ข้ามไปยังเนื้อหา
Crypto & Digital Assetsอธิบาย

คริปโตคืออะไร: บล็อกเชน กุญแจ กระเป๋า การขุด และวิธีถือคริปโตอย่างถูกกฎหมายในไทย

คริปโตคืออะไร อธิบายตั้งแต่ Bitcoin บล็อกเชน กุญแจส่วนตัว การขุดและการ stake ไปจนถึงช่องทางที่ ก.ล.ต. อนุญาตในไทย ความเสี่ยง และกลโกงที่ต้องระวัง

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ฟาร์มขุด Bitcoin ที่มีเครื่องขุดเรียงเป็นชั้นยาวตลอดผนังอาคาร ภาพถ่ายปี 2014 ใช้ประกอบเรื่องคริปโตกับการขุดแบบ proof-of-work
ภาพ: Marko Ahtisaari / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 นิยามคริปโทเคอร์เรนซีว่าเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตั้งใจใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยน และมาตรา 26 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องได้รับอนุญาต
  • Bitcoin เริ่มจาก White Paper ที่ Satoshi Nakamoto ประกาศเมื่อ 31 ตุลาคม 2008 ส่วน Ethereum เปลี่ยนจากการขุดมาใช้ proof-of-stake ในเดือน กันยายน 2022 โดยผู้ตรวจสอบแต่ละรายต้องวาง 32 ETH
  • ณ 22 ตุลาคม 2026 รายชื่อของ ก.ล.ต. มีศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 7 ราย นายหน้า 14 ราย และผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล 3 ราย ส่วนเกณฑ์ crypto ETF ไทยมีผลตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2026
  • ก.ล.ต. เตือนว่าผู้ลงทุนคริปโตต้องยอมรับโอกาสสูญเงินลงทุนทั้งก้อนภายในเวลาไม่กี่นาที และรับแจ้งเบาะแสกลโกงที่สายด่วน 1207

คริปโต หรือคริปโทเคอร์เรนซี คือหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อใช้แลกเปลี่ยนมูลค่า โดยบันทึกการโอนไว้บนบล็อกเชนที่เครื่องในเครือข่ายถือสำเนาร่วมกัน ต้นแบบคือ Bitcoin ซึ่ง Satoshi Nakamoto ประกาศเอกสาร White Paper เมื่อ 31 ตุลาคม 2008 ในไทย คริปโตอยู่ภายใต้ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และซื้อขายอย่างถูกกฎหมายได้ผ่านผู้ที่ ก.ล.ต. อนุญาต

บทความนี้อธิบายคริปโตจากเอกสารของผู้พัฒนา Bitcoin และ Ethereum เอง ตั้งแต่กุญแจ กระเป๋า การขุดและการ stake ไปจนถึงช่องทางถูกกฎหมาย ความเสี่ยง และกลโกงคริปโตที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตือนไว้

คริปโตคืออะไรในสายตากฎหมายไทย

มาตรา 3 ของพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อ 14 พฤษภาคม 2561 (ค.ศ. 2018) นิยาม "คริปโทเคอร์เรนซี" ว่าเป็น "หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีความประสงค์ที่จะใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน" เพื่อให้ได้สินค้า บริการ หรือสิทธิอื่น หรือแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น

กฎหมายฉบับเดียวกันแยกคริปโตออกจาก "โทเคนดิจิทัล" ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือ เช่น สิทธิร่วมลงทุนในโครงการ หรือสิทธิได้สินค้าและบริการที่เฉพาะเจาะจง ทั้งสองอย่างรวมกันเรียกว่า "สินทรัพย์ดิจิทัล" ส่วนมาตรา 5 ระบุว่าหลักทรัพย์ตามกฎหมายหลักทรัพย์ไม่ถือเป็นคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล

คำ ความหมายตาม พ.ร.ก. ตัวอย่างในคู่มือของ ก.ล.ต.
คริปโทเคอร์เรนซี หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตั้งใจใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยน Bitcoin, Ethereum
โทเคนดิจิทัล หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดสิทธิร่วมลงทุน หรือสิทธิได้สินค้าและบริการ โทเคนที่เสนอขายผ่าน ICO
สินทรัพย์ดิจิทัล คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ทั้งสองกลุ่มข้างต้น

ในบทความนี้ คำว่าคริปโตหมายถึงคริปโทเคอร์เรนซีตามนิยามข้างต้น

Bitcoin ต้นแบบของคริปโตแก้ปัญหาอะไร

Satoshi Nakamoto ประกาศเอกสาร "Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System" ในเมลลิงลิสต์ด้านวิทยาการเข้ารหัสเมื่อ 31 ตุลาคม 2008 โดยเขียนว่ากำลังทำระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็น peer-to-peer เต็มรูปแบบ "with no trusted third party"

บทคัดย่อของ White Paper ตั้งเป้าให้ส่งเงินออนไลน์จากฝ่ายหนึ่งถึงอีกฝ่ายได้โดยตรงโดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน ปัญหาที่ต้องแก้คือ double-spending หรือการนำเงินดิจิทัลก้อนเดียวไปจ่ายซ้ำ ทางแก้แบบเดิมคือตัวกลางที่ตรวจทุกธุรกรรม ซึ่งเอกสารชี้ว่าทำให้ทั้งระบบขึ้นกับบริษัทที่เป็นตัวกลาง "just like a bank"

White Paper นิยามเหรียญอิเล็กทรอนิกส์ว่าเป็นสายของลายมือชื่อดิจิทัล (a chain of digital signatures) เจ้าของโอนคริปโตต่อด้วยการลงนามบนแฮชของธุรกรรมก่อนหน้าและ public key ของผู้รับ ส่วนการกันจ่ายซ้ำใช้วิธีประกาศธุรกรรมทั้งหมดต่อสาธารณะให้ทั้งเครือข่ายตกลงลำดับร่วมกัน

หน้าคำถามที่พบบ่อยของ bitcoin.org ระบุว่าจำนวน bitcoin ที่สร้างใหม่แต่ละปีลดลงครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติเมื่อเวลาผ่านไป จนมี bitcoin ทั้งหมด 21 ล้านหน่วย และธุรกรรมที่ยืนยันแล้วย้อนกลับไม่ได้ จะได้เงินคืนก็ต่อเมื่อผู้รับโอนกลับเอง ข้อนี้สำคัญกับผู้ใช้คริปโตมือใหม่ เพราะโอนผิดแล้วไม่มีตัวกลางให้ขอยกเลิก เส้นทาง 18 ปีของ Bitcoin อ่านต่อได้ในประวัติ Bitcoin จาก White Paper ถึง crypto ETF

บล็อกเชนทำงานอย่างไร

บล็อกเชนคือสมุดบัญชีที่คริปโตใช้บันทึกการโอน คู่มือของ ก.ล.ต. อธิบายว่าเป็น "ระบบฐานข้อมูลแบบกระจายศูนย์" ที่ทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง ถ้าเป็นบล็อกเชนสาธารณะ ทุกคนมีส่วนร่วมยืนยันธุรกรรมและเข้าถึงข้อมูลได้ และธุรกรรมที่บันทึกแล้ว "ยากที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือทำลาย"

ใน White Paper กลไกนี้เริ่มจาก timestamp server ธุรกรรมใหม่ถูกรวมเป็นบล็อก แต่ละบล็อกเก็บแฮชของบล็อกก่อนหน้าไว้ จึงต่อกันเป็นสาย การแก้ข้อมูลเก่าหนึ่งบล็อกต้องทำงานใหม่ทั้งบล็อกนั้นและทุกบล็อกที่ตามมา

แผนภาพโครงสร้างข้อมูลแบบย่อของบล็อกเชน Bitcoin: บล็อก 10 ถึง 12 แต่ละบล็อกมี Prev_Hash, Timestamp, Tx_Root และ Nonce ส่วน Tx_Root คำนวณจากแฮชของธุรกรรม Tx0 ถึง Tx3
โครงสร้างข้อมูลแบบย่อของบล็อก Bitcoin: แต่ละบล็อกเก็บแฮชของบล็อกก่อนหน้า (Prev_Hash) ทำให้บล็อกต่อกันเป็นสาย ภาพ: Matthäus Wander / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

White Paper เขียนรอบการทำงานของเครือข่ายไว้ 6 ขั้น สรุปได้เป็น 3 ช่วง

  1. ธุรกรรมใหม่ถูกกระจายไปทุกโหนด (node) แต่ละโหนดรวบรวมเป็นบล็อก
  2. แต่ละโหนดหา proof-of-work ของบล็อกตน ผู้ที่หาได้กระจายบล็อกออกไป
  3. โหนดอื่นรับบล็อกเมื่อทุกธุรกรรมถูกต้องและยังไม่ถูกใช้จ่าย แล้วต่อบล็อกถัดไปจากแฮชของบล็อกนั้น

โหนดถือว่าสายที่ยาวที่สุดเป็นสายที่ถูกต้อง ถ้ามีบล็อกสองแบบเกิดพร้อมกัน เครือข่ายตัดสินเมื่อสายหนึ่งยาวกว่า

กุญแจส่วนตัวคืออะไร ทำไมคนถือกุญแจคือเจ้าของคริปโต

เอกสารนักพัฒนาของ ethereum.org อธิบายว่าบัญชีแบบที่คนทั่วไปใช้ (externally-owned account) ถูกควบคุมโดยใครก็ตามที่มี private key โดย public key สร้างจาก private key และที่อยู่บัญชีได้จาก 20 ไบต์สุดท้ายของแฮช Keccak-256 ของ public key ประโยคที่มือใหม่ควรจำคือ "You never really hold cryptocurrency, you hold private keys" เพราะเงินทุนอยู่บนบัญชีแยกประเภทของ Ethereum เสมอ

บทความใน Smart to Invest ของ ก.ล.ต. เทียบ public key กับ "เลขที่บัญชีเงินฝาก" ที่ให้คนอื่นใช้โอนเข้ามา และเทียบ private key กับ "รหัสส่วนตัวหรือรหัส ATM" ที่ใช้เข้าถึงหรือโอนออก หากผู้อื่นล่วงรู้ก็โอนสินทรัพย์ออกไปได้ และหากสูญหาย ผู้ใช้จะเข้าถึงสินทรัพย์นั้นไม่ได้อีก

ethereum.org ยังแยกให้ชัดว่า "An account is not a wallet" กระเป๋า (wallet) เป็นแอปหรือหน้าจอที่ใช้ทำงานกับบัญชี ส่วนตัวบัญชีและยอดคงเหลืออยู่บนบล็อกเชน การลบแอปกระเป๋าจึงไม่ได้ลบคริปโตในบัญชี

ภาพประกอบจากหน้าอธิบายกระเป๋าคริปโตของ ethereum.org เป็นประตูที่มีสัญลักษณ์ Ethereum อยู่กลางสวน
ภาพประกอบหน้าอธิบายกระเป๋าคริปโตของ ethereum.org ซึ่งเปรียบกระเป๋าเป็นประตูสู่บัญชี ภาพ: ethereum.org (CC BY 4.0)

กระเป๋าคริปโตมีกี่แบบ

บทความเดียวกันของ ก.ล.ต. แบ่งกระเป๋าตามลักษณะการให้บริการเป็น 2 แบบ คือ custodial wallet ที่ผู้ให้บริการเก็บ private key ให้ และ non-custodial wallet ที่ผู้ใช้เก็บเอง

แบบ ใครเก็บ private key จุดที่ต้องระวังตาม ก.ล.ต.
custodial wallet เช่น กระเป๋าของศูนย์ซื้อขาย ผู้ให้บริการ ความปลอดภัยขึ้นกับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
hardware wallet ผู้ใช้ เก็บในอุปกรณ์แบบ offline ทำ private key หรือ recovery phrase หาย อาจเสียสินทรัพย์
paper wallet ผู้ใช้ จดหรือพิมพ์บนกระดาษ หมึกจาง กระดาษหาย และใช้งานไม่สะดวก
desktop / mobile wallet ผู้ใช้ เก็บแบบเข้ารหัสในเครื่อง ความปลอดภัยขึ้นกับการป้องกันของอุปกรณ์

ในไทย ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นธุรกิจที่ ก.ล.ต. ออกใบอนุญาตและประกาศรายชื่อ ส่วนกระเป๋าที่ผู้ใช้ถือกุญแจเอง ethereum.org เตือนว่า "Never, for any reason, share your recovery phrase or private keys" และบริการ เจ้าหน้าที่ซัพพอร์ต หรือเว็บไซต์ที่ถูกต้องจะไม่ขอข้อมูลเหล่านี้

การขุดคริปโต (proof-of-work) รักษาความปลอดภัยของ Bitcoin อย่างไร

White Paper อธิบายว่า proof-of-work คือการหาค่าที่เมื่อนำไปแฮช เช่น ด้วย SHA-256 แล้วได้แฮชที่ขึ้นต้นด้วยบิตศูนย์ตามจำนวนที่กำหนด ผู้ขุดเพิ่มค่า nonce ในบล็อกไปเรื่อย ๆ จนได้แฮชที่ผ่านเกณฑ์ งานนี้ใช้แรงประมวลผลมาก แต่ตรวจผลได้ด้วยการแฮชเพียงครั้งเดียว

เอกสารเรียกหลักนี้ว่า "one-CPU-one-vote" การตัดสินของเสียงข้างมากคือสายที่ยาวที่สุดซึ่งมีงาน proof-of-work สะสมมากที่สุด ตราบใดที่โหนดสุจริตคุมแรงประมวลผลส่วนใหญ่ สายที่สุจริตจะโตเร็วกว่าสายของผู้โจมตี ความยากของงานปรับตามค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อให้ได้จำนวนบล็อกต่อชั่วโมงตามเป้า ถ้าบล็อกเกิดเร็วเกินไป ความยากจะเพิ่มขึ้น

แรงจูงใจของผู้ขุดมาจากธุรกรรมแรกของบล็อก ซึ่งสร้างคริปโตใหม่ให้ผู้สร้างบล็อกนั้น White Paper เทียบกับนักขุดทองที่ใช้ทรัพยากรเพื่อเพิ่มทองเข้าสู่ระบบ โดยระบุว่า "it is CPU time and electricity that is expended" นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมธุรกรรม และเมื่อเหรียญเข้าสู่ระบบครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แรงจูงใจจะเปลี่ยนเป็นค่าธรรมเนียมทั้งหมด

การ stake (proof-of-stake) ของ Ethereum ต่างจากการขุดอย่างไร

ethereum.org ระบุว่า Ethereum เดิมใช้ proof-of-work แล้วเปลี่ยนมาใช้ proof-of-stake ในเดือนกันยายน 2022 ภายใต้ระบบนี้ ผู้ตรวจสอบ (validator) ต้องฝาก 32 ETH เข้าสัญญาฝาก (deposit contract)

เวลาของ Ethereum แบ่งเป็น slot ละ 12 วินาที และ epoch ละ 32 slot ทุก slot จะสุ่มผู้ตรวจสอบหนึ่งรายเป็นผู้เสนอบล็อก ผู้ตรวจสอบรายอื่นส่งคะแนนรับรอง (attestation) เมื่อบล็อกถึงสถานะ finalized แล้ว จะย้อนกลับหรือแก้ไขไม่ได้หากไม่มีการริบเหรียญของผู้วางเหรียญส่วนใหญ่ ผู้ตรวจสอบที่ทำผิดกติกาอาจถูกทำลายเหรียญที่วางไว้ (slashing) และในเหตุการณ์ที่ถูกลงโทษพร้อมกันจำนวนมาก อาจเสียได้ถึง 100% ของเหรียญที่วาง

ประเด็น proof-of-work (Bitcoin) proof-of-stake (Ethereum)
สิ่งที่ผู้รักษาเครือข่ายใช้ เวลา CPU และไฟฟ้า ETH ที่วางเป็นหลักประกัน 32 ETH ต่อผู้ตรวจสอบ
ใครได้สร้างบล็อกถัดไป ผู้ที่หา proof-of-work ได้ ผู้ตรวจสอบที่ถูกสุ่มในแต่ละ slot 12 วินาที
สายที่ถือว่าถูกต้อง สายที่ยาวที่สุดซึ่งมีงานสะสมมากที่สุด บล็อกที่ finalized แล้ว
ผลของการทำผิดกติกา บล็อกไม่ผ่านการตรวจของโหนดอื่น ถูกริบเหรียญที่วางไว้ (slashing)

คนไทยซื้อและถือคริปโตอย่างถูกกฎหมายได้อย่างไร

มาตรา 26 ของ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. การแก้ไขโดย พ.ร.ก. (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ขยายให้รวมผู้ที่ตั้งอยู่นอกประเทศแต่ให้บริการแก่คนในไทย มาตรา 26/1 ยกลักษณะที่ถือว่าให้บริการคนในไทย เช่น แสดงผลเป็นภาษาไทย ใช้โดเมน ".th" หรือ ".ไทย" ให้ชำระเป็นเงินบาท หรือรับชำระผ่านบัญชีในไทย

ก.ล.ต. ประกาศรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตแยกตามประเภทบนเว็บไซต์ ณ วันที่ตรวจ 22 ตุลาคม 2026 รายชื่อมีศูนย์ซื้อขาย (Exchange) 7 ราย นายหน้า (Broker) 14 ราย ผู้ค้า (Dealer) 5 ราย ผู้จัดการเงินทุน (Fund Manager) 3 ราย ที่ปรึกษา (Advisory Service) 2 ราย ผู้ให้บริการรับฝาก (Custodial Wallet Provider) 3 ราย และ ICO Portal 8 ราย บางบริษัทอยู่ในหลายประเภท และบางรายระบุว่ายังไม่เริ่มประกอบธุรกิจ

กราฟแท่งจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ณ 22 ตุลาคม 2026: นายหน้า 14 ราย ICO Portal 8 ราย ศูนย์ซื้อขาย 7 ราย ผู้ค้า 5 ราย ผู้จัดการเงินทุน 3 ราย ผู้ให้บริการรับฝาก 3 ราย และที่ปรึกษา 2 ราย
จำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภทตามรายชื่อของ ก.ล.ต. ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: ก.ล.ต.)

คู่มือของ ก.ล.ต. ระบุว่าผู้ที่ลงทุนโทเคนหรือคริปโตในต่างประเทศ หรือผ่านบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. "จะไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล" การเช็กชื่อก่อนเปิดบัญชีซื้อขายคริปโตจึงเป็นขั้นแรก ตรวจได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. และแอป SEC Check First

ตัวกลางที่ได้รับอนุญาตต้องทำอะไรให้ผู้ใช้

คู่มือของ ก.ล.ต. ระบุหน้าที่ของตัวกลางที่ได้รับอนุญาต เช่น ทำความรู้จักตัวตนลูกค้า (KYC) ประเมินความเหมาะสมในการลงทุน (suitability test) แจ้งเงื่อนไขการให้บริการ สิทธิและหน้าที่ของลูกค้า และคำนึงถึงความปลอดภัยไซเบอร์

ภาพอธิบายของ ก.ล.ต. เรื่องตัวกลางในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล: Exchange คือศูนย์ซื้อขาย Broker คือนายหน้า Dealer คือผู้ค้า พร้อมคุณสมบัติและหน้าที่ 6 ข้อ เช่น KYC และ suitability test
ภาพอธิบายของ ก.ล.ต. เรื่องตัวกลางในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 3 ประเภท คุณสมบัติ และหน้าที่ต่อลูกค้า จัดทำเมื่อกรกฎาคม 2561 ภาพ: ก.ล.ต.

ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตยังสนับสนุนการใช้คริปโตจ่ายค่าสินค้าไม่ได้ ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กธ. 5/2565 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 (ค.ศ. 2022) ห้ามโฆษณาหรือแสดงตนว่าพร้อมให้บริการชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล และห้ามเปิดกระเป๋าเพื่อการชำระเงิน ถ้าพบลูกค้าใช้บัญชีลงทุนจ่ายค่าสินค้าต้องแจ้งเตือน หากยังทำต่อต้องดำเนินการ เช่น ระงับบริการชั่วคราวหรือยกเลิกบริการ ฉบับประมวลที่ตรวจเมื่อ 22 ตุลาคม 2026 ยกเว้นเฉพาะโครงการทดสอบ programmable payment ของธนาคารแห่งประเทศไทย

crypto ETF ช่องทางผ่านตลาดหลักทรัพย์

อีกช่องทางที่ไม่ต้องถือคริปโตเองคือ crypto ETF ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 216/2569 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2026 แจ้งว่าประกาศ 11 ฉบับที่รองรับกองทุนนี้มีผลตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2026 ระยะแรกกองทุนลงทุนได้ใน Bitcoin และ Ethereum ต้องเก็บทรัพย์สินกับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Custodian) ที่ ก.ล.ต. กำกับเท่านั้น และซื้อขายเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์

ผู้ลงทุนต้องยืนยันว่ารับทราบและเข้าใจความเสี่ยงก่อนเริ่มซื้อขาย บริษัทหลักทรัพย์ให้กู้ยืมเงิน (margin loan) เพื่อซื้อไม่ได้ เช่นเดียวกับการซื้อคริปโตผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ข่าวของ ก.ล.ต. ไม่ได้ระบุว่ากองแรกจะเข้าซื้อขายเมื่อใด รายละเอียดเกณฑ์ทั้งชุดอยู่ในข่าว ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ crypto ETF ไทย

ความเสี่ยงของคริปโตที่ ก.ล.ต. เตือน

บทความ "ทำไม ก.ล.ต. ต้องเตือนให้ระวังการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี" ที่ ก.ล.ต. เผยแพร่เมื่อ 29 มกราคม 2564 (ค.ศ. 2021) สรุปเหตุผลไว้หลายข้อ

  • ผันผวนสูง ก.ล.ต. ยกตัวอย่างว่าค่าความผันผวนของราคา Bitcoin เคยขึ้นไปถึง 140% ในช่วงเมษายน 2563 (ค.ศ. 2020) ขณะที่ดัชนี SET มีค่าความผันผวนสูงสุด 72% และผู้ลงทุนต้อง "ยอมรับว่ามีโอกาสที่จะสูญเสียเงินลงทุนทั้งก้อนภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที"
  • อาจไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ราคาเกิดจากดีมานด์ ซัพพลาย และปัจจัยทางจิตวิทยา ก.ล.ต. จึงมองว่า "เป็นการลงทุนเพื่อการเก็งกำไรเกือบทั้งหมด"
  • ซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง ในหลายศูนย์ซื้อขาย ราคาจึงเคลื่อนไหวตลอดเวลา
  • เงินที่ใช้ ควรจัดสรรในสัดส่วนที่เหมาะสม และ "ควรเป็นเงินที่เมื่อสูญไปแล้วจะต้องไม่เป็นภาระต่อตัวเองและครอบครัว"
ภาพหน้าจอข้อความในบทความเตือนของ ก.ล.ต. ว่าคริปโทเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง ค่าความผันผวนของ Bitcoin เคยถึง 140% และผู้ลงทุนต้องยอมรับโอกาสสูญเงินลงทุนทั้งก้อนภายในไม่กี่นาที
ข้อความในบทความเตือนของ ก.ล.ต. (29 มกราคม 2564) ว่าผู้ลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีต้องยอมรับโอกาสสูญเงินลงทุนทั้งก้อน ภาพ: ก.ล.ต. (ภาพหน้าจอ)

คู่มือของ ก.ล.ต. เพิ่มความเสี่ยงที่ถูกแฮ็ก แม้เป็นศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต และเหรียญที่ไม่ได้รับความนิยมอาจขายต่อได้ยาก พร้อมย้ำว่า "การกำกับดูแลจะช่วยลดความเสี่ยงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น" เช่น การถูกหลอกลวงหรือถูกเอาเปรียบ แต่ความเสี่ยงทางธุรกิจและความผันผวนของราคายังคงอยู่

5 คำถามก่อนลงทุนคริปโตตามคู่มือ ก.ล.ต.

คู่มือการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. ให้ผู้สนใจถามตัวเอง 5 ข้อ

  1. เข้าใจหรือไม่ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคืออะไร
  2. เข้าใจหรือไม่ว่าสิทธิที่จะได้รับจากสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นคืออะไร
  3. เข้าใจวิธีได้มา วิธีจัดเก็บให้ปลอดภัย และการเปลี่ยนมือในตลาดรองหรือไม่
  4. เข้าใจความเสี่ยงและรับความเสี่ยงนั้นได้จริงหรือไม่
  5. รับความเสียหายได้มากน้อยเพียงใด หากต้องเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน

ข้อ 3 โยงกลับไปเรื่องกุญแจและกระเป๋าคริปโตโดยตรง

กลโกงคริปโตที่พบบ่อย

บทความเตือนภัยของ ก.ล.ต. เมื่อ 4 มิถุนายน 2564 (ค.ศ. 2021) เล่ากรณีที่ผู้เสียหายร้องเรียนผ่านสายด่วน 1207 มิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปหาเพื่อน ตีสนิท แล้วถามว่า "เคยลงทุนในคริปโทไหม?... หากไม่เคยจะสอนให้" ก่อนพาไปเปิดบัญชีกับแพลตฟอร์มหรือแอปต่างประเทศ ช่วงแรกถอนกำไรได้ พอใส่เงินมากขึ้นกลับถอนไม่ได้และติดต่อคนชวนไม่ได้อีก

หน้าความปลอดภัยของ ethereum.org รวบรวมกลโกงที่พบบ่อย เช่น

  • Giveaway scam ส่งเหรียญไปแล้วอ้างว่าจะได้คืนสองเท่า ethereum.org ระบุว่า "Giveaways are always scams"
  • Support scams แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ทั้งที่เจ้าหน้าที่จริงไม่ติดต่อผ่านช่องทางส่วนตัว
  • Airdrop scams หลอกให้ทำธุรกรรมที่ส่งกุญแจของบัญชีไปให้มิจฉาชีพ
  • Phishing ลิงก์หรือไฟล์แนบจากอีเมลที่ไม่รู้จัก และโฆษณาที่พาไปโดเมนปลอม

ก่อนลงทุนคริปโต ตรวจรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตและรายชื่อเตือนภัย Investor Alert บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. หรือแอป SEC Check First แจ้งเบาะแสที่สายด่วน ก.ล.ต. 1207 ถ้าตกเป็นผู้เสียหาย แจ้งความออนไลน์ได้ที่ thaipoliceonline.go.th ของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งระบุสายด่วน 1441 ไว้ในหน้าเดียวกัน

ผลต่อผู้ใช้และนักลงทุนไทย

  • เช็กใบอนุญาตก่อนเสมอ ผู้ที่ให้บริการคนในไทยต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา 26 รวมผู้ให้บริการจากต่างประเทศหลังการแก้ไขปี 2568 (ค.ศ. 2025) การใช้บริการผู้ไม่ได้รับอนุญาตทำให้ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.ก.
  • กุญแจคือความเป็นเจ้าของคริปโต เลือกระหว่าง custodial และ non-custodial wallet ตามความสามารถในการดูแลกุญแจ และไม่ส่ง recovery phrase ให้ใครทั้งสิ้น
  • ประเมินตัวเองด้วย 5 คำถามของ ก.ล.ต. และใช้เฉพาะเงินที่ถ้าสูญไปแล้วไม่เป็นภาระต่อตนเองและครอบครัว
  • ภาษี อัตราและเงื่อนไขภาษีของรายได้จากคริปโตให้ตรวจจากประกาศของกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง หรือราชกิจจานุเบกษาโดยตรง ข้อความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำภาษีรายบุคคล

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ติดตามเรื่องการอัปเกรดเครือข่าย การแฮ็ก และกลโกงได้ที่หมวดบล็อกเชนและความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

คริปโตคืออะไร?

คริปโตหรือคริปโทเคอร์เรนซีคือหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้า บริการ สิทธิ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ตามนิยามใน พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 การโอนบันทึกไว้บนบล็อกเชน ตัวอย่างที่ ก.ล.ต. ยกคือ Bitcoin และ Ethereum

ซื้อคริปโตในไทยอย่างถูกกฎหมายได้ที่ไหน?

ซื้อผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต เช่น ศูนย์ซื้อขายหรือนายหน้า ตามรายชื่อบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. หรือแอป SEC Check First อีกช่องทางคือ crypto ETF ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเกณฑ์ของ ก.ล.ต. มีผลตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2026 การซื้อผ่านผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล

private key กับ recovery phrase ต่างกันอย่างไร?

private key คือรหัสลับที่ใช้ลงนามโอนคริปโตออกจากบัญชี ส่วน recovery phrase หรือ seed phrase คือชุดคำสำหรับกู้คืนกระเป๋า ใครได้อย่างใดอย่างหนึ่งไปก็โอนสินทรัพย์ออกได้ ethereum.org ย้ำว่าบริการ เจ้าหน้าที่ หรือเว็บไซต์ที่ถูกต้องจะไม่ขอข้อมูลเหล่านี้

การขุดคริปโตกับการ stake ต่างกันอย่างไร?

การขุดแบบ proof-of-work ของ Bitcoin ใช้แรงประมวลผลและไฟฟ้าแข่งกันหาค่าที่ทำให้แฮชของบล็อกผ่านเกณฑ์ ส่วน proof-of-stake ของ Ethereum ให้ผู้ตรวจสอบฝาก 32 ETH เป็นหลักประกัน แล้วสุ่มผู้เสนอบล็อกทุก slot 12 วินาที ผู้ที่ทำผิดกติกาอาจถูกริบเหรียญที่วางไว้

ลงทุนคริปโตมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

ก.ล.ต. เตือนว่าราคาคริปโตผันผวนสูงและอาจไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาตก็ยังเสี่ยงถูกแฮ็ก และผู้ลงทุนต้องยอมรับโอกาสสูญเงินลงทุนทั้งก้อนภายในเวลาไม่กี่นาที เงินที่ใช้ลงทุนจึงควรเป็นเงินที่หากสูญไปแล้วไม่เป็นภาระต่อตนเองและครอบครัว

แหล่งอ้างอิง

  1. Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System — bitcoin.org
  2. Proof-of-stake (PoS) — ethereum.org
  3. พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (ฉบับประมวล) — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  4. รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  5. ทำไม ก.ล.ต. ต้องเตือนให้ระวังการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  6. Ethereum security and scam prevention — ethereum.org

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

บุคคล
Satoshi Nakamoto2
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Bitcoin9Ethereum8SEC Check First6
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ