สหรัฐฯ เสนอเก็บค่า OPT 70,000 ดอลลาร์ต่อนักศึกษาต่างชาติ ก่อนให้สิทธิ์ทำงานหลังเรียน
DHS สหรัฐฯ เสนอร่างกฎเมื่อ 7–8 ต.ค. 2026 ให้สถานศึกษาจ่ายค่า OPT 70,000 ดอลลาร์ต่อนักศึกษา F-1 และ 30,000 ดอลลาร์สำหรับ OPT ครั้งถัดไป เปิดรับความเห็นถึง 9 พ.ย.
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ประกาศเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 และลงใน Federal Register เมื่อ 8 ตุลาคม เสนอค่าธรรมเนียม OPT ครั้งแรก 70,000 ดอลลาร์ และครั้งถัดไป 30,000 ดอลลาร์ต่อนักศึกษา F-1 หนึ่งคน
- ผู้จ่ายคือสถานศึกษาที่ได้รับรองจาก SEVP ต้องจ่ายก่อนเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาจะรับรองนักศึกษาเข้า OPT และ USCIS จะไม่ออกใบอนุญาตทำงานหากยังไม่จ่าย
- DHS ระบุว่าปี 2024 มีนักศึกษาได้สิทธิ์ OPT 194,554 คน และ STEM OPT 95,384 คน จากสถานศึกษา 2,478 แห่ง และประเมินเงินที่จะโอนเข้ารัฐบาลกลางกรณีหลักไว้ราว 12,800 ล้านดอลลาร์ต่อปี
- เปิดรับความเห็นต่อร่างกฎถึง 9 พฤศจิกายน 2026 ส่วน NAFSA สมาคมนักการศึกษานานาชาติ ค้านว่ามาตรการนี้สร้างความไม่แน่นอนให้นักศึกษาต่างชาติ
- ข้อมูล Open Doors ระบุว่าปีการศึกษา 2024/25 มีนักศึกษาไทยในสหรัฐฯ 5,022 คน ลดลง 5.4% จากปีก่อน
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) เสนอร่างกฎเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ให้สถานศึกษาในสหรัฐฯ จ่ายค่าธรรมเนียม OPT 70,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อนักศึกษาวีซ่า F-1 หนึ่งคน ก่อนรับรองให้ทำงานผ่านโครงการ Optional Practical Training (OPT) ครั้งแรก และ 30,000 ดอลลาร์สำหรับ OPT ครั้งถัดไป ร่างกฎลงใน Federal Register วันที่ 8 ตุลาคม และเปิดรับความเห็นถึง 9 พฤศจิกายน 2026
OPT เป็นช่องทางที่นักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาไทย ใช้ทำงานหาประสบการณ์ในสหรัฐฯ ทั้งระหว่างเรียนและหลังเรียนจบ ร่างกฎนี้จึงอาจเปลี่ยนการคำนวณความคุ้มค่าของการไปเรียนต่อสหรัฐฯ แม้ยังไม่มีผลบังคับใช้
ค่าธรรมเนียม OPT ตามร่างกฎของ DHS
ร่างกฎเลขที่ 2026-20660 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) สังกัด DHS กำหนดหลักการไว้ดังนี้
- OPT ครั้งแรก 70,000 ดอลลาร์ จ่ายครั้งเดียวต่อนักศึกษาหนึ่งคน ใช้กับ OPT ทุกประเภทที่นักศึกษาเข้าร่วมเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะระหว่างเรียนหรือหลังจบ
- OPT ครั้งถัดไป 30,000 ดอลลาร์ ใช้กับการรับรองครั้งต่อ ๆ ไป เช่น จาก OPT ระหว่างเรียนไป OPT หลังจบ หรือการขยาย STEM OPT อีก 24 เดือน
- สถานศึกษาเป็นผู้จ่าย ต้องจ่ายก่อนเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา (DSO) บันทึกการรับรองในระบบ SEVIS และ USCIS จะไม่ออกใบอนุญาตทำงานให้นักศึกษาที่สถานศึกษายังไม่จ่าย
- ไม่ผูกกับนายจ้าง ค่าธรรมเนียมเกิดเมื่อสถานศึกษารับรองนักศึกษา ไม่ใช่เมื่อเปลี่ยนนายจ้าง และเงินที่เก็บได้เข้ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ
- การคืนเงิน สถานศึกษาขอคืนได้หากนักศึกษายังไม่ได้ใบอนุญาตทำงาน โดย SEVP พิจารณาเป็นรายกรณีและผลถือเป็นที่สุด แต่ได้ใบอนุญาตแล้วจะไม่คืนไม่ว่ากรณีใด
DHS ยังขอความเห็นต่อทางเลือกที่เข้มกว่านี้ คือให้เก็บ 70,000 ดอลลาร์ซ้ำทุกครั้งที่นักศึกษาขึ้นระดับการศึกษาใหม่ เช่น OPT หลังปริญญาตรีแล้วเก็บอีกครั้งตอนปริญญาโท

เหตุผลของ DHS และเสียงค้านจากภาคการศึกษา
DHS ระบุในแถลงการณ์ว่าต้องการลดการไหลเข้าของแรงงานราคาถูก ปราบการฉ้อโกง และปกป้องแรงงานอเมริกัน โฆษก DHS กล่าวว่า OPT "ไม่เคยถูกออกแบบให้เป็นประตูหลังเข้าสู่ตลาดแรงงานอเมริกัน" และอ้างว่าสำนักงาน SEVP พบสถานศึกษา นายจ้าง และนักศึกษาที่ใช้ช่องโหว่ของกฎ รวมถึงขบวนการ "จ่ายเพื่ออยู่ต่อ" (pay-to-stay) DHS เชื่อว่าค่าธรรมเนียมจะทำให้สถานศึกษาคัดเลือกนักศึกษาที่รับรองเข้า OPT รอบคอบขึ้น
ฝั่งภาคการศึกษา Fanta Aw ผู้อำนวยการบริหารของ NAFSA สมาคมนักการศึกษานานาชาติ กล่าวว่ามาตรการนี้ "เป็นพัฒนาการล่าสุดในชุดมาตรการที่สร้างความไม่แน่นอนอย่างมากให้นักศึกษาต่างชาติ" และยืนยันว่านักศึกษาต่างชาติสร้างโอกาสให้คนอเมริกัน ไม่ได้แย่งงาน NAFSA ระบุว่าร่างกฎปล่อยให้สถานศึกษาตัดสินใจเองว่าจะหาเงินค่าธรรมเนียมจากที่ใด และจะระดมสมาชิกส่งความเห็นคัดค้านอย่างละเอียด
ร่างกฎฉบับนี้ตามหลังกฎฉบับสุดท้ายที่ DHS ออกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026 ซึ่งกำหนดระยะเวลาพำนักที่แน่นอนสำหรับนักศึกษาและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ตามที่ระบุไว้ในเอกสารร่างกฎ
DHS ประเมินผลกระทบต่อสถานศึกษาและนักศึกษาไว้อย่างไร
เอกสารวิเคราะห์ผลกระทบในร่างกฎระบุว่ามีสถานศึกษา 2,478 แห่งที่มีนักศึกษาเข้า OPT ในช่วงปี 2022–2024 และปี 2024 ซึ่งเป็นปีที่สูงที่สุดในชุดข้อมูล มีนักศึกษาได้สิทธิ์ OPT 194,554 คน และ STEM OPT 95,384 คน ราว 56% ของผู้เข้า OPT ช่วงปี 2021–2024 ขยายเป็น STEM OPT ในปีถัดมา
DHS ยอมรับว่าค่าธรรมเนียมเพิ่มต้นทุนการเข้า OPT อย่างมีนัยสำคัญ และคาดเดาไม่ได้ว่าจำนวนผู้เข้าร่วมจะลดลงเท่าใด ในกรณีต่ำสุด DHS สมมติว่าสถานศึกษาจะยอมจ่ายเฉพาะให้นักศึกษาสาขา STEM ที่มีสิทธิ์ทำงานได้รวม 3 ปี เพราะคุ้มกว่าการจ่าย 70,000 ดอลลาร์แลกกับ OPT เพียงปีเดียว
| รายการ | ตัวเลขตามร่างกฎ |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียม OPT ครั้งแรก | 70,000 ดอลลาร์ต่อคน |
| ค่าธรรมเนียม OPT ครั้งถัดไป (รวม STEM OPT) | 30,000 ดอลลาร์ต่อคน |
| ผู้ได้สิทธิ์ OPT ปี 2024 | 194,554 คน |
| ผู้ได้สิทธิ์ STEM OPT ปี 2024 | 95,384 คน |
| ต้นทุนรายปีกรณีหลัก (ส่วนลด 3%) | 4,100 ล้านดอลลาร์ |
| เงินโอนเข้ารัฐบาลกลางรายปีกรณีหลัก (ส่วนลด 3%) | 12,800 ล้านดอลลาร์ |

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
ร่างกฎยังไม่ใช่กฎที่มีผล หลังปิดรับความเห็น DHS ต้องพิจารณาความเห็นทั้งหมดก่อนออกกฎฉบับสุดท้าย ซึ่งจะมีผล 60 วันหลังประกาศ และใช้กับการรับรอง OPT ที่ลงวันที่ตั้งแต่วันมีผลเป็นต้นไป แต่ถ้าผ่านในรูปแบบนี้ ต้นทุนของการรับรองนักศึกษาหนึ่งคนให้ทำงานผ่าน OPT และ STEM OPT รวมกันจะสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ และอาจกระทบทั้งการตัดสินใจของสถานศึกษาว่าจะรับรองใคร และการตัดสินใจของนักศึกษาว่าจะเลือกเรียนต่อที่ประเทศใด DHS เองระบุในการวิเคราะห์ช่วงเปลี่ยนผ่านปีแรกว่าสมมติให้ผู้เข้าร่วมทุกคน รวมถึงผู้ขยาย STEM OPT จ่ายในอัตรา 70,000 ดอลลาร์

ข้อมูล Open Doors ของสถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) ระบุว่าปีการศึกษา 2024/25 มีนักศึกษาไทยในสหรัฐฯ 5,022 คน ลดลง 5.4% จากปีก่อน และต่ำกว่าระดับ 7,113 คนในปี 2015/16 ขณะที่จุดสูงสุดในชุดข้อมูลคือ 11,606 คนในปี 2001/02
ผลต่อไทยและองค์กรไทย
- นักศึกษาและผู้ปกครองที่วางแผนเรียนต่อ ควรถามมหาวิทยาลัยปลายทางว่าจะรับภาระค่า OPT เอง ส่งต่อให้นักศึกษา หรือจำกัดเฉพาะบางสาขา และนำต้นทุนนี้ไปคิดในงบประมาณการเรียน
- นักศึกษาไทยที่เรียนอยู่ ร่างกฎใช้กับการรับรอง OPT ทุกประเภทที่ลงวันที่หลังกฎฉบับสุดท้ายมีผล รวมถึงการขยาย STEM OPT ผู้ที่ใกล้จบหรือกำลังจะขยายสิทธิ์ควรคุยกับเจ้าหน้าที่ DSO ของสถานศึกษาเรื่องกำหนดเวลา และติดตามประกาศของ DHS ใกล้ชิด
- หน่วยงานให้ทุนและองค์กรที่ส่งพนักงานไปเรียน ควรทบทวนเงื่อนไขทุนที่รวมการฝึกงานหลังจบในสหรัฐฯ และเตรียมแผนสำรอง เช่น การฝึกงานในประเทศอื่นหรือกลับมาทำงานทันที
- องค์กรไทยที่ต้องการคนเก่ง หากสถานศึกษาคัดคนเข้า OPT เข้มขึ้น ผู้จบจากสหรัฐฯ บางส่วนอาจกลับไทยเร็วขึ้น ฝ่ายบุคคลควรเปิดช่องทางรับสมัครกลุ่มนี้ ติดตามความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ด้านการค้าและภาษีประกอบ
- ส่งความเห็นได้ ทุกคนส่งความเห็นต่อร่างกฎเป็นภาษาอังกฤษผ่าน regulations.gov ด้วยเลข docket ICEB-2026-0100 ภายใน 9 พฤศจิกายน 2026 อ่านข่าวอื่นได้ที่หมวดข่าวต่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
ค่าธรรมเนียม OPT 70,000 ดอลลาร์คืออะไร ใครเป็นคนจ่าย?
เป็นค่าธรรมเนียม OPT ที่ DHS สหรัฐฯ เสนอในร่างกฎเมื่อ 7–8 ตุลาคม 2026 โดยสถานศึกษาที่ได้รับรองจาก SEVP ต้องจ่าย 70,000 ดอลลาร์ต่อนักศึกษา F-1 ก่อนรับรองให้เข้า OPT ครั้งแรก และ 30,000 ดอลลาร์สำหรับ OPT ครั้งถัดไป ร่างกฎปล่อยให้สถานศึกษาตัดสินใจเองว่าจะหาเงินส่วนนี้จากที่ใด
OPT คืออะไร?
OPT (Optional Practical Training) คือสิทธิ์ทำงานชั่วคราวในสหรัฐฯ ของนักศึกษาวีซ่า F-1 ในงานที่ตรงกับสาขาที่เรียน ทำได้ระหว่างเรียนหรือหลังจบ สูงสุด 12 เดือนต่อระดับการศึกษา และผู้จบสาขา STEM อาจขยายได้อีก 24 เดือน โดยต้องได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาและได้ใบอนุญาตทำงานจาก USCIS
ร่างกฎค่า OPT มีผลบังคับใช้เมื่อไร?
ยังไม่มีผล ร่างกฎนี้อยู่ในขั้นรับฟังความเห็นถึง 9 พฤศจิกายน 2026 หาก DHS ออกเป็นกฎฉบับสุดท้าย จะมีผล 60 วันหลังประกาศ และใช้กับการรับรอง OPT ทุกประเภท รวมถึงการขยาย STEM OPT ที่ลงวันที่ตั้งแต่วันมีผลเป็นต้นไป ผู้ที่วางแผนเข้า OPT จึงควรติดตามขั้นตอนของ DHS ใกล้ชิด
นักศึกษาไทยในสหรัฐฯ มีกี่คน และค่า OPT ใหม่กระทบอย่างไร?
ข้อมูล Open Doors ระบุว่าปีการศึกษา 2024/25 มีนักศึกษาไทยในสหรัฐฯ 5,022 คน หากร่างกฎค่า OPT ผ่าน สถานศึกษาอาจคัดเลือกนักศึกษาที่รับรองเข้า OPT เข้มขึ้นหรือส่งต่อต้นทุนให้นักศึกษา ผู้ที่วางแผนทำงานหลังจบควรสอบถามนโยบายของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนนี้
แหล่งอ้างอิง
- Optional Practical Training Fees (Proposed Rule, 2026-20660) — Federal Register (U.S. National Archives)
- DHS Proposes Fees for Foreign Student Work Program to Protect American Jobs — U.S. Department of Homeland Security
- NAFSA Statement on OPT Fee Proposed Rule — NAFSA: Association of International Educators
- International Students: All Places of Origin — IIE Open Doors
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ