ประวัติคอมพิวเตอร์ จาก Colossus และ ENIAC ถึง IBM PC สมาร์ตโฟน และคลาวด์
ประวัติคอมพิวเตอร์จาก Babbage, Colossus และ ENIAC ปี 1946 สู่ทรานซิสเตอร์ System/360 Intel 4004 และ IBM PC ปี 1981 พร้อมข้อถกเถียงว่าเครื่องไหนมาก่อน
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 14 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- ENIAC ที่ประกาศต่อสาธารณะเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 1946 ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ใช้หลอดสุญญากาศ 18,000 หลอด หนัก 30 ตัน และย่นการคำนวณวิถีกระสุนที่ใช้เครื่องคิดเลขมือ 12 ชั่วโมงเหลือ 30 วินาที
- คำตอบว่าคอมพิวเตอร์เครื่องแรกคือเครื่องใดขึ้นกับนิยาม Deutsches Museum ยก Z3 ปี 1941, Iowa State ยก Atanasoff-Berry Computer, TNMOC ยก Colossus ที่ทำงานได้ต้นกุมภาพันธ์ 1944 ส่วน Penn Engineering ยก ENIAC ว่าเป็นคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์เครื่องแรก
- IBM เปิดตัว System/360 เมื่อ 7 เมษายน 1964 ด้วยเงินลงทุน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นตระกูลเมนเฟรมที่ซอฟต์แวร์ใช้ข้ามรุ่นได้ และบุกเบิก byte 8 บิตที่คอมพิวเตอร์ยังใช้ถึงวันนี้
- Intel 4004 ปี 1971 ที่ Intel เรียกว่าไมโครโพรเซสเซอร์อเนกประสงค์ตัวแรก มีทรานซิสเตอร์ 2,250 หรือ 2,300 ตัวตามหน้าเว็บสองหน้าของ CHM ที่ระบุไม่ตรงกัน และเปิดทางสู่ Altair 8800 ปี 1975 กับ Apple II ปี 1977
- IBM PC เปิดตัวเมื่อ 12 สิงหาคม 1981 ราคา 1,565 ดอลลาร์สหรัฐ ใช้ชิป Intel 8088 และระบบปฏิบัติการจาก Microsoft สถาปัตยกรรมแบบเปิดทำให้มีซอฟต์แวร์กว่า 750 รายการภายในปีแรก
ประวัติคอมพิวเตอร์สมัยใหม่มักเริ่มเล่าจาก ENIAC เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่ประกาศต่อสาธารณะเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 1946 ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เครื่องนี้หนัก 30 ตันและใช้หลอดสุญญากาศ 18,000 หลอด อีก 35 ปีต่อมา IBM วางขาย IBM PC ราคา 1,565 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและครัวเรือน ระหว่างทางมีทรานซิสเตอร์ วงจรรวม เมนเฟรม และไมโครโพรเซสเซอร์ ส่วนคำถามว่าเครื่องไหนคือคอมพิวเตอร์เครื่องแรก แหล่งข้อมูลยังตอบไม่ตรงกัน
บทความนี้ไล่ลำดับจากเครื่องจักรคำนวณของ Charles Babbage ถึงพีซี สมาร์ตโฟน และคลาวด์ จากข้อมูลของ Computer History Museum (CHM), Penn Engineering ของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย, The National Museum of Computing (TNMOC) ของอังกฤษ, Deutsches Museum และหน้าประวัติของ IBM กับ Intel จุดที่แหล่งข้อมูลระบุต่างกันเราเขียนไว้ทั้งสองแบบ
ก่อนยุคอิเล็กทรอนิกส์: เครื่องจักรคำนวณของ Babbage
CHM เรียก Charles Babbage (1791–1871) ว่าผู้ออกแบบเครื่องคำนวณอัตโนมัติรุ่นแรก และสรุปว่าเขาคิดค้นคอมพิวเตอร์ได้แต่สร้างไม่สำเร็จ Babbage เริ่มออกแบบ Difference Engine No. 1 ในปี 1821 เพื่อคำนวณและพิมพ์ตารางฟังก์ชันพหุนามโดยอัตโนมัติ แต่งานสร้างหยุดลงในปี 1832
ระหว่างนั้นในปี 1834 เขาคิดเครื่องที่ทะเยอทะยานกว่า ซึ่งภายหลังเรียกว่า Analytical Engine เครื่องนี้รับโปรแกรมจากบัตรเจาะรูแบบเดียวกับเครื่องทอผ้า Jacquard มีส่วน "Store" เก็บตัวเลขแยกจากส่วน "Mill" ที่ทำการคำนวณ CHM ชี้ว่าการแยกหน่วยความจำออกจากหน่วยประมวลผลแบบนี้คือโครงสร้างเดียวกับคอมพิวเตอร์ยุคอิเล็กทรอนิกส์
ไม่มีเครื่องของ Babbage เครื่องใดสร้างเสร็จครบในช่วงชีวิตของเขา Difference Engine No. 2 ที่ออกแบบไว้ในปี 1847–1849 ถูกสร้างตามแบบเดิมในลอนดอนภายหลัง มีชิ้นส่วน 8,000 ชิ้น หนัก 5 ตัน ส่วนปีที่สร้างเสร็จ CHM ระบุไว้ต่างกันสองหน้า ไทม์ไลน์ของ CHM ลงไว้ปี 1991 ขณะที่หน้า Babbage Engine ระบุว่าเครื่องที่สมบูรณ์เครื่องแรกเสร็จในปี 2002 หรือ 153 ปีหลังการออกแบบ
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกคือเครื่องไหน
คำว่า "เครื่องแรก" ขึ้นกับว่านับคุณสมบัติใด ใช้รีเลย์หรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมได้หรือไม่ และใช้ได้หลายงานหรือทำงานเดียว แต่ละสถาบันจึงยกเครื่องต่างกัน
- Z3 (1941) Deutsches Museum ในมิวนิกเรียกเครื่องของ Konrad Zuse ว่าคอมพิวเตอร์ไบนารีที่โปรแกรมได้เครื่องแรกของโลก CHM ระบุว่า Z3 ใช้รีเลย์ 2,300 ตัว คำนวณเลขทศนิยมลอยตัวแบบไบนารี เครื่องจริงถูกทำลายจากการทิ้งระเบิดกรุงเบอร์ลินปลายปี 1943 เครื่องที่สร้างขึ้นใหม่ในทศวรรษ 1960 จัดแสดงอยู่ที่ Deutsches Museum
- Atanasoff-Berry Computer หรือ ABC (1939–1942) Iowa State University เรียกเครื่องที่ศาสตราจารย์ John Vincent Atanasoff กับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา Clifford Berry สร้างว่าคอมพิวเตอร์ดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรก CHM บันทึกว่าคดีสิทธิบัตรที่ยุติในปี 1973 พบว่า John Mauchly ผู้ร่วมออกแบบ ENIAC เคยเห็น ABC หลังเครื่องเริ่มทำงาน ผลคือ Atanasoff ได้ชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดพื้นฐานหลายข้อ และตัวแนวคิดคอมพิวเตอร์ถูกตัดสินว่าจดสิทธิบัตรไม่ได้
- Colossus (1944) TNMOC เรียกว่าคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกของโลก รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป
- ENIAC (1946) Penn Engineering เรียกว่าคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์ (general-purpose) เครื่องแรก
Colossus เครื่องถอดรหัสที่เป็นความลับจนถึงปี 1975
TNMOC เล่าว่า Tommy Flowers ใช้เวลา 11 เดือนออกแบบและสร้าง Colossus ที่ศูนย์วิจัยของไปรษณีย์อังกฤษที่ Dollis Hill เครื่องแรกส่งถึง Bletchley Park ช่วงปลายธันวาคม 1943 ถึงมกราคม 1944 และเริ่มทำงานในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 1944 หน้าที่เดียวของมันคือช่วยถอดรหัส Lorenz (Tunny) ในข้อความระหว่างผู้นำเยอรมันกับนายพล โดยรับข้อความเข้ารหัสจากเทปกระดาษแล้วใช้หลอดสุญญากาศ (valve) 2,500 หลอดหาค่าตั้งวงล้อของเครื่องเข้ารหัส
TNMOC ระบุว่า Colossus เป็นเครื่องแรกที่เป็นทั้งดิจิทัล โปรแกรมได้ และอิเล็กทรอนิกส์ และระบุว่าเครื่องที่รันโปรแกรมที่เก็บไว้ในหน่วยความจำได้เครื่องแรกคือ Manchester Small Scale Experimental Machine ปี 1948 ถึงสิ้นสงครามมี Colossus 10 เครื่อง ช่วยคน 550 คนถอดรหัสข้อความของเยอรมันได้ 63 ล้านตัวอักษร
เรื่องทั้งหมดเป็นความลับระดับสูงสุด ข้อมูลชุดแรกของ Colossus เพิ่งเปิดเผยในปี 1975 ตำราประวัติคอมพิวเตอร์หลายสิบปีก่อนหน้านั้นจึงไม่มีชื่อเครื่องนี้

ENIAC ปี 1946 คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์ของกองทัพสหรัฐฯ
ผู้นำโครงการ ENIAC คือ John W. Mauchly และ J. Presper Eckert Jr. แห่ง Moore School of Electrical Engineering มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ทำภายใต้สัญญากับห้องปฏิบัติการวิจัยขีปนวิธี (Ballistics Research Laboratory) ของกองทัพสหรัฐฯ CHM ระบุว่าเริ่มสร้างในปี 1943 ตัวเลขตามหน้าของ Penn Engineering มีดังนี้
- ตู้ 40 ตู้เรียงเป็นรูปตัว U ยาว 80 ฟุต ในห้องขนาด 30 x 50 ฟุต น้ำหนักรวม 30 ตัน
- หลอดสุญญากาศ 18,000 หลอด ตัวต้านทาน 70,000 ตัว ตัวเก็บประจุ 10,000 ตัว และจุดบัดกรี 500,000 จุด
- ใช้ไฟ 150 กิโลวัตต์
- งานคำนวณวิถีกระสุนที่ใช้เครื่องคิดเลขมือ 12 ชั่วโมง ENIAC ทำเสร็จใน 30 วินาที
CHM ระบุว่า ENIAC เร็วกว่าเครื่องคำนวณก่อนหน้ากว่า 1,000 เท่าเพราะใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์แทนกลไกไฟฟ้า หลังสร้างเสร็จ เครื่องย้ายไป Aberdeen Proving Ground รัฐแมริแลนด์ เพื่อทำตารางการยิง (firing table) และใช้กับงานพยากรณ์อากาศและงานคำนวณด้านพลังงานปรมาณู Penn Engineering ระบุว่าเป็นเครื่องคำนวณหลักของกองทัพอีก 9 ปี ส่วน CHM ระบุว่าใช้งานรวม 10 ปี
ผู้หญิง 6 คนที่เขียนโปรแกรม ENIAC
การเขียนโปรแกรม ENIAC ทำโดยเสียบสายระหว่างตู้และตั้งสวิตช์ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนงาน Penn Engineering ระบุว่างานนี้เป็นของผู้หญิง 6 คนที่กองทัพจ้างเป็นพนักงานราชการเพื่อคำนวณวิถีกระสุน ได้แก่ Kathleen McNulty Mauchly Antonelli, Jean Jennings Bartik, Frances (Betty) Snyder Holberton, Marlyn Wescoff Meltzer, Frances Bilas Spence และ Ruth Lichterman Teitelbaum
Penn Engineering ระบุว่าการสาธิตต่อสาธารณะในเดือนกุมภาพันธ์ 1946 ซึ่งทำให้สื่อตื่นตะลึง เป็นผลงานของ Marlyn Wescoff Meltzer กับ Ruth Lichterman Teitelbaum แต่บทความและภาพที่เผยแพร่ในเวลานั้นมีแต่ผู้ชาย ผลงานของทั้งหกคนเพิ่งได้รับการยกย่องในอีกหลายสิบปีต่อมา
จาก ENIAC สู่คอมพิวเตอร์ที่เก็บโปรแกรมในหน่วยความจำ
ปี 1945 John von Neumann เขียนรายงาน First Draft of a Report on the EDVAC ซึ่งCHM สรุปว่าวางสถาปัตยกรรมของคอมพิวเตอร์แบบเก็บโปรแกรม (stored-program) เก็บทั้งคำสั่งและข้อมูลไว้ในหน่วยความจำอิเล็กทรอนิกส์ แทนการเสียบสาย บัตรเจาะรู หรือเทปกระดาษ ปีต่อมาชุดบรรยายภาคฤดูร้อนที่ Moore School ซึ่งมี Maurice Wilkes เป็นหนึ่งในผู้เรียน จุดประกายการสร้างเครื่องแบบนี้ในสหรัฐฯ ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี
ที่อังกฤษ University of Manchester สร้าง Small-Scale Experimental Machine หรือ "Baby" เพื่อทดสอบหน่วยความจำแบบ Williams Tube โปรแกรมยาว 17 คำสั่งที่ Tom Kilburn เขียนรันได้เมื่อ 21 มิถุนายน 1948 CHM เรียกว่าเป็นโปรแกรมแรกในประวัติศาสตร์ที่รันบนคอมพิวเตอร์ดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์แบบเก็บโปรแกรม ปี 1949 EDSAC ของ University of Cambridge ที่ Wilkes นำทีมสร้าง กลายเป็นเครื่องแบบเก็บโปรแกรมเครื่องแรกที่ให้บริการคำนวณเป็นประจำ
Penn Engineering ระบุว่ายังไม่มีคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ใช้กับงานเชิงพาณิชย์จนถึงราวปี 1951 ปีนั้น Remington Rand ส่งมอบ UNIVAC 1 เครื่องแรกให้สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ เครื่องนี้ออกแบบโดย Eckert และ Mauchly ใช้หลอดสุญญากาศ 5,200 หลอด และขายได้ 46 เครื่อง ราคาเครื่องละกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทรานซิสเตอร์และวงจรรวมทำให้คอมพิวเตอร์เล็กลง
หลอดสุญญากาศและสวิตช์กลไฟฟ้าในระบบโทรศัพท์ไม่ทนทาน Bell Labs จึงตั้งกลุ่มวิจัยสารกึ่งตัวนำเพื่อหาอุปกรณ์มาแทน CHM บันทึกว่าวันที่ 16 ธันวาคม 1947 John Bardeen และ Walter Brattain ทำเครื่องขยายสัญญาณจากเจอร์เมเนียมได้สำเร็จ และสาธิตให้ผู้บริหารดูเมื่อ 23 ธันวาคม Bell Labs แถลงเปิดตัวอุปกรณ์ที่ John Pierce ตั้งชื่อว่า transistor เมื่อ 30 มิถุนายน 1948 ถึงปี 1956 MIT สร้าง TX-0 ซึ่ง CHM เรียกว่าคอมพิวเตอร์อเนกประสงค์ที่โปรแกรมได้เครื่องแรกที่ใช้ทรานซิสเตอร์
ขั้นต่อไปคือรวมชิ้นส่วนหลายชิ้นไว้บนชิปเดียว
- 12 กันยายน 1958 Jack Kilby แห่ง Texas Instruments สร้างวงจรที่ทรานซิสเตอร์ ตัวเก็บประจุ และตัวต้านทานทำจากสารกึ่งตัวนำ แต่ยังต่อถึงกันด้วยลวดทองคำ
- กรกฎาคม 1959 Robert Noyce แห่ง Fairchild ยื่นจดสิทธิบัตรวงจรรวมแบบ monolithic ที่ต่อชิ้นส่วนด้วยโลหะบนผิวชิปและผลิตจำนวนมากได้ ทีมของ Fairchild ทำวงจรรวมแบบนี้ที่ใช้งานได้ชุดแรกในเดือนพฤษภาคม 1960
- CHM ระบุว่าวันนี้ทั้งสองคนได้รับการยกย่องร่วมกันว่าเป็นผู้ประดิษฐ์วงจรรวม Kilby ได้รางวัลโนเบลในปี 2000 ส่วน Noyce เสียชีวิตไปก่อนในปี 1990
IBM System/360 ปี 1964 กับยุคเมนเฟรม
IBM เล่าว่าก่อนมี System/360 ใครซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ต้องทิ้งโปรแกรมเดิมแล้วเขียนใหม่ทั้งหมด IBM เปิดตัว System/360 เมื่อ 7 เมษายน 1964 เป็นตระกูลเมนเฟรมที่ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกัน ซอฟต์แวร์ที่เขียนบนรุ่นหนึ่งใช้กับรุ่นอื่นในตระกูลได้ องค์กรจึงซื้อเครื่องเล็กแล้วขยายภายหลังได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมใหม่ โครงการนี้ใช้เงิน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสี่ปี มาแทนสายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์เดิมทั้งห้าสายของ IBM และบุกเบิก byte 8 บิตที่คอมพิวเตอร์ยังใช้ถึงวันนี้
รายละเอียดวันเปิดตัวจากสองแหล่งไม่ตรงกัน
| ประเด็น | IBM | CHM |
|---|---|---|
| รุ่นที่ประกาศ | หน่วยประมวลผล 6 รุ่น | 5 รุ่น |
| ช่วงสมรรถนะ | ต่างกัน 50 เท่า | 50 ต่อ 1 |
| อุปกรณ์ต่อพ่วง | 54 รายการ | ใหม่ทั้งหมด 40 รายการ |
| ยอดสั่งซื้อ | กว่า 1,000 เครื่องในเดือนแรก | 1,000 เครื่องต่อเดือนภายในสองปี |
ถึงปี 1989 ผลิตภัณฑ์บนสถาปัตยกรรม System/360 และรุ่นต่อยอดทำรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของ IBM ส่วน CHM เสริมว่าช่วงเปิดตัว System/360 คือช่วงที่ IBM เพิ่งเปลี่ยนจากทรานซิสเตอร์แบบแยกชิ้นมาใช้วงจรรวม

มินิคอมพิวเตอร์ทำให้คอมพิวเตอร์ราคาถูกลง
ไม่ใช่ทุกงานที่ต้องใช้เมนเฟรม CHM เรียก PDP-8 ของ Digital Equipment Corporation (DEC) ว่ามินิคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ เครื่องนี้พัฒนาต่อจากคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ Gordon Bell และ Edson de Castro วิศวกรของ DEC สร้างเพื่อเฝ้าเครื่องปฏิกรณ์ในแคนาดา PDP-8 ราคา 18,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือหนึ่งในห้าของ System/360 รุ่นเล็ก และขายให้โรงงาน ธุรกิจขนาดเล็ก และห้องปฏิบัติการได้หลายพันเครื่อง
Intel 4004 ไมโครโพรเซสเซอร์ปี 1971
ขั้นที่ทำให้คอมพิวเตอร์ลงมาอยู่บนโต๊ะคือไมโครโพรเซสเซอร์ Intel เล่าว่าในเดือนเมษายน 1969 บริษัทเครื่องคิดเลขญี่ปุ่น Busicom ขอให้ Intel ทำชิปชุด 12 ตัวสำหรับเครื่องคิดเลขตั้งโต๊ะ Ted Hoff, Federico Faggin และ Stan Mazor ของ Intel ร่วมกับ Masatoshi Shima จาก Busicom ร่วมกันพัฒนาชิปที่โปรแกรมได้ ชิปนี้ต่อมาคือ Intel 4004 ที่ Intel เรียกว่าไมโครโพรเซสเซอร์อเนกประสงค์ตัวแรก
ตัวเลขและคำว่า "ตัวแรก" มีรายละเอียดที่ควรรู้
- ไทม์ไลน์ของ CHM ระบุว่า 4004 มีทรานซิสเตอร์ 2,250 ตัว ทำงานได้ถึง 90,000 ครั้งต่อวินาทีทีละ 4 บิต แต่หน้า The Silicon Engine ของ CHM ระบุ 2,300 ตัว
- CHM เรียกโฆษณาของ 4004 ในหนังสือพิมพ์ Electronic News ปี 1971 ว่าโฆษณาไมโครโพรเซสเซอร์ชิ้นแรก และบันทึกงานในช่วงเดียวกันไว้ด้วย เช่น AL-1 ของ Four-Phase Systems ปี 1969 และชิปชุด MP944 ของ Garrett AiResearch สำหรับเครื่องบิน F-14A ปี 1970
Altair 8800 และ Apple II คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นบุกเบิก
นิตยสาร Popular Electronics ฉบับมกราคม 1975 ขึ้นปก Altair 8800 ชุดคอมพิวเตอร์ให้ประกอบเองของบริษัท MITS ภายในไม่กี่สัปดาห์คำสั่งซื้อก็ท่วมบริษัท CHM ระบุว่าชุดคิทราคา 297 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 395 ดอลลาร์พร้อมตัวเครื่อง หน่วยความจำ 256 ไบต์ ขยายได้ถึง 64 KB Ed Roberts ผู้ร่วมก่อตั้ง MITS เป็นผู้บัญญัติคำว่า personal computer และ Bill Gates กับ Paul Allen ขายสิทธิ์ใช้ตัวแปลภาษา BASIC ให้ MITS เป็นภาษาหลักของเครื่อง
ปี 1977 Apple II ต่างจากเครื่องประกอบเองตรงที่มาครบทั้งแผงวงจรหลัก แหล่งจ่ายไฟ คีย์บอร์ด ตัวเครื่อง คู่มือ ก้านควบคุมเกม และเทปคาสเซ็ตเกม Breakout ต่อกับโทรทัศน์สีได้ CHM ระบุว่า Apple II ขายได้หลายล้านเครื่องระหว่างปี 1977–1993 และ Apple แจกเครื่องให้โรงเรียนหลายพันเครื่อง
IBM PC ปี 1981 และ Macintosh ปี 1984
IBM เคยขายคอมพิวเตอร์ให้ธุรกิจเท่านั้น ทีมที่ Boca Raton รัฐฟลอริดา ซึ่งมี Don Estridge ดูแล ได้เวลาหนึ่งปีในการทำคอมพิวเตอร์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและผู้บริโภค ทีมเลือกใช้ชิ้นส่วนที่หาซื้อได้ทั่วไป ได้แก่ ชิป Intel 8088 ระบบปฏิบัติการจาก Microsoft ที่ต่อมาเรียกว่า MS-DOS แล้วเผยแพร่เอกสารอ้างอิงทางเทคนิคของวงจร
Estridge เปิดตัว IBM PC (รุ่น 5150) ที่โรงแรม Waldorf ในนิวยอร์กเมื่อ 12 สิงหาคม 1981 ราคา 1,565 ดอลลาร์สหรัฐ แรม 16 KB ไม่มีไดรฟ์ดิสก์ IBM ระบุว่าภายในหนึ่งปีมีซอฟต์แวร์สำหรับ IBM PC มากกว่า 750 รายการ บางบริษัทใช้สเปกที่ IBM เผยแพร่ร่วมกับการทำวิศวกรรมย้อนกลับโค้ดบูตของระบบ สร้างเครื่องที่เรียกว่า IBM compatible จนคำว่า PC กลายเป็นคำเรียกทั่วไป
ปี 1984 Apple เปิดตัว Macintosh พร้อมโฆษณาที่ออกอากาศช่วง Super Bowl XVIII วันที่ 22 มกราคม 1984 CHM เรียก Macintosh ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประสบความสำเร็จซึ่งใช้เมาส์และส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิก ราคา 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ใช้ชิป Motorola 68000

จากโน้ตบุ๊กถึงสมาร์ตโฟนและคลาวด์
เมื่อคอมพิวเตอร์อยู่บนโต๊ะได้ ขั้นต่อไปคือพกไปได้และใช้งานผ่านเครือข่าย
- ปี 1981 Osborne 1 ซึ่ง CHM เรียกว่าคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องแรกที่ผลิตจำนวนมาก หนัก 24 ปอนด์ ราคา 1,795 ดอลลาร์สหรัฐ
- ปี 1991 Apple เปิดตัว PowerBook สามรุ่นที่มีแทร็กบอล ไดรฟ์ฟลอปปี และที่พักฝ่ามือ CHM ระบุว่ารูปแบบนี้กลายเป็นแบบทั่วไปของแล็ปท็อปในทศวรรษ 1990
- ปี 2005 IBM ขายธุรกิจพีซีให้ Lenovo มูลค่า 1,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังส่วนแบ่งตลาดพีซีของ IBM ลดจากราว 80% ในปี 1982–1983 เหลือ 20% ในทศวรรษต่อมาตามที่ James Cortada ผู้เขียนประวัติ IBM ระบุ
- 13 มีนาคม 2006 Amazon Web Services ประกาศ Amazon S3 บริการเก็บข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตที่นักพัฒนาเก็บและเรียกข้อมูลปริมาณเท่าใดก็ได้
- 9 มกราคม 2007 Apple เปิดตัว iPhone ที่รวมโทรศัพท์มือถือ iPod จอกว้าง และอุปกรณ์สื่อสารทางอินเทอร์เน็ตไว้ในเครื่องเดียว ควบคุมด้วยจอ multi-touch
เครือข่ายที่ทำให้คอมพิวเตอร์คุยกันได้มีประวัติของตัวเอง อ่านต่อได้ในประวัติ ARPANET
ยุคของคอมพิวเตอร์ แบ่งตามชิ้นส่วน ไม่ใช่ตามปีตายตัว
ตำราไทยมักแบ่งประวัติคอมพิวเตอร์เป็นยุคตามชิ้นส่วนหลักที่ใช้ทำวงจร เอกสารประกอบการสอนวิชา 2110101 ของภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาฯ ฉบับ พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) แบ่งเป็น 5 ยุค พร้อมความเร็วโดยประมาณเป็นจำนวนครั้งที่ทำงานได้ต่อวินาที (ops/sec)
- หลอดสุญญากาศ ราว 40,000 ครั้งต่อวินาที
- ทรานซิสเตอร์ ราว 200,000 ครั้งต่อวินาที
- วงจรรวมความจุน้อย ราว 1 ล้านครั้งต่อวินาที
- วงจรรวมความจุมาก (LSI) ราว 10 ล้านครั้งต่อวินาที
- วงจรรวมความจุสูงมาก (VLSI) ราว 1,000 ล้านครั้งต่อวินาที
เอกสารนี้ไม่ได้กำหนดปีแบ่งยุค ปีที่เห็นในตำราแต่ละเล่มจึงอาจไม่ตรงกัน ที่ระบุได้คือปีของเครื่องแรก ๆ ในแต่ละเทคโนโลยี เช่น ENIAC (หลอดสุญญากาศ) ปี 1946, TX-0 (ทรานซิสเตอร์) ปี 1956, วงจรรวมของ Kilby ปี 1958 และ Intel 4004 ปี 1971
ไทม์ไลน์ประวัติคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ Babbage ถึงคลาวด์
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 1834 | Babbage คิดค้น Analytical Engine ที่โปรแกรมด้วยบัตรเจาะรู |
| 1941 | Konrad Zuse สร้าง Z3 เครื่องคำนวณแบบรีเลย์ที่โปรแกรมได้ |
| ก.พ. 1944 | Colossus เริ่มทำงานที่ Bletchley Park |
| 14 ก.พ. 1946 | ENIAC เปิดตัวต่อสาธารณะ |
| ธ.ค. 1947 | Bell Labs ทำทรานซิสเตอร์ได้สำเร็จ |
| 21 มิ.ย. 1948 | Manchester Baby รันโปรแกรมที่เก็บในหน่วยความจำ |
| 1951 | ส่งมอบ UNIVAC 1 เครื่องแรกให้ US Census Bureau |
| 12 ก.ย. 1958 | Jack Kilby สร้างวงจรจากสารกึ่งตัวนำ |
| 7 เม.ย. 1964 | IBM เปิดตัว System/360 |
| 1971 | Intel 4004 ไมโครโพรเซสเซอร์ |
| ม.ค. 1975 | Altair 8800 ขึ้นปก Popular Electronics |
| 1977 | Apple II ออกสู่ตลาด |
| 12 ส.ค. 1981 | IBM เปิดตัว IBM PC |
| ม.ค. 1984 | Apple เปิดตัว Macintosh |
| 13 มี.ค. 2006 | AWS ประกาศ Amazon S3 |
| 9 ม.ค. 2007 | Apple เปิดตัว iPhone |

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
หลายสิ่งที่องค์กรไทยใช้อยู่ทุกวันมีต้นทางจากเหตุการณ์ในบทความนี้
- byte 8 บิต ที่ IBM บุกเบิกกับ System/360 ยังใช้ในคอมพิวเตอร์ทุกวันนี้
- ซอฟต์แวร์ที่ใช้ข้ามเครื่องได้ คือจุดเปลี่ยนของ System/360 และยังเป็นคำถามที่ควรถามตอนจัดซื้อ ก่อนลงทุนระบบใหม่ควรดูว่าย้ายข้อมูลและโปรแกรมไปรุ่นถัดไปหรือไปผู้ให้บริการอื่นได้หรือไม่
- มาตรฐานเปิด IBM PC เผยแพร่สเปกจนเกิดเครื่อง IBM compatible และซอฟต์แวร์กว่า 750 รายการในปีแรก แต่ส่วนแบ่งตลาดพีซีของ IBM เองลดจากราว 80% เหลือ 20% ในหนึ่งทศวรรษ ผู้เริ่มมาตรฐานจึงไม่ได้ครองตลาดเสมอไป
- คำว่า "เครื่องแรก" ต้องถามนิยามเสมอ Z3, ABC, Colossus และ ENIAC ต่างเป็นเครื่องแรกในนิยามของตน คำกล่าวอ้างว่า "ครั้งแรก" ของผู้ขายเทคโนโลยีวันนี้ก็ควรอ่านแบบเดียวกัน
ในไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าเป็นหน่วยงานราชการแห่งแรกของประเทศที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) เพื่อประมวลผลงานสำมะโนและสำรวจ ปีเดียวกันนั้นภาควิชาสถิติ จุฬาฯ ได้รับ IBM 1620 ซึ่งภาควิชาเรียกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมเครื่องแรกในประเทศไทย ลำดับว่าเครื่องไหนมาก่อนอ่านได้ในIBM 1620 คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของไทย และติดตามเรื่องเล่าประวัติศาสตร์เทคโนโลยีอื่นได้ที่หมวดประวัติศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกคือเครื่องอะไร?
ไม่มีคำตอบเดียว ขึ้นกับนิยาม Deutsches Museum เรียก Z3 ของ Konrad Zuse ปี 1941 ว่าคอมพิวเตอร์ไบนารีที่โปรแกรมได้เครื่องแรกของโลก Iowa State University เรียก Atanasoff-Berry Computer ว่าคอมพิวเตอร์ดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรก TNMOC เรียก Colossus ปี 1944 ว่าคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรก ส่วน Penn Engineering เรียก ENIAC ปี 1946 ว่าคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์เครื่องแรก
ENIAC คืออะไร ใหญ่แค่ไหน?
ENIAC (Electronic Numerical Integrator and Computer) คือคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่ John W. Mauchly และ J. Presper Eckert Jr. สร้างที่ Moore School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ภายใต้สัญญากับห้องปฏิบัติการวิจัยขีปนวิธีของกองทัพสหรัฐฯ ประกาศต่อสาธารณะเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 1946 ใช้หลอดสุญญากาศ 18,000 หลอด หนัก 30 ตัน และใช้ไฟ 150 กิโลวัตต์
ยุคของคอมพิวเตอร์แบ่งอย่างไร?
ตำราไทยนิยมแบ่งตามชิ้นส่วนที่ใช้ทำวงจร เอกสารประกอบการสอนของภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาฯ แบ่งเป็น 5 ยุค คือ หลอดสุญญากาศ ทรานซิสเตอร์ วงจรรวมความจุน้อย วงจรรวมความจุมาก (LSI) และวงจรรวมความจุสูงมาก (VLSI) โดยไม่ได้กำหนดปีแบ่งยุค ปีแบ่งยุคในตำราแต่ละเล่มจึงอาจไม่ตรงกัน
ทำไม IBM PC ปี 1981 จึงสำคัญในประวัติคอมพิวเตอร์?
IBM PC ใช้ชิ้นส่วนที่หาซื้อได้ทั่วไป เช่น ชิป Intel 8088 และระบบปฏิบัติการจาก Microsoft และ IBM เผยแพร่เอกสารอ้างอิงทางเทคนิคให้บริษัทอื่นพัฒนาซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ ภายในหนึ่งปีมีซอฟต์แวร์กว่า 750 รายการ มีผู้ผลิตเครื่องที่เรียกว่า IBM compatible และคำว่า PC กลายเป็นคำเรียกคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไป
คอมพิวเตอร์เข้ามาในประเทศไทยเมื่อไร?
สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าเป็นหน่วยงานราชการแห่งแรกของไทยที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) เพื่อประมวลผลงานสำมะโนและสำรวจ ปีเดียวกันนั้นภาควิชาสถิติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับ IBM 1620 ซึ่งภาควิชาเรียกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมเครื่องแรกในประเทศไทย
แหล่งอ้างอิง
- Timeline of Computer History: Computers — Computer History Museum
- Celebrating Penn Engineering History: ENIAC — Penn Engineering, University of Pennsylvania
- Colossus — The National Museum of Computing
- The IBM System/360 — IBM
- The IBM PC — IBM
- Universalrechner — Deutsches Museum
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- IBM7Intel7Apple9Microsoft31สำนักงานสถิติแห่งชาติ4จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย12MIT8Lenovo6AWS18Amazon17
- ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
- IBM 16203
- เหตุการณ์และงาน
- รางวัลโนเบล2
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ