ข้ามไปยังเนื้อหา
Enterprise Apps

Microsoft Teams เตรียมรองรับระบบตรวจ deepfake และเตือนผู้แอบอ้าง เริ่มพฤศจิกายน 2026

Microsoft 365 Roadmap ระบุว่า Microsoft Teams จะรองรับระบบตรวจ deepfake จากผู้ให้บริการภายนอก และเพิ่ม Impersonation Protection เตือนผู้แอบอ้าง เริ่ม พ.ย. 2026

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
รายการ Microsoft Teams: Third-party synthetic audio and video detection ใน Microsoft 365 Roadmap ID 573451 เริ่มทยอยเปิดพฤศจิกายน 2026
ภาพ: Microsoft 365 Roadmap (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Microsoft Teams จะรองรับโซลูชันตรวจเสียงและวิดีโอสังเคราะห์ (deepfake) จาก ผู้ให้บริการภายนอกที่ได้รับการรับรอง ตามรายการ Roadmap ID 573451 เริ่มทยอยเปิด พฤศจิกายน 2026
  • Impersonation Protection (Roadmap ID 573157) จะแสดงคำเตือนและตัวบ่งชี้ความเสี่ยงเมื่อพบผู้จัดหรือผู้เข้าร่วมประชุมที่อาจแอบอ้างตัวตน ใช้ได้ทั้ง Android, iOS, Desktop, Mac และ Web
  • Microsoft ระบุชัดว่าการตรวจ deepfake ทำโดยผู้ให้บริการภายนอก ส่วน Teams ทำหน้าที่รับสัญญาณและแสดงผลระหว่างประชุม ฟีเจอร์นี้ใช้บน Desktop, Mac และ Web
  • ทั้งสองรายการถูกเพิ่มเข้า Microsoft 365 Roadmap เมื่อ 2 ตุลาคม 2026 และปรับปรุงล่าสุด 7 ตุลาคม 2026 สถานะยังเป็น In development

Microsoft Teams จะเปิดให้องค์กรเชื่อมระบบตรวจ deepfake ของผู้ให้บริการภายนอกเข้ากับการประชุม และเพิ่ม Impersonation Protection ที่เตือนเมื่อพบผู้แอบอ้างตัวตน โดยทั้งสองฟีเจอร์เริ่มทยอยเปิดเดือนพฤศจิกายน 2026 ตามรายการใน Microsoft 365 Roadmap ที่ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 7 ตุลาคม 2026

รายการทั้งสองถูกเพิ่มเข้า Roadmap เมื่อ 2 ตุลาคม 2026 และยังอยู่ในสถานะ In development ใช้กับคลาวด์มาตรฐานแบบ multi-tenant ทั่วโลก และจะเปิดผ่านทั้งช่วง Targeted Release และ General Availability

Microsoft Teams ตรวจ deepfake ผ่านผู้ให้บริการภายนอก

รายการ Roadmap ID 573451 ระบุว่าองค์กรจะเสริมความปลอดภัยของการประชุมได้ด้วยโซลูชันตรวจเสียงและวิดีโอสังเคราะห์จากผู้ให้บริการภายนอกที่ได้รับการรับรอง ระบบของผู้ให้บริการจะวิเคราะห์สื่อในการประชุมหาร่องรอยของเสียงหรือภาพที่ถูกสร้างหรือดัดแปลง แล้วส่งสัญญาณกลับมาที่ Teams เพื่อแสดงผลและให้ควบคุมได้ระหว่างประชุม

Microsoft เน้นในรายการเดียวกันว่าการตรวจสื่อสังเคราะห์เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการภายนอก ส่วน Microsoft Teams ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อ แสดงสัญญาณ และให้ผู้ใช้ตอบสนองต่อสัญญาณจากผู้ให้บริการที่รองรับ ฟีเจอร์นี้ใช้บน Teams สำหรับ Desktop, Mac และ Web ยังไม่รวมแอปมือถือ

รายการนี้ยังไม่ระบุชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง เกณฑ์การรับรอง หรือรูปแบบการควบคุมที่ผู้จัดประชุมจะเห็นเมื่อได้รับสัญญาณเตือน รายละเอียดเหล่านี้ต้องรอเอกสารประกอบจาก Microsoft เมื่อใกล้ถึงวันเปิดใช้

Impersonation Protection เตือนผู้แอบอ้างในการประชุม

ฟีเจอร์ที่สอง Roadmap ID 573157 เป็นการตรวจของ Teams เองตามคำอธิบายของ Microsoft ซึ่งระบุว่า Impersonation Protection ช่วยให้ผู้ใช้สังเกตผู้เข้าร่วมหรือผู้จัดประชุมที่อาจหลอกลวง เมื่อ Teams ตรวจพบความพยายามแอบอ้าง ระบบจะแสดงคำเตือนและตัวบ่งชี้ความเสี่ยง เพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ดีขึ้นตอนเข้าร่วมหรือระหว่างการประชุม

รายการ Impersonation Protection for Teams meetings ใน Microsoft 365 Roadmap ID 573157 เพิ่มเมื่อ 2 ตุลาคม 2026 ปรับปรุง 7 ตุลาคม 2026
รายการ Impersonation Protection for Teams meetings ใน Microsoft 365 Roadmap ระบุเริ่มทยอยเปิดพฤศจิกายน 2026 ภาพ: Microsoft 365 Roadmap (ภาพหน้าจอ)

ต่างจากระบบตรวจ deepfake ตรงที่ Impersonation Protection ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Android, iOS, Desktop, Mac และ Web Microsoft ยังไม่ได้อธิบายว่าระบบใช้สัญญาณอะไรตัดสินว่าใครน่าสงสัย

ชุดป้องกันการหลอกลวงใน Microsoft Teams ที่ทยอยมาปลายปี 2026

สองฟีเจอร์นี้มาพร้อมกับรายการป้องกันการหลอกลวงอื่นที่ Microsoft เพิ่มเข้า Roadmap ตั้งแต่เดือนกันยายน

ฟีเจอร์ Roadmap ID เริ่มทยอยเปิด แพลตฟอร์ม
ตรวจเสียงและวิดีโอสังเคราะห์จากผู้ให้บริการภายนอก 573451 พฤศจิกายน 2026 Desktop, Mac, Web
Impersonation Protection ในการประชุม 573157 พฤศจิกายน 2026 Android, Desktop, iOS, Mac, Web
ซ่อนภาพ QR code จากผู้ส่งภายนอกในแชต 570439 ตุลาคม 2026 Android, Desktop, iOS, Mac, Web
รายงานคำเชิญแบบ guest ที่น่าสงสัย 571297 พฤศจิกายน 2026 Desktop, Mac, Web
ภาพสรุปฟีเจอร์ป้องกันการหลอกลวงของ Microsoft Teams: ตรวจ deepfake จากผู้ให้บริการภายนอกและ Impersonation Protection เริ่มพฤศจิกายน 2026 ซ่อน QR code จากผู้ส่งภายนอกเริ่มตุลาคม 2026 และรายงานคำเชิญ guest เริ่มพฤศจิกายน 2026
ภาพสรุปฟีเจอร์ป้องกันการหลอกลวงของ Microsoft Teams ที่เริ่มทยอยเปิดเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2026 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Microsoft 365 Roadmap)

ฟีเจอร์ QR code จะทำให้ภาพที่มี QR code จากผู้ส่งภายนอกถูกบังไว้เป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ต้องกดเปิดก่อนดูหรือสแกน ส่วนฟีเจอร์รายงานคำเชิญให้ผู้ใช้ส่งคำเชิญ guest ที่ไม่คาดคิดไปให้แอดมินตรวจสอบได้จาก Teams โดยตรง

รายการ QR code protection in Teams messaging ใน Microsoft 365 Roadmap ID 570439 ภาพ QR code จากผู้ส่งภายนอกจะถูกบังไว้เป็นค่าเริ่มต้น
รายการ QR code protection in Teams messaging ใน Microsoft 365 Roadmap ระบุว่าภาพ QR code จากผู้ส่งภายนอกจะถูกบังไว้ ภาพ: Microsoft 365 Roadmap (ภาพหน้าจอ)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

การประชุมออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลอกลวงที่ใช้เสียงและภาพปลอมของผู้บริหารหรือคู่ค้า การที่ Microsoft Teams เปิดช่องให้ระบบตรวจ deepfake ส่งสัญญาณเข้ามาในหน้าประชุมโดยตรง ทำให้คำเตือนปรากฏในจุดที่ผู้ใช้กำลังตัดสินใจ แทนที่จะต้องตรวจย้อนหลัง

แต่ Microsoft เลือกเป็นแพลตฟอร์มมากกว่าตัวตรวจเอง ความแม่นยำจึงขึ้นกับผู้ให้บริการที่องค์กรเลือก และสื่อในการประชุมต้องถูกส่งไปวิเคราะห์ที่ระบบของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นประเด็นด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรต้องพิจารณา Roadmap ยังไม่ระบุรายชื่อผู้ให้บริการ ราคา และไลเซนส์ที่ต้องใช้ และทุกรายการระบุเฉพาะคลาวด์มาตรฐานแบบ multi-tenant ทั่วโลก ซึ่งเป็นรูปแบบที่องค์กรไทยส่วนใหญ่ใช้อยู่ ผู้อ่านที่ต้องการรู้วิธีตรวจสื่อที่สร้างด้วย AI ด้วยตัวเอง อ่านคู่มือตรวจภาพ วิดีโอ และเสียงที่สร้างด้วย AI

สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ

  • อย่าพึ่งเทคโนโลยีอย่างเดียว กำหนดให้คำสั่งโอนเงิน เปลี่ยนบัญชีรับเงิน หรือขอข้อมูลสำคัญที่มาจากการประชุมออนไลน์ ต้องยืนยันผ่านช่องทางที่สองเสมอ
  • ติดตาม Message Center ช่วงพฤศจิกายน 2026 ดูว่า Impersonation Protection ใน Microsoft Teams เปิดอัตโนมัติหรือต้องตั้งค่า และเตรียมสื่อสารให้พนักงานรู้จักคำเตือนใหม่
  • ประเมินผู้ให้บริการตรวจ deepfake ก่อนเซ็นสัญญา ถามว่าสื่อในการประชุมถูกประมวลผลและเก็บที่ใด นานเท่าใด และสอดคล้องกับ PDPA หรือไม่
  • เปิดใช้การป้องกัน QR code และการรายงานคำเชิญ guest พร้อมทบทวนนโยบายการประชุมกับผู้ใช้ภายนอกที่มีอยู่ ดูข่าว Microsoft 365 และอีเมลองค์กรอื่นได้ที่หมวดแอปพลิเคชันองค์กร

คำถามที่พบบ่อย

Microsoft Teams จะตรวจ deepfake ในการประชุมได้เมื่อไร?

ตาม Microsoft 365 Roadmap รายการ 573451 ฟีเจอร์ที่ให้ Microsoft Teams รับสัญญาณจากระบบตรวจเสียงและวิดีโอสังเคราะห์ของผู้ให้บริการภายนอก จะเริ่มทยอยเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2026 สำหรับ Teams บน Desktop, Mac และ Web ในคลาวด์มาตรฐานทั่วโลก ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนา

Microsoft Teams ตรวจ deepfake เองหรือไม่?

ไม่ได้ตรวจเอง Microsoft ระบุในรายการ Roadmap ว่าการตรวจสื่อสังเคราะห์ทำโดยผู้ให้บริการภายนอกที่ได้รับการรับรอง ซึ่งวิเคราะห์เสียงและภาพของการประชุมแล้วส่งสัญญาณกลับมา Microsoft Teams ทำหน้าที่เชื่อมต่อ แสดงผล และให้ควบคุมระหว่างประชุมเท่านั้น

Impersonation Protection ใน Teams ทำอะไร?

Impersonation Protection ช่วยให้ผู้ใช้สังเกตผู้จัดหรือผู้เข้าร่วมประชุมที่อาจแอบอ้างตัวตน เมื่อ Teams ตรวจพบความพยายามแอบอ้าง จะแสดงคำเตือนและตัวบ่งชี้ความเสี่ยงตอนเข้าร่วมหรือระหว่างประชุม ใช้ได้บน Android, iOS, Desktop, Mac และ Web เริ่มพฤศจิกายน 2026

องค์กรต้องจ่ายเพิ่มเพื่อใช้ระบบตรวจ deepfake ใน Teams หรือไม่?

รายการ Roadmap ยังไม่ได้ระบุราคา ไลเซนส์ หรือรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง ระบุเพียงว่าการตรวจทำโดยผู้ให้บริการภายนอกที่ได้รับการรับรอง องค์กรควรรอรายละเอียดจาก Microsoft และผู้ให้บริการก่อนตั้งงบประมาณ

แหล่งอ้างอิง

  1. Microsoft Teams: Third-party synthetic audio and video detection in Microsoft Teams (Roadmap ID 573451) — Microsoft 365 Roadmap
  2. Microsoft Teams: Impersonation Protection for Teams meetings (Roadmap ID 573157) — Microsoft 365 Roadmap
  3. Microsoft Teams: QR code protection in Teams messaging (Roadmap ID 570439) — Microsoft 365 Roadmap
  4. Microsoft Teams: Report suspicious guest invitations (Roadmap ID 571297) — Microsoft 365 Roadmap
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ