ข้ามไปยังเนื้อหา
Home & Gardenอธิบาย

Hearst Castle: คฤหาสน์ของเจ้าพ่อสื่อ ผลงาน Julia Morgan สวน Neptune Pool และ Roman Pool

Hearst Castle คฤหาสน์ของ William Randolph Hearst ที่ Julia Morgan เริ่มออกแบบปี 1919 มีสวน Neptune Pool กับ Roman Pool เป็นของรัฐปี 1958 ทัวร์จาก 35 ดอลลาร์

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Neptune Pool ของ Hearst Castle สระกลางแจ้งพื้นกระเบื้องลาย หน้าวิหารแบบกรีก-โรมันที่ปลายสระ แนวเสาโค้ง และเทือกเขาด้านหลัง
ภาพ: Daderot / Wikimedia Commons (CC0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Hearst Castle หรือ La Cuesta Encantada เริ่มสร้างปี 1919 โดย William Randolph Hearst ร่วมกับสถาปนิก Julia Morgan ซึ่ง California State Parks ระบุว่าทำงานร่วมกันเกือบ 30 ปี
  • California State Parks ระบุว่าบ้านหลัก Casa Grande มี 115 ห้อง พร้อมบ้านรับรองแขก 3 หลัง สระ 2 สระ และลานกับสวน 127 เอเคอร์ ส่วน hearstcastle.org ระบุว่าทั้งที่ดินมี 165 ห้องเมื่อปี 1947
  • Neptune Pool ยาว 104 ฟุต ตามเอกสาร National Register ส่วน Roman Pool ในร่มจุน้ำ 205,000 แกลลอน ประดับโมเสกและทองคำเปลว 24 กะรัต
  • เอกสาร National Register ระบุว่าครอบครัว Hearst มอบที่ดิน 127.06 เอเคอร์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ให้รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1958 และ NPS ขึ้นทะเบียนเป็น National Historic Landmark วันที่ 11 พฤษภาคม 1976
  • ทัวร์กลางวันราคาผู้ใหญ่ 35 ดอลลาร์สหรัฐ เด็ก 5–12 ปี 18 ดอลลาร์ รวมค่าลงทะเบียน 5.50 ดอลลาร์ที่ไม่คืนเงิน จองล่วงหน้าได้ 60 วัน และปิดวันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส และวันปีใหม่ (ตรวจ 21 ต.ค. 2026)

Hearst Castle คือคฤหาสน์บนเนินเขาเหนือ San Simeon รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ William Randolph Hearst เจ้าพ่อธุรกิจสื่อของสหรัฐฯ สร้างร่วมกับสถาปนิก Julia Morgan ตั้งแต่ปี 1919 มีบ้านหลัก Casa Grande บ้านรับรองแขก 3 หลัง สระ 2 สระ และสวน ครอบครัว Hearst มอบให้รัฐในปี 1958 วันนี้เปิดให้ชมด้วยทัวร์ราคาผู้ใหญ่เริ่ม 35 ดอลลาร์สหรัฐ

ชื่อที่ Hearst ตั้งเองคือ La Cuesta Encantada ภาษาสเปนแปลว่า "เนินเขาต้องมนตร์" (The Enchanted Hill) ส่วนชื่อทางการวันนี้คือ Hearst San Simeon State Historical Monument ซึ่ง California State Parks ดูแล บทความนี้เล่าประวัติ Hearst Castle บทบาทของ Julia Morgan สวน สระ Neptune Pool กับ Roman Pool และข้อมูลการจองทัวร์ จากเว็บไซต์ทางการ เว็บไซต์ของ California State Parks และเอกสารขึ้นทะเบียนของ National Park Service (NPS)

William Randolph Hearst คือใคร ทำไม Hearst Castle จึงสำคัญ

เอกสารขึ้นทะเบียน National Historic Landmark ที่ NPS เผยแพร่ ระบุว่า Hearst เกิดวันที่ 29 เมษายน 1863 ที่ San Francisco เป็นบุตรคนเดียวของ George Hearst และ Phoebe Apperson Hearst เขาเริ่มคุมหนังสือพิมพ์ San Francisco Examiner ในปี 1887 ซื้อ New York Journal ในปี 1895 และช่วงที่ธุรกิจใหญ่ที่สุดมีหนังสือพิมพ์ 37 ฉบับ (ผู้อ่าน 6.5 ล้านคน) นิตยสาร 15 หัว สถานีวิทยุ 6 แห่ง สำนักข่าว 2 แห่ง บริษัทข่าวภาพยนตร์ และบริษัทภาพยนตร์ เขายังได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในปี 1902

เอกสารเดียวกันระบุว่า Hearst เคยอยู่อพาร์ตเมนต์ บ้าน และคฤหาสน์หลายแห่ง แต่ไม่มีที่ใดสะท้อนชีวิตและงานของเขาได้เท่า Hearst Castle เอกสารยังยกคำของ W. A. Swanberg ผู้เขียนชีวประวัติว่า Casa Grande ขัดใจนักนิยมแบบคลาสสิก เพราะผสมศิลปะและสถาปัตยกรรมหลายแบบปนกันและตกแต่งเกินพอดี แต่กลับเหมาะกับตัว Hearst อย่างยิ่ง

จากที่ดินปศุสัตว์ปี 1865 สู่ La Cuesta Encantada

หน้าประวัติของ Hearst Castle เล่าว่าเรื่องเริ่มในปี 1865 เมื่อ George Hearst พ่อของเขาซื้อที่ดินปศุสัตว์ 40,000 เอเคอร์ หลังแม่เสียชีวิตในปี 1919 Hearst ได้รับมรดกที่ดินหลายพันเอเคอร์รอบ San Simeon และซื้อเพิ่มจนรวมราว 250,000 เอเคอร์ ส่วนเอกสารของ NPS เขียนต่างออกไปเล็กน้อยว่าที่ดินปี 1865 เป็นแปลงแรกของฟาร์มที่ต่อมากว้าง 240,000 เอเคอร์

NPS เล่าว่า George Hearst สร้างบ้านไร่ไว้บนที่ดินและปรับปรุงท่าเรือที่ San Simeon Hearst ใช้ช่วงฤดูร้อนแทบทุกปีที่นี่ตั้งแต่เด็ก เมื่อที่ดินตกเป็นของเขาในปี 1919 เขาจึงตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหญ่ให้เป็นทั้งบ้านของครอบครัว ที่พักผ่อน และที่จัดแสดงงานศิลปะที่สะสมไว้

California State Parks ระบุว่าจุดเริ่มต้นคือแคมป์พักแรมแบบง่าย ๆ บนยอดเนิน ก่อนกลายเป็นที่ดินที่คนรู้จักในชื่อ Hearst Castle

Julia Morgan สถาปนิกผู้ออกแบบ Hearst Castle

หน้าทัวร์ Julia Morgan ระบุว่า Morgan เป็นสถาปนิกหญิงคนแรกที่ได้รับใบรับรองในแคลิฟอร์เนีย และเป็นผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่เปิดสำนักงานสถาปนิกของตัวเอง ผลงานของเธอมีทั้งบ้าน วิทยาเขตมหาวิทยาลัย สโมสรสตรี อาคารทางศาสนา และอาคาร YWCA แต่ที่รู้จักมากที่สุดคือ Hearst Castle

เอกสารของ NPS ระบุว่า Morgan จบจาก École des Beaux-Arts ที่ปารีส และเป็นสถาปนิกที่แม่ของ Hearst สนับสนุนมาก่อน การก่อสร้างเริ่มในปี 1919 โดย Hearst กับ Morgan คุมงานร่วมกัน California State Parks ระบุว่าทั้งสองทำงานร่วมกันเกือบ 30 ปี ส่วนหน้า Restoration & Preservation เรียกว่าเป็นการพัฒนา 28 ปี

เอกสาร NPS ปี 1975 บันทึกว่าเพิงทำงานไม้ชั้นเดียว (workshed) ที่ Hearst กับ Morgan ใช้ระหว่างก่อสร้างยังตั้งอยู่ในลานด้านหลังบ้านหลัก และเคยถูกย้ายไปตามจุดก่อสร้างหลายครั้ง ทัวร์ Julia Morgan วันนี้ยังพาชมภาพแบบสถาปัตยกรรมและของส่วนตัวของเธอ

Casa Grande บ้านหลักของ Hearst Castle

California State Parks ระบุว่าบ้านหลัก Casa Grande มี 115 ห้อง ส่วนหน้าประวัติของ hearstcastle.org ระบุว่าเมื่อถึงปี 1947 ทั้งที่ดินมี 165 ห้อง และยังสร้างไม่เสร็จ เอกสารของ NPS ปี 1975 นับว่าบ้านหลักสูง 4 ชั้น มีมากกว่า 100 ห้อง รวมห้องนอน 38 ห้อง ห้องน้ำ 31 ห้อง ห้องนั่งเล่น 14 ห้อง ห้องสมุด 2 ห้อง ห้องโถง ห้องอาหาร ครัว โรงภาพยนตร์ และห้องบิลเลียด

โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อในที่ ด้านหน้าหลักกรุด้วยหินปูนจากรัฐ Utah ขณะที่ในปี 1975 ปีกบางส่วนยังเป็นผิวคอนกรีตที่ไม่ได้ตกแต่ง หอคอยคู่แบบ Spanish Renaissance สูง 137 ฟุต มีระฆังทองสัมฤทธิ์ 36 ใบ ประตูทางเข้าใช้ลูกกรงเหล็กที่เคยอยู่ในคอนแวนต์ของสเปนสมัยศตวรรษที่ 16

NPS ระบุว่างานสร้าง Casa Grande เริ่มในปี 1922 และต่อเติมเรื่อยมาจนถึงปี 1951 เพื่อรองรับงานสะสมที่เพิ่มขึ้น ส่วน hearstcastle.org ระบุว่า Hearst ออกจากเนินเขาแห่งนี้ในปี 1947 โดยที่ดินยังสร้างไม่เสร็จ

ด้านหน้า Casa Grande บ้านหลักของ Hearst Castle มีหอคอยคู่ บ่อน้ำพุกลางลาน และต้นปาล์มสองข้าง
ด้านหน้าบ้านหลัก Casa Grande ของ Hearst Castle มีหอคอยคู่ บ่อน้ำพุกลางลาน และต้นปาล์ม ภาพถ่ายเมื่อ 17 กันยายน 2012 ภาพ: King of Hearts / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ห้องสำคัญภายใน Casa Grande

ห้องในบ้านหลักหลายห้องสร้างขึ้นรอบเพดานโบราณ เอกสารของ NPS ระบุว่าเพดานไม้แกะสลักส่วนใหญ่แขวนด้วยลวดจากเพดานคอนกรีตจริง และหลายห้องกำหนดขนาดตามเพดานหรือพรมทอที่ Hearst อยากจัดแสดง หน้าประวัติของ hearstcastle.org ระบุว่ามีเพดานเก่าจากอิตาลีและสเปนยุค Renaissance ราว 30 ชิ้น

  • Assembly Room ห้องโถงชั้นล่างที่แขกมารวมตัวก่อนมื้อค่ำ ผนังไม้วอลนัต พรมทอยุค Renaissance และ Baroque NPS ระบุขนาดราว 100 x 40 ฟุต สูงสองชั้น
  • Refectory ห้องอาหารที่ตั้งชื่อตามห้องอาหารของอาราม หน้าทัวร์เล่าว่าบนโต๊ะยังมีขวดมัสตาร์ดและซอสมะเขือเทศ เพราะ Hearst ชอบความเป็นกันเองที่ไร่ของเขา
  • Main Library ยาว 80 ฟุต มีหนังสือมากกว่า 4,000 เล่ม และแจกันกรีกโบราณ 150 ใบ (เอกสาร NPS ปี 1975 ระบุว่ามีหนังสือหายากมากกว่า 5,000 เล่ม)
  • Doge's Suite ได้แรงบันดาลใจจากวัง Doge ในเมือง Venice สร้างเสร็จปี 1926
  • Celestial Suite ห้องนอนในฐานหอระฆังชั้น 4 เริ่มใช้ปี 1932 ห้องนั่งเล่นของชุดนี้เป็นจุดสูงสุดภายใน Casa Grande
  • Theater โรงภาพยนตร์ที่ NPS ระบุว่ามี 100 ที่นั่ง

บ้านรับรองแขกสามหลังของ Hearst Castle

ต่ำลงมาจากบ้านหลักบนลาดเขาฝั่งทะเลคือบ้านรับรองแขก 3 หลัง ได้แก่ Casa del Mar, Casa del Monte และ Casa del Sol เอกสารของ NPS ระบุว่าแต่ละหลังสูง 3 ชั้นแบบ Mediterranean Renaissance หลังคากระเบื้องแดง มี 12–18 ห้อง และสร้างเสร็จหรือกำลังสร้างแล้วตอนที่เริ่มงานบ้านหลัก

หน้าทัวร์ Cottages & Kitchen ระบุว่า Casa del Monte หรือ House B เป็นอาคารหลังแรกที่สร้างเสร็จใน Hearst Castle และเป็นที่พักแรกของครอบครัวในฤดูร้อนปี 1922 ชื่อแปลว่า "บ้านแห่งภูเขา" ตามวิวเทือกเขา Santa Lucia ส่วน Casa del Mar หรือ House A แปลว่า "บ้านแห่งทะเล" เป็นที่ที่ Hearst อยู่ในสองปีสุดท้ายที่พำนักบนเนินเขา

หน้า Collections ระบุว่าเพดานในบ้านรับรองแขกต่างจากบ้านหลัก เพราะ Morgan ออกแบบเองและให้ช่างทำขึ้นใหม่ด้วยปูนหล่อ ปิดทองคำเปลว 22 กะรัต

สวนของ Hearst Castle: ผลงานของ Julia Morgan

สวนเป็นหัวใจของการเดินชม Hearst Castle ทัวร์ Grand Rooms เริ่มกลางแจ้งบนลาน และหลังจบทัวร์ California State Parks ระบุว่าเดินชมสวนต่อได้จนถึงเวลาปิด หน้าทัวร์ของ hearstcastle.org ระบุว่าสวนออกแบบโดย Julia Morgan กับทีมภูมิสถาปนิก พรรณไม้ถูกเลือกให้เข้ากับโทนสีของบ้านรับรองแขกแต่ละหลัง และยกจดหมายที่ Hearst เขียนถึง Morgan ว่า "I think a profusion and confusion of blooms there would be attractive" (ดอกไม้ที่บานเต็มจนดูยุ่งเหยิงตรงนั้นน่าจะสวย)

ขนาดของสวนแต่ละแหล่งเขียนไม่เหมือนกัน

  • California State Parks เขียนว่ามีลานและสวนตกแต่ง 127 เอเคอร์ แต่อีกย่อหน้าหนึ่งในหน้าเดียวกันเขียนว่ามีสวนที่เพาะปลูก (cultivated gardens) 8 เอเคอร์
  • หน้าประวัติของ hearstcastle.org ใช้ทั้งตัวเลข 123 และ 127 เอเคอร์สำหรับสวน ลาน สระ และทางเดินรวมกัน
  • เอกสารของ NPS ระบุพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ขึ้นทะเบียน 127.06 เอเคอร์ ซึ่งรวมอาคารทั้งหมดด้วย
ทางเดินหินในสวนของ Hearst Castle ขนาบด้วยแนวพุ่มไม้ตัดแต่งเตี้ยและต้นไม้ใหญ่
ทางเดินหินในสวนของ Hearst Castle ขนาบด้วยแนวพุ่มไม้ตัดแต่งเตี้ย ไม้พุ่มดอก และต้นไม้ใหญ่ ภาพถ่ายเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2013 ภาพ: Daderot / Wikimedia Commons (CC0)

เรือนกระจกและการดูแลสวน

ที่ดินมีเรือนกระจกของตัวเองไว้เพาะพันธุ์ไม้ หน้า Restoration & Preservation เล่าว่าเรือนกระจกโครงเหล็กสำเร็จรูปของ Lord & Burnham ถูกส่งจาก New York มาที่ San Simeon เพื่อเพาะพันธุ์ไม้สำหรับสวนแบบประดิษฐ์ (formal garden) ของ Hearst เรือนกระจกทั้งสองหลังได้รับการฟื้นฟูแล้ว หลัง B ถูกถอดออกทั้งหลังเพื่อจัดตำแหน่งโครงเหล็กใหม่ และบูรณะผนังไม้ไซเปรส

สวนยังมีเรื่องที่ถูกซ่อนไว้ หน้าทัวร์ Julia Morgan เล่าว่า White Oak Terrace ถูกปิดทับในปี 1929 เพราะไม่เข้ากับส่วนอื่นของงาน แทนที่จะรื้อ ทีมงานสร้างลานและบันไดที่ใหญ่กว่าทับไว้ด้านบน "ลานที่ถูกซ่อน" นี้ถูกพบอีกครั้งในปี 1975 ตอนเจ้าหน้าที่อุทยานสำรวจใต้ต้นปาล์มต้นหนึ่ง

งานดูแลโครงสร้างวันนี้ เช่น ลานปูกระเบื้อง ระบบประปาเดิม ลิฟต์เก่า และประตูไม้ ทำโดยทีมบูรณะของอุทยานตามมาตรฐานการฟื้นฟูอาคารของ NPS

ดอกไม้สีชมพูและขาวในแปลงสวนหน้าอาคารของ Hearst Castle ใต้ท้องฟ้าสีฟ้า
ดอกไม้สีชมพูและขาวในแปลงสวนหน้าอาคารของ Hearst Castle ภาพถ่ายเมื่อ 28 มิถุนายน 2011 ภาพ: Boaz Meiri / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

งานศิลปะกลางสวนของ Hearst Castle

เอกสารของ NPS อ้างนักเขียน Oscar Lewis ว่าบริเวณรอบบ้านจัดวางในสเกลยิ่งใหญ่เท่าตัวอาคาร มีทั้งลาน ลานกว้าง สวนดอกไม้ กลุ่มรูปปั้น ปากบ่อน้ำโบราณ หีบศพหินแกะสลักจากศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล โถเคลือบจากอิตาลี และไหน้ำมันหินโบราณ

หน้า Collections ยกตัวอย่างงานที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง

  • รูปปั้นเทพี Sekhmet 4 องค์ แกะจากหินไดออไรต์ สมัยอาณาจักรใหม่ของอียิปต์ (ราว 1550–1070 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นงานศิลปะที่เก่าที่สุดใน Hearst Castle Hearst เสนอให้ Morgan จัดรวมกันไว้บนลานกว้างรอบบ้าน
  • โลงศพหินอ่อนโรมันราวปี ค.ศ. 230 สลักรูปเทพ Apollo กับเทพธิดา Muse ทั้งเก้า ตั้งอยู่ตามลานรอบ Main Terrace
  • อนุสาวรีย์หินอ่อน (cippus) ราวปี ค.ศ. 79–81 ที่ Hearst ซื้อจากการประมูลปี 1930 ตั้งทางด้านใต้ของ Main Terrace

Neptune Pool สระกลางแจ้งของ Hearst Castle

เอกสารของ NPS เรียก Neptune Pool ว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของบริเวณ สระรูปวงรียาว 104 ฟุต จุน้ำมากกว่า 250,000 แกลลอน กรุหินอ่อนสีขาวและสีเขียว ล้อมด้วยแนวเสาแบบ Etruscan ทำจากหินอ่อน Vermont ปลายสระด้านทะเลมีหน้าวิหารแบบกรีก-โรมันที่ประกอบจากชิ้นส่วนของอาคารโบราณหลายหลัง หน้าจั่วมีรูปเทพ Neptune อีกด้านมีรูปปั้นวีนัสผุดจากทะเล

สระนี้ซ่อมหลายรอบ หน้า Restoration & Preservation ระบุว่าปี 2008 สระถูกระบายน้ำเพื่อซ่อมท่อและเปลือกคอนกรีต ปี 2014 ช่วงภัยแล้งถูกระบายอีกครั้งเพราะรอยร้าวทำให้น้ำรั่วถึงวันละ 5,000 แกลลอน งานซ่อมเสร็จเดือนสิงหาคม 2018 โดยรื้อกระเบื้องหินอ่อนมากกว่า 9,000 ตารางฟุต ใช้กระเบื้องใหม่จากเหมืองเดิมใน Vermont และบูรณะรูปปั้นแบบ Art Deco

สถานะวันนี้แหล่งทางการเขียนไม่ตรงกัน หน้า Hearst San Simeon State Historical Monument ของ California State Parks มีข้อความว่า Neptune Pool ปิดซ่อม ขณะที่หน้าทัวร์ Upstairs Suites และ Cottages & Kitchen ของ hearstcastle.org ยังระบุ Neptune Pool เป็นไฮไลต์ของทัวร์ ผู้ที่อยากเห็นสระควรสอบถามตอนจอง

Neptune Pool ของ Hearst Castle น้ำสีฟ้าใส แนวเสาหินอ่อนโค้งรอบสระ และรูปปั้นสีขาวริมขอบสระ
Neptune Pool ของ Hearst Castle น้ำสีฟ้าใสบนพื้นกระเบื้องลายเส้น แนวเสาหินอ่อนโค้งรอบสระ และรูปปั้นสีขาวริมขอบสระ ภาพถ่ายเมื่อ 17 กันยายน 2012 ภาพ: King of Hearts / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

Roman Pool สระในร่มปิดทอง

หน้าทัวร์ Grand Rooms ระบุว่า Roman Pool จุน้ำ 205,000 แกลลอน (780,000 ลิตร) รอบสระประดับโมเสกแต้มทองคำเปลว 24 กะรัตและรูปปั้นหินอ่อน และเป็นจุดสุดท้ายของทุกทัวร์ California State Parks เขียนว่าโมเสกทำจากแก้ว Venetian กับทองคำเปลว

เอกสารของ NPS ระบุว่า Roman Pool เป็นอาคารหลังสุดท้ายที่ Hearst สร้างเสร็จบนเนินเขา ค่าก่อสร้างราว 1 ล้านดอลลาร์ ตัวสระกว้างราว 80 x 40 ฟุต อาคารใหญ่จนบนหลังคาแบนมีสนามเทนนิสขนาดมาตรฐาน 2 สนาม และผนังกับพื้นกรุด้วยกระเบื้องสีจิ๋วนับล้านชิ้น

รูปปั้นหินอ่อนและโคมไฟริม Roman Pool สระในร่มของ Hearst Castle ผนังกรุโมเสกสีน้ำเงินลายทอง
รูปปั้นหินอ่อนและโคมไฟริมสระ Roman Pool ในร่มของ Hearst Castle ผนังกรุโมเสกสีน้ำเงินและลายทอง ภาพถ่ายเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2013 ภาพ: Daderot / Wikimedia Commons (CC0)

แขกที่เคยมาพักที่ Hearst Castle

California State Parks ระบุว่า Casa Grande เป็นที่รับรองแขกผู้มีอิทธิพลจำนวนมาก เช่น ประธานาธิบดี Calvin Coolidge, Winston Churchill, George Bernard Shaw และ Charlie Chaplin รวมทั้งคนดังจากวงการบันเทิงและสิ่งพิมพ์

ชีวิตแขกบนเนินเขามีร่องรอยให้เห็นในทัวร์ หน้าทัวร์ Grand Rooms ระบุว่าแขกดูภาพยนตร์เต็มเรื่องพร้อมข่าวภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ทุกคืน ห้องบิลเลียดมีเพดานสเปนสมัยศตวรรษที่ 15 ส่วนหน้าทัวร์ Cottages & Kitchen เล่าถึงห้องเก็บไวน์ใต้ดินที่ Hearst ใช้เก็บไวน์ แม้ในยุคห้ามจำหน่ายสุรา

ขากลับจากยอดเนิน รถบัสวิ่งผ่านร่องรอยคอกหมีของสวนสัตว์ส่วนตัวที่ Hearst เคยมี ตามที่หน้าทัวร์ของ hearstcastle.org ระบุ

Hearst Castle จากบ้านส่วนตัวสู่อุทยานของรัฐ

เอกสารของ NPS ระบุว่าครอบครัว Hearst มอบที่ดิน 127.06 เอเคอร์ เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน และสิทธิทางผ่าน (easement) จาก Highway 1 ให้รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1958 โดยมีเงื่อนไขให้รักษาไว้เป็นอนุสรณ์ของ Hearst หน้า Restoration & Preservation เขียนว่าความฝันของ Hearst ที่อยากให้บ้านและงานศิลปะเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับทุกคนเป็นจริงเมื่อที่ดินถูกโอนให้รัฐ

California State Parks ระบุว่า Hearst Castle เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ได้รับการรับรอง มีงานศิลปะมากกว่า 20,000 ชิ้น หน้าประวัติเสริมว่ามีโบราณวัตถุอียิปต์ กรีก และโรมัน ภาพวาดยุโรป ประติมากรรม ศิลปะจีนและตะวันออกใกล้ และงาน Art Deco

ช่วงหลังมีการปิดยาว หน้าข่าวของ Hearst Castle แจ้งพักทัวร์ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2020 จากนั้นถนนเชื่อม Visitor Center กับยอดเนินเสียหายหนักจากพายุฤดูหนาว อุทยานปิดช่วงปี 2021–2022 เพื่อซ่อมท่อลอดถนน และเปิดอีกครั้งวันที่ 11 พฤษภาคม 2022

ทะเบียนมรดกของ Hearst Castle

  • 22 มิถุนายน 1972 ระบบ NPGallery ของ NPS บันทึกวันที่ในทะเบียน National Register of Historic Places เลขที่ 72000253 ชื่อ Hearst San Simeon Estate
  • ธันวาคม 1975 American Association for State and Local History จัดทำเอกสารเสนอชื่อในชื่อ La Cuesta Encantada
  • 11 พฤษภาคม 1976 รายชื่อ National Historic Landmark ของ NPS ระบุวันที่ขึ้นทะเบียน Hearst San Simeon Estate

ลำดับเหตุการณ์ของ Hearst Castle

ปี เกิดอะไรขึ้น
1865 George Hearst ซื้อที่ดินปศุสัตว์ผืนแรกที่ San Simeon
1919 Hearst ได้ที่ดินเป็นมรดก เริ่มงานกับ Julia Morgan
1922 ครอบครัวเข้าพัก Casa del Monte ช่วงฤดูร้อน งาน Casa Grande เริ่ม (NPS)
1926 Doge's Suite ใน Casa Grande สร้างเสร็จ
1929 White Oak Terrace ถูกปิดทับด้วยลานใหม่
1932 เริ่มใช้ Celestial Suite ในหอระฆัง
1947 Hearst ออกจากเนินเขา ที่ดินยังสร้างไม่เสร็จ
1951 Hearst เสียชีวิต (NPS ระบุว่างาน Casa Grande ต่อเนื่องถึงปีนี้)
1958 ครอบครัว Hearst มอบที่ดินให้รัฐแคลิฟอร์เนีย (NPS)
1972 ขึ้นทะเบียน National Register of Historic Places
1975 พบ White Oak Terrace ใต้ลานอีกครั้ง
1976 ขึ้นทะเบียน National Historic Landmark
2014–2018 ระบายน้ำและซ่อม Neptune Pool ครั้งใหญ่
2022 เปิดอีกครั้ง 11 พฤษภาคม หลังซ่อมถนน

ค่าทัวร์และการจอง Hearst Castle

ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 21 ต.ค. 2026 (Ticket Information, Tours, FAQs) การชม Hearst Castle ต้องซื้อตั๋วทัวร์เท่านั้น ราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ

ทัวร์ ผู้ใหญ่ เด็ก 5–12 ปี ความยาว
Grand Rooms (มีรอบสำหรับผู้ใช้วีลแชร์) 35 18 70 นาที
Upstairs Suites 35 18 70 นาที
Cottages & Kitchen 35 18 70 นาที
Designing the Dream 40 23 75 นาที
Julia Morgan (ตามฤดูกาล ไม่มีช่วงฤดูร้อน) 110 110 120 นาที
Art Under the Moonlight / Holiday Twilight (รอบค่ำตามฤดูกาล) 50 25 -
  • ทุกราคารวมค่าลงทะเบียน 5.50 ดอลลาร์ซึ่งไม่คืนเงิน ยกเลิกแล้วได้เงินคืนเป็นราคาตั๋วหักค่าลงทะเบียน
  • จองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วันที่ ReserveCalifornia.com หรือโทร 1-800-444-4445 (นอกสหรัฐฯ 1-833-448-7287) ซื้อหน้างานได้ถ้ายังมีที่ แต่เว็บไซต์แนะนำให้จอง
  • เลื่อนวันหรือเวลาล่วงหน้าไม่มีค่าใช้จ่าย หน้า FAQs ระบุว่าแก้หรือยกเลิกได้จนถึง 1 ชั่วโมงก่อนรอบ มาสายหรือพลาดรอบไม่คืนเงิน
  • รับบัตร VISA, MasterCard, American Express และ Discover

การเดินทางและกติกาการเข้าชม Hearst Castle

  • ที่อยู่ Visitor Center: 750 Hearst Castle Road, San Simeon, CA 93452-9741
  • วันเวลา: รอบทัวร์ส่วนใหญ่เริ่ม 9:00 น. เวลาเปลี่ยนตามฤดูกาล ปิดวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) วันคริสต์มาส และวันปีใหม่
  • มาถึงก่อนเวลา: หน้าตั๋วให้มาก่อนอย่างน้อย 20 นาที ส่วนหน้า FAQs แนะนำ 25 นาที
  • รถบัส: ทุกทัวร์ขึ้นรถบัสจาก Visitor Center ระยะ 5 ไมล์ราว 15 นาที ขับรถขึ้นเนินเองไม่ได้ ถ้าจองหลายทัวร์ควรเว้นเวลาเริ่มแต่ละรอบอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • ความยาวทัวร์: hearstcastle.org ระบุทัวร์มาตรฐาน 70 นาที แต่หน้าของ California State Parks ยังเขียนว่า 60 นาที ทัวร์ Grand Rooms เดินขึ้นลงบันไดราว 140 ขั้น
  • ถ่ายภาพ: California State Parks อนุญาตเพื่อใช้ส่วนตัว ห้ามใช้แฟลชในอาคาร ห้ามขาตั้งกล้องบนยอดเนิน (ขาเดียวใช้ได้) ส่วนหน้า FAQs ห้ามบินโดรนเหนือ Hearst Castle, Visitor Center และลานจอดรถ
  • เดินทาง: อยู่ริม California Highway 1 ราวครึ่งทางระหว่าง San Francisco กับ Los Angeles จาก Los Angeles ใช้ U.S. 101 ขึ้นเหนือถึง San Luis Obispo แล้วต่อ Highway 1 อีกราว 40 ไมล์ Highway 1 อาจปิดบางช่วงในฤดูฝน
  • รถและสัตว์เลี้ยง: California State Parks ระบุค่าใช้รถเข้าพื้นที่ (Vehicle Day Use) ฟรี สุนัขเข้าได้เฉพาะลานจอดรถ

ราคาและรอบทัวร์เปลี่ยนได้ตามฤดูกาล ควรตรวจสอบกับ Hearst Castle อีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านบ้านและสวนของคนดังแห่งอื่นได้ที่หมวดบ้านและสวนคนดังทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

Hearst Castle อยู่ที่ไหน เดินทางไปอย่างไร?

Hearst Castle อยู่บนเนินเขาเหนือ San Simeon ริมทางหลวง California Highway 1 ราวครึ่งทางระหว่าง San Francisco กับ Los Angeles ขับรถจากทั้งสองเมืองใช้เวลา 4–6 ชั่วโมง ทุกทัวร์ต้องขึ้นรถบัสจาก Visitor Center ที่ 750 Hearst Castle Road ขึ้นไปบนเนิน ขับรถส่วนตัวขึ้นไปเองไม่ได้

ค่าทัวร์ Hearst Castle เท่าไร ต้องจองล่วงหน้าหรือไม่?

ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026 ทัวร์ Grand Rooms, Upstairs Suites และ Cottages & Kitchen ของ Hearst Castle ราคาผู้ใหญ่ 35 ดอลลาร์สหรัฐ เด็ก 5–12 ปี 18 ดอลลาร์ ราคารวมค่าลงทะเบียน 5.50 ดอลลาร์ที่ไม่คืนเงิน ซื้อหน้างานได้ถ้ายังมีที่ แต่เว็บไซต์ทางการแนะนำให้จองล่วงหน้า จองได้ไม่เกิน 60 วัน

ใครออกแบบ Hearst Castle และสวน?

Hearst Castle ออกแบบโดย Julia Morgan ร่วมกับ William Randolph Hearst ตั้งแต่ปี 1919 เว็บไซต์ทางการระบุว่า Morgan เป็นสถาปนิกหญิงคนแรกที่ได้รับใบรับรองในแคลิฟอร์เนีย ส่วนสวนออกแบบโดย Morgan กับทีมภูมิสถาปนิก โดยเลือกพรรณไม้ให้เข้ากับโทนสีของบ้านรับรองแขกแต่ละหลัง

Hearst Castle เป็นของรัฐตั้งแต่เมื่อไร?

เอกสารขึ้นทะเบียน National Register ของ National Park Service ระบุว่าครอบครัว Hearst มอบที่ดิน 127.06 เอเคอร์ของ Hearst Castle พร้อมเฟอร์นิเจอร์ในบ้านให้รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1958 โดยมีเงื่อนไขให้รักษาไว้เป็นอนุสรณ์ของ Hearst วันนี้ California State Parks ดูแลในชื่อ Hearst San Simeon State Historical Monument

แหล่งอ้างอิง

  1. History & Art — Hearst Castle / California State Parks
  2. Ticket Information — Hearst Castle / California State Parks
  3. Restoration & Preservation — Hearst Castle / California State Parks
  4. Hearst San Simeon State Historical Monument — California State Parks
  5. National Register of Historic Places Inventory: Nomination Form — La Cuesta Encantada (Hearst San Simeon State Historical Monument) — National Park Service
  6. List of National Historic Landmarks by State — National Park Service

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
สภาผู้แทนราษฎร14
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ