ข้ามไปยังเนื้อหา
ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ภาพโรงงาน BYD ที่ระยอง ประเทศไทย มี ATTO 3 DOLPHIN และ SEAL จอดบนเวที
Automotive

ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดโต 71% ปี 2569

โรงงาน BYD ที่ระยอง ตัวอย่างค่ายรถ BEV ที่ผลิตในไทยแล้ว ภาพจากพิธีเปิดโรงงาน เป็นภาพประกอบ ภาพ: BYD

ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน โตเกิน 71% ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด เมื่อ 6 พ.ย. จากภาษีนำเข้า 35% ที่มีผล 1 ม.ค. 2570 และจีนลดคืนภาษี

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที ผู้เข้าชม 1

แชร์FacebookXLINELinkedIn

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน หรือโตมากกว่า 71% จากปีก่อน ตามบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่ 6 พฤศจิกายน 2569
  • ปัจจัยเร่งมี 2 ข้อ คือไทยขึ้นภาษีสรรพสามิต BEV นำเข้าจาก 10% เป็น 35% ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2570 และจีนลดอัตราคืนภาษีส่งออกรถพลังงานใหม่จาก 13% เป็น 9% ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2570
  • ราคา BEV นำเข้าปีหน้าอาจสูงขึ้นเฉลี่ยราว 25% ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดว่าค่ายรถจะใช้กระแส "ซื้อปีนี้ก่อนแพงปีหน้า" ทำตลาด
  • ทะเบียน BEV ใหม่ ม.ค.–ก.ย. 2569 รวม 168,723 คัน แบ่งเป็น BEV นำเข้าล้วน 23% นำเข้าบางรุ่น 42% และผลิตในไทย 35%

ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน เป็นการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่เผยแพร่เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2569 ศูนย์ฯ ระบุว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) ปีนี้มีโอกาสเร่งขึ้นไปยืนเหนือ 2.1 แสนคัน หรือโตมากกว่า 71% จากปีก่อน เพราะไทยจะขึ้นภาษีสรรพสามิต BEV นำเข้าเป็น 35% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570

อินโฟกราฟิกของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเรื่องตลาด BEV ในประเทศปี 2026 คาดเกิน 2.1 แสนคัน โตเกิน 71%
อินโฟกราฟิกของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเรื่องตลาด BEV ในประเทศปี 2026 คาดเกิน 2.1 แสนคัน โตเกิน 71% ภาพ: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ข่าวนี้เขียนจากบทวิเคราะห์ Econ Digest ในเว็บไซต์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยโดยตรง ตัวเลข ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน เป็นการประมาณการ ไม่ใช่ยอดจดทะเบียนจริงของทั้งปี และศูนย์ฯ ย้ำในหมายเหตุของรายงานว่าข้อมูลไม่ถือเป็นคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ

ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน เพราะปัจจัยเร่ง 2 ข้อ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่ามี 2 มาตรการที่ทำให้ตลาดเร่งตัวในช่วงปลายปี

ปัจจัย อัตราเดิม อัตราใหม่ วันที่มีผล
ไทยขึ้นภาษีสรรพสามิต BEV นำเข้า (ยี่ห้อที่ไม่มีการลงทุนในไทย ตามอินโฟกราฟิกของศูนย์ฯ) 10% 35% 1 ม.ค. 2570
จีนลดอัตราคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับส่งออกรถพลังงานใหม่ (รวม BEV) 13% 9% 1 เม.ย. 2570

ในมุมของยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ศูนย์ฯ ประเมินว่าภาษีสรรพสามิตใหม่อาจทำให้ราคาขาย BEV นำเข้าปีหน้าสูงขึ้นเฉลี่ยราว 25% ส่วนมาตรการของจีนทำให้ต้นทุนส่งออกรถจากจีนสูงขึ้นอีกชั้น ผลคือศูนย์ฯ คาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะมีการเร่งนำเข้า BEV จากจีนเพิ่ม และค่ายรถอาจนำกระแส "ซื้อปีนี้ก่อนแพงปีหน้า" มาใช้ทำการตลาด

รายละเอียดมติ ครม. ที่ขึ้นภาษี BEV และ REEV นำเข้าอ่านได้ในข่าวภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% และมาตรการของจีนอยู่ในข่าวจีนลดคืนภาษีส่งออกรถพลังงานใหม่ 13% เป็น 9%

ตัวเลขนำเข้าจากจีนที่ศูนย์ฯ รวบรวม

อินโฟกราฟิกของศูนย์ฯ แสดงมูลค่าส่งออก BEV จากจีนมาไทย ซึ่งรวบรวมจากข้อมูลศุลกากรจีน (GACC) และกรมการขนส่งทางบก แล้วคาดการณ์โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย หน่วยล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • มกราคม 2569 อยู่ที่ราว 100 ล้านดอลลาร์ และพุ่งถึงราว 451 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม
  • สิงหาคม 2569 ลดเหลือราว 230 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นช่วงที่แผนขึ้นภาษี BEV นำเข้าของรัฐเริ่มเป็นข่าว ตามที่ศูนย์ฯ ทำเครื่องหมายไว้
  • กันยายน 2569 ดีดกลับเป็นราว 422 ล้านดอลลาร์ ศูนย์ฯ ระบุป้าย +214% จากปีก่อนไว้ที่จุดนี้

ข้อมูลนำเข้านี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ศูนย์ฯ คาดยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ตัวเลขรายเดือนอ่านจากกราฟของศูนย์ฯ จึงเป็นค่าโดยประมาณ ผู้ที่ต้องใช้ตัวเลขเต็มควรเปิดดูที่ต้นทางโดยตรง

ท้ายเรือขนส่งรถ BYD EXPLORER NO.1 ที่ท่าเรือ Wilhelmshaven เปิดทางลาดสำหรับขนรถขึ้นลงเรือ
ท้ายเรือขนส่งรถ BYD EXPLORER NO.1 ที่ท่าเรือ Wilhelmshaven เปิดทางลาดสำหรับขนรถขึ้นลงเรือ ภาพ: Ein Dahmer / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ค่ายรถ 3 กลุ่มกับยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ได้รับผลต่างกันอย่างไร

ศูนย์ฯ ใช้ฐานทะเบียน BEV ใหม่ช่วงมกราคมถึงกันยายน 2569 รวม 168,723 คัน แบ่งค่ายรถเป็น 3 กลุ่มตามการลงทุนในไทย

กลุ่ม ส่วนแบ่ง ผลจากภาษี 35% ตามที่ศูนย์ฯ ประเมิน
BEV นำเข้าล้วน 23% ได้รับผลกระทบทันที ต้องเลือกระหว่างตั้งฐานผลิตกับถอนตัวปีหน้า
BEV ที่บริษัทแม่ลงทุนในไทยแล้ว แต่นำเข้าบางรุ่น 42% รอความชัดเจนเรื่องโควตานำเข้า จึงเพิ่มลงทุนได้ในกรอบจำกัด
BEV ที่ผลิตในไทย 35% ภาษียัง 2% เท่าเดิม กระทบน้อย และอาจเจอสงครามราคาน้อยลง

คำนวณจากส่วนแบ่งที่ปัดเศษของศูนย์ฯ กลุ่มนำเข้าล้วนเท่ากับราว 38,800 คัน กลุ่มนำเข้าบางรุ่นราว 70,900 คัน และกลุ่มผลิตในไทยราว 59,100 คัน (คำนวณเอง) ส่วนยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคันในคำคาดการณ์เป็นยอดทั้งปี จึงสูงกว่าฐาน 9 เดือนนี้ ถ้าโตพอดี 71% ฐานของปีก่อนจะอยู่ที่ราว 1.23 แสนคัน (คำนวณเอง)

Volvo EX40 สีเบจเสียบสายชาร์จที่ช่องชาร์จด้านหลัง ภาพจากหน้ารุ่นของ Volvo ประเทศไทย
Volvo EX40 สีเบจเสียบสายชาร์จที่ช่องชาร์จด้านหลัง ภาพจากหน้ารุ่นของ Volvo ประเทศไทย ภาพ: Volvo Car (Thailand)

4 ประเด็นที่ศูนย์ฯ ให้ติดตามหลังยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน

  1. เกณฑ์ Local Content: ควรกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำให้มากกว่า 40% เดิมอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ BEV ใช้ชิ้นส่วนน้อยกว่ารถสันดาปภายในมาก และควรนับลึกถึงชิ้นส่วนระดับ Tier 2 และ 3 พร้อมระบบติดตามระยะยาว
  2. สมการลงทุนตามสัญชาติ: ศูนย์ฯ มองว่าค่ายญี่ปุ่นยังเน้นรถ HEV ในไทย และผลิต BEV จากฐานต่างประเทศอย่างจีน ส่วนค่ายจีนจะเน้นผลิต BEV ในไทย โดยมี HEV, PHEV และ REEV เป็นรุ่นทางเลือก
  3. โควตานำเข้า: ยังไม่กำหนดชัดเจน เพราะค่ายรถมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่จะกำหนดมูลค่าและจังหวะลงทุนของค่ายรถ BEV
  4. ค่ายจีนขนาดเล็ก: ที่ยอดขายในไทยไม่สูงอาจเลือกผลิตที่ฐานหลักในจีนต่อไป และไทยยังแข่งขันกับ BEV ส่งออกจากจีนและประเทศอาเซียนอื่นที่ผลิตแบรนด์จีนเช่นกัน
รถยนต์หลายรุ่นหลายแบรนด์ในเครือ BYD จอดบนชายหาดยามเย็น
รถยนต์หลายรุ่นหลายแบรนด์ในเครือ BYD จอดบนชายหาดยามเย็น ภาพ: BYD

ผู้ที่ตามค่ายรถรายแบรนด์ดูได้ในวิเคราะห์ BYD รถยนต์ไฟฟ้า 8 รุ่นในไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างค่ายที่มีโรงงานในไทยแล้ว

ผลต่อองค์กรไทยจากยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน

  • ผู้ซื้อรถบริษัทและฝ่ายจัดซื้อฝูงรถ: หากยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคันเป็นจริง ราคา BEV นำเข้าปีหน้าอาจสูงขึ้นเฉลี่ยราว 25% ตามการประเมินของศูนย์ฯ จึงควรขอใบเสนอราคาหลายแบรนด์และอ่านเงื่อนไขการส่งมอบก่อนปลายปี โดยไม่มีข้อมูลให้สรุปว่าทุกแบรนด์จะขึ้นราคาเท่ากัน
  • ผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs ในห่วงโซ่: เกณฑ์ Local Content ที่ศูนย์ฯ เสนอให้นับถึง Tier 2 และ 3 เป็นสัญญาณว่าชิ้นส่วนในประเทศอาจมีโอกาสมากขึ้น แต่ยังเป็นข้อเสนอ ไม่ใช่กฎที่ประกาศแล้ว
  • ดีลเลอร์และผู้ให้บริการหลังการขาย: ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคันหมายถึงยอดขายที่เร่งช่วงปลายปีหมายถึงรถใหม่ที่ต้องดูแลต่อเนื่อง ควรตรวจสต็อกและบริการอะไหล่ล่วงหน้า

บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคันทำให้ตลาด BEV เปลี่ยนเร็วและห่วงโซ่ชิ้นส่วนต้องวางแผนตามเกณฑ์ใหม่ ผู้ผลิตและธุรกิจยานยนต์ไทยต้องเห็นข้อมูลการผลิตและสต็อกให้ทันเวลา Manufacturing Cloud ของ THAI DATA CLOUD ช่วยโรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน และธุรกิจยานยนต์วิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ และรัน ERP หรือ SAP บนคลาวด์ โดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานไอทีใหม่เอง (THAI DATA CLOUD เป็นผู้ดำเนินงานเว็บไซต์นี้)

ติดตามข่าวรถยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ที่หมวดยานยนต์

คำถามที่พบบ่อย

ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน จริงหรือ?

ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน เป็นการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ไม่ใช่ยอดจริง ศูนย์ฯ ระบุว่าตลาด BEV ปีนี้มีโอกาสเร่งขึ้นไปยืนเหนือ 2.1 แสนคัน หรือโตมากกว่า 71% จากปีก่อน ตามบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2569

ทำไมยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน จึงถูกคาดว่าจะเร่งขึ้น?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ 2 ปัจจัยที่หนุนยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน คือไทยขึ้นภาษีสรรพสามิต BEV นำเข้าจาก 10% เป็น 35% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 และจีนลดอัตราคืนภาษีมูลค่าเพิ่มส่งออกรถพลังงานใหม่จาก 13% เหลือ 9% ตั้งแต่ 1 เมษายน 2570

BEV นำเข้าปีหน้าจะแพงขึ้นเท่าไร?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าภาษีใหม่อาจทำให้ราคาขาย BEV นำเข้าปีหน้าสูงขึ้นเฉลี่ยราว 25% ทั้งนี้เป็นการประเมินของศูนย์ฯ ราคาจริงขึ้นกับสต็อกที่นำเข้าก่อนสิ้นปีและการตั้งราคาของแต่ละแบรนด์

ค่ายรถ BEV กลุ่มไหนได้รับผลกระทบจากภาษี 35% มากที่สุด?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่ากลุ่มที่นำเข้ามาขายอย่างเดียว ซึ่งมีส่วนแบ่งราว 23% ของยอดขาย BEV รวม จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนกลุ่มที่ผลิตในไทยแล้ว ส่วนแบ่งราว 35% เสียภาษีเดิม 2% จึงกระทบน้อย

แหล่งอ้างอิง

  1. ตลาด BEV ในประเทศปี 2026 คาดเร่งขึ้นเหนือ 2.1 แสนคัน โตเกิน 71% (Econ Digest 6 พ.ย. 2569) — ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
  2. รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ BEV และ REEV นำเข้าเป็นร้อยละ 35 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (กระทรวงการคลัง)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
จีน355ญี่ปุ่น291
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ