ข้ามไปยังเนื้อหา
Historyอธิบาย

วิกฤตต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2540: บาทลอยตัว เงินกู้ IMF และการปฏิรูปที่ยังอยู่ถึงวันนี้

วิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มเมื่อไทยลอยตัวค่าเงินบาท 2 ก.ค. 2540 หลังทุนสำรองแทบหมด ตามด้วยเงินกู้ IMF ปิดบริษัทเงินทุน 56 แห่ง GDP หดตัว 7.6% และการปฏิรูปที่ตามมา

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 10 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
อาคาร Sathorn Unique Tower ในกรุงเทพฯ โครงการคอนโดมิเนียมสูงที่สร้างไม่เสร็จ ซึ่งหยุดก่อสร้างในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารสูงอื่น ภาพถ่ายภายหลังเมื่อกรกฎาคม 2564
ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • วิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เมื่อ ธปท. ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท หลังใช้ทุนสำรองราว 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปกป้องค่าเงินจนเหลือ 2,850 ล้านดอลลาร์ ตามตัวเลขของ ธปท.
  • ต้นเหตุของวิกฤตต้มยำกุ้งที่ ธปท. และ IMF ระบุไว้ คืออัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างคงที่ราว 25 บาทต่อดอลลาร์ การเปิดเสรีเงินทุนรวมถึง BIBF หนี้ต่างประเทศระยะสั้น 38,000 ล้านดอลลาร์ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดราว 8% ของ GDP และฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์
  • ไทยขอเงินกู้ Stand-By จาก IMF วงเงิน SDR 2,900 ล้าน (ราว 3,900 ล้านดอลลาร์) ตามจดหมายแสดงเจตจำนงวันที่ 14 ส.ค. 2540 เบิกใช้จริง SDR 2,500 ล้าน และชำระคืนครบก่อนกำหนดเมื่อ 31 ก.ค. 2546
  • ทางการระงับกิจการบริษัทเงินทุน 58 แห่ง และปิดถาวร 56 แห่งในต้นเดือนธันวาคม 2540 ส่วน GDP ไทยหดตัว 2.8% ในปี 2540 และ 7.6% ในปี 2541 ตามข้อมูลธนาคารโลก
  • มรดกของวิกฤตต้มยำกุ้งที่ยังใช้อยู่คือ อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวภายใต้การจัดการ กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อตั้งแต่ 23 พ.ค. 2543 สถาบันคุ้มครองเงินฝากที่ตั้งเมื่อ 11 ส.ค. 2551 และทุนสำรองที่เพิ่มจาก 26,900 เป็น 282,300 ล้านดอลลาร์

วิกฤตต้มยำกุ้งคือวิกฤตการเงินที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท หลังใช้ทุนสำรองปกป้องค่าเงินจนเกือบหมด จากนั้นไทยต้องขอเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปิดบริษัทเงินทุน 56 แห่ง และเศรษฐกิจหดตัว 7.6% ในปี 2541 ขณะที่วิกฤตลามไปทั่วเอเชีย

บทความนี้เรียบเรียงจากหน้าถอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้งของ ธปท. (ซึ่งอ้างเอกสารวิชาการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สิงหาคม 2560) ประวัติกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จดหมายแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ที่ไทยยื่นต่อ IMF และข้อมูลของธนาคารโลกกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัวเลขที่แต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกันเขียนไว้ทั้งสองแบบ

ลำดับเหตุการณ์วิกฤตต้มยำกุ้ง ตั้งแต่ปี 2533 ถึง 2551

วันที่ เหตุการณ์
พ.ศ. 2533 ไทยรับพันธะข้อ 8 ของ IMF เปิดระบบการเงินสู่สากล
ก.ย. 2535 รัฐบาลอนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์ตั้งกิจการวิเทศธนกิจ (BIBF)
พ.ค. 2539 ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ขาดสภาพคล่อง
27 มิ.ย. 2540 กระทรวงการคลังระงับกิจการสถาบันการเงิน 16 แห่ง
2 ก.ค. 2540 ธปท. ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท
5 ส.ค. 2540 ระงับเพิ่มอีก 42 แห่ง ครม. ค้ำประกันผู้ฝากและเจ้าหนี้
14 ส.ค. 2540 ไทยยื่นจดหมายแสดงเจตจำนงฉบับแรกต่อ IMF
20 ส.ค. 2540 IMF อนุมัติวงเงิน Stand-By SDR 2,900 ล้าน
13–14 ต.ค. 2540 มาตรการฟื้นฟูระบบการเงิน ตั้ง ปรส. และ บบส. (วันที่ต่างกันตามแหล่ง)
ต้น ธ.ค. 2540 ปรส. ปิดบริษัทเงินทุน 56 จาก 58 แห่ง
12 ม.ค. 2541 ค่าเงินบาทรายวันอ่อนสุดที่ 56.10 บาทต่อดอลลาร์
10 มี.ค. 2542 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลด VAT จาก 10% เหลือ 7%
23 พ.ค. 2543 ธปท. เริ่มใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ
31 ก.ค. 2546 ไทยชำระหนี้ IMF งวดสุดท้ายก่อนกำหนด
11 ส.ค. 2551 ก่อตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากอย่างเป็นทางการ

วิกฤตต้มยำกุ้งเกิดจากอะไร

ธปท. สรุปว่าวิกฤตต้มยำกุ้งเกิดจากความไม่สมดุลที่สะสมมาตลอดยุคเศรษฐกิจโตเร็ว ส่วนจดหมายถึง IMF ฉบับแรกระบุว่าอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ บัญชีทุนที่เปิดกว้างขึ้น และดอกเบี้ยในประเทศที่สูง ดึงเงินทุนระยะสั้นเข้ามาจนเศรษฐกิจเปราะบาง

  • ค่าเงินค่อนข้างคงที่ ธปท. ระบุว่าค่าเงินอยู่ที่ราว 25 บาทต่อดอลลาร์ ผู้กู้จึงประเมินความเสี่ยงค่าเงินต่ำเกินไป ประวัติกองทุนฟื้นฟูฯ ระบุว่าเงินบาทผูกกับตะกร้าเงินที่มีดอลลาร์เป็นสัดส่วนสูง จึงแข็งค่าตามดอลลาร์
  • เปิดเสรีทางการเงิน ไทยผ่อนคลายการปริวรรตเงินตราในเดือนเมษายน 2534 และ ธปท. ระบุว่าธนาคาร 46 แห่งได้ใบอนุญาต BIBF ในเดือนมีนาคม 2536 ช่องทางนี้ทำให้กู้เงินต่างประเทศมาปล่อยกู้ในประเทศได้ง่าย
  • หนี้ระยะสั้น จดหมายถึง IMF ระบุหนี้ต่างประเทศระยะสั้น 38,000 ล้านดอลลาร์ ธปท. เรียกความไม่สมดุลนี้ว่า "การกู้สั้น ลงทุนยาว"
  • ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด IMF ระบุว่าสูงสุดราว 8% ของ GDP ในปี 2539 ส่วน ธปท. ระบุยอดขาดดุลก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งที่ 14,000 ล้านดอลลาร์
  • ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ ธปท. ระบุว่าการลงทุนเกินกำลังซื้อของตลาดจนหนี้เสียของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ขึ้นถึง 52.3% ในเดือนพฤษภาคม 2542

ตัวเลขส่งออกปี 2539 ต่างกันตามแหล่ง ธปท. ระบุว่าโตเพียง 1.9% จาก 24.82% ในปีก่อน แต่ตารางในจดหมายถึง IMF เดือนกุมภาพันธ์ 2541 ซึ่งคิดเป็นดอลลาร์สหรัฐแสดงว่าหดตัว 1.3%

ภาพหน้าจอหน้าเว็บถอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้งของธนาคารแห่งประเทศไทย แสดงหัวข้อรู้จักวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งและย่อหน้าแรกที่ระบุว่าวิกฤตเริ่มวันที่ 2 กรกฎาคม 2540
หน้า "ถอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้ง" บนเว็บไซต์ ธปท. สรุปสาเหตุ มาตรการแก้ไข และบทเรียนของวิกฤตครั้งนั้น ภาพ: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ภาพหน้าจอ)

ปกป้องค่าเงินบาทก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง

ปัญหาก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มจากระบบการเงิน ประวัติกองทุนฟื้นฟูฯ ระบุว่าธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ขาดสภาพคล่องเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2539 แล้วข่าวลือเรื่องฐานะบริษัทเงินทุนทำให้ผู้ฝากทยอยถอนเงิน จนถึงกลางเดือนมิถุนายน 2540 กองทุนฯ ให้สภาพคล่องแก่สถาบันการเงินกว่า 40 แห่ง รวมกว่า 200,000 ล้านบาท และวันที่ 27 มิถุนายน 2540 กระทรวงการคลังระงับกิจการชั่วคราว 16 แห่ง

ด้านค่าเงิน จดหมายถึง IMF ระบุว่าเงินบาทถูกโจมตีหนักขึ้นโดยเฉพาะหลังเดือนพฤษภาคม 2540 ทางการคุมการกู้เงินบาทของผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศในเดือนเดียวกัน และภาระสัญญา swap กับ forward ของ ธปท. เพิ่มขึ้นมาก ตัวเลขทุนสำรองที่เหลือต่างกันตามแหล่งและนิยาม

  • ธปท. ระบุว่าใช้ทุนสำรอง 24,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 2 ใน 3 ของทั้งหมด เหลือ 2,850 ล้านดอลลาร์ จาก 38,700 ล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2539
  • จดหมายถึง IMF ประมาณทุนสำรองสุทธิหลังหักภาระสัญญาล่วงหน้าไว้ที่ 1,300 ล้านดอลลาร์ ณ 31 กรกฎาคม 2540

ทำเนียบผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่านายเริงชัย มะระกานนท์ ดำรงตำแหน่งถึง 28 กรกฎาคม 2540 และนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ รับตำแหน่งต่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2540

2 กรกฎาคม 2540 วันเริ่มวิกฤตต้มยำกุ้ง

ธปท. ประกาศยกเลิกการกำหนดค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินของคู่ค้าสำคัญและเปลี่ยนเป็นระบบลอยตัว ซึ่ง IMF เรียกว่า managed float และระบุว่าเงินบาทอ่อนค่าราว 20% ภายในเดือนกรกฎาคม จดหมายถึง IMF ให้คำมั่นว่าจะไม่ตรึงค่าเงินไว้ที่ระดับใด และแทรกแซงเพียงเพื่อลดความผันผวน

ข้อมูลของธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนขยับจาก 24.53 บาทต่อดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2540 เป็น 44.31 บาทในเดือนธันวาคม และ 52.98 บาทในเดือนมกราคม 2541 ค่ารายวันอ่อนที่สุดที่ 56.10 บาทเมื่อ 12 มกราคม 2541 ก่อนกลับมาที่ 38.23 บาทในเดือนธันวาคม 2542 ส่วนค่าเฉลี่ยเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 33.23 บาท

กราฟเส้นวิกฤตต้มยำกุ้ง: ค่าเงินบาทเฉลี่ยรายเดือนทรงตัวราว 25 บาทต่อดอลลาร์ในปี 2539 อยู่ที่ 24.53 ในเดือนมิถุนายน 2540 ก่อนลอยตัวค่าเงินบาทวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 แล้วอ่อนค่าถึง 52.98 ในเดือนมกราคม 2541 และอยู่ที่ 38.23 ในเดือนธันวาคม 2542
ค่าเฉลี่ยรายเดือนของเงินบาทอ่อนจาก 24.53 เป็น 52.98 บาทต่อดอลลาร์ภายในเจ็ดเดือนหลังลอยตัว ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Federal Reserve Board ผ่าน FRED)

เงินกู้ IMF ในวิกฤตต้มยำกุ้ง วงเงินเท่าไร

จดหมายแสดงเจตจำนงลงวันที่ 14 สิงหาคม 2540 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการ ธปท. ลงนาม ขอวงเงิน Stand-By 34 เดือน SDR 2,900 ล้าน หรือ 505% ของโควตา IMF อนุมัติวันที่ 20 สิงหาคม 2540 ด้วยขั้นตอนเร่งด่วน คิดเป็นราว 3,900 ล้านดอลลาร์ และตารางวงเงินกู้ของ IMF ระบุวันสิ้นสุดโครงการ 19 มิถุนายน 2543

ข่าวประชาสัมพันธ์ของ IMF ระบุวงเงินจากแหล่งอื่นรวม 12,700 ล้านดอลลาร์ ทั้งคำมั่นจากการประชุมที่โตเกียววันที่ 11 สิงหาคม 2540 และที่ได้ภายหลัง

  • ญี่ปุ่น 4,000 ล้านดอลลาร์
  • จีน ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ รายละ 1,000 ล้านดอลลาร์
  • อินโดนีเซียและเกาหลีใต้ รายละ 500 ล้านดอลลาร์
  • ธนาคารโลก 1,500 ล้านดอลลาร์ และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) 1,200 ล้านดอลลาร์

Federal Reserve History ระบุว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วยจัดเงินกู้ระยะสั้น (bridge loan) ให้ไทยในช่วงแรก และเมื่อวิกฤตลามออกไป ประชาคมระหว่างประเทศระดมเงินกู้ให้ไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้รวม 118,000 ล้านดอลลาร์

ภาพหน้าจอจดหมายแสดงเจตจำนงของรัฐบาลไทยถึง IMF ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2540 บนเว็บไซต์ IMF ส่งถึง Michel Camdessus และขอวงเงิน Stand-By 34 เดือน SDR 2,900 ล้าน หรือ 505% ของโควตา
จดหมายแสดงเจตจำนงลงวันที่ 14 สิงหาคม 2540 บนเว็บไซต์ IMF ระบุคำขอวงเงิน Stand-By 34 เดือน SDR 2,900 ล้าน หรือ 505% ของโควตา ภาพ: International Monetary Fund (ภาพหน้าจอ)

เงื่อนไขของ IMF ที่ปรับตามสถานการณ์

จดหมายฉบับแรกกำหนดให้ภาคสาธารณะเปลี่ยนจากขาดดุล 1.6% ของ GDP เป็นเกินดุลราว 1% ในปีงบประมาณ 2540/41 ขึ้น VAT จาก 7% เป็น 10% ตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2540 แยกบริษัทเงินทุนที่ไปต่อไม่ได้ออกจากระบบโดยให้ผู้ถือหุ้นรับผลขาดทุนก่อน และเปิดเผยทุนสำรองของ ธปท. ทุกสองสัปดาห์ ส่วนข่าวประชาสัมพันธ์ของ IMF ตั้งเป้า GDP โต 2.5% ในปี 2540 และ 3.5% ในปี 2541

ฉบับ 25 พฤศจิกายน 2540 ระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีชวนเป็นหัวหน้ายืนยันพันธะตามโครงการ และเปิดให้ต่างชาติถือหุ้นสถาบันการเงินได้เต็มที่เป็นเวลา 10 ปี ส่วนฉบับ 24 กุมภาพันธ์ 2541 คาดว่า GDP ปี 2541 จะหดตัว 3–3.5% จึงยอมให้รัฐบาลกลางขาดดุลราว 1.5% ของ GDP แทนเป้าเกินดุล และขยายเครือข่ายรองรับทางสังคม

IMF ระบุว่าไทยเบิกใช้จริง SDR 2,500 ล้าน (ราว 3,500 ล้านดอลลาร์) และชำระงวดสุดท้ายเมื่อ 31 กรกฎาคม 2546 ก่อนกำหนดเดิมในปี 2547 นาย Horst Köhler กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่าการชำระคืนก่อนกำหนดสะท้อนผลงานด้านเศรษฐกิจมหภาคและดุลการชำระเงินที่แข็งแกร่ง

ปิดบริษัทเงินทุน 56 แห่งหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง

วันที่ 5 สิงหาคม 2540 กระทรวงการคลังระงับกิจการบริษัทเงินทุนเพิ่มอีก 42 แห่ง รวมเป็น 58 แห่ง และ ครม. อนุมัติให้ค้ำประกันผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ทุกรายของสถาบันการเงินที่ยังเปิดอยู่ โดยให้กองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) ดำเนินการ

มาตรการถัดมาตั้งองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) และบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) ธปท. เรียกว่า "มาตรการ 13 ตุลาคม 2540" ส่วนจดหมายถึง IMF ระบุว่าประกาศเมื่อ 14 ตุลาคม 2540 ต้นเดือนธันวาคม 2540 ปรส. ปิด 56 จาก 58 แห่ง เหลือเพียงบริษัทเงินทุนเกียรตินาคินและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสเม้นท์ที่ได้เปิดต่อ

ต้นทุนตกอยู่กับกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งประมาณการความเสียหายสุทธิกว่า 1.4 ล้านล้านบาทเมื่อเดือนมิถุนายน 2545 ในจำนวนนี้ราว 5.5 แสนล้านบาทเป็นการช่วยผู้ฝากเงิน ธปท. เรียกหนี้ก้อนนี้ว่า "ภาระ" ที่ตกทอดถึงคนรุ่นใหม่จากวิกฤตต้มยำกุ้ง

เศรษฐกิจไทยหดตัวแค่ไหนในวิกฤตต้มยำกุ้ง

ข้อมูลของธนาคารโลกแสดงว่า GDP ไทยหดตัว 2.8% ในปี 2540 และ 7.6% ในปี 2541 ก่อนกลับมาโต 4.6% ในปี 2542 ตัวเลขที่ใช้ระหว่างวิกฤตต้มยำกุ้งเบากว่านี้ จดหมายถึง IMF เดือนกุมภาพันธ์ 2541 ประมาณว่าปี 2540 หดตัวเพียง 0.4% แต่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรลดลง 16%

ปี GDP (%) บาทต่อดอลลาร์ (เฉลี่ย ธ.ค.) ทุนสำรอง (พันล้านดอลลาร์)
2538 8.1 25.16 36.9
2539 5.7 25.60 38.6
2540 -2.8 44.31 26.9
2541 -7.6 36.28 29.5
2542 4.6 38.23 34.8
2543 4.5 43.25 32.7
2544 3.4 43.95 33.0

ที่มา: GDP และทุนสำรองรวมทองคำจากธนาคารโลก อัตราแลกเปลี่ยนจาก FRED

ธปท. ระบุว่ามาตรการ 10 มีนาคม 2542 ใช้เงินกู้จากญี่ปุ่นตามแผนมิยาซาวา 53,000 ล้านบาท และลด VAT จาก 10% เหลือ 7% เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

กราฟแท่งอัตราการเติบโตของ GDP ไทยช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง: ปี 2538 ขยายตัว 8.1% ปี 2539 5.7% ปี 2540 หดตัว 2.8% ปี 2541 หดตัว 7.6% ปี 2542 ขยายตัว 4.6% ปี 2543 4.5% และปี 2544 3.4%
GDP ไทยหดตัว 2.8% ในปี 2540 และ 7.6% ในปี 2541 ก่อนกลับมาโต 4.6% ในปี 2542 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: World Bank)

มรดกของวิกฤตต้มยำกุ้งในระบบการเงินไทย

  • อัตราแลกเปลี่ยน ธปท. ระบุว่าวันนี้ใช้ระบบลอยตัวภายใต้การจัดการ ตลาดเป็นผู้กำหนดค่าเงิน และ ธปท. แทรกแซงได้เมื่อผันผวนมากเกินไป
  • เป้าหมายเงินเฟ้อ ธปท. ใช้กรอบนี้ตั้งแต่พฤษภาคม 2543 เอกสารสัมมนาวิชาการปี 2544 บนเว็บไซต์ ธปท. ระบุวันเริ่ม 23 พฤษภาคม 2543 และเป้าแรกเป็นเงินเฟ้อพื้นฐาน 0–3.5% ปัจจุบัน ธปท. กับรัฐมนตรีคลังตกลงเป้าหมายทุกปี ถ้าเงินเฟ้อหลุดเป้า ผู้ว่าการต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกชี้แจง
  • กฎหมายกำกับสถาบันการเงิน พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 กำหนดการจัดชั้นสินทรัพย์และการกันสำรอง และให้ ธปท. สั่งเพิ่มทุน ระงับกิจการ ควบคุม หรือปิดสถาบันการเงินได้
  • คุ้มครองเงินฝากแบบจำกัดวงเงิน จดหมายถึง IMF ปี 2540 ระบุแล้วว่าจะใช้ระบบที่จำกัดกว่ามาแทนการค้ำประกันเต็มจำนวน สถาบันคุ้มครองเงินฝากก่อตั้งเมื่อ 11 สิงหาคม 2551 และวงเงินคุ้มครองปัจจุบันคือ 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก 1 รายต่อสถาบันการเงิน 1 แห่ง
  • ทุนสำรองและกลไกในภูมิภาค ทุนสำรองรวมทองคำเพิ่มจาก 26,900 ล้านดอลลาร์ในปี 2540 เป็น 282,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ตามข้อมูลธนาคารโลก ส่วน ธปท. ระบุว่าอาเซียน+3 ต่อยอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นกลไก CMIM ขนาด 240,000 ล้านดอลลาร์

บทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้งสำหรับองค์กรไทยวันนี้

  • อย่าให้หนี้กับรายได้อยู่คนละสกุลเงินโดยไม่ป้องกันความเสี่ยง เงินบาทเคยอ่อนจาก 24.53 เป็น 52.98 บาทต่อดอลลาร์ในเจ็ดเดือน ภาระหนี้ดอลลาร์ที่คิดเป็นบาทจึงเพิ่มกว่าเท่าตัว ธปท. ระบุว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่ในตอนนั้นไม่ได้บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
  • อย่ากู้สั้นไปลงทุนยาว โครงการที่คืนทุนหลายปีไม่ควรพึ่งเงินกู้ที่ต้องต่ออายุทุกไม่กี่เดือน เพราะเมื่อเจ้าหนี้ไม่ต่อวงเงิน เงินสดจะขาดทันที
  • รู้วงเงินคุ้มครองเงินฝาก การค้ำประกันเต็มจำนวนแบบปี 2540 ไม่มีแล้ว สถาบันคุ้มครองเงินฝากจ่ายคืนเฉพาะในวงเงิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบัน ฝ่ายการเงินที่ถือเงินสดก้อนใหญ่จึงควรประเมินความมั่นคงของสถาบันการเงินที่ฝากไว้
  • ติดตามสัญญาณเดียวกับที่ตลาดใช้ ธปท. ระบุว่าผู้เก็งกำไรในปี 2540 อาศัยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงและหนี้ระยะสั้นที่สูงเมื่อเทียบกับทุนสำรองเป็นจุดโจมตี องค์กรที่มีภาระเงินตราต่างประเทศควรติดตามตัวเลขเหล่านี้ก่อนตัดสินใจกู้หรือลงทุน

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง: ประชุมใหญ่ IMF-ธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ และบทความอื่นในหมวดประวัติศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

วิกฤตต้มยำกุ้งเกิดขึ้นเมื่อไร และเกิดจากอะไร?

วิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เมื่อไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ธปท. สรุปต้นเหตุว่ามาจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง หนี้ต่างประเทศระยะสั้นที่กู้มาภายใต้อัตราแลกเปลี่ยนแบบค่อนข้างคงที่ ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ การกำกับสถาบันการเงินที่ไม่รัดกุม และการโจมตีค่าเงินบาทจนทุนสำรองแทบหมด

ไทยกู้เงิน IMF เท่าไรในวิกฤตต้มยำกุ้ง และใช้คืนเมื่อไร?

ในวิกฤตต้มยำกุ้ง IMF อนุมัติวงเงิน Stand-By ให้ไทย SDR 2,900 ล้าน (ราว 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อ 20 สิงหาคม 2540 ไทยเบิกใช้จริง SDR 2,500 ล้าน และชำระงวดสุดท้ายเมื่อ 31 กรกฎาคม 2546 ก่อนกำหนดเดิมในปี 2547 นอกจากนี้ยังมีวงเงินจากญี่ปุ่น ประเทศในภูมิภาค ธนาคารโลก และ ADB รวม 12,700 ล้านดอลลาร์

เงินบาทอ่อนค่าลงมากแค่ไหนในวิกฤตต้มยำกุ้ง?

ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงว่าค่าเฉลี่ยเดือนมิถุนายน 2540 อยู่ที่ 24.53 บาทต่อดอลลาร์ แล้วอ่อนลงเป็น 52.98 บาทในเดือนมกราคม 2541 ค่ารายวันที่อ่อนที่สุดในวิกฤตต้มยำกุ้งคือ 56.10 บาทเมื่อ 12 มกราคม 2541 ก่อนจะกลับมาอยู่ที่ 38.23 บาทในเดือนธันวาคม 2542

วิกฤตต้มยำกุ้งทิ้งอะไรไว้ให้ระบบการเงินไทยถึงวันนี้?

มรดกของวิกฤตต้มยำกุ้งที่ยังใช้อยู่ ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวภายใต้การจัดการ กรอบนโยบายการเงินแบบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ ธปท. ใช้ตั้งแต่พฤษภาคม 2543 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 สถาบันคุ้มครองเงินฝากที่คุ้มครอง 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบัน และหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ที่ยังต้องบริหารต่อ

แหล่งอ้างอิง

  1. ถอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้ง — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  2. ความเป็นมาและการบริหารจัดการหนี้ของกองทุนฯ — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  3. Thailand Letter of Intent, August 14, 1997 — International Monetary Fund
  4. Press Release: IMF Approves Stand-by Credit for Thailand (No. 97/37) — International Monetary Fund
  5. GDP growth (annual %) - Thailand — World Bank
  6. Asian Financial Crisis — Federal Reserve History
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ