ข้ามไปยังเนื้อหา
Historyอธิบาย

ประวัติ Bitcoin: 18 ปีจาก White Paper ของ Satoshi Nakamoto ถึง Spot ETF และ crypto ETF ไทย

Bitcoin เริ่มจาก White Paper 9 หน้าของ Satoshi Nakamoto เมื่อ 31 ตุลาคม 2008 ไล่ตั้งแต่ Genesis Block, Halving 4 ครั้ง, Spot ETF สหรัฐฯ ถึงกติกา ก.ล.ต. ไทย

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที ผู้เข้าชม 1

แชร์FacebookXLINELinkedIn
หน้าแรกของ White Paper เรื่อง Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System โดย Satoshi Nakamoto แสดงชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน อีเมล satoshin@gmx.com เว็บไซต์ www.bitcoin.org และบทคัดย่อ
ภาพ: bitcoin.org (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Satoshi Nakamoto ประกาศ White Paper เรื่อง Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System ในรายชื่ออีเมล Cryptography เมื่อ 31 ตุลาคม 2008 เอกสารยาว 9 หน้า เสนอวิธีกันการใช้เงินซ้ำด้วยเครือข่าย peer-to-peer และ proof-of-work
  • Genesis Block ของ Bitcoin บันทึกเวลา 3 มกราคม 2009 18:15:05 UTC รางวัล 50 BTC และฝังข้อความ "The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks" ส่วนธุรกรรมโอนเหรียญรายการแรกอยู่ในบล็อก 170 เมื่อ 12 มกราคม 2009
  • รางวัลบล็อกลดลงครึ่งหนึ่งทุก 210,000 บล็อก ผ่านมาแล้ว 4 ครั้ง จาก 50 เหลือ 3.125 BTC เมื่อ 20 เมษายน 2024 และจำนวนเหรียญสูงสุดกำหนดไว้ที่ 21 ล้าน BTC
  • ก.ล.ต. สหรัฐฯ อนุมัติให้หน่วยลงทุนที่อ้างอิง Bitcoin 11 กองทุน เข้าซื้อขายในตลาดเมื่อ 10 มกราคม 2024 โดยประธาน Gary Gensler ย้ำว่าไม่ได้รับรอง Bitcoin
  • ไทยกำกับดูแลผ่าน พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ที่มีผล 14 พฤษภาคม 2561 (ค.ศ. 2018) และเกณฑ์ crypto ETF ของ ก.ล.ต. มีผล 16 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) ระยะแรกลงทุนได้ใน Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin เริ่มต้นจากเอกสาร 9 หน้าชื่อ "Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System" ที่ผู้ใช้นาม Satoshi Nakamoto ประกาศในรายชื่ออีเมลด้านการเข้ารหัสลับเมื่อ 31 ตุลาคม 2008 วันที่ 31 ตุลาคม 2026 จึงครบ 18 ปี จากเอกสารฉบับนั้น เครือข่ายเริ่มทำงานด้วยบล็อกแรกเมื่อ 3 มกราคม 2009 ลดรางวัลบล็อกมาแล้ว 4 ครั้ง และกลายเป็นสินทรัพย์ที่หน่วยงานกำกับดูแลทั้งในสหรัฐฯ และไทยต้องออกกติกาเฉพาะ

บทความนี้ไล่ลำดับเหตุการณ์จากเอกสารชั้นต้น ได้แก่ อีเมลต้นฉบับในคลังของรายชื่ออีเมล Cryptography, White Paper บน bitcoin.org, ซอร์สโค้ดของ Bitcoin Core, ข้อมูลบล็อกจริงบนบล็อกเชน, คำสั่งของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และประกาศของ ก.ล.ต. ไทย ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2026 บทความนี้เล่าประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่คาดการณ์ราคา

อีเมลวันที่ 31 ตุลาคม 2008 ที่เปิดตัว Bitcoin

คลังข้อความของรายชื่ออีเมล Cryptography ที่ metzdowd.com บันทึกว่า Satoshi Nakamoto ส่งข้อความหัวเรื่อง "Bitcoin P2P e-cash paper" เมื่อวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2008 เวลา 14:10 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (EDT) ซึ่งตรงกับช่วงตีหนึ่งของวันที่ 1 พฤศจิกายนตามเวลาไทย ข้อความเปิดว่า "I've been working on a new electronic cash system that's fully peer-to-peer, with no trusted third party." ตามด้วยลิงก์ไปยังไฟล์ bitcoin.pdf และสรุปคุณสมบัติหลักไว้ดังนี้

  • ป้องกันการใช้เงินซ้ำ (double-spending) ด้วยเครือข่าย peer-to-peer
  • ไม่มีโรงกษาปณ์หรือคนกลางที่ต้องไว้ใจ
  • ผู้ใช้ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน
  • เหรียญใหม่เกิดจาก proof-of-work แบบเดียวกับ Hashcash และงานเดียวกันนี้ยังทำหน้าที่ปกป้องเครือข่ายจากการใช้เงินซ้ำ
อีเมลหัวเรื่อง Bitcoin P2P e-cash paper จาก Satoshi Nakamoto ลงเวลา Fri Oct 31 14:10:00 EDT 2008 ในคลังรายชื่ออีเมล Cryptography แสดงลิงก์ไปยัง bitcoin.pdf คุณสมบัติหลัก 5 ข้อ และบทคัดย่อ
อีเมล "Bitcoin P2P e-cash paper" ของ Satoshi Nakamoto ในคลังรายชื่ออีเมล Cryptography ลงเวลา 31 ตุลาคม 2008 เวลา 14:10 น. EDT พร้อมลิงก์ไปยัง White Paper ภาพ: metzdowd.com (ภาพหน้าจอ)

White Paper ของ Bitcoin เสนออะไร

ตัวเอกสารบน bitcoin.org ยาว 9 หน้า แบ่งเป็น 12 หัวข้อ และอ้างอิงงาน 8 ชิ้น เช่น "b-money" ของ W. Dai (ปี 1998), "Hashcash" ของ A. Back และงานด้านการประทับเวลาเอกสารดิจิทัลของ S. Haber กับ W.S. Stornetta โจทย์ที่เอกสารตั้งไว้คือการจ่ายเงินออนไลน์ตรงจากคนหนึ่งถึงอีกคนโดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน ซึ่งติดปัญหาว่าจะกันไม่ให้ใช้เงินดิจิทัลก้อนเดียวซ้ำสองครั้งได้อย่างไรเมื่อไม่มีคนกลาง

คำตอบของ White Paper คือให้เครือข่ายประทับเวลาธุรกรรมด้วยการนำไปเข้าแฮชต่อกันเป็นสาย proof-of-work สายที่ยาวที่สุดเป็นทั้งหลักฐานลำดับเหตุการณ์และหลักฐานว่ามาจากกำลังประมวลผลก้อนใหญ่ที่สุด ระบบจึงปลอดภัยตราบที่โหนดสุจริตคุมกำลังประมวลผลรวมได้มากกว่ากลุ่มผู้โจมตี

หัวข้อที่ 6 ว่าด้วยแรงจูงใจ ระบุว่าธุรกรรมแรกของแต่ละบล็อกสร้างเหรียญใหม่ให้ผู้สร้างบล็อก และเมื่อเหรียญเข้าสู่การหมุนเวียนครบจำนวนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า รางวัลสามารถเปลี่ยนไปมาจากค่าธรรมเนียมธุรกรรมทั้งหมดโดยไม่มีเงินเฟ้อ ส่วนหัวข้อที่ 7 ตั้งสมมติฐานว่าบล็อกเกิดทุก 10 นาที แล้วคำนวณว่าส่วนหัวของบล็อกจะเพิ่มขึ้นเพียงราว 4.2 MB ต่อปี

Genesis Block: บล็อกแรกของ Bitcoin เมื่อ 3 มกราคม 2009

บล็อกแรกของเครือข่าย หรือ Genesis Block (บล็อกหมายเลข 0) บันทึกเวลา 3 มกราคม 2009 เวลา 18:15:05 UTC ตรงกับ 01:15:05 น. ของวันที่ 4 มกราคมตามเวลาไทย ค่าแฮชของบล็อกขึ้นต้นด้วย 000000000019d6689c และมีธุรกรรมเดียว คือธุรกรรมสร้างเหรียญ 50 BTC

สิ่งที่ทำให้บล็อกนี้ต่างจากบล็อกอื่นคือข้อความที่ฝังอยู่ในธุรกรรมสร้างเหรียญ: "The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks" ซึ่งอ้างถึงหนังสือพิมพ์ The Times ฉบับวันที่ 3 มกราคม 2009 เราตรวจข้อความนี้ได้สองทาง ทางแรกคือซอร์สโค้ดของ Bitcoin Core ที่กำหนดข้อความนี้เป็นค่า pszTimestamp ของ Genesis Block คู่กับเวลา 1231006505 (Unix time) และรางวัล 50 BTC ทางที่สองคือถอดข้อมูลของธุรกรรมแรกในบล็อกจาก mempool.space ได้ข้อความเดียวกันทุกตัวอักษร

หน้า Genesis Block หรือบล็อก 0 ของ Bitcoin บน mempool.space แสดงแฮชที่ลงท้ายด้วย a8ce26f เวลา 2009-01-04 01:15:05 ขนาด 285 ไบต์ ค่าธรรมเนียม 0 BTC และ Subsidy + fees 50.00 BTC
หน้า Genesis Block (บล็อก 0) บน mempool.space แสดงรางวัลรวม 50 BTC ไม่มีค่าธรรมเนียม และเวลา 2009-01-04 01:15:05 ซึ่งเป็นเวลาไทยของวันที่ 3 มกราคม 2009 18:15:05 UTC ภาพ: mempool.space (ภาพหน้าจอ)

บล็อกถัดมา (บล็อก 1) บันทึกเวลา 9 มกราคม 2009 02:54:25 UTC ห่างจาก Genesis Block ราว 6 วัน เอกสารชั้นต้นที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายช่วงห่างนี้ไว้

Bitcoin v0.1 และธุรกรรมแรก (มกราคม 2009)

วันที่ 8 มกราคม 2009 Satoshi ส่งอีเมล "Bitcoin v0.1 released" เข้ารายชื่ออีเมลเดิม รายละเอียดที่บันทึกไว้มีดังนี้

  • โปรแกรมรุ่นแรกใช้ได้เฉพาะ Windows และแนบซอร์สโค้ด C++ แบบโอเพนซอร์สมาด้วย
  • โหนดที่จะรับการเชื่อมต่อจากเครื่องอื่นต้องเปิดพอร์ต 8333
  • เหรียญที่ขุดได้ต้องรอ 120 บล็อกก่อนจึงนำไปใช้ได้
  • เหรียญทั้งหมดจะมี 21,000,000 เหรียญ แจกให้โหนดที่สร้างบล็อก และลดลงครึ่งหนึ่งทุก 4 ปี ช่วง 4 ปีแรกมี 10,500,000 เหรียญ

Hal Finney เล่าไว้ในกระทู้ "Bitcoin and me" บนฟอรัม bitcointalk เมื่อ 19 มีนาคม 2013 ว่าเขาดาวน์โหลดโปรแกรมทันทีที่ประกาศ คิดว่าตนเป็นคนแรกนอกจาก Satoshi ที่รันโปรแกรม และขุดได้บล็อกลำดับเจ็ดสิบกว่า เขาเขียนว่า "I was the recipient of the first bitcoin transaction, when Satoshi sent ten coins to me as a test."

ข้อมูลบนบล็อกเชนสอดคล้องกับคำเล่านั้น บล็อก 0 ถึง 169 มีเพียงธุรกรรมสร้างเหรียญบล็อกละรายการ บล็อกแรกที่มีธุรกรรมที่สองคือบล็อก 170 เวลา 12 มกราคม 2009 03:30:25 UTC ธุรกรรมนั้นใช้เหรียญจากรางวัลของบล็อก 9 ส่ง 10 BTC ไปยังกุญแจใหม่ และส่ง 40 BTC กลับไปยังกุญแจเดิมของเจ้าของเหรียญ บล็อกเชนไม่บันทึกชื่อเจ้าของ การระบุว่าผู้รับคือ Hal Finney จึงมาจากคำบอกเล่าของเขาเอง

พิซซ่า 2 ถาดแลก 10,000 BTC (พฤษภาคม 2010)

วันที่ 18 พฤษภาคม 2010 ผู้ใช้ชื่อ laszlo ตั้งกระทู้ "Pizza for bitcoins?" บน bitcointalk เสนอจ่าย 10,000 bitcoins แลกพิซซ่าถาดใหญ่ราว 2 ถาด จะทำเองหรือสั่งร้านมาส่งที่บ้านก็ได้ ในวันเดียวกันมีสมาชิกตอบว่าเหรียญ 10,000 เหรียญนั้นขายบนเว็บ bitcoinmarket.com ได้ราว 41 ดอลลาร์สหรัฐในขณะนั้น ตัวเลขนี้เป็นสิ่งที่สมาชิกฟอรัมเขียนไว้เมื่อ 18 พฤษภาคม 2010 ไม่ใช่ราคาอ้างอิงทางการ

สี่วันต่อมา วันที่ 22 พฤษภาคม 2010 laszlo กลับมาโพสต์ในกระทู้เดิมว่า "I just want to report that I successfully traded 10,000 bitcoins for pizza." พร้อมลิงก์รูปถ่าย กระทู้นี้ยังเปิดอ่านได้ และ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2026 หน้ากระทู้แสดงยอดเปิดอ่าน 803,368 ครั้ง นับเป็นบันทึกสาธารณะของการนำ Bitcoin ไปแลกอาหารจริงในปีที่สองของเครือข่าย

Halving ของ Bitcoin: รางวัลลดครึ่งทุก 210,000 บล็อก

กติกาการออกเหรียญเขียนไว้ในซอร์สโค้ด ไม่มีหน่วยงานใดตัดสินใจเป็นรายปี ฟังก์ชัน GetBlockSubsidy ในซอร์สโค้ดของ Bitcoin Core เริ่มที่ 50 BTC ต่อบล็อก แล้วลดครึ่งทุก 210,000 บล็อก (ค่า nSubsidyHalvingInterval) ซึ่งคอมเมนต์ในโค้ดระบุว่าเกิดขึ้นราวทุก 4 ปี ส่วนค่า MAX_MONEY กำหนดไว้ที่ 21,000,000 BTC ตรงกับตัวเลขในอีเมลประกาศ v0.1 วันที่ในตารางคือเวลาที่บันทึกในบล็อก (UTC) ตามข้อมูลของ mempool.space

ครั้งที่ บล็อก วันที่ (UTC) รางวัลบล็อก (ไม่รวมค่าธรรมเนียม)
เริ่มต้น 0 3 มกราคม 2009 50 BTC
1 210,000 28 พฤศจิกายน 2012 25 BTC
2 420,000 9 กรกฎาคม 2016 12.5 BTC
3 630,000 11 พฤษภาคม 2020 6.25 BTC
4 840,000 20 เมษายน 2024 3.125 BTC
5 1,050,000 ยังไม่ถึง 1.5625 BTC

Halving ครั้งที่ 3 เกิดเวลา 19:23 UTC จึงตรงกับวันที่ 12 พฤษภาคม 2020 ตามเวลาไทย ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2026 บล็อกล่าสุดอยู่ที่ 970,495 เหลืออีกราว 79,500 บล็อกจึงถึงครั้งที่ 5 ถ้าบล็อกออกเฉลี่ยทุก 10 นาทีตามสมมติฐานของ White Paper จะใช้เวลาราว 552 วัน ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณคร่าว ๆ ไม่ใช่วันที่แน่นอน

กราฟแท่งรางวัลบล็อกของ Bitcoin: 50 BTC ในปี 2009, 25 BTC ในปี 2012, 12.5 BTC ในปี 2016, 6.25 BTC ในปี 2020 และ 3.125 BTC ในปี 2024
รางวัลบล็อกของ Bitcoin ลดลงครึ่งหนึ่งทุก 210,000 บล็อก จาก 50 BTC ในปี 2009 เหลือ 3.125 BTC ตั้งแต่ปี 2024 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Bitcoin Core และ mempool.space)

Spot Bitcoin ETF: ก.ล.ต. สหรัฐฯ อนุมัติเมื่อ 10 มกราคม 2024

คำสั่งของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) Release No. 34-99306 ลงวันที่ 10 มกราคม 2024 อนุมัติแบบเร่งรัดให้ตลาด NYSE Arca, Nasdaq และ Cboe BZX นำหน่วยลงทุนที่อ้างอิง Bitcoin รวม 11 กองทุนเข้าจดทะเบียนซื้อขาย เช่น Grayscale Bitcoin Trust, iShares Bitcoin Trust, Fidelity Wise Origin Bitcoin Fund, ARK 21Shares Bitcoin ETF และ Franklin Bitcoin ETF

แถลงการณ์ของ Gary Gensler ประธาน SEC ในวันเดียวกันอธิบายว่า ศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ เขต District of Columbia เคยตัดสินว่า SEC อธิบายเหตุผลไม่เพียงพอเมื่อไม่อนุมัติ ETP ที่ Grayscale เสนอ และให้ส่งเรื่องกลับมาพิจารณาใหม่ Gensler ระบุว่า "we did not approve or endorse bitcoin" และเรียก Bitcoin ว่า "primarily a speculative, volatile asset that's also used for illicit activity"

หัวเอกสารคำสั่ง Securities and Exchange Commission Release No. 34-99306 ลงวันที่ January 10, 2024 เรื่อง Order Granting Accelerated Approval to List and Trade Bitcoin-Based Commodity-Based Trust Shares and Trust Units ของ NYSE Arca, Nasdaq และ Cboe BZX
หัวคำสั่ง SEC Release No. 34-99306 ลงวันที่ 10 มกราคม 2024 ที่อนุมัติให้ NYSE Arca, Nasdaq และ Cboe BZX นำหน่วยลงทุนที่อ้างอิง Bitcoin เข้าซื้อขาย ภาพ: U.S. Securities and Exchange Commission (ภาพหน้าจอ)

ไทยกำกับดูแล Bitcoin อย่างไรตั้งแต่ พ.ศ. 2561

ประเทศไทยวางกรอบกฎหมายผ่านพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) หรือ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่ง ก.ล.ต. แจ้งว่ามีผลใช้บังคับตั้งแต่ 14 พฤษภาคม 2561 สาระสำคัญตามเอกสารของ ก.ล.ต. มีดังนี้

  • นิยาม "สินทรัพย์ดิจิทัล" ว่าหมายถึงคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล และไม่นับหลักทรัพย์ตามกฎหมายหลักทรัพย์เป็นสองอย่างนี้ (ข่าวของ ก.ล.ต. ปี 2561 ระบุว่ารวมหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ ก.ล.ต. กำหนดด้วย)
  • ศูนย์ซื้อขาย นายหน้า ผู้ค้า ผู้จัดการเงินทุน และที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • ผู้ที่ทำธุรกิจอยู่ก่อนกฎหมายมีผลต้องยื่นคำขอภายใน 90 วัน หรือภายใน 14 สิงหาคม 2561
  • การลงทุนในโทเคนดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีในต่างประเทศอยู่นอกความคุ้มครองของ พ.ร.ก. ฉบับนี้

ต่อมา ก.ล.ต. ออกเกณฑ์เมื่อ 23 มีนาคม 2565 (ค.ศ. 2022) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภทสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือชำระค่าสินค้าและบริการ หลังหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เกณฑ์นี้มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2565

จาก "ยังไม่อนุญาต" ถึงเกณฑ์ crypto ETF ไทยปี 2569

หลังสหรัฐฯ อนุมัติ 6 วัน ก.ล.ต. ไทยแถลงเมื่อ 16 มกราคม 2567 (ค.ศ. 2024) ว่ายังไม่มีนโยบายอนุญาต Spot Bitcoin ETF ในไทย ผู้ลงทุนไทยลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.ก. ซึ่งขณะนั้นมี 9 ราย และบริษัทหลักทรัพย์ยังให้บริการลูกค้ารายย่อยลงทุนตรงใน Spot Bitcoin ETF ต่างประเทศไม่ได้

สองปีต่อมาแนวทางเปลี่ยนไป ก.ล.ต. รับฟังความเห็นหลักการเมื่อเมษายน–พฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026) และร่างประกาศเมื่อสิงหาคม–กันยายน 2569 จากนั้นแจ้งเมื่อ 8 ตุลาคม 2569ว่าออกประกาศ 11 ฉบับรองรับ crypto ETF ในไทย มีผลตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2569 สาระสำคัญคือ

  • ระยะแรกกองทุนลงทุนได้ใน Bitcoin และ Ethereum
  • ต้องบริหารแบบ passive และลงทุนสุทธิในคริปโทสกุลเดียวเฉลี่ยทั้งปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
  • เก็บรักษาทรัพย์สินกับผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Custodian) ที่ ก.ล.ต. กำกับเท่านั้น
  • ซื้อขายเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์ให้กู้ยืมเงิน (margin loan) เพื่อซื้อไม่ได้

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของ Bitcoin

วันที่ เหตุการณ์
31 ต.ค. 2008 Satoshi Nakamoto ประกาศ White Paper ในรายชื่ออีเมล Cryptography
3 ม.ค. 2009 Genesis Block (บล็อก 0) รางวัล 50 BTC พร้อมข้อความอ้างถึง The Times
8 ม.ค. 2009 ประกาศซอฟต์แวร์ Bitcoin v0.1 สำหรับ Windows
12 ม.ค. 2009 บล็อก 170 มีธุรกรรมโอน 10 BTC ที่ Hal Finney เล่าว่าเป็นของเขา
22 พ.ค. 2010 laszlo รายงานว่าแลก 10,000 BTC กับพิซซ่าสำเร็จ
28 พ.ย. 2012 Halving ครั้งที่ 1 รางวัลเหลือ 25 BTC
9 ก.ค. 2016 Halving ครั้งที่ 2 เหลือ 12.5 BTC
14 พ.ค. 2561 (ค.ศ. 2018) พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลของไทยมีผลใช้บังคับ
11 พ.ค. 2020 Halving ครั้งที่ 3 เหลือ 6.25 BTC
1 เม.ย. 2565 (ค.ศ. 2022) เกณฑ์ห้ามสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้าและบริการมีผล
10 ม.ค. 2024 SEC สหรัฐฯ อนุมัติหน่วยลงทุนที่อ้างอิง Bitcoin 11 กองทุน
16 ม.ค. 2567 (ค.ศ. 2024) ก.ล.ต. ไทยแถลงว่ายังไม่มีนโยบายอนุญาต Spot Bitcoin ETF
20 เม.ย. 2024 Halving ครั้งที่ 4 เหลือ 3.125 BTC
16 ต.ค. 2569 (ค.ศ. 2026) เกณฑ์ crypto ETF ของไทยมีผลใช้บังคับ
31 ต.ค. 2026 ครบ 18 ปีของ White Paper

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

  • กติกาที่เขียนไว้ในโค้ดเดินตามกำหนดมา 18 ปี ตารางลดรางวัลที่ Satoshi เขียนไว้ในอีเมลเดือนมกราคม 2009 ยังตรงกับโค้ดของ Bitcoin Core วันนี้ และ Halving ทั้ง 4 ครั้งเกิดที่บล็อก 210,000, 420,000, 630,000 และ 840,000 ตามสูตร
  • ข้อมูลย้อนหลังตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง ข้อความในบล็อกแรกและธุรกรรมในบล็อก 170 ยังเปิดดูได้จากบล็อกเชนสาธารณะ บทความนี้ตรวจทั้งสองจุดจากข้อมูลจริง ไม่ได้อาศัยคำเล่าต่อ
  • นวัตกรรมที่ต่อยอดจากงานวิจัยเดิม White Paper อ้างงานด้านการประทับเวลาดิจิทัลและ proof-of-work ที่มีมาก่อน เช่น b-money ปี 1998 และ Hashcash แล้วนำมาประกอบเป็นระบบที่ทำงานจริง
  • ไทยแยกการลงทุนออกจากการชำระเงิน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลถูกห้ามสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้าตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 องค์กรไทยที่คิดจะรับชำระด้วยคริปโทจึงควรตรวจเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน
  • ช่องทางที่อยู่ใต้การกำกับดูแลเพิ่มขึ้น เกณฑ์ crypto ETF ที่มีผล 16 ตุลาคม 2569 เปิดทางให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนตั้งกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ นอกเหนือจากการซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาต และ ก.ล.ต. กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ย้ำผู้ลงทุนให้หลีกเลี่ยงการลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ดิจิทัล

อ่านที่มาของเทคโนโลยีและเหตุการณ์อื่น ๆ ได้ที่หมวดประวัติศาสตร์ และติดตามกฎระเบียบด้านดิจิทัลได้ที่หมวดนโยบาย

คำถามที่พบบ่อย

Bitcoin เกิดขึ้นเมื่อไรและใครเป็นผู้สร้าง?

Bitcoin เริ่มจาก White Paper ชื่อ Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System ที่ผู้ใช้นาม Satoshi Nakamoto ประกาศในรายชื่ออีเมล Cryptography เมื่อ 31 ตุลาคม 2008 บล็อกแรกของเครือข่ายบันทึกเวลา 3 มกราคม 2009 และซอฟต์แวร์รุ่น v0.1 ประกาศเมื่อ 8 มกราคม 2009 ตัวตนจริงของ Satoshi ไม่ปรากฏในเอกสารเหล่านี้

Halving ของ Bitcoin คืออะไร และเกิดขึ้นมาแล้วกี่ครั้ง?

Halving คือการลดรางวัลบล็อกของ Bitcoin ลงครึ่งหนึ่งทุก 210,000 บล็อกตามที่เขียนไว้ในซอร์สโค้ด เกิดมาแล้ว 4 ครั้ง ได้แก่ 28 พฤศจิกายน 2012 (เหลือ 25 BTC), 9 กรกฎาคม 2016 (12.5 BTC), 11 พฤษภาคม 2020 (6.25 BTC) และ 20 เมษายน 2024 (3.125 BTC) ครั้งถัดไปจะเกิดที่บล็อก 1,050,000

ข้อความใน Genesis Block ของ Bitcoin เขียนว่าอะไร?

ธุรกรรมสร้างเหรียญในบล็อกแรกของ Bitcoin ฝังข้อความ The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks ซึ่งอ้างถึงหนังสือพิมพ์ The Times ฉบับ 3 มกราคม 2009 ข้อความนี้อยู่ทั้งในซอร์สโค้ดของ Bitcoin Core และในข้อมูลของบล็อกจริงที่ใครก็ตรวจได้

Bitcoin มีได้มากที่สุดกี่เหรียญ?

Bitcoin มีได้สูงสุด 21 ล้านเหรียญ Satoshi Nakamoto ระบุตัวเลข 21,000,000 ไว้ในอีเมลประกาศ v0.1 เมื่อ 8 มกราคม 2009 และซอร์สโค้ดของ Bitcoin Core กำหนดค่า MAX_MONEY ไว้เท่ากัน เหรียญใหม่ออกผ่านรางวัลบล็อกที่ลดครึ่งทุก 210,000 บล็อก

ในประเทศไทย การซื้อขาย Bitcoin อยู่ภายใต้กฎหมายใด?

การซื้อขาย Bitcoin ในไทยอยู่ภายใต้ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้าต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอยู่ใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ผู้ประกอบธุรกิจถูกห้ามสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้าตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 และเกณฑ์ crypto ETF มีผล 16 ตุลาคม 2569

แหล่งอ้างอิง

  1. Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System — bitcoin.org
  2. Bitcoin P2P e-cash paper — The Cryptography Mailing List (metzdowd.com)
  3. Bitcoin v0.1 released — The Cryptography Mailing List (metzdowd.com)
  4. Order Granting Accelerated Approval of Proposed Rule Changes to List and Trade Bitcoin-Based Commodity-Based Trust Shares and Trust Units (Release No. 34-99306) — U.S. Securities and Exchange Commission
  5. SEC announces the Digital Asset Business Law has become effective — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  6. ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์รองรับ crypto ETF ในไทย เพิ่มทางเลือกการลงทุน ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ