ข้ามไปยังเนื้อหา
Historyอธิบาย

น้ำท่วม 2554: นิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งจมน้ำ ห่วงโซ่ฮาร์ดดิสก์และรถยนต์โลกสะดุด

น้ำท่วม 2554 ท่วม 66 จังหวัดและนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งในอยุธยาและปทุมธานี ธนาคารโลกประเมินความเสียหาย 1.43 ล้านล้านบาท โรงงานฮาร์ดดิสก์และรถยนต์ทั่วโลกขาดชิ้นส่วน

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพถ่ายทางอากาศช่วงน้ำท่วม 2554 เมื่อ 16 ตุลาคม 2554 น้ำล้อมโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทางเหนือของกรุงเทพฯ เห็นป้าย HONDA บนอาคาร หน้าไฟล์บน Wikimedia Commons ระบุว่าเป็นสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภาพ: U.S. Marine Corps photo by Cpl. Robert J. Maurer / Wikimedia Commons (Public domain)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • น้ำท่วม 2554 กินพื้นที่ 66 จาก 77 จังหวัดระหว่างกรกฎาคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2554 ผู้ได้รับผลกระทบกว่า 13 ล้านคน ธนาคารโลกระบุผู้เสียชีวิตกว่า 680 คน ส่วนรายงาน JICA ระบุ 657 คน ณ 1 ธันวาคม 2554
  • น้ำเริ่มท่วมนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งในอยุธยาและปทุมธานีระหว่าง 4–20 ตุลาคม 2554 และสูบน้ำออกหมดระหว่าง 16 พฤศจิกายนถึง 8 ธันวาคม ตามการสำรวจของ JETRO ส่วน JICA พบว่าน้ำในนิคมลึกเฉลี่ย 2.2 เมตร
  • ธนาคารโลกประเมินความเสียหายและความสูญเสียจากน้ำท่วม 2554 รวม 1.43 ล้านล้านบาท (46,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภาคอุตสาหกรรมการผลิตรับไปราว 70% และราว 90% ตกกับภาคเอกชน
  • ไทยผลิตฮาร์ดดิสก์ 41% ของโลกตามข้อมูล ธปท. เมื่อโรงงานของ Western Digital ที่บางปะอินและนวนครจมน้ำ ยอดส่งของบริษัทลดจาก 57.8 ล้านเหลือ 28.5 ล้านลูกในไตรมาสถัดมา ส่วนโตโยต้าหยุดผลิตในไทยตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2554
  • สศช. รายงานว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2554 หดตัว 9.0% และทั้งปีโตเพียง 0.1% หลังน้ำท่วม 2554 รัฐตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ 50,000 ล้านบาท และวางแผนกู้ 350,000 ล้านบาทเพื่อบริหารจัดการน้ำ

น้ำท่วม 2554 คืออุทกภัยที่ธนาคารโลกเรียกว่ารุนแรงที่สุดของไทยในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ น้ำท่วม 66 จาก 77 จังหวัดระหว่างกรกฎาคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) ท่วมนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งในอยุธยาและปทุมธานีช่วงเดือนตุลาคม และสร้างความเสียหายรวม 1.43 ล้านล้านบาท โรงงานฮาร์ดดิสก์และรถยนต์ในหลายประเทศต้องลดหรือหยุดผลิตเพราะชิ้นส่วนจากไทยขาด

บทความนี้เรียบเรียงเรื่องน้ำท่วม 2554 จากรายงานประเมินความเสียหายที่ธนาคารโลกทำร่วมกับกระทรวงการคลังในเดือนพฤศจิกายน 2554 รายงานแผนจัดการน้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยาของ JICA (กันยายน 2556) รายงานเศรษฐกิจปี 2554 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ข่าวแถลงของ สศช. และประกาศของ Western Digital โตโยต้า และฮอนด้าในช่วงนั้น ตัวเลขที่แต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกันเขียนไว้ทั้งสองแบบ

ลำดับเหตุการณ์น้ำท่วม 2554

วันที่ เหตุการณ์
พ.ค. 2554 น้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ภาคเหนือ
มิ.ย. 2554 พายุ Haima ฝนเดือนมิถุนายนสูงถึง 128% ของค่าเฉลี่ย
ก.ค.–ส.ค. 2554 พายุ Nock-Ten ฝนสูงกว่า 150% ของค่าเฉลี่ยทั้งสองเดือน
กลาง ส.ค. 2554 รัฐบาลตั้งศูนย์ติดตามและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบรวมศูนย์
14 ก.ย.–3 ต.ค. 2554 ระบบควบคุมน้ำท่วมหลัก 10 แห่งล้นหรือพัง
4–20 ต.ค. 2554 น้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งทีละแห่ง
10 ต.ค. 2554 โตโยต้าหยุดผลิตทั้ง 3 โรงงานในไทยเพราะขาดชิ้นส่วน
ต้น พ.ย. 2554 น้ำเข้าถึงบางส่วนของกรุงเทพฯ
4–25 พ.ย. 2554 ธนาคารโลกและรัฐบาลไทยประเมินความเสียหาย
11 พ.ย. 2554 ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านน้ำและด้านการฟื้นฟู
กลาง พ.ย. 2554 ผู้ได้รับผลกระทบพร้อมกันสูงสุด 5.31 ล้านคน
8 ธ.ค. 2554 สูบน้ำออกจากนิคมแห่งสุดท้าย (นวนคร) เสร็จ
20 ม.ค. 2555 เปิดแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
26 ม.ค. 2555 ประกาศ พ.ร.ก. ตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ

ภาพจากดาวเทียม Terra ของ NASA เมื่อ 19 ตุลาคม 2554 ช่วงที่มวลน้ำกำลังไหลลงอ่าวไทย NASA ระบุว่าผืนน้ำทางเหนือของกรุงเทพฯ กว้างกว่า 75 กิโลเมตรในบางจุด

ภาพสีผสมจากเครื่อง MODIS บนดาวเทียม Terra ของ NASA วันที่ 19 ตุลาคม 2554 ตัดเฉพาะภาคกลางของไทย น้ำซึ่งแสดงเป็นสีน้ำเงินเข้มถึงดำปกคลุมที่ราบลุ่มเหนืออ่าวไทยระหว่างน้ำท่วม 2554 พืชพรรณเป็นสีเขียวและเมฆเป็นสีฟ้าอ่อน
ภาพสีผสมจากดาวเทียม Terra วันที่ 19 ตุลาคม 2554 ตัดเฉพาะภาคกลาง พื้นที่สีน้ำเงินเข้มถึงดำคือน้ำที่ท่วมที่ราบลุ่มเหนืออ่าวไทยและกรุงเทพฯ ภาพ: NASA Earth Observatory (MODIS Rapid Response Team)

ทำไมน้ำท่วม 2554 จึงหนักกว่าทุกปี

ลุ่มเจ้าพระยามีน้ำหลากทุกปี แต่รายงานธนาคารโลกระบุว่าปี 2554 ฝนตกเกินค่าเฉลี่ยต่อเนื่องตั้งแต่มิถุนายนถึงตุลาคม เดือนกันยายนและตุลาคมยังสูงถึง 135% และ 116% ของค่าเฉลี่ย เขื่อนใหญ่หลายแห่งเต็มความจุ และน้ำที่ล้นคันกั้นค่อย ๆ ไหลจากภาคเหนือลงที่ราบภาคกลาง รายงาน JICA ประเมินพื้นที่น้ำท่วมรวมราว 28,000 ตารางกิโลเมตร และในที่ลุ่มน้ำยังขังอยู่จนถึงธันวาคมหรือนานกว่านั้น

ธนาคารโลกจัดน้ำท่วม 2554 เป็นเหตุการณ์ระดับราว 50–100 ปีครั้ง และระบุว่าความเสียหายสูงกว่าพายุปี 2526 กว่า 100 เท่า แม้พื้นที่น้ำท่วมจะเล็กกว่าปี 2538 ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตต่างกันตามวันที่รายงาน

  • รายงาน JICA ระบุผู้เสียชีวิต 657 คน และผู้ได้รับผลกระทบ 13 ล้านคน ณ 1 ธันวาคม 2554
  • ธนาคารโลกอ้างรายงานสถานการณ์ของสหประชาชาติลงวันที่ 8 ธันวาคม 2554 ว่าผู้เสียชีวิตกว่า 680 คน และผู้ได้รับผลกระทบสะสม 13.57 ล้านคน

นิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งที่จมน้ำในเดือนตุลาคม 2554

ธปท. ระบุว่านิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งที่ถูกน้ำท่วม 2554 มีสัดส่วนราว 17% ของการผลิตภาคอุตสาหกรรมทั้งประเทศ และเป็นที่ตั้งของเครือข่ายผลิตรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ฮาร์ดดิสก์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า การสำรวจของ JETRO ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2554 ที่รายงาน JICA อ้างไว้ ให้วันที่ดังนี้

นิคมอุตสาหกรรม น้ำเริ่มท่วม สูบน้ำออกเสร็จ
สหรัตนนคร (Saha Rattana Nakorn) 4 ต.ค. 4 ธ.ค.
โรจนะ (Rojana) 9 ต.ค. 28 พ.ย.
ไฮเทค (Hi-Tech) 13 ต.ค. 25 พ.ย.
บางปะอิน (Bang Pa-in) 14 ต.ค. 17 พ.ย.
Factory Land 15 ต.ค. 16 พ.ย.
นวนคร (Nava Nakorn) 17 ต.ค. 8 ธ.ค.
บางกะดี (Bangkadi) 20 ต.ค. 4 ธ.ค.

วันที่จากบริษัทต่างกันเล็กน้อย ฮอนด้าระบุว่าผู้บริหารสวนอุตสาหกรรมโรจนะสั่งอพยพและพบน้ำในพื้นที่โรงงานของบริษัทตั้งแต่ 8 ตุลาคม ส่วน Western Digital ระบุว่าโรงงานที่บางปะอินจมน้ำตั้งแต่ 15 ตุลาคม จำนวนนิคมก็นับต่างกัน รายงานฉบับสรุปของธนาคารโลกระบุ 6 แห่ง ขณะที่บทอุตสาหกรรมในรายงานฉบับเต็ม ธปท. และ JICA ระบุ 7 แห่ง

JICA สำรวจโรงงาน 923 แห่งใน 10 นิคม (รวม 7 แห่งที่ถูกท่วม) ช่วงสิงหาคมถึงตุลาคม 2555 พบว่าน้ำในนิคมลึกเฉลี่ย 2.2 เมตร ลึกสุด 4.9 เมตรที่ไฮเทค ท่วมขังเฉลี่ย 57 วัน และการผลิตของโรงงานในนิคมที่ถูกท่วมลดลงเฉลี่ย 82%

ทำไมฮาร์ดดิสก์ทั้งโลกขาดตลาดเพราะน้ำท่วม 2554

ธปท. อธิบายว่าไทยเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ที่สุดของโลก มีสัดส่วน 41% ของการผลิตทั่วโลก มากกว่าจีนที่ 25% และเป็นฐานผลิตของ Western Digital, Seagate, Hitachi GST และ Toshiba ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญก็อยู่ที่นี่ เช่น มอเตอร์หมุนจาน (spindle motor) ของ Nidec, Minebea และ Alphana ซึ่งการผลิตในไทยคิดเป็น 66% ของโลก หลายรายตั้งอยู่ในโรจนะ นวนคร และบางปะอิน

ความกระจุกตัวเคยช่วยให้ต้นทุนต่ำและเก็บสต็อกน้อยแบบ lean ได้ แต่เมื่อโรงงานประกอบและผู้ผลิตชิ้นส่วนถูกน้ำท่วม 2554 พร้อมกัน โรงงานที่น้ำไม่ท่วมทั้งในไทยและต่างประเทศก็ต้องหยุดตาม เพราะวัตถุดิบในคลังพอผลิตได้เพียง 1–2 สัปดาห์ (ประมาณการของ Credit Suisse ที่ ธปท. อ้าง)

  • การผลิตฮาร์ดดิสก์ของไทยลดลง 32.4% ในเดือนตุลาคม และ 77.2% ในเดือนพฤศจิกายน 2554 เทียบปีก่อน
  • ยอดส่งฮาร์ดดิสก์ทั่วโลกไตรมาส 4 ลดลง 26% และราคาสูงขึ้น 28% (ข้อมูล iSuppli ที่ ธปท. อ้าง)
  • ธปท. คาดว่าการผลิตจะกลับเต็มกำลังในไตรมาส 3 ปี 2555

Western Digital เสียโรงงานสองแห่งในหนึ่งสัปดาห์

Western Digital แจ้งเมื่อ 12 ตุลาคม 2554 ว่ามีพนักงานในไทยราว 37,000 คน ในไตรมาสที่จบ 1 กรกฎาคม 2554 บริษัทส่งฮาร์ดดิสก์จากโรงงานในไทยและมาเลเซียราว 54 ล้านลูก ราว 60% มาจากไทย และได้หยุดผลิตชั่วคราวเพื่อป้องกันน้ำ ห้าวันต่อมาบริษัทแจ้งว่าน้ำทะลุแนวป้องกันของนิคมบางปะอินในช่วงสุดสัปดาห์และท่วมโรงงาน ส่วนแนวป้องกันของนวนครแตกเช้าวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม อาคารที่ท่วมรวมถึงโรงงานผลิตชิ้นส่วนหัวอ่าน-เขียน (slider) ซึ่งเป็นที่ตั้งกำลังผลิต slider ส่วนใหญ่ของบริษัท WD ประเมินเองเมื่อ 19 ตุลาคมว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2554 มากกว่าผู้ผลิตรายอื่น เพราะมีโรงงานในพื้นที่น้ำท่วมโดยตรงมากกว่า

ผลคือ Western Digital ส่งฮาร์ดดิสก์ได้ 28.5 ล้านลูกในไตรมาสที่จบ 30 ธันวาคม 2554 จาก 57.8 ล้านลูกในไตรมาสก่อน และบันทึกค่าใช้จ่ายจากน้ำท่วม 199 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทกลับมาผลิตฮาร์ดดิสก์ในอาคารหนึ่งที่บางปะอินได้เมื่อ 30 พฤศจิกายน หลังนิคมสูบน้ำออกหมดเมื่อ 17 พฤศจิกายน กลับมาผลิต slider เมื่อ 22 มกราคม 2555 และวางแผนเปิดโรงงาน slider แห่งใหม่ที่ปีนัง มาเลเซีย บริษัทประเมินเมื่อ 1 ธันวาคม 2554 ว่าตลาดไตรมาสนั้นต้องการ 170–180 ล้านลูก แต่ทั้งอุตสาหกรรมจะส่งได้ราว 120 ล้านลูก

โตโยต้าและฮอนด้าหยุดสายการผลิตข้ามประเทศ

ฮอนด้าหยุดผลิตรถยนต์ที่โรงงาน Honda Automobile (Thailand) ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ 4 ตุลาคม 2554 เพราะผู้ผลิตชิ้นส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2554 ก่อนที่น้ำจะเข้าถึงพื้นที่โรงงานในวันที่ 8 ตุลาคม ในประกาศวันที่ 25 ตุลาคม ฮอนด้าแจ้งว่ายังเข้าโรงงานไม่ได้และยังไม่มีกำหนดกลับมาผลิต ส่วนโรงงานในมาเลเซียต้องหยุดตั้งแต่วันเดียวกันเพราะขาดชิ้นส่วนจากไทย

ภาพหน้าจอประกาศของฮอนด้าลงวันที่ 25 ตุลาคม 2554 เรื่องผลกระทบจากน้ำท่วมในไทย ระบุว่าโรงงาน Honda Automobile (Thailand) ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะหยุดผลิตตั้งแต่ 4 ตุลาคม และโรงงานในมาเลเซียหยุดผลิตตั้งแต่ 25 ตุลาคม
ประกาศของฮอนด้าวันที่ 25 ตุลาคม 2554 แจ้งว่าโรงงานรถยนต์ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะหยุดผลิตตั้งแต่ 4 ตุลาคม และพบน้ำในพื้นที่โรงงานเมื่อ 8 ตุลาคม ภาพ: Honda Motor Co., Ltd. (ภาพหน้าจอ)

กรณีของโตโยต้าแสดงอีกด้านของน้ำท่วม 2554 ประกาศวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ระบุว่าโรงงานสำโรง เกตเวย์ และบ้านโพธิ์ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำ แต่ต้องหยุดตั้งแต่ 10 ตุลาคม เพราะผู้ผลิตชิ้นส่วนส่งของล่าช้า ต่อมาบริษัทแจ้งเมื่อ 10 พฤศจิกายนว่าจะกลับมาผลิตในวันที่ 21 พฤศจิกายน ระหว่างนั้นโตโยต้าลดชั่วโมงผลิตในญี่ปุ่น งดล่วงเวลาและการผลิตวันเสาร์ในอเมริกาเหนือ และปรับการผลิตในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ปากีสถาน และแอฟริกาใต้

ธปท. จัดรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่โดนน้ำท่วม 2554 หนักที่สุดกลุ่มหนึ่ง การผลิตรถยนต์ของไทยปี 2554 ต่ำกว่าเป้า 1.8 ล้านคันอยู่ 340,000 คัน และไตรมาส 4 หดตัว 61.1% เทียบปีก่อน ผลยังสะท้อนไปถึงญี่ปุ่น ซึ่งการผลิตรถยนต์เดือนพฤศจิกายนลดลง 7.3% จากเดือนก่อน

ความเสียหาย 1.43 ล้านล้านบาทจากน้ำท่วม 2554 ตกอยู่กับใคร

ธนาคารโลกและรัฐบาลไทยประเมินด้วยวิธี DALA ครอบคลุม 26 จังหวัด 18 ภาคส่วน ได้ยอดรวม 1.43 ล้านล้านบาท (46,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แบ่งเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สิน 630,354 ล้านบาท และความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 795,191 ล้านบาท ความเสียหายจากน้ำท่วม 2554 ราว 90% ตกกับภาคเอกชน

ภาคส่วน ความเสียหายและความสูญเสีย (ล้านบาท)
อุตสาหกรรมการผลิต 1,007,139
การเงินและการธนาคาร 115,276
การท่องเที่ยว 94,808
ที่อยู่อาศัย 83,797
เกษตร ปศุสัตว์ และประมง 40,381
คมนาคม 30,476
อีก 8 ภาคส่วนรวมกัน 53,667
รวม 1,425,544
กราฟแท่งความเสียหายและความสูญเสียจากน้ำท่วม 2554 ตามการประเมินของธนาคารโลก: อุตสาหกรรมการผลิต 1,007,139 ล้านบาท การเงินและการธนาคาร 115,276 ล้านบาท การท่องเที่ยว 94,808 ล้านบาท ที่อยู่อาศัย 83,797 ล้านบาท เกษตร 40,381 ล้านบาท คมนาคม 30,476 ล้านบาท และอีก 8 ภาคส่วนรวม 53,667 ล้านบาท
ภาคการผลิตคิดเป็นราว 70% ของความเสียหายและความสูญเสียทั้งหมดจากน้ำท่วม 2554 ตามการประเมินของธนาคารโลก ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: World Bank)

ธนาคารโลกประเมินความต้องการเงินฟื้นฟูและบูรณะไว้ 1.5 ล้านล้านบาท โดยภาคการผลิตคิดเป็นราว 77% ของความต้องการฝั่งเอกชน ค่าจ้างที่หายไปมีอย่างน้อย 110,000 ล้านบาท และบ้าน 1.9 ล้านหลังได้รับผลกระทบ ในจำนวนนี้ราว 19,000 หลังเสียหายทั้งหลัง

น้ำท่วม 2554 ฉุด GDP ไทยลงเท่าไร

สศช. แถลงเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2555 ว่าน้ำท่วม 2554 ทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2554 หดตัว 9.0% จากที่ขยายตัว 3.7% ในไตรมาสก่อน (ข่าวแถลงเดือนสิงหาคม 2554 รายงานไตรมาส 1 และ 2 ไว้ที่ 3.2% และ 2.6%) ภาคอุตสาหกรรมหดตัว 21.8% อัตราการใช้กำลังการผลิตเหลือ 46.4% และอุตสาหกรรมรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์วิทยุ โทรทัศน์และการสื่อสาร หดตัว 61.6%, 59.9% และ 58.5% ตามลำดับ

กราฟแท่งอัตราการเติบโตของ GDP ไทยรายไตรมาสช่วงน้ำท่วม 2554: ไตรมาส 1/2554 ขยายตัว 3.2% ไตรมาส 2 2.6% ไตรมาส 3 3.7% ไตรมาส 4/2554 หดตัว 9.0% จากนั้นปี 2555 ขยายตัว 0.4% 4.4% 3.1% และ 18.9% ในไตรมาส 4/2555
เศรษฐกิจไทยหดตัว 9.0% ในไตรมาส 4/2554 ช่วงน้ำท่วม 2554 ก่อนฟื้นในปี 2555 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สศช.)

ปี 2555 เศรษฐกิจรายไตรมาสโต 0.4%, 4.4%, 3.1% และ 18.9% ตามข่าวแถลงของ สศช. เดือนกุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งระบุว่าภาคการผลิตไตรมาสสุดท้ายโต 37.4% ส่วนหนึ่งเพราะฐานต่ำจากปี 2554 และการฟื้นตัวของฮาร์ดดิสก์ ตัวเลขทั้งปีต่างกันตามแหล่งและช่วงเวลา

  • ธนาคารโลกประเมินระหว่างเกิดเหตุว่าน้ำท่วม 2554 จะทำให้ GDP ปี 2554 โตลดลง 1.1 จุด จากที่ สศช. คาดไว้ก่อนน้ำท่วม 4.0% เหลือ 2.9%
  • สศช. รายงานตัวเลขจริงปี 2554 ที่ 0.1% และปี 2555 ที่ 6.4%
  • ฐานข้อมูลธนาคารโลก ที่ปรับปรุงล่าสุดแสดงปี 2554 ที่ 0.8% และปี 2555 ที่ 7.2%

รัฐเปลี่ยนอะไรหลังน้ำท่วม 2554

  • แผนจัดการน้ำ รายงาน JICA ระบุว่ารัฐบาลตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ 2 ชุด ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (SCWRM) และด้านการฟื้นฟูและพัฒนาอนาคต (SCRFD) เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2554 และ SCWRM เปิดแผนแม่บทเมื่อ 20 มกราคม 2555 ธปท. ระบุว่ารัฐบาลวางแผนกู้เพิ่ม 350,000 ล้านบาทสำหรับแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาวและการป้องกันน้ำท่วม
  • ประกันภัยพิบัติ พ.ร.ก. ตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติประกาศเมื่อ 26 มกราคม 2555 รัฐใส่เงิน 50,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับความเสี่ยงได้รวม 500,000 ล้านบาท และเริ่มขายผ่านบริษัทประกันตั้งแต่มีนาคม 2555 JICA ระบุว่าที่ต้องตั้งกองทุนเพราะบริษัทประกันเอกชนปฏิเสธความคุ้มครองน้ำท่วมในกรมธรรม์ที่ต่ออายุหลังน้ำท่วม 2554
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ พ.ร.ก. อีกฉบับในวันเดียวกันให้ ธปท. ปล่อยกู้แก่ธนาคารพาณิชย์โดยไม่คิดดอกเบี้ยรวมไม่เกิน 300,000 ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารปล่อยกู้ต่อแก่ผู้ประสบภัยและ SME ที่ดอกเบี้ยไม่เกิน 3%

นิคมและโรงงานปรับตัวอย่างไรหลังน้ำท่วม 2554

ธนาคารโลกพบว่าคันดินรอบนิคม 7 แห่งยาวรวมราว 200 กิโลเมตร สูง 2–3 เมตร ส่วนที่ถูกเสริมก่อนน้ำมาใช้ดินข้างคันซึ่งไม่เหมาะกับงานคันกั้นน้ำ จึงเสนองบราว 15,000 ล้านบาทเพื่อออกแบบและสร้างใหม่ให้รับน้ำระดับ 100 ปีได้ วันนี้สวนอุตสาหกรรมโรจนะระบุว่าระบบป้องกันของตนสูง +6.04 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ออกแบบจากกรณีน้ำ 100 ปีรวมผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถึงปี 2654 (ค.ศ. 2111) บวกระยะเผื่อ 0.50 เมตรตามคำแนะนำของ JICA ส่วนในการสำรวจของ JICA โรงงาน 90% ที่ถูกน้ำท่วมรับรู้ว่านิคมของตนมีแผนเสริมระบบป้องกัน โดยมักเป็นเข็มพืดกันน้ำ (sheet pile)

ฝั่งโรงงาน การสำรวจของ JICA ในปี 2555 หลังน้ำท่วม 2554 พบว่ามีเพียง 32% ที่มีแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และ 38% ในกลุ่มที่ถูกน้ำท่วม แผนส่วนใหญ่เพิ่งทำในปี 2555 และทุกแผนมีขั้นตอนรับมือน้ำท่วม โรงงาน 75% ที่ถูกน้ำท่วมวางแผนเสริมการป้องกันของตัวเอง เช่น กระสอบทราย คันดิน และยกเครื่องจักรขึ้นที่สูง

บทเรียนสำหรับองค์กรไทยวันนี้

น้ำท่วม 2554 แสดงว่าความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานไม่ได้อยู่ที่โรงงานของเราเท่านั้น สิ่งที่องค์กรนำไปใช้ได้จากหลักฐานข้างต้น

  • รู้ตำแหน่งซัพพลายเออร์ทุกชั้น โตโยต้าหยุดผลิตทั้งที่โรงงานไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำโดยตรง เพราะผู้ผลิตชิ้นส่วนส่งของล่าช้า ธปท. ระบุว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนชั้นที่ 1 ราว 690 ราย และชั้นที่ 2–3 อีกราว 1,700 ราย
  • ทบทวนสต็อกสำรองของชิ้นส่วนสำคัญ สต็อกที่พอใช้ 1–2 สัปดาห์ทำให้ความเสียหายในนิคมไม่กี่แห่งลามไปถึงโรงงานในประเทศอื่นภายในไม่กี่สัปดาห์ เช่น โรงงานฮอนด้าในมาเลเซียที่หยุดผลิตเมื่อ 25 ตุลาคม
  • อ่านกรมธรรม์ให้ครบ ธนาคารโลกประเมินว่ากรมธรรม์ทรัพย์สินของครัวเรือนและ SME ส่วนใหญ่คุ้มครองเฉพาะอัคคีภัย มีราว 10% ที่ขยายความคุ้มครองน้ำท่วม ส่วนบริษัทในนิคมบางรายซื้อประกันธุรกิจหยุดชะงักเพิ่ม
  • ทำ BCP ที่มีแผนน้ำท่วมและซ้อมจริง แม้ในปี 2555 โรงงานในนิคมราว 2 ใน 3 ก็ยังไม่มีแผนนี้
  • ตรวจความเสี่ยงของที่ตั้ง รายงาน JICA ระบุว่านิคมที่เสียหายหนักตั้งอยู่บนที่ราบน้ำท่วมถึงเดิม แต่บริษัทผู้เช่าไม่เคยได้รับแจ้ง

ความเสี่ยงแบบน้ำท่วม 2554 ยังไม่หมดไป เดือนตุลาคม 2569 โตโยต้าหยุดผลิต 3 โรงงานในไทยอีกครั้ง เพราะน้ำท่วมทำให้ส่งชิ้นส่วนไม่ได้ และ SCB EIC ประเมินผลของน้ำท่วมรอบนี้ต่อ GDP อ่านเหตุการณ์เศรษฐกิจไทยครั้งสำคัญอื่น เช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2540 ได้ที่หมวดประวัติศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

น้ำท่วม 2554 เกิดจากอะไร?

ธนาคารโลกอธิบายว่าน้ำท่วม 2554 เกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายเดือน พายุ Haima ในเดือนมิถุนายนและ Nock-Ten ในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมทำให้ฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก เขื่อนหลักเต็มความจุ และระหว่าง 14 กันยายนถึง 3 ตุลาคม 2554 ระบบควบคุมน้ำท่วมหลัก 10 แห่งล้นหรือพัง น้ำจึงไหลลงที่ราบลุ่มเจ้าพระยาจนถึงกรุงเทพฯ ต้นเดือนพฤศจิกายน

นิคมอุตสาหกรรมไหนบ้างที่ถูกน้ำท่วม 2554?

การสำรวจของ JETRO ที่อ้างในรายงาน JICA ระบุ 7 แห่งในอยุธยาและปทุมธานี ได้แก่ สหรัตนนคร (เริ่มท่วม 4 ต.ค. 2554) โรจนะ (9 ต.ค.) ไฮเทค (13 ต.ค.) บางปะอิน (14 ต.ค.) Factory Land (15 ต.ค.) นวนคร (17 ต.ค.) และบางกะดี (20 ต.ค.) แห่งสุดท้ายที่สูบน้ำออกเสร็จคือนวนครเมื่อ 8 ธันวาคม 2554

น้ำท่วม 2554 ทำให้ฮาร์ดดิสก์ขาดตลาดได้อย่างไร?

ธปท. ระบุว่าไทยผลิตฮาร์ดดิสก์ 41% ของโลกและเป็นฐานของผู้ประกอบรายใหญ่ 4 ราย ผู้ผลิตชิ้นส่วนจำนวนมากอยู่ในนิคมที่ถูกน้ำท่วม 2554 พร้อมกัน การผลิตฮาร์ดดิสก์ของไทยเดือนพฤศจิกายน 2554 จึงลดลง 77.2% จากปีก่อน ยอดส่งทั่วโลกไตรมาส 4 ลด 26% และราคาสูงขึ้น 28%

ความเสียหายจากน้ำท่วม 2554 มีมูลค่าเท่าไร?

ธนาคารโลกร่วมกับรัฐบาลไทยประเมินความเสียหายและความสูญเสียจากน้ำท่วม 2554 ไว้ 1.43 ล้านล้านบาท หรือราว 46,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แยกเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินราว 630,000 ล้านบาท และรายได้ที่สูญเสียราว 795,000 ล้านบาท ภาคการผลิตคิดเป็นราว 70% และความต้องการเงินฟื้นฟูประเมินไว้ 1.5 ล้านล้านบาท

หลังน้ำท่วม 2554 ไทยเปลี่ยนอะไรบ้าง?

รัฐบาลตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านน้ำเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2554 เปิดแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำเมื่อ 20 มกราคม 2555 ออก พ.ร.ก. ตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ 50,000 ล้านบาท และวางแผนกู้ 350,000 ล้านบาทสำหรับระบบน้ำ นิคมที่ถูกท่วมมีแผนเสริมระบบป้องกันน้ำ และโรงงานส่วนใหญ่ที่มีแผน BCP เพิ่งทำในปี 2555

แหล่งอ้างอิง

  1. Thai Flood 2011: Rapid Assessment for Resilient Recovery and Reconstruction Planning – Overview — World Bank
  2. Project for the Comprehensive Flood Management Plan for the Chao Phraya River Basin – Final Report, Volume 2: Main Report — Japan International Cooperation Agency (JICA)
  3. Thailand's Economic Conditions in 2011 — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  4. WD Provides Update on Effect of Thailand Floods: Primary Manufacturing Site Flooded, Second Site at Risk — Western Digital (ยื่นต่อ U.S. SEC)
  5. Toyota Vehicle Production Adjustments Due to Floods in Thailand — Toyota Motor Corporation
  6. About the Impact of Flooding in Thailand on Honda Operations — Honda Motor Co., Ltd.

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ