ข้ามไปยังเนื้อหา
Economy

IMF ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 ขึ้นเป็น 3.1% แต่คาดไทยโตเพียง 2.1%

IMF ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 ขึ้นเป็น 3.1% ในรายงาน World Economic Outlook ที่เปิดในกรุงเทพฯ 13 ต.ค. 2026 แต่คาดไทยโตเพียง 2.1% ช้ากว่าเพื่อนบ้านอาเซียน

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
หน้า IMF DataMapper ฐานข้อมูล World Economic Outlook ฉบับตุลาคม 2026 แสดงแผนที่คาดการณ์การเติบโตของ GDP ที่แท้จริงปี 2026 รายประเทศ
ภาพ: IMF DataMapper (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • IMF เผยแพร่รายงาน World Economic Outlook ฉบับตุลาคม 2026 เมื่อ 13 ตุลาคม 2026 ระหว่างการประชุมประจำปีที่กรุงเทพฯ ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 ขึ้นเป็น 3.1% จาก 3.0% ในรายงานเดือนกรกฎาคม
  • ปี 2027 IMF คงคาดการณ์เศรษฐกิจโลกไว้ที่ 3.4% ส่วนเงินเฟ้อโลกปี 2026 คาดไว้ที่ 4.7% จากราคาพลังงานและอาหารที่สูงขึ้น
  • IMF คาดเศรษฐกิจไทยโต 2.1% ทั้งปี 2026 และ 2027 ลดจาก 2.4% ในปี 2025 ต่ำกว่าเวียดนาม 8.4% มาเลเซีย 5.2% อินโดนีเซีย 5.1% และฟิลิปปินส์ 3.4%
  • ความเสี่ยงที่ IMF ระบุคือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น ความตึงเครียดทางการค้า และการปรับฐานของตลาดการเงินหากความคาดหวังต่อ AI สูงเกินจริง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่รายงาน World Economic Outlook ฉบับตุลาคม 2026 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ระหว่างการประชุมประจำปีที่กรุงเทพฯ โดยปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 ขึ้นเป็น 3.1% จาก 3.0% ในรายงานเดือนกรกฎาคม แต่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 2.1% ทั้งปี 2026 และ 2027 ช้ากว่าเพื่อนบ้านหลักในอาเซียน

IMF สรุปภาพรวมว่าเศรษฐกิจโลกยังทนแรงกระแทกได้ แต่ความทนทานนั้นกระจายไม่เท่ากันมากขึ้น และกันชนที่ช่วยรับแรงกระแทกในช่วงที่ผ่านมากำลังบางลง รายงานนี้ออกมาหลังจากกรรมการผู้จัดการ IMF เตือนเรื่องสามกระแส AI พลังงานแพง และหนี้สาธารณะ เมื่อ 7 ตุลาคม และเป็นรายงานหลักของการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ ระหว่าง 12–18 ตุลาคม

IMF ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกขึ้นเล็กน้อย แต่ช่องว่างระหว่างประเทศกว้างขึ้น

Deniz Igan หัวหน้าฝ่ายในสำนักวิจัยของ IMF ระบุว่าเศรษฐกิจโลกจะโต 3.1% ในปีนี้และ 3.4% ในปีหน้า แต่ใต้ตัวเลขรวมมีความแตกต่างที่กว้างขึ้น ประเทศที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI หรือจากราคาสินค้าส่งออกที่ดีขึ้นยังไปได้ค่อนข้างดี ขณะที่ประเทศนำเข้าพลังงานและประเทศรายได้ต่ำเจอสภาพแวดล้อมที่ยากขึ้นมาก

เมื่อเทียบกับรายงานฉบับปรับปรุงเดือนกรกฎาคม 2026 ที่ IMF คาดไว้ 3.0% ในปี 2026 และ 3.4% ในปี 2027 ฉบับนี้ปรับปีนี้ขึ้น 0.1 จุด และคงปีหน้าไว้เท่าเดิม ตัวเลขรายกลุ่มจากฐานข้อมูล World Economic Outlook ฉบับตุลาคม 2026 ของ IMF มีดังนี้

เศรษฐกิจ 2025 2026 (คาด) 2027 (คาด)
เศรษฐกิจโลก 3.5% 3.1% 3.4%
ประเทศพัฒนาแล้ว 2.0% 2.1% 1.8%
สหรัฐฯ 2.3% 2.3% 2.3%
ยูโรโซน 1.2% 1.1% 1.2%
ญี่ปุ่น 1.2% 0.7% 0.7%
ตลาดเกิดใหม่และกำลังพัฒนา 4.5% 3.7% 4.4%
จีน 5.0% 4.5% 4.0%
เอเชียเกิดใหม่และกำลังพัฒนา 5.6% 5.1% 4.9%
ASEAN-5 4.5% 4.4% 4.3%
ไทย 2.4% 2.1% 2.1%

กลุ่มที่ชะลอแรงที่สุดในปี 2026 คือตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งลดจาก 4.5% เหลือ 3.7% ก่อนฟื้นเป็น 4.4% ในปี 2027 ส่วนประเทศพัฒนาแล้วโตใกล้เคียงเดิมที่ 2.1%

กราฟแท่งคาดการณ์ IMF ปี 2026 และ 2027: โลก 3.1% และ 3.4% ประเทศพัฒนาแล้ว 2.1% และ 1.8% ตลาดเกิดใหม่และกำลังพัฒนา 3.7% และ 4.4% สหรัฐฯ 2.3% ทั้งสองปี จีน 4.5% และ 4.0% เอเชียเกิดใหม่และกำลังพัฒนา 5.1% และ 4.9% ASEAN-5 4.4% และ 4.3% ไทย 2.1% ทั้งสองปี
IMF คาดเศรษฐกิจโลกฟื้นในปี 2027 แต่ไทยโต 2.1% ทั้งสองปี ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: IMF World Economic Outlook (October 2026))

เงินเฟ้อโลก 4.7% และความเสี่ยงที่ IMF ยังห่วง

IMF คาดว่าเงินเฟ้อโลกจะสูงขึ้นในระยะสั้นเป็น 4.7% ในปี 2026 จาก 4.1% ในปี 2025 ส่วนใหญ่มาจากราคาพลังงานและอาหาร ก่อนลดลงเป็น 4.1% ในปี 2027 ฝั่งประเทศพัฒนาแล้วคาดเงินเฟ้อ 3.1% ในปี 2026 และสหรัฐฯ 3.6%

Igan ระบุว่าส่วนเผื่อที่เคยช่วยให้เศรษฐกิจโลกรับแรงกระแทกได้กำลังแคบลงอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงจึงยังเอียงไปทางขาลง ประเด็นที่ IMF ระบุมีดังนี้

  • ตะวันออกกลาง ความตึงเครียดอาจยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น ทำให้ราคาพลังงานและอาหารสูงต่อไป และกดดันทั้งการเติบโตและเงินเฟ้อ
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของทั้งรัฐและเอกชนสูงตาม
  • ความตึงเครียดทางการค้ารอบใหม่
  • AI เป็นความเสี่ยงสองทาง หากความคาดหวังต่อ AI สูงเกินจริง ตลาดการเงินอาจปรับฐาน แต่หากผลิตภาพจาก AI มาเร็วกว่าคาด เศรษฐกิจก็อาจดีกว่าที่ประเมิน

IMF คาดไทยโต 2.1% ช้าที่สุดในกลุ่มเศรษฐกิจหลักอาเซียน

ตัวเลขของ IMF ชุดนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโต 2.1% ในปี 2026 และ 2.1% ในปี 2027 ลดลงจาก 2.4% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เวียดนามคาดโต 8.4% มาเลเซีย 5.2% อินโดนีเซีย 5.1% สิงคโปร์ 5.0% และฟิลิปปินส์ 3.4% ขณะที่ค่าเฉลี่ยกลุ่ม ASEAN-5 อยู่ที่ 4.4%

กราฟแท่งคาดการณ์ IMF ปี 2026: เวียดนาม 8.4% มาเลเซีย 5.2% อินโดนีเซีย 5.1% สิงคโปร์ 5.0% ASEAN-5 4.4% ฟิลิปปินส์ 3.4% และไทย 2.1%
ไทยอยู่ท้ายสุดเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจหลักในอาเซียนตามคาดการณ์ปี 2026 ของ IMF ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: IMF World Economic Outlook (October 2026))

ด้านราคา IMF คาดเงินเฟ้อไทยปี 2026 ที่ 2.1% หลังจากติดลบ 0.1% ในปี 2025 และ 1.7% ในปี 2027 ตัวเลขการเติบโตของไทยใกล้กับที่ธนาคารโลกปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2026 เป็น 2.0% เมื่อ 6 ตุลาคม ทั้งสองสถาบันจึงมองตรงกันว่าไทยโตราว 2% และยังตามหลังเพื่อนบ้าน แม้จะได้แรงหนุนจากการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวกับ AI

หน้า IMF Media Center เรื่อง World Economic Outlook ระหว่างการประชุมประจำปี 2026 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2026 พร้อมคลิปวิดีโอสรุปรายงาน
หน้าเผยแพร่ข่าวรายงาน World Economic Outlook บน IMF Media Center ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2026 พร้อมคลิปสรุปรายงาน ภาพ: IMF Media Center (ภาพหน้าจอ)

IMF แนะนโยบาย: สร้างพื้นที่การคลังคืน ช่วยค่าครองชีพแบบเจาะจง

IMF ระบุว่าโจทย์หลักของผู้กำหนดนโยบายคือรับมือแรงกระแทกวันนี้โดยไม่ทิ้งเสถียรภาพระยะกลาง ข้อเสนอหลักมีสามข้อ

  • สร้างพื้นที่ทางการคลังคืนโดยไม่รอช้า เพราะหนี้สาธารณะสูงและต้นทุนการกู้ยืมกำลังเพิ่มขึ้น
  • ช่วยครัวเรือนแบบชั่วคราว เจาะจง และไม่บิดเบือนราคา สำหรับครัวเรือนที่เจออาหารและพลังงานแพง
  • นโยบายการเงินต้องดูข้อมูลและเหมาะกับแต่ละประเทศ โดยพิจารณาว่าประเทศนั้นได้รับผลจากสงครามและจากวัฏจักรเทคโนโลยีมากเพียงใด ระยะยาวควรเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน เตรียมความพร้อมด้าน AI และรักษาการค้าที่เปิดกว้าง

ข้อเสนอเรื่องค่าครองชีพมีงานวิจัยในบทที่ 2 ของรายงาน ซึ่ง IMF เผยแพร่ล่วงหน้าเมื่อ 6 ตุลาคม รองรับ บทนี้ใช้ข้อมูล 76 ประเทศในช่วงสามทศวรรษ และพบว่าการให้ความคุ้มครองครัวเรือนรายได้น้อยในระดับเดียวกันด้วยการอุดหนุนราคาผู้บริโภคใช้เงินมากกว่าการโอนเงินแบบเจาะจง 3–6 เท่า ส่วนการอุดหนุนผู้ผลิตใช้มากกว่า 14–22 เท่า ในวิกฤตพลังงานของยุโรปปี 2022–23 เงินทุก 1 ยูโรที่ใช้กดราคาไฟฟ้า ก๊าซ และน้ำมัน ไปถึงครัวเรือนที่จนที่สุดหนึ่งในห้าไม่ถึง 20 เซนต์

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

World Economic Outlook เป็นตัวเลขอ้างอิงที่รัฐบาล ธนาคารกลาง และบริษัททั่วโลกใช้ตั้งสมมติฐานงบประมาณ การที่ IMF ปรับโลกขึ้นแต่ไทยยังอยู่ราว 2% บอกว่าแรงหนุนจากการลงทุน AI ของโลกยังไม่พอดึงไทยให้โตทันเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน IMF ก็ชี้ว่าการลงทุน AI เองเป็นความเสี่ยง หากความคาดหวังสูงเกินจริงและตลาดปรับฐาน ประเทศที่ส่งออกสินค้าในห่วงโซ่ AI จะได้รับผลก่อน

เงินเฟ้อไทยที่คาดว่าจะกลับมาเป็นบวก 2.1% ในปี 2026 และข้อเสนอของ IMF ให้ช่วยค่าครองชีพแบบเจาะจงแทนการกดราคา ยังเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องมาตรการพลังงานของไทยโดยตรง ในช่วงที่ราคาน้ำมันดันเงินเฟ้อไทยเดือนกันยายน 2026ขึ้นไปที่ 2.82%

ผลต่อองค์กรไทย

  • ตั้งงบปี 2027 บนฐานการเติบโตราว 2% ทั้ง IMF และธนาคารโลกมองไทยใกล้เคียงกัน โครงการที่ควรได้งบก่อนคือโครงการที่ลดต้นทุนหรือเพิ่มผลิตภาพได้ภายในปีงบประมาณ
  • วางแผนราคาและค่าจ้างโดยรับว่าเงินเฟ้อกลับมา หลังจากติดลบในปี 2025 ต้นทุนพลังงานและสัญญาจัดซื้อระยะยาวควรมีเงื่อนไขปรับราคาที่ชัดเจน
  • เตรียมรับต้นทุนเงินกู้ที่อาจสูงขึ้น IMF เตือนเรื่องอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น องค์กรที่มีหนี้ครบกำหนดในปี 2027 ควรทบทวนแผนรีไฟแนนซ์และสัดส่วนดอกเบี้ยคงที่
  • ทำสถานการณ์จำลองกรณีการลงทุน AI ชะลอ ธุรกิจในห่วงโซ่อิเล็กทรอนิกส์และผู้ให้บริการที่พึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ควรประเมินผลหากคำสั่งซื้อลดลงเร็ว
  • ติดตามมาตรการรัฐหลังการประชุม ทิศทางที่ IMF แนะคือช่วยแบบเจาะจงมากกว่าตรึงราคาทั่วไป ซึ่งอาจเปลี่ยนต้นทุนพลังงานขององค์กร ติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่หมวดเศรษฐกิจ

คำถามที่พบบ่อย

IMF คาดเศรษฐกิจโลกปี 2026 โตเท่าไร?

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 ว่าจะโต 3.1% ตามรายงาน World Economic Outlook ฉบับตุลาคม 2026 ที่เผยแพร่ในกรุงเทพฯ เมื่อ 13 ตุลาคม 2026 ปรับขึ้นจาก 3.0% ในรายงานเดือนกรกฎาคม ส่วนปี 2027 คาดไว้ที่ 3.4% เท่าเดิม

IMF คาดเศรษฐกิจไทยปี 2026 โตเท่าไร?

ข้อมูลรายงาน World Economic Outlook ฉบับตุลาคม 2026 ของ IMF คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโต 2.1% ทั้งปี 2026 และปี 2027 ลดลงจาก 2.4% ในปี 2025 และคาดเงินเฟ้อไทยปี 2026 ที่ 2.1% หลังจากติดลบ 0.1% ในปี 2025

ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกที่ IMF เตือนในรายงานฉบับตุลาคม 2026 มีอะไรบ้าง?

IMF ระบุว่าความเสี่ยงยังเอียงไปทางขาลง ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้นจนราคาพลังงานและอาหารสูงต่อไป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น ความตึงเครียดทางการค้ารอบใหม่ และการปรับฐานของตลาดการเงินหากความคาดหวังต่อ AI สูงเกินจริง

IMF แนะนำให้รัฐบาลช่วยประชาชนเรื่องค่าครองชีพอย่างไร?

IMF แนะนำให้ความช่วยเหลือครัวเรือนที่เจอราคาอาหารและพลังงานแพงเป็นแบบชั่วคราว เจาะจงกลุ่มเปราะบาง และไม่บิดเบือนกลไกราคา งานวิจัยในรายงานพบว่าการอุดหนุนราคาผู้บริโภคใช้เงินมากกว่าการโอนเงินแบบเจาะจง 3–6 เท่า และการอุดหนุนผู้ผลิตใช้มากกว่า 14–22 เท่า

แหล่งอ้างอิง

  1. IMF / World Economic Outlook Annual Meetings, 2026 — International Monetary Fund
  2. World Economic Outlook (October 2026) - Real GDP growth — International Monetary Fund
  3. World Economic Outlook (October 2026) - Inflation rate, average consumer prices — International Monetary Fund
  4. IMF / July 26 World Economic Outlook Update — International Monetary Fund
  5. Targeted Support, Not Subsidies, Can Best Protect People When Inflation Surges — International Monetary Fund

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
IMF10อาเซียน35ธนาคารโลก19
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ