น้ำท่วมฟาร์มกุ้งภาคตะวันออกเสียหาย 1.65–2.2 หมื่นล้านบาท กรมประมงเหลืองบช่วย 561 ล้าน
สมาคมกุ้งประเมินน้ำท่วมฟาร์มกุ้ง 5 จังหวัดเสียหาย 16,500–22,000 ล้านบาท กรมประมงประเมินความเสียหายสัตว์น้ำทั่วประเทศ 17,503 ล้านบาท แต่เหลืองบช่วย 561 ล้านบาท
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- สมาคมกุ้งตะวันออกไทยและสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมฟาร์มกุ้งในฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง และสมุทรปราการไว้ 16,500–22,000 ล้านบาท
- กรมประมงรายงานข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2569 ว่าน้ำท่วมกระทบผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ 18,774 ราย ใน 46 จังหวัดและกรุงเทพฯ พื้นที่เสียหาย 140,092 ไร่ มูลค่าเบื้องต้นกว่า 17,503 ล้านบาท
- วงเงินช่วยเหลือคงเหลือของกรมประมงมี 561.46 ล้านบาท หรือราว 3% ของมูลค่าความเสียหาย อัตราชดเชยกุ้งทะเลและกุ้งก้ามกรามอยู่ที่ไร่ละ 12,350 บาท ไม่เกิน 5 ไร่
- ภาคเอกชนขอขยายเพดาน 5 ไร่ ลดเอกสาร และจ่ายเงินทุนหมุนเวียนภายใน 15–30 วัน ขณะที่ผลผลิตกุ้งไทยลดจาก 600,000 ตัน เหลือราว 250,000 ตันต่อปี จากโรคระบาดตั้งแต่ปี 2554
สมาคมกุ้งตะวันออกไทยและสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยประเมินว่าน้ำท่วมฟาร์มกุ้งในฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง และสมุทรปราการ สร้างความเสียหาย 16,500–22,000 ล้านบาท ตามที่เผยแพร่เมื่อ 16 ตุลาคม 2569 (2026) ขณะที่กรมประมงประเมินความเสียหายด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ ณ 14 ตุลาคม ไว้กว่า 17,503 ล้านบาท แต่เหลือวงเงินช่วยเหลือเพียง 561.46 ล้านบาท
ภาคตะวันออกเป็นแหล่งผลิตกุ้งราว 20% ของประเทศ นายสมประสงค์ เนตรทิพย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย ระบุว่า "การฟื้นฟูไม่ใช่แค่สูบน้ำออก แต่ต้องตรวจสอบระบบชีวอนามัยใหม่ทั้งหมดเพื่อป้องกันโรคระบาดซ้ำ" และเรียกเหตุการณ์นี้ว่าวิกฤตเชิงระบบที่กระทบตั้งแต่ฟาร์ม ลูกพันธุ์ โรงงานแปรรูป ไปจนถึงผู้ส่งออก ตามที่กรุงเทพธุรกิจรายงาน
ตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมฟาร์มกุ้งและบ่อสัตว์น้ำ
กรมประมงแถลงผ่านนายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมงและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง ว่าน้ำท่วมฉับพลันตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2569 กระทบผู้เลี้ยงสัตว์น้ำใน 46 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ตัวเลขของกรมประมงรวมสัตว์น้ำทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะน้ำท่วมฟาร์มกุ้ง
| รายการ (ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2569) | จำนวน |
|---|---|
| เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ | 18,774 ราย |
| พื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเลที่เสียหาย | 30,509 ไร่ |
| พื้นที่เลี้ยงปลาและสัตว์น้ำอื่นในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน | 109,583 ไร่ |
| กระชัง บ่อซีเมนต์ และแบบอื่นที่คล้ายกัน | 225,066 ตารางเมตร |
| มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น | กว่า 17,503 ล้านบาท |
| วงเงินช่วยเหลือคงเหลือ | 561.46 ล้านบาท |
ตัวเลขของสมาคมกุ้งนับเฉพาะน้ำท่วมฟาร์มกุ้งใน 5 จังหวัด ส่วนตัวเลขกรมประมงนับสัตว์น้ำทุกประเภททั่วประเทศ จึงนำมาบวกกันไม่ได้ แต่สมาคมระบุว่าตัวเลขของตนสอดคล้องกับรายงานของกรมประมง

เงินช่วยเหลือน้ำท่วมฟาร์มกุ้ง: อัตราเดิมกับข้อเสนอของเอกชน
กรมประมงช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และหลักเกณฑ์ปี 2569 ดังนี้
| ประเภทการเลี้ยง | อัตราช่วยเหลือ | เพดาน |
|---|---|---|
| กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล | 12,350 บาทต่อไร่ | ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย |
| ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นในบ่อดิน นาข้าว ร่องสวน | 4,890 บาทต่อไร่ | ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย |
| กระชัง บ่อซีเมนต์ หรือแบบอื่นที่คล้ายกัน | 390 บาทต่อตารางเมตร | ไม่เกิน 80 ตารางเมตรต่อราย |
ผู้เลี้ยงกุ้งที่โดนน้ำท่วมฟาร์มกุ้งจึงได้สูงสุดรายละ 61,750 บาท ผู้ที่จะได้รับเงินต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมประมงก่อนเกิดภัยและอยู่ในเขตประกาศภัยพิบัติ กรมฯ ต้องจ่ายให้เสร็จภายใน 90 วัน และรับแบบคำขอ กษ.01–ทบ.1 ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ภาคเอกชนเห็นว่าเกณฑ์นี้ไม่พอสำหรับน้ำท่วมฟาร์มกุ้งรอบนี้ และเสนอให้รัฐ
- ขยายเพดานพื้นที่ชดเชย จากเดิมไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย
- ลดเงื่อนไขเอกสารทะเบียนเกษตรกร
- เร่งอนุมัติเงินทุนหมุนเวียนให้ถึงผู้เลี้ยงกุ้งภายใน 15–30 วัน
- ดึงสถาบันอาชีวศึกษาตั้งศูนย์ซ่อมอุปกรณ์เพื่อฟื้นฟูฟาร์ม

ทำไมน้ำท่วมฟาร์มกุ้งรอบนี้หนักกว่าน้ำท่วมทั่วไป
น้ำท่วมฟาร์มกุ้งปีนี้มาซ้ำปัญหาที่อุตสาหกรรมเผชิญอยู่แล้ว workpointTODAY และกรุงเทพธุรกิจรายงานตามข้อมูลของสมาคมว่า โรคตายด่วน (EMS) โรคตัวแดงดวงขาว และโรคขี้ขาว ทำให้ผลผลิตกุ้งไทยลดจาก 600,000 ตันต่อปีเหลือราว 250,000 ตันต่อปีนับตั้งแต่ปี 2554 นอกจากนี้มาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 ชนิด ได้แก่ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 ทำให้ส่งออกไปมาเลเซียในเดือนมิถุนายนลดลง 81% และกุ้งที่ล้นกลับมาในประเทศกดราคาหน้าฟาร์ม
กรมประมงวางแผนหลังน้ำลดไว้ว่า ปีงบประมาณ 2570 จะปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่ประสบภัย ให้ผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 เข้าโครงการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเป็นลำดับแรก และในระยะยาวจะพัฒนาสายพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และทนต่อสภาพอากาศแปรปรวน ภาพรวมความเสียหายภาคเกษตรรอบก่อนหน้าอ่านได้ในข่าวน้ำท่วมกระทบเกษตรกร 53 จังหวัด

ผลต่อธุรกิจและองค์กรไทย
- โรงงานแปรรูปและผู้ส่งออกกุ้ง ควรประเมินวัตถุดิบไตรมาสสุดท้ายใหม่ เพราะภาคตะวันออกผลิตราว 20% ของกุ้งทั้งประเทศ และฟาร์มต้องตรวจระบบชีวอนามัยก่อนลงลูกกุ้งรอบใหม่ ผู้ส่งออกที่ติดตามตลาดสหรัฐฯ อ่านเพิ่มได้ในข่าวอากร AD กุ้งแช่แข็งไทย
- ผู้ผลิตอาหารกุ้ง ลูกพันธุ์ และอุปกรณ์ฟาร์ม ควรเตรียมเงื่อนไขเครดิตสำหรับลูกค้าที่โดนน้ำท่วมฟาร์มกุ้ง เพราะเงินช่วยเหลือของรัฐสูงสุดรายละ 61,750 บาท และอาจใช้เวลาถึง 90 วัน
- ธนาคารและสหกรณ์ ที่ปล่อยสินเชื่อให้ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ควรใช้ข้อมูลพื้นที่เสียหายของกรมประมงคัดลูกหนี้ที่ต้องพักหนี้หรือเติมสภาพคล่อง ก่อนรัฐตัดสินข้อเสนอขยายเพดาน
- ฟาร์มที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน ยื่นคำขอได้ที่สำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด แต่ควรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนให้ครบ เพราะเป็นเงื่อนไขรับเงินช่วยเหลือรอบต่อไป
ติดตามข่าวเกษตรและอาหารได้ที่หมวดเกษตรและอาหาร
คำถามที่พบบ่อย
น้ำท่วมฟาร์มกุ้งปี 2569 เสียหายเท่าไร?
สมาคมกุ้งตะวันออกไทยและสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมฟาร์มกุ้งใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกและสมุทรปราการไว้ 16,500–22,000 ล้านบาท ส่วนกรมประมงประเมินความเสียหายด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกประเภททั่วประเทศ ณ 14 ตุลาคม 2569 ไว้กว่า 17,503 ล้านบาท
ผู้เลี้ยงกุ้งที่โดนน้ำท่วมได้เงินช่วยเหลือเท่าไร?
ตามหลักเกณฑ์ปี 2569 ผู้เลี้ยงกุ้งทะเล กุ้งก้ามกราม หรือหอยทะเลที่โดนน้ำท่วมฟาร์มกุ้งได้ไร่ละ 12,350 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย หรือสูงสุด 61,750 บาท ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมประมงก่อนเกิดภัย และกรมประมงต้องจ่ายให้เสร็จภายใน 90 วัน
ยื่นขอความช่วยเหลือน้ำท่วมด้านประมงได้ที่ไหน?
กรมประมงรับแบบคำขอ กษ.01–ทบ.1 ที่สำนักงานประมงอำเภอและสำนักงานประมงจังหวัด โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้วและยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนยื่นได้ แต่ผู้ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือต้องขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยและอยู่ในเขตประกาศภัยพิบัติ
ทำไมน้ำท่วมฟาร์มกุ้งครั้งนี้ถูกเรียกว่าวิกฤตเชิงระบบ?
ภาคเอกชนระบุว่าน้ำท่วมฟาร์มกุ้งซ้ำเติมปัญหาเดิม ทั้งโรคตายด่วน (EMS) ที่ทำให้ผลผลิตกุ้งไทยลดจาก 600,000 ตันเหลือราว 250,000 ตันต่อปี และการที่มาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 ชนิดตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 จนส่งออกไปมาเลเซียในเดือนมิถุนายนลดลง 81%
แหล่งอ้างอิง
- กรมประมงเร่งสำรวจความเสียหายจากอุทกภัย 47 จังหวัด เยียวยาตามหลักเกณฑ์ใหม่ — จส.100
- ยกเครื่องกุ้งไทย พิษน้ำท่วมซ้ำ EMS-มาเลย์แบน ดันเสียหายพุ่ง 2 หมื่นล้าน — กรุงเทพธุรกิจ
- อาจไม่ใช่แค่ผักที่แพง? ‘ฟาร์มกุ้ง’ เสียหายกว่า 1.6 หมื่นล้าน จากปัญหารอบด้าน น้ำท่วม-โรคระบาด — workpointTODAY
- Floods deepen Thai shrimp crisis amid disease and export setbacks — Nation Thailand
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กรมประมง6กระทรวงการคลัง37
- ประเทศและสถานที่
- ชลบุรี25สมุทรปราการ13กรุงเทพฯ140มาเลเซีย60สหรัฐอเมริกา277
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ