Black Monday 19 ตุลาคม 1987: ดาวโจนส์ร่วง 22.6% ในวันเดียว ระบบซื้อขายรับไม่ไหว
Black Monday คือวันที่ 19 ต.ค. 1987 ที่ดาวโจนส์ร่วง 22.6% ในวันเดียว ระบบส่งคำสั่งซื้อขายรับไม่ไหว Fed ประกาศพร้อมเสริมสภาพคล่อง และ SET ร่วงกว่า 38% ใน 3 เดือน
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- Black Monday คือวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 1987 ที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average (DJIA) ลดลง 508 จุด หรือ 22.6% ในวันเดียว Federal Reserve History ระบุว่ายังเป็นการร่วงในวันเดียวที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์
- รายงานของ SEC (กุมภาพันธ์ 1988) สรุปว่าไม่มีสาเหตุเดียว แต่ Program Trading เร่งการร่วง วันที่ 19 ตุลาคม โปรแกรมขาย Arbitrage, Portfolio Insurance และโปรแกรมอื่นรวมกันคิดเป็น 14.7% ของปริมาณซื้อขายทั้ง NYSE และ 21.1% ของหุ้นใน S&P 500
- ระบบ DOT ของ NYSE ที่ส่งคำสั่งขนาดไม่เกิน 2,099 หุ้นรับภาระเกินบ่อยครั้ง ระบบ SCOREX ของ Pacific Stock Exchange ทำคำสั่งหายเพราะเกินขีดความสามารถ และ SEC ยอมรับว่าวันซื้อขาย 600 ล้านหุ้นอาจเกินความคาดหมายที่สมเหตุสมผล
- วันที่ 20 ตุลาคม 1987 Alan Greenspan ประธาน Fed ประกาศว่าพร้อมเป็นแหล่งสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจและการเงิน และภายใน 2 วันทำการ DJIA ฟื้นกลับมา 288 จุด หรือ 57% ของที่เสียไป
- ในไทย SET Index ปิด 459.01 จุด เมื่อ 19 ต.ค. พ.ศ. 2530 แล้วลงไปปิดสิ้นปีที่ 284.94 จุด ลดลงกว่า 38% ภาครัฐและเอกชนตั้งกองทุนร่วมพัฒนา 1,000 ล้านบาทเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาหุ้น
Black Monday คือวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 1987 เมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงต่อกันเป็นทอด ๆ ตั้งแต่เอเชียถึงนิวยอร์ก ดัชนี Dow Jones Industrial Average (DJIA) ลดลง 508 จุด หรือ 22.6% ในวันเดียว ซึ่ง Federal Reserve History ระบุว่ายังเป็นการร่วงในวันเดียวที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และนำไปสู่ circuit breaker ที่ตลาดหุ้นใช้กันถึงวันนี้
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องตลาดหุ้น รายงานที่ SEC ทำหลังเกิดเหตุบันทึกว่าระบบส่งคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติของตลาดและโบรกเกอร์หลายแห่งรับปริมาณงานไม่ไหว บางระบบทำคำสั่งหาย บางตลาดต้องกลับไปจับคู่ซื้อขายด้วยมือ Black Monday จึงเป็นกรณีศึกษาของทั้งผู้บริหารการเงินและฝ่ายไอทีมาเกือบ 40 ปี
ก่อนถึง Black Monday ตลาดเป็นอย่างไร
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขึ้นแรงในครึ่งแรกของปี 1987 Federal Reserve History ระบุว่าถึงปลายเดือนสิงหาคม DJIA บวกไปแล้ว 44% ในเวลา 7 เดือน จนเกิดความกังวลเรื่องฟองสบู่ รายงานของสำนักกำกับตลาดของ SEC (Division of Market Regulation) บันทึกว่า DJIA ขึ้นไปสูงสุดระหว่างวันที่ 2,746.65 จุดเมื่อ 27 สิงหาคม 1987 และปิดที่ 2,640.99 จุดเมื่อ 2 ตุลาคม
จากนั้นข่าวร้ายก็ทยอยเข้ามา รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขขาดดุลการค้าที่สูงกว่าคาดและเงินดอลลาร์อ่อนค่า สัปดาห์ที่เริ่ม 5 ตุลาคม DJIA ลดลง 158.78 จุด สัปดาห์ถัดมาลดอีก 235.47 จุด วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมซึ่งเป็นวันที่สัญญาออปชันและฟิวเจอร์สหมดอายุพร้อมกัน (triple witching) DJIA ลดลง 4.6% หรือ 108.35 จุด ซึ่งในเวลานั้นเป็นการลดลงเป็นจุดในวันเดียวที่มากที่สุด และวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม Federal Reserve History บันทึกว่า James Baker รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ขู่ต่อสาธารณะว่าจะลดค่าเงินดอลลาร์เพื่อแก้การขาดดุลการค้า
วันที่ 19 ตุลาคม 1987 เกิดอะไรขึ้น
ก่อนตลาดนิวยอร์กเปิดในเช้าวันจันทร์ ตลาดหุ้นในเอเชียและภูมิภาคใกล้เคียงก็ร่วงไปก่อนแล้ว คำสั่งขายมีมากกว่าผู้ที่ยอมซื้อที่ราคาใกล้เดิมหลายเท่า ราคาจึงไหลลงเป็นทอด ๆ Federal Reserve History ระบุว่ากรณีที่หนักที่สุดคือตลาดหุ้นนิวซีแลนด์ที่ร่วงลง 60% ส่วนในสหรัฐฯ DJIA ร่วงตั้งแต่เปิดตลาดและปิดวันลดลง 508.32 จุดตามตัวเลขของ SEC
Andrew Grove ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Intel ในเวลานั้นให้สัมภาษณ์ที่ Federal Reserve History ยกมาอ้างว่า ความรู้สึกร่วมของนักลงทุนทำงานทั้งขาขึ้นและขาลง "มันคล้ายโรงละครที่มีคนตะโกนว่า 'ไฟไหม้'" และเป็นครั้งแรกที่ผู้คนดูวิกฤตการเงินลามจากตลาดหนึ่งไปอีกตลาดหนึ่งผ่านโทรทัศน์สด

ความเสียหายไม่ได้จบในวันจันทร์ SEC บันทึกว่าช่วงกลางวันของวันที่ 20 ตุลาคม DJIA ลงไปต่ำสุดที่ 1,708.70 จุด ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนสิงหาคมกว่า 1,000 จุดหรือ 37% แม้ฟื้นขึ้นมาได้บ้าง ณ วันที่ 30 ตุลาคม ดัชนีก็ยังอยู่ที่ 1,994 จุด ต่ำกว่าจุดสูงสุดกว่า 26% ทั้งเดือนตุลาคม S&P 500 ลดลง 21.8% ดัชนีรวมของ NYSE ลดลง 21.9% ของ Amex ลดลง 27% และ NASDAQ ลดลง 27.2%
ทำไม Black Monday จึงรุนแรง: Program Trading และ Portfolio Insurance
รายงานของ SEC ตั้งใจไม่ตอบว่าทำไมมูลค่าหุ้นจึงหายไปราว 30% ในเดือนนั้น แต่สร้างภาพการซื้อขายขึ้นใหม่เพื่อดูว่าระบบซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ทำให้การร่วงเร็วและลึกขึ้นอย่างไร ข้อสรุปหลักมี 3 ข้อ
- ไม่มีปัจจัยเดียว ทั้งเศรษฐกิจ โครงสร้างตลาด และจิตวิทยา ตัวจุดชนวนคือมุมมองของนักลงทุนต่อปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป แรงขายของสถาบันเป็นปัจจัยตรงที่ใหญ่ที่สุดของการร่วงช่วงเปิดตลาด และการเทขายด้วยความตื่นตระหนกโดยไม่มีผู้ซื้อทำให้ชั่วโมงสุดท้ายของ NYSE ดิ่งลง
- Program Trading เร่งให้รุนแรงขึ้น วันที่ 19 ตุลาคม โปรแกรม Arbitrage ขาย 37.6 ล้านหุ้น Portfolio Insurance ขายอย่างน้อย 39.9 ล้านหุ้น และโปรแกรมอื่นอีก 11.8 ล้านหุ้น รวมเป็น 14.7% ของปริมาณซื้อขายทั้ง NYSE และ 21.1% ของหุ้นใน S&P 500 ช่วง 13.00–14.00 น. สัดส่วนนี้เกิน 40% และมี 3 ช่วง 10 นาทีที่เกิน 60%
- ผลทางจิตวิทยา การรู้ว่ามีกลยุทธ์ Portfolio Insurance รอขายอยู่ ทำให้สถาบันไม่กล้าเข้าซื้อ และผู้ดูแลสภาพคล่องไม่กล้าใช้เงินทุนพยุงตลาด
Portfolio Insurance เร่ง Black Monday อย่างไร
Portfolio Insurance คือเทคนิคป้องกันความเสี่ยงที่ใช้ฟิวเจอร์สและออปชันชดเชยการเคลื่อนไหวของราคา ปัญหาคือเมื่อราคาลง กลยุทธ์นี้สั่งให้ขายเพิ่ม ทำให้ราคาลงอีก แล้วก็ขายอีกเป็นวงจร Federal Reserve History ยังชี้จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง ได้แก่ การชำระราคาหุ้นใช้เวลา 3 วัน ขณะที่ออปชันและฟิวเจอร์สใช้ 1 วัน ผู้ลงทุนจึงต้องจ่ายเงินฝั่งอนุพันธ์ก่อนได้เงินจากการขายหุ้น และตลาดหลักทรัพย์ในเวลานั้นไม่มีเครื่องมือหยุดการเทขายจำนวนมาก
แหล่งข้อมูลอธิบายสาเหตุของ Black Monday ด้วยน้ำหนักต่างกัน หนังสือ 40 ปีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเขียนว่า Black Monday ส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดพลาดของระบบ Algorithm Trading ที่ประมวลผลการซื้อขายผิดพลาด ส่วน SEC ระบุว่าฟิวเจอร์สและ Program Trading ไม่ใช่ "สาเหตุเดียว" แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการร่วง
ระบบซื้อขายรับไม่ไหว: ด้านไอทีของ Black Monday
บทที่ 7 ของรายงาน SEC ว่าด้วยการทำงานของระบบตลาด เป็นส่วนที่คนทำงานไอทีอ่านแล้วคุ้นเคยที่สุด ระบบเผยแพร่ราคาของหุ้นจดทะเบียนผ่านไปได้ค่อนข้างดี ผู้ประมวลผลกลาง Securities Industry Automation Corporation มีระบบหยุดรายงานรายการซื้อขายเพียง 2 ครั้งสั้น ๆ แต่ฝั่งออปชันมีปัญหา 2 เรื่อง เรื่องแรก ราคาที่เปลี่ยนแรงทำให้มีออปชันซีรีส์ใหม่มากกว่าปกติ และสร้างภาระหนักให้ฐานข้อมูลของผู้ให้บริการข้อมูลหลายราย เรื่องที่สอง รูปแบบข้อความราคาออปชันรองรับตัวเลขเพียง 2 หลัก เมื่อค่าพรีเมียมขึ้นไปถึง 3 หลัก ราคาจึงถูกรายงานผิด

- ระบบ DOT ของ NYSE (Designated Order Turnaround) ซึ่งส่งคำสั่งขนาดไม่เกิน 2,099 หุ้นและคำสั่งเป็นชุดรายการหุ้นแบบอัตโนมัติ มีหลายส่วนที่รับภาระเกินบ่อยครั้ง ทำให้การซื้อขายล่าช้า
- ระบบ SCOREX ของ Pacific Stock Exchange มีปัญหาหนักที่สุด ทำทั้งคำสั่งและรายงานการซื้อขายหายเพราะเกินขีดความสามารถของระบบ
- Philadelphia Stock Exchange กลับไปใช้การจับคู่ซื้อขายด้วยมือเกือบทั้งสัปดาห์ และส่งรายงานผลให้สมาชิกหลังปิดตลาด ส่วน Midwest Stock Exchange เพิ่มคอมพิวเตอร์อีกเครื่องได้ภายในวันที่ 26 ตุลาคม
- ฝั่งโบรกเกอร์ หลายรายเกือบรับคำสั่งไม่ไหว และผู้ให้บริการประมวลผลภายนอก (service bureau) รายใหญ่อย่างน้อยหนึ่งรายมีปัญหาจนคำสั่งของลูกค้าหลายบริษัทล่าช้า
SEC เขียนไว้ตรง ๆ ว่าวันซื้อขาย 600 ล้านหุ้น "อาจไม่อยู่ในขอบเขตของความคาดหมายที่สมเหตุสมผล" แต่ก็ชี้ว่าบางบริษัทไม่ได้ทบทวนขีดความสามารถในการรับและส่งคำสั่งเป็นประจำ ข้อเสนอคือให้มีแผนรองรับปริมาณงานผิดปกติ ระบบคอมพิวเตอร์สำรอง การฝึกบุคลากรข้ามหน้าที่ การสื่อสารกับลูกค้าที่ดีขึ้น และให้การตรวจโบรกเกอร์ครอบคลุมขีดความสามารถของระบบ
Fed และตลาดรับมือ Black Monday อย่างไร
วันที่ 20 ตุลาคม 1987 Alan Greenspan ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกแถลงการณ์สั้น ๆ ว่า Fed "ยืนยันความพร้อมที่จะเป็นแหล่งสภาพคล่องเพื่อสนับสนุนระบบเศรษฐกิจและการเงิน" เบื้องหลัง Fed ยังขอให้ธนาคารปล่อยกู้ต่อตามเงื่อนไขปกติ Federal Reserve History อ้างงานของ Ben Bernanke ว่าธนาคารใหญ่ 10 แห่งในนิวยอร์กเพิ่มเงินให้กู้แก่บริษัทหลักทรัพย์เกือบเท่าตัวในสัปดาห์นั้น และการอัดฉีดสภาพคล่องช่วยให้การซื้อขายที่แทบหยุดนิ่งในเช้าวันที่ 20 กลับมาเดินได้

ระบบการเงินตึงตัวแต่ไม่ล้ม SEC บันทึกว่าเมื่อปิดตลาดวันที่ 19 ตุลาคม specialist ของ NYSE 13 รายไม่เหลือกำลังซื้อเลย จากบริษัทหลักทรัพย์ราว 6,700 แห่ง ราว 60 แห่งเคยต่ำกว่าเกณฑ์เงินกองทุนในช่วงนั้น มีเพียง 3 แห่งที่ดูแลบัญชีลูกค้า และมีแห่งเดียวที่ต้องชำระบัญชีตามกฎหมายคุ้มครองผู้ลงทุน
ตลาดฟื้นจาก Black Monday เร็วกว่าที่หลายคนคาด ใน 2 วันทำการ DJIA ฟื้นกลับมา 288 จุด หรือ 57% ของที่เสียไปในวัน Black Monday และไม่ถึง 2 ปีต่อมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ขึ้นเหนือจุดสูงสุดก่อนวิกฤต Black Monday ไม่ได้ตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือวิกฤตธนาคาร Donald Kohn อดีตรองประธาน Fed กล่าวว่าตลาดหุ้นร่วงปี 1987 "ไม่ได้มาพร้อมการแห่ถอนเงินฝากหรือปัญหาใดในภาคธนาคาร" แต่ก็มีนักวิชาการที่เห็นว่าการเข้าช่วยของ Fed สร้างบรรทัดฐานที่อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดกล้าเสี่ยงเกินควร (moral hazard)
หลัง Black Monday: รายงาน Brady คณะทำงาน และ Circuit Breaker
รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งคณะทำงานว่าด้วยกลไกตลาด (Presidential Task Force on Market Mechanisms) มี Nicholas Brady อดีตวุฒิสมาชิกเป็นประธาน คณะทำงานใช้เวลา 60 วันทำรายงานส่ง และประธานาธิบดี Ronald Reagan แถลงเมื่อ 8 มกราคม 1988 ว่าได้รับรายงานแล้ว และจะพิจารณาร่วมกับการศึกษาของ NYSE, Chicago Mercantile Exchange, SEC และ CFTC ก่อนตัดสินใจว่าจะทำอะไร รายงานของ SEC ออกตามมาในเดือนกุมภาพันธ์ 1988
วันที่ 18 มีนาคม 1988 Reagan ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 12631 ตั้ง Working Group on Financial Markets ประกอบด้วยรัฐมนตรีคลัง (เป็นประธาน) ประธาน Fed ประธาน SEC และประธาน CFTC ให้พิจารณาข้อเสนอจากการศึกษาเหตุการณ์รอบวันที่ 19 ตุลาคม 1987 และรายงานประธานาธิบดีภายใน 60 วัน
มรดกที่เห็นชัดที่สุดคือ circuit breaker Federal Reserve History ระบุว่าหลังเหตุการณ์เดือนตุลาคม 1987 และตุลาคม 1989 NYSE เริ่มใช้กลไกหยุดซื้อขายชั่วคราว และหน่วยงานกำกับยังปรับขั้นตอนการชำระราคาของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน ปัจจุบัน SEC อธิบายกติกาไว้ดังนี้
| กลไก | กติกาปัจจุบันตาม Investor.gov ของ SEC |
|---|---|
| Market-wide circuit breaker ระดับ 1 และ 2 | S&P 500 ลดลง 7% หรือ 13% จากราคาปิดวันก่อน ถ้าเกิดก่อน 15.25 น. หยุดซื้อขายทั้งตลาด 15 นาที ถ้าเกิดหลังจากนั้นไม่หยุด |
| Market-wide circuit breaker ระดับ 3 | S&P 500 ลดลง 20% หยุดซื้อขายทั้งตลาดถึงสิ้นวัน ไม่ว่าเกิดเวลาใด |
| Limit Up-Limit Down (LULD) | กันราคาหุ้นรายตัวไม่ให้ออกนอกกรอบ 5%, 10%, 20% หรือกรอบอื่นตามระดับราคา ถ้าราคาแตะกรอบและไม่กลับเข้ากรอบภายใน 15 วินาที หยุดซื้อขายหุ้นนั้น 5 นาที |
Black Monday ในไทย: SET ร่วง 38% และกองทุนร่วมพัฒนา
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจาก Black Monday หนังสือ 40 ปีของตลาดหลักทรัพย์ฯ บันทึกว่า SET Index ปิดที่ 459.01 จุดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) แล้วลงไปปิดสิ้นปีที่ 284.94 จุด ลดลงกว่า 38% ในเวลาไม่ถึง 3 เดือน (ดูเส้นทางของตลาดหุ้นไทยต่อได้ที่ประวัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
ภาครัฐและเอกชนออกมาตรการหลายด้าน ได้แก่ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อลดความตื่นตระหนก การขยายวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จากไม่เกิน 60% เป็น 100% ของเงินกองทุน และการตั้ง "กองทุนร่วมพัฒนา" วงเงิน 1,000 ล้านบาท จากเงินของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาชิกตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทเงินทุน ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบริหารเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาหุ้น แล้วนำออกขายแก่ประชาชนเมื่อการซื้อขายกลับสู่ภาวะปกติ หนังสือเล่มเดียวกันประเมินว่ามาตรการเหล่านี้ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตลาดอื่น
ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ ในขณะนั้น แถลงข่าวหลังปิดตลาดทุกวันเพื่อให้ผู้ลงทุนได้ข้อมูลพร้อมกัน และเพิ่มเป็นวันละ 2 ครั้งในวันที่สถานการณ์รุนแรงอย่าง Black Monday จนนักข่าวตั้งฉายาว่า "มารวยรายวัน" ครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2531 มูลค่าการซื้อขายขึ้นไปสูงสุดในรอบ 13 ปีที่ 156,649.36 ล้านบาท
Circuit Breaker ของตลาดหุ้นไทยหลัง Black Monday
ไทยมี circuit breaker หลัง Black Monday หลายปี หนังสือ 40 ปีบันทึกว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ นำมาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราวมาใช้ในชุดมาตรการหลังวิกฤต พ.ศ. 2540 และใช้จริงครั้งแรกเมื่อ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2549 วันที่ SET Index ปิดที่ 622.14 จุด ลดลง 14.84% หลัง ธปท. ออกมาตรการกันสำรองเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น จากนั้นใช้อีก 2 ครั้งในวันที่ 10 และ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ครั้งละ 30 นาที
ลำดับเหตุการณ์ Black Monday 1987–1988
| วันที่ | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 27 ส.ค. 1987 | DJIA ขึ้นไปสูงสุดระหว่างวันที่ 2,746.65 จุด หลังบวก 44% ใน 7 เดือน |
| 2 ต.ค. 1987 | DJIA ปิดที่ 2,640.99 จุด |
| 5–16 ต.ค. 1987 | DJIA ลดลง 158.78 จุดในสัปดาห์แรก และ 235.47 จุดในสัปดาห์ที่สอง วันที่ 16 ลดลง 4.6% |
| 17 ต.ค. 1987 | รัฐมนตรีคลัง James Baker ขู่ลดค่าเงินดอลลาร์ |
| 19 ต.ค. 1987 | Black Monday: DJIA ลดลง 508.32 จุด หรือ 22.6% SET Index ปิด 459.01 จุด (พ.ศ. 2530) |
| 20 ต.ค. 1987 | Fed ประกาศพร้อมเป็นแหล่งสภาพคล่อง DJIA ลงไปต่ำสุดช่วงกลางวันที่ 1,708.70 จุด |
| 30 ต.ค. 1987 | DJIA อยู่ที่ 1,994 จุด ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนสิงหาคมกว่า 26% |
| สิ้นปี 1987 | SET Index ปิดปีที่ 284.94 จุด ลดลงกว่า 38% จากวัน Black Monday |
| 8 ม.ค. 1988 | Reagan รับรายงานของคณะทำงาน Brady |
| ก.พ. 1988 | SEC เผยแพร่รายงาน The October 1987 Market Break |
| 18 มี.ค. 1988 | คำสั่งฝ่ายบริหารที่ 12631 ตั้ง Working Group on Financial Markets |
| 19 ธ.ค. 2006 | ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ circuit breaker ครั้งแรก (พ.ศ. 2549) |
บทเรียนสำหรับองค์กรไทยวันนี้
Black Monday เกิดก่อนอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ แต่บทเรียนในรายงานของ SEC ยังตรงกับระบบที่องค์กรไทยดูแลอยู่ทุกวันนี้
- วางแผนขีดความสามารถเผื่อวันที่ "เกินคาด" ปริมาณงาน 600 ล้านหุ้นต่อวันเคยถูกมองว่าเกินความคาดหมาย ระบบชำระเงิน แอปธนาคาร และเว็บขายสินค้าวันนี้ก็ควรทดสอบโหลดที่หลายเท่าของวันสูงสุด และมีแผนลดบริการอย่างมีลำดับเมื่อรับไม่ไหว
- ตรวจขนาดช่องข้อมูลและรูปแบบข้อความ ราคาออปชันที่รองรับแค่ 2 หลักคือบั๊กแบบเดียวกับปัญหาปี 2000 หรือเลขที่เกินขนาดตัวแปร ทดสอบค่าขอบในระบบที่ส่งข้อมูลระหว่างกัน
- ทำแผนที่การพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก service bureau รายเดียวที่ล่มทำให้คำสั่งของหลายบริษัทล่าช้า วันนี้คือคลาวด์ ระบบ SaaS และผู้ประมวลผลการชำระเงิน
- ระวังระบบอัตโนมัติที่ตอบสนองต่อสัญญาณเดียวกัน Portfolio Insurance ขายเพิ่มเมื่อราคาลง แล้วราคาก็ลงอีก ระบบอัตโนมัติและ AI ที่ตัดสินใจจากข้อมูลชุดเดียวกันควรมีเพดาน ตัวหน่วง และปุ่มหยุดฉุกเฉินแบบ circuit breaker
- สื่อสารสม่ำเสมอในวิกฤต การแถลงทุกวันของ "มารวยรายวัน" และแถลงการณ์บรรทัดเดียวของ Greenspan ช่วยลดความตื่นตระหนก แผนรับมือเหตุการณ์ควรกำหนดผู้พูด ความถี่ และช่องทางไว้ล่วงหน้า
อ่านวิกฤตตลาดการเงินครั้งอื่นที่ให้บทเรียนคล้ายกันได้ที่ฟองสบู่ดอทคอม และหมวดประวัติศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
Black Monday คืออะไร เกิดขึ้นเมื่อไร?
Black Monday คือชื่อที่ใช้เรียกวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 1987 เมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงต่อเนื่องจากเอเชียถึงสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 508 จุด หรือ 22.6% ในวันเดียว Federal Reserve History เรียกเหตุการณ์นี้ว่าวิกฤตการเงินโลกครั้งแรกของยุคปัจจุบัน
อะไรทำให้เกิด Black Monday?
รายงานของ SEC สรุปว่า Black Monday ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว ตัวจุดชนวนคือมุมมองของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป แรงขายของสถาบันทำให้ตลาดเปิดร่วง และการเทขายด้วยความตื่นตระหนกโดยไม่มีผู้ซื้อทำให้ชั่วโมงสุดท้ายดิ่งลง Program Trading และ Portfolio Insurance เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้การร่วงรุนแรงขึ้น
หลัง Black Monday ตลาดหุ้นมี Circuit Breaker อย่างไร?
หลัง Black Monday เดือนตุลาคม 1987 และตลาดร่วงอีกครั้งเดือนตุลาคม 1989 NYSE เริ่มใช้ circuit breaker ปัจจุบันตามข้อมูลของ SEC ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หยุดซื้อขายทั้งตลาดเมื่อ S&P 500 ลดลง 7%, 13% และ 20% ในวันเดียว สองระดับแรกหยุด 15 นาทีถ้าเกิดก่อน 15.25 น. ส่วนระดับที่สามหยุดถึงสิ้นวัน
Black Monday กระทบตลาดหุ้นไทยแค่ไหน?
ตามหนังสือ 40 ปีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET Index ปิดที่ 459.01 จุดเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2530 แล้วลงไปปิดสิ้นปีที่ 284.94 จุด ลดลงกว่า 38% ในไม่ถึง 3 เดือน ภาครัฐและเอกชนรับมือ Black Monday ด้วยกองทุนร่วมพัฒนา 1,000 ล้านบาท และขยายวงเงินลงทุนในหุ้นของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
บทเรียนจาก Black Monday ที่ฝ่ายไอทีควรรู้คืออะไร?
รายงานของ SEC ชี้ว่าระบบส่งคำสั่งของตลาดและโบรกเกอร์รับปริมาณงานที่สูงผิดปกติไม่ไหว ระบบหนึ่งทำคำสั่งหาย อีกระบบแสดงราคาผิดเพราะช่องข้อมูลรองรับแค่ 2 หลัก SEC จึงแนะนำให้มีแผนสำรอง ระบบคอมพิวเตอร์สำรอง ฝึกบุคลากรข้ามหน้าที่ และทบทวนขีดความสามารถของระบบสม่ำเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Stock Market Crash of 1987 — Federal Reserve History
- The October 1987 Market Break: Report by SEC Division of Market Regulation (February 1988) — U.S. Securities and Exchange Commission / SEC Historical Society
- Statement on Receiving the Report of the Presidential Task Force on Market Mechanisms (January 8, 1988) — Ronald Reagan Presidential Library & Museum
- Executive Order 12631 — Working Group on Financial Markets — U.S. National Archives
- Stock Market Circuit Breakers — U.S. Securities and Exchange Commission (Investor.gov)
- SHARE FOR ALL: 40 ปี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา200นิวยอร์ก24
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ