ข้ามไปยังเนื้อหา
World

WMO ชี้เอลนีโญแรงขึ้นต่อเนื่อง จ่อพีคธันวาคม ทะเลแปซิฟิกร้อนสุดเป็นประวัติการณ์

WMO แถลง 8 ต.ค. 2026 ว่าเอลนีโญยังแรงขึ้น ผิวน้ำแปซิฟิกช่วง ต.ค.–ธ.ค. จ่อร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ราว +3.7°C พีคธันวาคมและอยู่ถึง ก.พ. 2027 NOAA ให้โอกาส 83%

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
แผนที่ค่าผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลแบบสัมพัทธ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกเดือนกันยายน 2026 จาก NOAA แถบสีแดงเข้มตามแนวเส้นศูนย์สูตรฝั่งตะวันออกแสดงน้ำอุ่นผิดปกติจากเอลนีโญ
ภาพ: NOAA Climate Prediction Center

สรุปประเด็นสำคัญ

  • WMO แถลงเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ว่าเอลนีโญยังแรงขึ้นต่อเนื่อง คาดพีคราวเดือนธันวาคม และมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2027
  • ค่าผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำในพื้นที่ Niño 3.4 เพิ่มจาก +1.6°C ในเดือนมิถุนายนเป็น +2.5°C ในเดือนสิงหาคม และคาดว่าเฉลี่ยช่วงตุลาคม–ธันวาคมจะอยู่ราว +3.7°C สูงกว่าสถิติเดิม +2.6°C เมื่อปี 2015–2016
  • NOAA ของสหรัฐฯ ออกรายงานวันเดียวกัน ให้โอกาส 83% ที่ช่วงตุลาคม–ธันวาคมจะแรงเกินทุกครั้งนับจากปี 1950 และประเมินว่าเอลนีโญระดับแรงถึงแรงมากจะอยู่ถึงมกราคม–มีนาคม 2027
  • ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน (ASMC) คาดเมื่อ 5 ตุลาคม ว่าช่วงตุลาคม–ธันวาคม อาเซียนส่วนใหญ่จะร้อนกว่าปกติ หมู่เกาะส่วนใหญ่มีโอกาสสูงที่ฝนจะน้อยกว่าปกติ และอาเซียนตอนบนจะเข้าฤดูแล้งช่วงปลายปี

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แถลงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ว่าเอลนีโญกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าอุณหภูมิผิวน้ำในแปซิฟิกเขตร้อนช่วงตุลาคม–ธันวาคมจะสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มตรวจวัด ก่อนพีคราวเดือนธันวาคมและลากยาวถึงกุมภาพันธ์ 2027 วันเดียวกัน NOAA ของสหรัฐฯ ให้โอกาส 83% ที่เอลนีโญช่วงตุลาคม–ธันวาคมจะแรงเป็นประวัติการณ์

ตัวเลขทั้งสองชุดออกมาระหว่างการประชุม Global Heat Forum ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ (6–9 ตุลาคม) ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญราว 600 คนและ WMO เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน แม้หลายพื้นที่ของไทยยังเผชิญน้ำท่วม แต่สิ่งที่หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาส่งสัญญาณคือความร้อนและฤดูแล้งที่จะตามมา

เอลนีโญรอบนี้แรงแค่ไหน ตามตัวเลขของ WMO

รายงาน Global Seasonal Climate Update ประจำเดือนของ WMO ระบุว่าค่าผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำในพื้นที่ Niño 3.4 กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งใช้วัดความแรงของเอลนีโญ เพิ่มจากเฉลี่ย +1.6°C ในเดือนมิถุนายน 2026 เป็น +2.5°C ในเดือนสิงหาคม และคาดว่าค่าเฉลี่ยช่วงตุลาคม–ธันวาคมจะขึ้นไปราว +3.7°C สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการสังเกตการณ์ และสูงกว่าสถิติเดิม +2.6°C ช่วงพฤศจิกายน 2015–มกราคม 2016

กราฟแท่งค่าผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำในพื้นที่ Niño 3.4 ตามที่ WMO แถลงเมื่อ 8 ตุลาคม 2026: เฉลี่ยมิถุนายน 2026 +1.6°C สิงหาคม +2.5°C สถิติเดิมของเอลนีโญปี 2015–2016 +2.6°C และค่าคาดการณ์ช่วงตุลาคม–ธันวาคม 2026 ราว +3.7°C
ค่าผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำในพื้นที่ Niño 3.4 ตามที่ WMO แถลง เทียบค่าคาดการณ์ช่วงตุลาคม–ธันวาคม 2026 กับสถิติเดิมปี 2015–2016 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: WMO)

Celeste Saulo เลขาธิการ WMO กล่าวว่าเอลนีโญ "ก่อตัวมั่นคงแล้วและกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว" โดยการพยากรณ์ของ WMO ให้โอกาสเกือบ 100% ว่าจะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2027 และอาจเป็นหนึ่งในครั้งที่แรงที่สุดนับจากอย่างน้อยปี 1950 WMO ย้ำว่าตัวเลขนี้เป็นฉันทามติของศูนย์พยากรณ์ 13 แห่งทั่วโลก ตั้งแต่วอชิงตัน โตเกียว ลอนดอน ถึงปูเน่ ไม่ใช่ผลจากแบบจำลองเดียว

Saulo กล่าวในเวทีที่กรุงเทพฯ ว่าเอลนีโญไม่ได้เพิ่มความร้อนใหม่ให้โลก แต่ปล่อยความร้อนที่มหาสมุทรสะสมไว้ใต้ผิวน้ำออกมา และมหาสมุทรตอนนี้อุ่นที่สุดเท่าที่เคยวัดได้ WMO ยังอ้างข้อมูลของ Copernicus, NOAA และ NASA ว่าสิงหาคม 2026 เป็นเดือนสิงหาคมที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึก และอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์

กราฟพยากรณ์ค่า Niño 3.4 จากศูนย์พยากรณ์หลายแห่งที่ WMO รวบรวม ตั้งแต่ตุลาคม 2026 ถึงมีนาคม 2027 ค่าที่วัดได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เมษายนถึงสิงหาคม 2026 และค่าพยากรณ์ส่วนใหญ่สูงสุดราวพฤศจิกายน–ธันวาคม
กราฟพยากรณ์ค่า Niño 3.4 จากศูนย์พยากรณ์หลายประเทศที่ WMO รวบรวม เส้นดำคือค่าที่วัดได้ถึงเดือนสิงหาคม 2026 ต่อด้วยค่าเฉลี่ยรวม (MME) เส้นสีคือค่าพยากรณ์ของแต่ละศูนย์ถึงมีนาคม 2027 ภาพ: WMO

NOAA ให้โอกาส 83% ที่จะแรงเป็นประวัติการณ์

ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศ (CPC) ของ NOAA ออกรายงาน ENSO Diagnostic Discussion เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 คงสถานะ El Niño Advisory และระบุว่าเดือนกันยายน ผิวน้ำบางส่วนของแปซิฟิกตะวันออกร้อนกว่าปกติเกิน +4.0°C ใต้ผิวน้ำลึกลงไปร้อนกว่าปกติเกิน +10.0°C ขณะที่การก่อตัวของเมฆฝนเหนืออินโดนีเซียยังถูกกดให้น้อยกว่าปกติ

NOAA ให้โอกาสที่เอลนีโญรอบนี้จะแรงเกินทุกครั้งนับจากปี 1950 (ค่า RONI เฉลี่ย 3 เดือนตั้งแต่ +2.5°C ขึ้นไป) ไว้ 54% ช่วงกันยายน–พฤศจิกายน 83% ช่วงตุลาคม–ธันวาคม และ 70% ช่วงพฤศจิกายน–มกราคม และประเมินว่าเอลนีโญระดับแรงถึงแรงมากจะอยู่ถึงมกราคม–มีนาคม 2027 ด้วยโอกาสมากกว่า 83% รายงานฉบับถัดไปมีกำหนด 12 พฤศจิกายน 2026

ตัวเลขของสองหน่วยงานไม่เท่ากันเพราะใช้ชุดข้อมูลและช่วงฐานต่างกัน (กราฟของ WMO เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 1993–2009 ส่วน NOAA ใช้ฐานปี 1991–2020 และพยากรณ์ด้วยดัชนีแบบสัมพัทธ์ RONI) แต่ชี้ไปทางเดียวกัน

ตัวชี้วัด ค่า ผู้แถลง
Niño 3.4 เฉลี่ยมิถุนายน 2026 +1.6°C WMO
Niño 3.4 เฉลี่ยสิงหาคม 2026 +2.5°C WMO
Niño-3.4 เดือนกันยายน 2026 +2.1°C NOAA
คาดการณ์ Niño 3.4 เฉลี่ยตุลาคม–ธันวาคม 2026 ราว +3.7°C WMO
สถิติเดิม พฤศจิกายน 2015–มกราคม 2016 +2.6°C WMO
โอกาสแรงเป็นประวัติการณ์ช่วงตุลาคม–ธันวาคม 83% NOAA
กราฟพยากรณ์ทางการของ NOAA สำหรับดัชนี RONI ออกเดือนตุลาคม 2026 ค่าเฉลี่ยพยากรณ์สูงสุดช่วงตุลาคม–ธันวาคม แล้วลดลงต่อเนื่องจนใกล้ศูนย์ช่วงพฤษภาคม–กรกฎาคม 2027
กราฟพยากรณ์ทางการของ NOAA สำหรับดัชนี RONI ออกเดือนตุลาคม 2026 ค่าเฉลี่ยพีคช่วงตุลาคม–ธันวาคม แล้วค่อย ๆ ลดลงถึงกลางปี 2027 ภาพ: NOAA Climate Prediction Center

ฝนและอุณหภูมิช่วงตุลาคม–ธันวาคม ทั่วโลกและในอาเซียน

WMO คาดว่าช่วงตุลาคม–ธันวาคม พื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกมีโอกาสสูงที่จะร้อนกว่าค่าเฉลี่ย และรูปแบบฝนจะเปลี่ยนตามแบบฉบับของเอลนีโญที่แรง

  • ฝนมากกว่าปกติ แปซิฟิกเขตศูนย์สูตรตอนกลางและตะวันออก แอฟริกาตะวันออก (Greater Horn of Africa) บางส่วนของเอเชียกลางและชายฝั่งเอเชียตะวันออก และอเมริกาเหนือใต้ละติจูด 45 องศาเหนือ
  • แห้งกว่าปกติ แปซิฟิกตะวันตก อนุทวีปอินเดีย อเมริกากลางตอนใต้ บางส่วนของแคริบเบียน และอเมริกาใต้ตะวันตกเฉียงเหนือ
  • ปัจจัยอื่น ไดโพลมหาสมุทรอินเดีย (IOD) เป็นบวกและจะพีคในเดือนตุลาคมก่อนอ่อนลง ส่วนแอตแลนติกเขตศูนย์สูตรยังอุ่นกว่าปกติ

WMO เตือนว่าภาพรวมนี้ใช้แทนการพยากรณ์ระดับประเทศไม่ได้ ในระดับภูมิภาค ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน (ASMC) ปรับปรุงคาดการณ์เมื่อ 5 ตุลาคม 2026 ว่าช่วงตุลาคม–ธันวาคม อาเซียนส่วนใหญ่มีโอกาสสูงที่จะร้อนกว่าปกติ หมู่เกาะทางใต้และตะวันออกส่วนใหญ่มีโอกาสสูงที่ฝนจะน้อยกว่าปกติ ส่วนแผ่นดินใหญ่ มีโอกาสฝนน้อยกว่าปกติเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในบางส่วนทางตะวันออกและตะวันตกเฉียงเหนือ ขณะที่ตอนกลางยังไม่มีแนวโน้มชัด

ASMC คาดว่าปลายตุลาคมลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเปลี่ยนเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู และเมื่ออาเซียนตอนบนเข้าสู่ฤดูแล้งช่วงปลายปี จุดความร้อนและหมอกควันอาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ฝนน้อยกว่าปกติ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

WMO อธิบายในรายงานเดือนกันยายนว่าเอลนีโญเกิดทุก 2–7 ปี อยู่ราว 9–12 เดือน มักพีคระหว่างพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ และผลต่ออุณหภูมิโลกมักชัดที่สุดในปีถัดจากที่ก่อตัว Saulo ยกตัวอย่างว่าเอลนีโญที่แรงมักทำให้ปีนั้นเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนที่สุดที่วัดได้ เช่นปี 2024 ปี 2027 จึงเป็นปีที่ต้องจับตา

ในเวที Global Heat Forum ที่กรุงเทพฯ António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทุกเมืองมีแผนรับมือความร้อนภายในปี 2030 ส่วน Saulo กล่าวว่าการพยากรณ์ต้องให้เวลาหน่วยบริการสุขภาพเตรียมตัว และให้เวลานายจ้างปรับชั่วโมงทำงาน WMO อ้างประมาณการปี 2025 ว่าการขยายระบบเตือนภัยความร้อนเพื่อสุขภาพอาจปกป้องคนได้ 1,500 ล้านคน และป้องกันการเสียชีวิตได้เกือบ 100,000 รายต่อปี

ผลต่อไทยและองค์กรไทย

  • วางแผนน้ำสำหรับฤดูแล้ง ไทยยังอยู่ในช่วงน้ำท่วมและการเยียวยา แต่ ASMC ชี้ว่าอาเซียนตอนบนจะเข้าฤดูแล้งช่วงปลายปี โรงงาน ฟาร์ม และอาคารที่ใช้น้ำมากควรทบทวนแผนสำรองน้ำตั้งแต่ตอนนี้ และยึดประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นหลัก
  • ดูแลคนทำงานกลางแจ้ง เมื่อคาดว่าอาเซียนจะร้อนกว่าปกติ องค์กรที่มีพนักงานภาคสนาม ก่อสร้าง หรือโรงงาน ควรเตรียมแผนปรับเวลาทำงาน จุดพัก และน้ำดื่ม ตามที่ WMO เน้นในเวทีที่กรุงเทพฯ
  • ไฟฟ้าและระบบทำความเย็น อากาศร้อนกว่าปกติหมายถึงภาระเครื่องปรับอากาศ ห้องเซิร์ฟเวอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงขึ้น ฝ่ายอาคารและไอทีควรตรวจความพร้อมของระบบทำความเย็นและไฟสำรองก่อนเข้าหน้าร้อน
  • หมอกควันและ PM2.5 ASMC เตือนว่าจุดความร้อนอาจเพิ่มในฤดูแล้ง องค์กรในภาคเหนือควรเตรียมเครื่องฟอกอากาศและนโยบายทำงานจากที่บ้านไว้ล่วงหน้า ดูสถานการณ์ล่าสุดในข่าวหมอกควันข้ามแดนที่มาเลเซีย-สิงคโปร์
  • ห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร WMO คาดว่าอนุทวีปอินเดียจะแห้งกว่าปกติ ผู้ซื้อวัตถุดิบเกษตรจากภูมิภาคที่ได้รับผลควรติดตามผลผลิตและราคา และติดตามรายงาน NOAA ฉบับ 12 พฤศจิกายน อ่านข่าวอื่นได้ที่หมวดข่าวต่างประเทศ

คำถามที่พบบ่อย

เอลนีโญปี 2026 จะรุนแรงที่สุดเมื่อไร?

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) คาดเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ว่าเอลนีโญรอบนี้จะพีคราวเดือนธันวาคม 2026 โดยค่าเฉลี่ยอุณหภูมิผิวน้ำที่ผิดปกติในพื้นที่ Niño 3.4 ช่วงตุลาคม–ธันวาคมจะอยู่ราว +3.7°C สูงกว่าสถิติเดิม +2.6°C และมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2027

เอลนีโญคืออะไร?

เอลนีโญคือภาวะที่ผิวน้ำทะเลในแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นผิดปกติ WMO ระบุว่าเกิดทุก 2–7 ปี อยู่ราว 9–12 เดือน มักพีคระหว่างพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ และเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เอลนีโญรอบนี้กระทบไทยและอาเซียนอย่างไร?

ASMC คาดเมื่อ 5 ตุลาคม 2026 ว่าภายใต้เอลนีโญ ช่วงตุลาคม–ธันวาคม อาเซียนส่วนใหญ่จะร้อนกว่าปกติ หมู่เกาะส่วนใหญ่มีโอกาสสูงที่ฝนจะน้อยกว่าปกติ ส่วนแผ่นดินใหญ่ตอนกลางยังไม่มีแนวโน้มชัด เมื่ออาเซียนตอนบนเข้าฤดูแล้งช่วงปลายปี จุดความร้อนและหมอกควันอาจเพิ่มขึ้น รายละเอียดรายพื้นที่ให้ยึดประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา

NOAA ประเมินเอลนีโญรอบนี้ไว้อย่างไร?

ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของ NOAA ออกรายงานเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ว่าเอลนีโญยังแรงขึ้น ให้โอกาส 83% ที่ช่วงตุลาคม–ธันวาคมจะแรงเกินทุกครั้งนับจากปี 1950 และมีโอกาสมากกว่า 83% ที่จะยังเป็นเอลนีโญระดับแรงถึงแรงมากจนถึงมกราคม–มีนาคม 2027 รายงานฉบับถัดไปมีกำหนด 12 พฤศจิกายน 2026

แหล่งอ้างอิง

  1. Sea-surface temperatures reflect strengthening El Niño — World Meteorological Organization (WMO)
  2. ENSO Diagnostic Discussion (8 October 2026) — NOAA Climate Prediction Center
  3. Regional Climate - Seasonal Outlook (October–December 2026) — ASEAN Specialised Meteorological Centre (ASMC)
  4. Global Heat Forum seeks to galvanize action and investment — World Meteorological Organization (WMO)
  5. El Niño set to become very strong, raising risks of extreme weather into 2027 — World Meteorological Organization (WMO)
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ