ข้ามไปยังเนื้อหา
Historyอธิบาย

Lunar Orbiter 2 60 ปี: ยานถ่ายภาพหาจุดลงจอด Apollo ปล่อย 6 พ.ย. 1966 กับภาพหลุม Copernicus

Lunar Orbiter 2 60 ปี ครบ 6 พ.ย. 2026 นับจากวันที่ NASA ปล่อยยานไปถ่ายภาพหาจุดลงจอด Apollo ส่งภาพกลับ 211 ภาพ รวมภาพหลุม Copernicus ที่สื่อยกเป็นภาพแห่งศตวรรษ

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Lunar Orbiter 2 60 ปี ระบบถ่ายภาพของยาน Lunar Orbiter กับทีมงานศูนย์วิจัย Langley ของ NASA
ภาพ: NASA/Langley Research Center

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Lunar Orbiter 2 60 ปี ครบในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 NASA ระบุว่ายานขึ้นจากแหลมคานาเวอรัลด้วยจรวด Atlas Agena D เวลา 23:21 UT วันที่ 6 พฤศจิกายน 1966 ตรงกับ 06.21 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย
  • ภารกิจหลักคือถ่ายภาพจุดลงจอดหลัก 13 จุด และจุดสำรอง 17 จุด ให้โครงการ Apollo บริเวณแถบเส้นศูนย์สูตรด้านใกล้ของดวงจันทร์
  • ยานถ่ายภาพตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน 1966 และส่งภาพกลับมาถึง 7 ธันวาคม 1966 รวม 211 ภาพ ครอบคลุมพื้นที่ราว 4 ล้านตารางกิโลเมตร ฐานข้อมูล NSSDCA นับเป็นเฟรมความละเอียดสูง 609 เฟรม และความละเอียดปานกลาง 208 เฟรม
  • วันที่ 23 พฤศจิกายน 1966 ยานถ่ายภาพมุมเฉียงข้ามหลุม Copernicus จากความสูงราว 45 กิโลเมตร NASA NSSDCA ระบุว่าสื่อในเวลานั้นยกให้เป็นหนึ่งในภาพยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ
  • โครงการ Lunar Orbiter ทั้ง 5 ลำ ถ่ายภาพพื้นผิวดวงจันทร์ได้ 99% ทั้งด้านใกล้และด้านไกล ใช้งบรวม 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริหารโดยศูนย์วิจัย Langley ของ NASA

Lunar Orbiter 2 60 ปี ครบในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 นับจากวันที่ NASA ปล่อยยาน Lunar Orbiter 2 ไปโคจรรอบดวงจันทร์ในปี 1966 เพื่อถ่ายภาพหาจุดลงจอดให้โครงการ Apollo ยานลำนี้ส่งภาพกลับมา 211 ภาพ และหนึ่งในนั้นคือภาพมุมเฉียงข้ามหลุม Copernicus ที่ฐานข้อมูล NSSDCA ของ NASAระบุว่าสื่อในเวลานั้นยกให้เป็นหนึ่งในภาพยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ

Lunar Orbiter 2 60 ปี นับจากเมื่อไร

หน้าภารกิจของ NASA ให้ข้อมูลการปล่อยยานไว้ดังนี้

รายการ ข้อมูล
วันและเวลาปล่อย 6 พฤศจิกายน 1966 เวลา 23:21:00 UT (06.21 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย)
จรวด Atlas Agena D
ฐานปล่อย Launch Complex 13 แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา
มวลยาน 385.6 กิโลกรัม (850 ปอนด์)
ผู้ออกแบบและบริหารภารกิจ ศูนย์วิจัย Langley ของ NASA
เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ระบบถ่ายภาพ ตัวตรวจจับอุกกาบาตขนาดเล็ก และเครื่องวัดปริมาณรังสี

เวลาที่ยานขึ้นจากฐานตรงกับเช้ามืดของอีกวันในประเทศไทย วาระ Lunar Orbiter 2 60 ปี ตามเวลาไทยจึงตรงกับเช้าวันที่ 7 พฤศจิกายน 2026

ภาพจำลองยาน Lunar Orbiter ของ NASA ขณะโคจรเหนือดวงจันทร์
ภาพจำลองยาน Lunar Orbiter ของ NASA ขณะโคจรเหนือดวงจันทร์ ภาพ: NASA

Lunar Orbiter 2 60 ปี: ภารกิจหาจุดลงจอดให้ Apollo

NASA ระบุว่าเป้าหมายของ Lunar Orbiter 2 คือถ่ายภาพจุดลงจอดหลัก 13 จุดและจุดสำรอง 17 จุดของโครงการ Apollo ในแถบเส้นศูนย์สูตรด้านใกล้ของดวงจันทร์ ฝั่งเหนือ ลำดับเหตุการณ์ของภารกิจมีดังนี้

วันที่ เหตุการณ์
6 พ.ย. 1966 ปล่อยยานจากแหลมคานาเวอรัล
10 พ.ย. 1966 เข้าวงโคจรรอบดวงจันทร์ ระยะ 196 × 1,850 กิโลเมตร
หลังโคจร 33 รอบ ลดระยะใกล้สุดของวงโคจรลงเหลือราว 49.7 กิโลเมตรเพื่อถ่ายภาพ
18 พ.ย. 1966 เริ่มภารกิจถ่ายภาพ
23 พ.ย. 1966 ถ่ายภาพมุมเฉียงข้ามหลุม Copernicus
26 พ.ย. 1966 จบภารกิจถ่ายภาพตามหน้าภารกิจของ NASA (NSSDCA ระบุช่วงเก็บภาพ 18–25 พ.ย.)
7 ธ.ค. 1966 ส่งภาพกลับโลกครบ
8 ธ.ค. 1966 จุดเครื่องยนต์เปลี่ยนระนาบวงโคจร เพื่อเก็บข้อมูลสนามโน้มถ่วงของดวงจันทร์
11 ต.ค. 1967 NASA สั่งให้ยานพุ่งชนดวงจันทร์โดยตั้งใจ

ภาพชุดนี้ยังรวมจุดที่ยาน Ranger 8 ตกกระทบดวงจันทร์ด้วย NASA ระบุว่าการสั่งให้ยานพุ่งชนเมื่อแก๊สควบคุมท่าทางใกล้หมด มีไว้เพื่อไม่ให้ยานรบกวนการสื่อสารของภารกิจต่อไป ส่วนตำแหน่งที่ยานตกนั้น NASA และ NSSDCA ให้พิกัดไม่ตรงกัน

Lunar Orbiter 2 ส่งภาพกลับมากี่ภาพ

ตัวเลขภาพของ Lunar Orbiter 2 ขึ้นอยู่กับวิธีนับของแต่ละหน้า ผู้ที่ค้นข้อมูล Lunar Orbiter 2 60 ปี จึงอาจเจอตัวเลขไม่ตรงกัน

แหล่ง ตัวเลข
NASA Science 211 ภาพ ทั้งด้านใกล้และพื้นที่กว้างของด้านไกล ครอบคลุมราว 4 ล้านตารางกิโลเมตร
NASA NSSDCA เฟรมความละเอียดสูง 609 เฟรม และเฟรมความละเอียดปานกลาง 208 เฟรม ความละเอียดถึงราว 1 เมตร

ระบบถ่ายภาพของ Lunar Orbiter เป็นของ Eastman Kodak ติดตั้งในเปลือกปรับความดัน ใช้กล้องที่มีทั้งเลนส์มุมกว้างและเลนส์เทเลโฟโต้ ถ่ายภาพสองแบบพร้อมกันบนฟิล์มม้วนเดียวกัน NASA จึงเรียกยานรุ่นนี้ว่าเป็น "กล้องที่บินได้" และกล้องชุดนี้คือหัวใจของเรื่อง Lunar Orbiter 2 60 ปี ทั้งสองหน้าไม่ได้อธิบายว่าทำไมตัวเลขภาพกับตัวเลขเฟรมจึงต่างกัน

บันทึกภารกิจ Lunar Orbiter 2 60 ปีก่อนยังมีอีกรายละเอียดหนึ่ง NSSDCA ระบุว่าเครื่องขยายสัญญาณเสียในวันสุดท้ายของการส่งภาพ 7 ธันวาคม 1966 ทำให้เสียภาพไป 6 ภาพ ส่วน NASA Science ระบุว่าเครื่องส่งสัญญาณกำลังสูงเสียในช่วงนั้น แต่ไม่กระทบพื้นที่ที่ถ่ายไว้มากนัก

Lunar Orbiter 2 60 ปี ระบบถ่ายภาพของยาน Lunar Orbiter กับทีมงานศูนย์วิจัย Langley ของ NASA
ทีมงานศูนย์วิจัย Langley กับระบบถ่ายภาพของยาน Lunar Orbiter ซึ่งใช้กล้องเลนส์มุมกว้างและเทเลโฟโต้ถ่ายพร้อมกันบนฟิล์มเดียว ภาพ: NASA/Langley Research Center

ภาพหลุม Copernicus ภาพเด่นในวาระ Lunar Orbiter 2 60 ปี

วันที่ 23 พฤศจิกายน 1966 Lunar Orbiter 2 ถ่ายภาพมุมเฉียงข้ามหลุม Copernicus จากความสูงเพียงราว 45 กิโลเมตร NASA ระบุว่านี่อาจเป็นภาพที่คนจำได้มากที่สุดของยานทั้งชุด และเป็นภาพที่ถูกหยิบมาเล่าทุกครั้งในวาระอย่าง Lunar Orbiter 2 60 ปี เพราะทำให้เห็นพื้นผิวดวงจันทร์เป็นภูมิประเทศสามมิติชัดเจน

ภาพในคลังของ NASA ด้านล่างเป็นภาพพื้นหลุม Copernicus จากเลนส์เทเลโฟโต้ของ Lunar Orbiter 2 ซึ่งนำไปแสดงในงานแถลงข่าวที่วอชิงตัน และตีพิมพ์ในหนังสือครบรอบ 75 ปีของ NASA เรื่อง Winds of Change

พื้นหลุม Copernicus บนดวงจันทร์ ถ่ายด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ของยาน Lunar Orbiter 2
พื้นหลุม Copernicus บนดวงจันทร์ ถ่ายด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ของยาน Lunar Orbiter 2 ปี 1966 ภาพ: NASA/Langley Research Center

Lunar Orbiter 2 เดินทางไปถึงดวงจันทร์อย่างไร

NSSDCA ระบุว่า Lunar Orbiter 2 ถูกส่งเข้าเส้นทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์ และใช้เวลาเดินทาง 92.5 ชั่วโมงก่อนเข้าวงโคจรรูปวงรีใกล้แนวเส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์ วงโคจรแรกอยู่ที่ 196 × 1,850 กิโลเมตร เอียง 11.8 องศา ห้าวันต่อมา หลังโคจรครบ 33 รอบ ยานลดระยะใกล้สุดลงเหลือ 49.7 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะที่ใช้ถ่ายภาพจุดลงจอด หน้าภารกิจของ NASA ระบุด้วยว่ายานปรับเส้นทางหนึ่งครั้งระหว่างทาง

หลังจบงานถ่ายภาพ วันที่ 8 ธันวาคม 1966 ยานเปลี่ยนความเอียงของวงโคจรเป็น 17.5 องศา เพื่อให้ได้ข้อมูลสนามโน้มถ่วงของดวงจันทร์ในแนวที่กว้างขึ้น ในวาระ Lunar Orbiter 2 60 ปี ช่วงท้ายภารกิจนี้มักถูกเล่าน้อยกว่าภาพถ่าย ทั้งที่เป็นงานที่ทำต่ออีกเกือบปี

ยานนำทางด้วยเซนเซอร์ดวงอาทิตย์ 5 ตัว เซนเซอร์ดาว Canopus และชุดอ้างอิงแรงเฉื่อยที่มีไจโรสโคปภายใน ส่วนการควบคุมอุณหภูมิใช้ผ้าห่มกันความร้อนหลายชั้นจากไมลาร์เคลือบอะลูมิเนียมและเดครอนห่อตัวยาน ร่วมกับสีพิเศษ ฉนวน และฮีตเตอร์ขนาดเล็ก นอกจากจานสายอากาศกำลังสูงที่ใช้ส่งภาพ ยานยังมีเครื่องส่ง 0.5 วัตต์กับสายอากาศรอบทิศทางสำหรับการสื่อสารอื่น ทั้งสองระบบใช้ย่าน S-band

ยานที่เป็นกล้องบินได้ หน้าตาเป็นอย่างไร

ข้อมูลจาก NSSDCA ทำให้เห็นว่ายาน Lunar Orbiter 2 มีขนาดไม่ใหญ่ และใช้พลังงานไม่มาก ตัวยานแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่วางแบตเตอรี่ เครื่องส่ง เครื่องนำทาง และระบบถ่ายภาพ ชั้นกลางเป็นเครื่องยนต์และถังเชื้อเพลิง ชั้นบนเป็นแผ่นกันความร้อนจากเครื่องยนต์

  • ตัวยานเป็นทรงกรวยตัด สูง 1.65 เมตร กว้าง 1.5 เมตรที่ฐาน
  • แผงโซลาร์ 4 แผง กางเต็มที่กว้าง 3.72 เมตร ใช้เซลล์แสงอาทิตย์ 10,856 เซลล์ ให้กำลังไฟ 375 วัตต์
  • แบตเตอรี่นิกเกิลแคดเมียม 12 แอมแปร์ชั่วโมง ใช้ช่วงที่ยานอยู่ในเงาและไม่ได้รับแสง
  • ส่งภาพผ่านเครื่องส่ง 10 วัตต์และจานสายอากาศกำลังสูงขนาด 1 เมตร ย่าน S-band ความถี่ 2295 MHz
  • จรวด Marquardt แรงขับ 100 ปอนด์ สำหรับปรับวงโคจร และหัวพ่นไนโตรเจน 4 หัวสำหรับควบคุมท่าทาง

ระหว่างภารกิจ ตัวตรวจจับบันทึกการชนของอุกกาบาตขนาดเล็กได้ 3 ครั้ง และ NSSDCA ระบุว่าการทดลองอื่นได้ข้อมูลที่แม่นยำตลอดภารกิจ

Lunar Orbiter 2 ในโครงการ Lunar Orbiter ทั้ง 5 ลำ

ในวาระ Lunar Orbiter 2 60 ปี ควรมองยานลำนี้ในภาพรวมของโครงการด้วย Lunar Orbiter 2 เป็นลำที่สองจากทั้งหมด 5 ลำ NSSDCA สรุปผลของทั้งโครงการไว้ว่า

  • ถ่ายภาพพื้นผิวดวงจันทร์ได้ 99% ทั้งด้านใกล้และด้านไกล ความละเอียดถึงราว 1 เมตร
  • ส่งกลับมาเป็นเฟรมความละเอียดสูง 2,180 เฟรม และความละเอียดปานกลาง 882 เฟรม
  • ตัวตรวจจับของทุกลำบันทึกการชนของอุกกาบาตขนาดเล็กรวม 22 ครั้ง
  • การทดลองด้านรังสียืนยันว่าการออกแบบอุปกรณ์ของ Apollo ปกป้องนักบินอวกาศจากรังสีของพายุสุริยะระยะสั้นได้
  • ยานลำที่ 2, 3 และ 5 ถูกติดตามพร้อมกันระหว่างสิงหาคมถึงตุลาคม 1967 เพื่อทดสอบเครือข่ายสถานีติดตามของภารกิจที่มีมนุษย์
  • ใช้งบรวม 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริหารโดยศูนย์วิจัย Langley

ก่อนหน้านั้น วันที่ 23 สิงหาคม 1966 ยาน Lunar Orbiter 1 หันกล้องจากพื้นผิวดวงจันทร์มาถ่ายภาพโลก คลังภาพของศูนย์วิจัย Langley เรียกภาพนั้นว่า "picture of the century" เช่นกัน วาระ Lunar Orbiter 2 60 ปี จึงเป็นวาระของภาพแห่งศตวรรษภาพที่สองของโครงการ

ภาพโลกที่ยาน Lunar Orbiter 1 ถ่ายจากวงโคจรรอบดวงจันทร์ ปี 1966
ภาพโลกที่ยาน Lunar Orbiter 1 ถ่ายจากวงโคจรรอบดวงจันทร์ ซึ่งศูนย์วิจัย Langley เรียกว่าภาพแห่งศตวรรษ ภาพ: NASA/Langley Research Center

ทำไม Lunar Orbiter 2 60 ปี ยังน่าเล่า

ภารกิจนี้เป็นตัวอย่างของการเก็บข้อมูลก่อนตัดสินใจครั้งใหญ่ NASA ส่งยานไปถ่ายภาพหาจุดลงจอดหลายสิบจุดก่อนส่งคนไปจริง และใช้ข้อมูลรังสีกับอุกกาบาตจากยานชุดนี้ประเมินความปลอดภัยของอุปกรณ์ Apollo บทเรียนนี้ยังใช้กับงานไอทีวันนี้ คือวัดสภาพจริงก่อนวางระบบใหญ่ และเก็บหลักฐานไว้ให้ตรวจสอบได้ ในวาระ Lunar Orbiter 2 60 ปี ภาพที่ยานส่งกลับมายังเป็นข้อมูลที่ NASA เผยแพร่ให้ดูได้ในคลังภาพของหน่วยงาน

วาระ Lunar Orbiter 2 60 ปี ยังเป็นจังหวะดีที่จะย้อนดูภาพจากยานลำนี้ในคลังของ NASA ผู้ที่สนใจประวัติยานสำรวจรุ่นเดียวกัน อ่านต่อได้ที่ Mariner 9 55 ปี

ภาพบันทึก

Floyd Thompson ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Langley ชี้ภาพโลกจากยาน Lunar Orbiter 1 ให้ Ann Kilgore ดู
Langley Center Director Floyd Thompson ชี้ภาพโลกที่ยาน Lunar Orbiter 1 ถ่ายจากวงโคจรรอบดวงจันทร์ ให้ Ann Kilgore ดู ภาพ: NASA/Langley Research Center
จรวดพร้อมยาน Lunar Orbiter III ขึ้นจากฐานปล่อยที่ 13 แหลมคานาเวอรัล ปี 1967
จรวดขึ้นจากฐานปล่อยที่ 13 พร้อมยาน Lunar Orbiter III ปี 1967 ซึ่งเป็นฐานเดียวกับที่ใช้ปล่อย Lunar Orbiter 2 ภาพ: NASA/Langley Research Center
พื้นผิวดวงจันทร์จากยาน Lunar Orbiter III จุดสีอ่อนในหลุมคือยาน Surveyor 1
ภาพพื้นผิวดวงจันทร์จากยาน Lunar Orbiter III ซึ่งมีจุดสีอ่อนในหลุมคือยาน Surveyor 1 ภาพ: NASA/Langley Research Center

ติดตามเรื่องราวประวัติศาสตร์เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์อื่นได้ที่หมวดประวัติศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

Lunar Orbiter 2 60 ปี นับจากวันไหน?

Lunar Orbiter 2 60 ปี นับจากวันที่ 6 พฤศจิกายน 1966 ซึ่ง NASA ระบุว่ายานขึ้นจากฐานปล่อยที่ 13 แหลมคานาเวอรัล เวลา 23:21 UT ด้วยจรวด Atlas Agena D จึงครบ 60 ปีในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 เวลานั้นตรงกับ 06.21 น. วันที่ 7 พฤศจิกายนตามเวลาประเทศไทย

Lunar Orbiter 2 ไปดวงจันทร์เพื่ออะไร?

NASA ระบุว่า Lunar Orbiter 2 ออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพพื้นผิวดวงจันทร์ หาจุดลงจอดที่ปลอดภัยให้ยาน Surveyor และโครงการ Apollo โดยมีเป้าหมาย 13 จุดหลักกับ 17 จุดสำรองในแถบเส้นศูนย์สูตรด้านใกล้ ยานยังเก็บข้อมูลรังสี อุกกาบาตขนาดเล็ก และสนามโน้มถ่วงของดวงจันทร์

ภาพหลุม Copernicus ของ Lunar Orbiter 2 สำคัญอย่างไร?

ภาพหลุม Copernicus ถ่ายเมื่อ 23 พฤศจิกายน 1966 จากความสูงราว 45 กิโลเมตรในมุมเฉียง NASA ระบุว่าเป็นภาพที่คนจำได้มากที่สุดของโครงการ เพราะทำให้เห็นพื้นผิวดวงจันทร์เป็นสามมิติชัดเจน และ NSSDCA ระบุว่าสื่อยกให้เป็นหนึ่งในภาพยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ ในวาระ Lunar Orbiter 2 60 ปี ภาพนี้จึงถูกหยิบมาเล่าเสมอ

Lunar Orbiter 2 จบภารกิจอย่างไร?

หลังภารกิจถ่ายภาพ ยานเปลี่ยนระนาบวงโคจรเมื่อ 8 ธันวาคม 1966 เพื่อเก็บข้อมูลแรงโน้มถ่วง แล้วถูกใช้ติดตามวงโคจรต่อ จนวันที่ 11 ตุลาคม 1967 เมื่อแก๊สควบคุมท่าทางใกล้หมด NASA สั่งให้ยานพุ่งชนดวงจันทร์โดยตั้งใจ เพื่อไม่ให้รบกวนการสื่อสารของภารกิจต่อไป

แหล่งอ้างอิง

  1. Lunar Orbiter 2 — NASA Science
  2. Lunar Orbiter 2 (NSSDCA/COSPAR ID: 1966-100A) — NASA Space Science Data Coordinated Archive
  3. Moon Lunar Orbiter-Lunar Orbiter II (LRC-1967-B701_P-01194) — NASA Image and Video Library
  4. Lunar Orbiter Camera System (LRC-1967-B701_P-05655) — NASA Image and Video Library

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
NASA38
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ