Drottningholm Palace: ที่ประทับของราชวงศ์สวีเดน สวนบาโรก สวนอังกฤษ และ Chinese Pavilion
Drottningholm Palace ใกล้สตอกโฮล์ม ที่ประทับของพระราชาธิบดีสวีเดน เริ่มสร้างปี 1662 เป็นมรดกโลกปี 1991 มีสวนบาโรก สวนอังกฤษ โรงละครปี 1766 และ Chinese Pavilion
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- Drottningholm Palace บนเกาะ Lovön ห่างสตอกโฮล์มราว 10 กิโลเมตร เป็นที่ประทับประจำของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดนและสมเด็จพระราชินี โดยสงวนปีกใต้ไว้ ส่วนที่เหลือของพระราชวังและสวนเปิดให้ชม
- Queen Hedvig Eleonora ทรงซื้อพระราชวังเดิมในปี 1661 ก่อนไฟไหม้เมื่อ 30 ธันวาคม 1661 แล้วสถาปนิก Nicodemus Tessin the Elder เริ่มสร้างพระราชวังหลังปัจจุบันในปี 1662
- UNESCO ขึ้นทะเบียน Royal Domain of Drottningholm เป็นมรดกโลกในปี 1991 พื้นที่ปัจจุบัน 162.429 เฮกตาร์ ครอบคลุมพระราชวัง โรงละคร Chinese Pavilion และสวน
- สวนบาโรกมีน้ำพุเล็ก 12 จุด รอบน้ำพุ Hercules ประติมากรรมสำริดในสวนเป็นแบบหล่อจำลองจากงานของ Adriaen de Vries ซึ่งนำมาจากปรากในปี 1648 และจาก Fredriksborg ในปี 1659
- ค่าเข้าพระราชวังปี 2026 ผู้ใหญ่ 170 โครนา (SEK) นักศึกษา 150 โครนา เด็ก 7–17 ปี 85 โครนา บัตรรวม Chinese Pavilion ผู้ใหญ่ 250 โครนา ช่วงตุลาคม–พฤศจิกายน 2026 เปิดเสาร์–อาทิตย์ 10.00–16.00 น.
Drottningholm Palace คือพระราชวังบนเกาะ Lovön ห่างกรุงสตอกโฮล์มราว 10 กิโลเมตร ที่ประทับประจำของพระราชาธิบดีและพระราชินีแห่งสวีเดน พระราชวังหลังปัจจุบันเริ่มสร้างในปี 1662 และขึ้นทะเบียนมรดกโลกของ UNESCO ในปี 1991 ราชวงศ์สงวนเฉพาะปีกใต้ไว้ ส่วนที่เหลือของพระราชวัง สวนบาโรก สวนอังกฤษ โรงละครปี 1766 และ Chinese Pavilion เปิดให้ประชาชนเข้าชม
บทความนี้เล่าประวัติพระราชวัง ห้องที่เปิดให้ชม สวนสามยุค โรงละคร และ Chinese Pavilion พร้อมข้อมูลการเข้าชม โดยอ้างเว็บไซต์ Kungliga slotten ของราชสำนักสวีเดน และหน้าแหล่งมรดกโลกของ UNESCO พระนามภาษาไทยของพระราชาธิบดีพระองค์ปัจจุบันเขียนตามกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนพระนามในประวัติศาสตร์ที่ยังไม่พบในเอกสารของหน่วยงานไทยคงไว้เป็นภาษาอังกฤษ
Drottningholm Palace คือที่ประทับของใคร
หน้าแนะนำพระราชวัง ของราชสำนักสวีเดนระบุว่า Drottningholm Palace เป็นที่ประทับประจำของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดนและสมเด็จพระราชินี ห้องในปีกใต้ของพระราชวังสงวนไว้สำหรับการนี้ ส่วนที่เหลือของพระราชวังและบริเวณเปิดให้ประชาชนเข้าชมตลอดปี
หน้าเดียวกันระบุว่าเป็นพระราชวังจากศตวรรษที่ 17 ที่รักษาสภาพไว้ได้ดีที่สุดของสวีเดน และเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมยุโรปในยุคนั้น หน้ามรดกโลกของ UNESCO ใช้ถ้อยคำต่างไปเล็กน้อย โดยเกณฑ์ข้อ (iv) ระบุว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของที่ประทับของพระมหากษัตริย์ที่สร้างในศตวรรษที่ 18 ของสวีเดน และสืบทอดอิทธิพลจาก Château de Versailles
UNESCO บรรยายว่าพื้นที่นี้ใช้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและพักร้อนมาตั้งแต่ยุคบาโรกจนถึงวันนี้ และการที่ราชวงศ์สวีเดนยังประทับอยู่ทำให้ Drottningholm Palace รักษาความต่อเนื่องกับจุดประสงค์ดั้งเดิมของสถานที่
ที่มาของชื่อ Drottningholm Palace "เกาะของพระราชินี"
หน้าประวัติของราชสำนัก อธิบายว่าชื่อ Drottningholm แปลตรงตัวว่า "เกาะของพระราชินี" เกิดขึ้นปลายศตวรรษที่ 16 เมื่อ King Johan III ทรงสร้างพระราชวังหลังแรกบนที่ตั้งนี้ถวาย Queen Katarina Jagellonika พระมเหสี
หน้าสวนของพระราชวัง เสริมว่าสวนของที่นี่มีมาตั้งแต่สมัย King Johan III แล้ว สวนยุคแรกนั้นอยู่ตรงที่เป็นสนามเทนนิสในปัจจุบัน ทางตะวันออกของโรงละคร
พระราชวังศตวรรษที่ 16 หลังนั้นถูกไฟไหม้เสียหายเมื่อ 30 ธันวาคม 1661 หน้าประวัติระบุว่าก่อนหน้านั้นในปีเดียวกัน Queen Dowager Hedvig Eleonora ทรงซื้อพระราชวังไว้แล้ว
Hedvig Eleonora กับการสร้าง Drottningholm Palace ปี 1662
หลังไฟไหม้ Queen Hedvig Eleonora ทรงมอบหมายให้สถาปนิก Nicodemus Tessin the Elder ออกแบบพระราชวังหลังใหม่ และงานสร้าง Drottningholm Palace หลังที่เห็นวันนี้เริ่มในปี 1662 หน้าแนะนำพระราชวังระบุว่าได้แรงบันดาลใจจากต้นแบบของฝรั่งเศส
บริบทของยุคนั้นสำคัญ หน้าประวัติเล่าว่าขณะนั้น Hedvig Eleonora ทรงเป็นประมุขของคณะผู้สำเร็จราชการแทน King Karl XI ซึ่งยังทรงพระเยาว์ สนธิสัญญาสันติภาพเวสต์ฟาเลียปี 1648 ทำให้สวีเดนเป็นรัฐที่ทรงอำนาจที่สุดรัฐหนึ่งของยุโรป และตามมุมมองยุคนั้น ประมุขของรัฐบาลสวีเดนควรมีที่ประทับที่สง่างามสมฐานะในระยะไม่ไกลจากเมืองหลวง
Tessin the Elder ถึงแก่กรรมในปี 1682 Nicodemus Tessin the Younger บุตรชายรับงานต่อจนเสร็จ ห้องแกลเลอรีของ King Karl XI เป็นผลงานจากช่วงนี้ หน้าห้องรับรองระบุว่าพระราชวังถูกสร้างใหม่และต่อเติมมาตามกาลเวลา
ห้องรับรองใน Drottningholm Palace: จากบาโรกถึงโรโกโก
หน้าห้องรับรอง (Reception Halls) ระบุว่า Hedvig Eleonora, Lovisa Ulrika และ Gustav III ต่างทิ้งร่องรอยไว้ในการตกแต่งห้องรับรอง ห้องที่ Tessin the Elder สร้างจัดเป็นงานตกแต่งภายในยุคบาโรกตอนต้นช่วงทศวรรษ 1660–1670 ที่สำคัญที่สุดของสวีเดน ได้แก่บันไดใหญ่ ห้อง Ehrenstrahl Drawing Room และห้องบรรทมพระราชพิธีของ Hedvig Eleonora
บันไดใหญ่เป็นงานที่หรูหราและแพงที่สุดที่ Tessin the Elder เคยสร้าง ตกแต่งด้วยภาพเขียน งานปูนปั้น และประติมากรรม ส่วนห้อง Ehrenstrahl Drawing Room ได้ชื่อจากภาพเขียนจำนวนมากของ David Klöcker Ehrenstrahl จิตรกรประจำราชสำนัก

ปี 1744 พระราชวังนี้ถูกมอบเป็นของขวัญอภิเษกสมรสแก่ Princess Lovisa Ulrika แห่งปรัสเซีย เมื่อทรงอภิเษกกับ Adolf Fredrik รัชทายาทของสวีเดน ยุคของพระองค์ที่ Drottningholm Palace เป็นยุคทองของศิลปะ ห้องบางห้องถูกตกแต่งใหม่ในแบบโรโกโกตามอิทธิพลฝรั่งเศส เช่น Green Antechamber ส่วน Green Cabinet ห้องแรกในชุดห้องส่วนพระองค์ของ Lovisa Ulrika เสร็จในปี 1747 ผนังบุผ้าไหมสีเขียว
Linnaeus และห้องสมุดของ Lovisa Ulrika
หน้าประวัติระบุว่านักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของยุคมาชุมนุมที่ Drottningholm หนึ่งในนั้นคือ Carl von Linné (Linnaeus) ซึ่งทำงานที่นี่ จัดทำบัญชี "วัตถุธรรมชาติ" ในพระราชทรัพย์สะสม
กลางศตวรรษที่ 18 มีการสร้างชุดห้องใหม่สำหรับเก็บงานศิลปะ หนังสือ และวัตถุทางธรรมชาติวิทยาของ Lovisa Ulrika ห้องสมุดปัจจุบันเดิมจัดเป็นห้องแสดงภาพเขียน แล้วเปลี่ยนเป็นห้องสมุดในทศวรรษ 1760 หน้าประวัติเรียกห้องสมุดนี้ว่าเป็นอนุสรณ์อันโดดเด่นของยุคนั้น ซึ่งเป็นยุคเดียวกับที่โรงละครอันมีชื่อเสียงของ Drottningholm ถือกำเนิด
ปี 1777 รัฐซื้อ Drottningholm และพระราชวังกลายเป็นที่ประทับของ King Gustav III สวนแบบอังกฤษ (English Park) ที่ล้อมพระราชวังบาโรกและสวนแบบฝรั่งเศสอยู่ถึงวันนี้ก็สร้างขึ้นในช่วงนี้
สวนบาโรกของ Drottningholm Palace
หน้าสวนระบุว่าสวนของ Drottningholm Palace เปิดตลอดปี เดินผ่านแนวคิดการจัดสวนสามยุค ตั้งแต่บาโรกศตวรรษที่ 17 ถึงสวนแบบอังกฤษปลายศตวรรษที่ 18 UNESCO บรรยายว่าสวนแบบฝรั่งเศส สวนโรโกโก และสวนภูมิทัศน์แบบอุดมคติยังอยู่เคียงกันครบ
สวนบาโรกสร้างปลายศตวรรษที่ 17 ตามพระราชดำริของ Queen Hedvig Eleonora โดยมี Tessin ทั้งพ่อและลูกเป็นผู้ดูแลงาน แนวคิดมาจากสวนพระราชวังของฝรั่งเศสที่เพิ่งปลูกใหม่ในยุคนั้น ซึ่งเน้นความเคร่งครัด เป็นระเบียบ และสมมาตร สวนอยู่ติดพระราชวัง ล้อมด้วยแนวต้นไลม์ 4 แถว

ใกล้พระราชวังที่สุดคือแปลงลายปัก (parterre de broderie) ถัดขึ้นไปเป็นแปลงน้ำที่มีน้ำพุเล็ก 12 จุดรอบน้ำพุ Hercules ตรงกลาง มีน้ำตกขั้นบันได แปลงไม้พุ่ม (bosquet) และฉากหลังเป็นแปลงไม้พุ่มใหญ่ชื่อ the Star สวนบาโรกทรุดโทรมในศตวรรษที่ 19 และได้รับการบูรณะในทศวรรษ 1950–1960 ตามพระราชดำริของ King Gustav VI Adolf
ประติมากรรม Adriaen de Vries ในสวน Drottningholm Palace
หน้าสวนระบุว่าประติมากรรมสำริดในสวนเป็นแบบหล่อจำลองจากต้นฉบับของ Adriaen de Vries ประติมากรชาวดัตช์ ต้นฉบับถูกนำมาสวีเดนในฐานะของที่ยึดได้จากสงคราม จากกรุงปรากในปี 1648 และจาก Fredriksborg ในเดนมาร์กในปี 1659
ต้นฉบับวันนี้อยู่ที่ Museum de Vries ในโรงม้าทหารม้าเก่าจากศตวรรษที่ 18 หน้าพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเป็นคอลเลกชันงานของ de Vries (1556–1626) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ UNESCO ก็ระบุว่าสวนแบบฝรั่งเศสของ Drottningholm Palace เก็บประติมากรรมของ de Vries ไว้มากที่สุดในโลก พิพิธภัณฑ์เปิดให้ชมทั่วไปปีละวันใน "Museum de Vries Day" ซึ่งครั้งต่อไปคือปี 2027 และรับกลุ่มที่จองทัวร์ล่วงหน้าได้ตลอดปี
สวนอังกฤษของ Gustav III ที่ Drottningholm Palace
หน้าสวนเล่าว่าเมื่อ King Gustav III ทรงรับ Drottningholm ในปี 1777 ทรงต้องการนำแนวคิดสวนแบบใหม่จากอังกฤษ คือสวนภูมิทัศน์แบบธรรมชาติ เข้ามา Fredrik Magnus Piper ผู้เคยไปศึกษาที่อังกฤษได้รับมอบหมายให้สร้างสวนแบบนี้ทางเหนือของสวนบาโรกในปี 1780
English Park ประกอบด้วยสระ 2 สระพร้อมคลอง เกาะ และสะพาน สนามหญ้ากว้าง ดงไม้ ถนนที่มีแนวต้นไม้ และทางเดินคดเคี้ยวทั่วสวน บางเส้นทางเปิดมุมมองออกไปสู่ทิวทัศน์ชนบท

ระหว่างสวนสองยุคนี้มีสวนรอบ Chinese Pavilion ที่สร้างกลางศตวรรษที่ 18 ช่วงที่แนวคิดการจัดสวนเริ่มเปลี่ยนจากความเคร่งครัดไปสู่ความเป็นธรรมชาติ Queen Lovisa Ulrika ทรงให้ Carl Fredrik Adelcrantz สถาปนิกของ Chinese Pavilion ปลูกทางเดินขนาบด้วยต้นเกาลัดให้มองเห็นชนบท แปลงไม้พุ่มทางตะวันออกออกแบบเป็นซุ้มที่มีกรงนกแปลก ๆ ขนาดใหญ่ ซึ่งวันนี้เหลือกรงเดียว และเลยออกไปเคยมีสวนสัตว์ (menagerie) ที่วันนี้เหลือเพียงสระเดียว
Chinese Pavilion ในสวน Drottningholm Palace: ของขวัญวันประสูติปี 1753
หน้า Chinese Pavilion เล่าว่าเย็นวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม 1753 Queen Lovisa Ulrika ทรงได้รับของขวัญวันประสูติที่ไม่คาดคิด King Adolf Fredrik ทรงให้สร้างพระตำหนักฤดูร้อนแบบจีนอย่างลับ ๆ ในส่วนไกลของสวน Drottningholm Palace ยุคนั้นทุกอย่างที่เป็นจีนคือแฟชั่นล่าสุด เพราะบริษัทการค้าอินเดียตะวันออกนำชา เครื่องเทศ ผ้าไหม และเครื่องลายครามเข้ายุโรปจำนวนมาก

ภายในวางเฟอร์นิเจอร์โรโกโกสวีเดนที่ได้แรงบันดาลใจจากจีนคู่กับของนำเข้าจากจีน หลายห้องยังบุผนังด้วยผ้าไหมและกระดาษจีนดั้งเดิม มีฉากลงรัก กระจกสี และเครื่องลายคราม ซึ่งหลายชิ้นน่าจะนำเข้าโดยบริษัทอินเดียตะวันออกของสวีเดน บางชิ้นเก่ากว่านั้น ย้อนไปถึงสมัย Queen Hedvig Eleonora และ Queen Kristina

UNESCO ยกย่องว่า Chinese Pavilion เป็นสัญลักษณ์ของการติดต่อระหว่างยุโรปกับเอเชียในศตวรรษที่ 18 เมื่อรวมกับ Canton Village ซึ่งเคยเป็นโรงงานและที่พักของข้าราชสำนัก ก็ให้ภาพชีวิตในราชสำนักยุคนั้นได้ครบ
โรงละคร Drottningholm Palace ปี 1766 ที่เครื่องจักรไม้ยังใช้งาน
หน้าโรงละคร ระบุว่า Drottningholm Palace Theatre สร้างในปี 1766 ถวาย Queen Lovisa Ulrika ออกแบบโดย Carl Fredrik Adelcrantz (1716–1796) หลังโรงละครหลังเดิมถูกไฟไหม้ ยุครุ่งเรืองเริ่มในปี 1777 เมื่อ King Gustav III ทรงรับพระราชวัง และมีการแสดงรอบปฐมทัศน์ของโอเปร่าใหญ่ที่นี่บ่อยครั้ง
หลัง King Gustav III เสด็จสวรรคต โรงละครค่อย ๆ ซบเซาจนกลายเป็นโกดัง แล้วได้รับการบูรณะกลับสู่สภาพเดิมในปี 1922 เครื่องจักรเวทีที่ทำจากไม้ยังใช้แรงคนหมุนจนทุกวันนี้ ประกอบด้วยกว้าน ลูกกลิ้ง ดรัม รอก เชือก และตุ้มถ่วง และมีฉากเวทีเหลืออยู่ราว 30 ชุด
UNESCO ระบุว่าเป็นโรงละครศตวรรษที่ 18 แห่งเดียวที่ยังใช้เครื่องจักรดั้งเดิมเป็นประจำและเก็บฉากดั้งเดิมไว้ เครื่องจักรสร้างโดย Georg Fröman ตามแบบของ Christian Gottorp Reuss เปลี่ยนฉากได้รวดเร็วโดยไม่ต้องปิดม่าน และหอประชุมจุผู้ชม 400 ที่นั่ง ทุกฤดูร้อนมีการแสดงโอเปร่า ละคร และการเต้นแบบศตวรรษที่ 18 ส่วนทัวร์ชมโรงละครมีตลอดปี
โบสถ์ในพระราชวังและมรดกโลกปี 1991
หน้าโบสถ์ในพระราชวัง ระบุว่าโบสถ์อยู่ในอาคารทรงกลมด้านเหนือของ Drottningholm Palace Tessin the Younger สร้างเสร็จต้นศตวรรษที่ 18 ตามแบบของบิดา งานตกแต่งภายในอยู่ภายใต้การกำกับของ Carl Hårleman และเปิดใช้ในปี 1730 โดยใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ทุกสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ตำบล Lovö จัดพิธีที่นี่และทุกคนเข้าร่วมได้
UNESCO ขึ้นทะเบียน Royal Domain of Drottningholm เป็นมรดกโลกในปี 1991 ตามเกณฑ์ข้อ (iv) ขอบเขตครอบคลุมพระราชวัง โรงละคร Chinese Pavilion, Canton Village สวน และบางส่วนของย่าน Malmen ซึ่งเป็นที่พักของข้าราชสำนักในศตวรรษที่ 18 ขอบเขตปรับเล็กน้อยในปี 2019 และพื้นที่ปัจจุบันคือ 162.429 เฮกตาร์ ผู้ดูแลหลักมี 3 ฝ่าย คือ National Property Board ฝ่ายบริหารพระราชวัง และโรงละคร
ลำดับเหตุการณ์ของ Drottningholm Palace
| ปี (ค.ศ.) | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| ปลายศตวรรษที่ 16 | King Johan III ทรงสร้างพระราชวังหลังแรกถวาย Queen Katarina Jagellonika |
| 1648 | ประติมากรรมของ Adriaen de Vries ถูกนำมาจากปราก |
| 1659 | ประติมากรรมชุดที่สองถูกนำมาจาก Fredriksborg ในเดนมาร์ก |
| 1661 | Queen Hedvig Eleonora ทรงซื้อพระราชวัง และไฟไหม้เมื่อ 30 ธันวาคม |
| 1662 | Nicodemus Tessin the Elder เริ่มสร้างพระราชวังหลังปัจจุบัน |
| 1682 | Tessin the Elder ถึงแก่กรรม บุตรชายรับงานต่อ |
| 1730 | โบสถ์ในพระราชวังเปิดใช้ |
| 1744 | พระราชวังเป็นของขวัญอภิเษกสมรสแก่ Lovisa Ulrika |
| 1753 | Chinese Pavilion เป็นของขวัญวันประสูติแด่ Queen Lovisa Ulrika |
| 1766 | สร้างโรงละครหลังปัจจุบัน |
| 1777 | รัฐซื้อ Drottningholm เป็นที่ประทับของ King Gustav III |
| 1780 | Fredrik Magnus Piper เริ่มสร้าง English Park |
| 1922 | บูรณะโรงละครกลับสู่สภาพเดิม |
| 1935 | ขึ้นทะเบียนเป็นอาคารมรดกของรัฐ |
| 1950–1960s | บูรณะสวนบาโรกตามพระราชดำริของ King Gustav VI Adolf |
| 1991 | UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก |
| 2019 | ปรับขอบเขตมรดกโลกเล็กน้อย |
ข้อมูลการเข้าชม Drottningholm Palace
ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 22 ต.ค. 2026 (Opening hours, Admission charges)
- เวลาเปิดพระราชวัง ตุลาคม–พฤศจิกายน 2026 เปิดเฉพาะเสาร์–อาทิตย์ 10.00–16.00 น. (รวมวันที่ 31 ต.ค.) ธันวาคมเปิดวันที่ 5, 6 และ 31 ส่วนวันที่ 1–6 มกราคม 2027 เปิดทุกวัน 10.00–16.00 น. สวนเปิดตลอดปี
- ค่าเข้าปี 2026 พระราชวัง ผู้ใหญ่ 170 โครนา นักศึกษา 150 โครนา เด็ก 7–17 ปี 85 โครนา บัตรรวมพระราชวังกับ Chinese Pavilion 250/230/125 โครนา Chinese Pavilion อย่างเดียว 140/120/70 โครนา เด็ก 6 ปีลงมาที่มากับผู้ใหญ่ฟรี อายุต่ำสุดที่เข้าชมโดยไม่มีผู้ใหญ่คือ 12 ปี บัตรรายปี The Royal Palaces' annual card 500 โครนา
- ซื้อตั๋ว ที่ทางเข้าพระราชวังในเวลาเปิด หรือออนไลน์บนเว็บไซต์ทางการ
- ทัวร์นำชมห้องรับรอง ตามหน้าทัวร์ ช่วงตุลาคม–เมษายน รอบภาษาอังกฤษวันเสาร์ 11.30 และ 14.30 น. วันอาทิตย์ 11.30 น. มิถุนายน–สิงหาคมทุกวัน 11.30 และ 14.30 น. ใช้เวลาราว 45 นาที มีบทบรรยายเสียงฟรีในแอป Royal palaces และแอป Royal Walks สำหรับเดินชมสวน 4 เส้นทาง
กติกาและการเดินทางไป Drottningholm Palace
- กติกา ตามหน้าข้อมูลการเข้าชม กระเป๋าและเป้ต้องถือไว้ด้านหน้าตลอด ห้ามนำกระเป๋าเดินทางเข้า ไม่มีตู้ฝากของ รถเข็นเด็กเข้าพระราชวังไม่ได้ ถ่ายภาพส่วนตัวได้โดยไม่ใช้แฟลช ขาตั้ง หรือไม้เซลฟี ห้ามกล้อง 360 องศาและโดรน ห้องน้ำอยู่ที่ Main Guard Wing และใกล้ Chinese Pavilion
- ขนส่งสาธารณะ ตามหน้าการเดินทาง นั่ง T-bana ไป Brommaplan แล้วต่อรถบัสไป Drottningholm ตั๋วรถบัสซื้อผ่านแอป SL เพราะในพื้นที่ไม่มีจุดขาย
- เรือและจักรยาน ฤดูร้อนมีเรือประจำทางจาก Stadshuskajen (ท่าเรือศาลาว่าการเมือง) และมีทางจักรยานจากใจกลางสตอกโฮล์ม
- รถยนต์ ใช้ถนนสาย 275 แล้วตามป้ายไป Drottningholm ที่ Brommaplan ค่าจอด 15 โครนาต่อชั่วโมง จอดได้สูงสุด 6 ชั่วโมง
ราคาและเวลาอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจหน้าทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านเรื่องพระราชวัง ปราสาท และสวนของราชวงศ์ต่างประเทศเรื่องอื่นได้ที่หมวดบ้านและสวนราชวงศ์ทั่วโลก เช่นบ้านและสวน Sandringham House ของราชวงศ์อังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย
Drottningholm Palace อยู่ที่ไหน เดินทางจากสตอกโฮล์มอย่างไร?
Drottningholm Palace อยู่บนเกาะ Lovön ในเทศบาล Ekerö ห่างสตอกโฮล์มราว 10 กิโลเมตร หน้าทางการแนะนำให้นั่งรถไฟใต้ดิน (T-bana) ไปสถานี Brommaplan แล้วต่อรถบัสไป Drottningholm ซื้อตั๋วรถบัสผ่านแอป SL ช่วงฤดูร้อนมีเรือประจำทางจาก Stadshuskajen และมีทางจักรยานจากใจกลางเมือง
ราชวงศ์สวีเดนยังประทับที่ Drottningholm Palace หรือไม่?
ยังประทับ หน้าทางการของราชสำนักสวีเดนระบุว่า Drottningholm Palace เป็นที่ประทับประจำของสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินี ห้องในปีกใต้สงวนไว้สำหรับการนี้ ส่วนที่เหลือของพระราชวังและบริเวณเปิดให้ประชาชนเข้าชม
ค่าเข้าชม Drottningholm Palace ปี 2026 เท่าไร?
ตามหน้าค่าเข้าชมปี 2026 ของราชสำนักสวีเดน พระราชวังผู้ใหญ่ 170 โครนา นักศึกษา 150 โครนา เด็ก 7–17 ปี 85 โครนา เด็ก 6 ปีลงมาที่มากับผู้ใหญ่เข้าฟรี บัตรรวม Chinese Pavilion ผู้ใหญ่ 250 โครนา ส่วนสวนเปิดตลอดปี ควรตรวจราคาอีกครั้งก่อนเดินทาง
ถ่ายรูปใน Drottningholm Palace ได้หรือไม่?
ถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อใช้ส่วนตัวได้ แต่ห้ามใช้แฟลชหรือไฟ ขาตั้งกล้อง ไม้เซลฟี และอุปกรณ์ติดตั้งอื่น ห้ามกล้อง 360 องศาและกล้องโดรน และห้ามถ่ายเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากราชสำนัก ตามหน้าข้อมูลการเข้าชมของ Drottningholm Palace
แหล่งอ้างอิง
- Drottningholm Palace — The Royal Court of Sweden (Kungliga slotten)
- Drottningholms' History — The Royal Court of Sweden (Kungliga slotten)
- Drottningholm Palace Park — The Royal Court of Sweden (Kungliga slotten)
- Admission prices and free entry 2026 — The Royal Court of Sweden (Kungliga slotten)
- Royal Domain of Drottningholm — UNESCO World Heritage Centre
- Drottningholm Palace Theatre — The Royal Court of Sweden (Kungliga slotten)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กระทรวงการต่างประเทศ24
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ