแข็งและฝุ่นหินออกมา ฝุ่นชุดเดียวกันทำให้เกิดฝนดาวตกโอไรออนิดส์ในเดือนตุลาคม และฝนดาวตกอีตาอควอริดส์ (Eta Aquarids) ในเดือนพฤษภาคม
  • ดาวหางฮัลเลย์ใช้เวลาราว 76 ปีโคจรรอบดวงอาทิตย์ คนทั่วไปเห็นครั้งล่าสุดในปี 1986 และจะกลับเข้าระบบสุริยะชั้นในอีกครั้งในปี 2061
  • นิวเคลียสของดาวหางมีขนาด 16 x 8 x 8 กิโลเมตร และเป็นวัตถุที่มืดที่สุดชนิดหนึ่งในระบบสุริยะ ค่าการสะท้อนแสง (albedo) 0.03
ดาวหางฮัลเลย์ (1P/Halley) ถ่ายเมื่อ 8 มีนาคม 1986 ที่เกาะอีสเตอร์ โดย W. Liller ในเครือข่าย International Halley Watch
ดาวหางฮัลเลย์ (1P/Halley) ถ่ายเมื่อ 8 มีนาคม 1986 ที่เกาะอีสเตอร์ ต้นกำเนิดของเศษฝุ่นที่กลายเป็นฝนดาวตกโอไรออนิดส์ ภาพ: NASA/W. Liller / Wikimedia Commons (Public domain)

ทำไมดาวตกกลุ่มนี้น่าดู แม้จำนวนไม่มาก

NASA ระบุว่าดาวตกโอไรออนิดส์ขึ้นชื่อเรื่องความสว่างและความเร็ว พุ่งเข้าบรรยากาศโลกด้วยความเร็วราว 66 กิโลเมตรต่อวินาที ดาวตกที่เร็วแบบนี้อาจทิ้ง "หาง" เรืองแสงไว้ให้เห็นอยู่หลายวินาทีถึงหลายนาที และบางดวงอาจกลายเป็นลูกไฟ (fireball)

ตัวเลขอัตราการตกจากสองแหล่งต่างกันเล็กน้อย สดร. ระบุอัตราสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมงสำหรับปี 2569 ส่วน NASA ระบุราว 10–20 ดวงต่อชั่วโมงในสภาพฟ้ามืด ทั้งสองเป็นค่าในสภาพฟ้าที่ดี ไม่ใช่จำนวนที่ผู้ชมทุกคนจะเห็นแน่นอน

NASA ยังให้ข้อสังเกตว่าการมองห่างจากจุดศูนย์กลางการกระจายตัว 45–90 องศา จะเห็นดาวตกทางยาวและสวยกว่า ถ้าจ้องที่จุดศูนย์กลางโดยตรง ดาวตกจะดูสั้นเพราะมุมมอง สดร. ระบุเพิ่มว่าจุดศูนย์กลางของฝนดาวตกกลุ่มนี้อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรฟ้า จึงมีโอกาสเห็นได้ทั่วท้องฟ้า

คนไทยจะได้เห็นหรือได้อะไร

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์เป็นปรากฏการณ์ที่คนไทยทุกภาคมีโอกาสเห็นด้วยตาเปล่า ขึ้นกับสภาพฟ้าและแสงไฟรอบตัว ข้อควรรู้ก่อนออกไปดูมีดังนี้

  • ไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ กล้องโทรทรรศน์มีมุมมองแคบเกินไปสำหรับดาวตกที่ปรากฏทั่วฟ้า ตาเปล่าคือเครื่องมือที่ดีที่สุด
  • พลาดคืนนี้ยังมีโอกาส NASA ระบุว่าฝนดาวตกโอไรออนิดส์ปี 2026 มีช่วงตกตั้งแต่ 2 ตุลาคมถึง 7 พฤศจิกายน แม้คืนอื่นจำนวนจะน้อยกว่าคืนที่ตกสูงสุด
  • อยากได้ภาพต้องใช้ขาตั้งและถ่ายต่อเนื่อง ภาพปกของข่าวนี้เป็นภาพผสมจาก 19 เฟรมที่คัดจากการถ่ายต่อเนื่องตลอดคืน แต่ละเฟรมเปิดหน้ากล้อง 15 วินาที

ติดตามปรากฏการณ์ท้องฟ้า ข่าวภารกิจอวกาศ และงานวิจัยดาราศาสตร์ได้ที่หมวดดาราศาสตร์และอวกาศ

คำถามที่พบบ่อย

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ปี 2026 ดูได้คืนไหน กี่โมง?

สดร. ระบุว่าฝนดาวตกโอไรออนิดส์มีอัตราสูงสุดคืนวันที่ 21 ถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) ศูนย์กลางการกระจายตัวขึ้นทางทิศตะวันออกราว 22:30 น. แต่ช่วงที่ฟ้ามืดที่สุดคือหลังดวงจันทร์ตก ซึ่ง USNO คำนวณสำหรับกรุงเทพฯ ไว้ที่ 02:28 น. ไปจนถึงก่อนฟ้าสางราว 05:48 น.

ดูฝนดาวตกโอไรออนิดส์ต้องหันไปทิศไหน?

ศูนย์กลางการกระจายตัวของฝนดาวตกโอไรออนิดส์อยู่ในกลุ่มดาวนายพราน ขึ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออก แต่ดาวตกปรากฏได้ทั่วท้องฟ้า NASA แนะนำให้นอนหงายมองฟ้าให้กว้างที่สุด และระบุว่ามองห่างจากจุดศูนย์กลาง 45–90 องศาจะเห็นทางยาวกว่าการจ้องที่กลุ่มดาวนายพรานโดยตรง

คืนนี้จะเห็นดาวตก 20 ดวงต่อชั่วโมงจริงหรือไม่?

ไม่แน่นอน ตัวเลขฝนดาวตกโอไรออนิดส์ราว 20 ดวงต่อชั่วโมงของ สดร. และ 10–20 ดวงต่อชั่วโมงของ NASA เป็นค่าในสภาพฟ้ามืดสนิท ปีนี้มีแสงจันทร์รบกวนตั้งแต่หัวค่ำถึงราว 02:30 น. ส่วนในเมืองที่มีแสงไฟจะเห็นน้อยกว่านี้มาก จึงควรออกไปที่มืดและรอหลังดวงจันทร์ตก

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์มาจากไหน?

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์มาจากเศษฝุ่นและวัตถุขนาดเล็กที่ดาวหางฮัลเลย์ (1P/Halley) ทิ้งไว้ตามวงโคจร เมื่อโลกเคลื่อนผ่านสายธารนี้ เศษฝุ่นเสียดสีกับบรรยากาศและลุกไหม้ NASA ระบุว่าฝุ่นจากดาวหางดวงเดียวกันทำให้เกิดฝนดาวตกอีตาอควอริดส์ในเดือนพฤษภาคมด้วย

แหล่งอ้างอิง

  1. ปฏิทินดาราศาสตร์ประจำวัน คืน 21 – รุ่งเช้า 22 ตุลาคม 2569 ฝนดาวโอไรออนิดส์ (มีแสงจันทร์รบกวน) — สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
  2. Orionids — NASA
  3. Complete Sun and Moon Data for One Day — Bangkok, 22 October 2026 — U.S. Naval Observatory
  4. ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ เศษฝุ่นจากดาวหางฮัลเลย์ คืน 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ต.ค. 69 — Thai PBS Sci & Tech

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
กรุงเทพฯ159สหรัฐอเมริกา336
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ